คืนวันศุกร์ก่อนไปค่ายไนร่าเอื้อมมือเปิดตู้เสื้อผ้า กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่ม หอมคลุ้งลอยออกมาชุดนักเรียนที่ผ่านการรีดจนเรียบถูกจัดไว้มุมซ้าย ส่วนชุดลำลองถูกจัดไว้ด้านขวาแบ่งโซนกันอย่างเป็ระเบียบ
เธอหยิบเสื้อที่ห้อย้าและก้มหยิบกางเกงที่พับไว้ด้านล่างสุด ออกมาวางไว้ที่พื้นก่อนจะนำทั้งหมดลงไปในกระเป๋าสะพายสีดำ
“ลืมอะไรอีกมั้ยนะ” เธอหันมองไปที่กระเป๋าอีกรอบ ก่อนจะเดินลงมาที่ห้องครัว
เธอเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำเทใส่แก้วและเดินออกไปหาแม่ที่กำลังนั่งดูละครหลังข่าวบริเวณกลางบ้าน
“เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วหรอลูก”
“เสร็จแล้วค่ะแม่แต่ก็เหมือนลืมๆ อะไรอยู่”สายตาจ้องไปที่พระเอกกำลังตามง้อนางเอกร่างบาง
“พระเอกก็เกินไปนะคะแม่ทำแบบนี้กับนางเอกได้ยังไง”
“แม่ว่าก็ดีนะมีงอนกันบ้าง ทั้งคู่จะได้ปรับความเข้าใจกัน”
“ก็คง….”
เธอพูดไม่จบก็หยิบแก้วน้ำที่วางไว้บนโต๊ะข้างโซฟามาถือ ก่อนจะค่อยๆ ดื่ม จริงสินะถ้าทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจ ก็น่าจะเป็ทางออกที่ดี ได้รู้ความรู้สึกของกันและกันจริงๆซึ่งต่างจากเธอ ที่โดนเขาหลอกมาตลอดความรู้สึกของเธอมันก็แค่ของเล่นสำหรับเขาเท่านั้น
“ไนร่า”
“ไนร่าลูก เหม่ออะไร” แม่หันมามองลูกสาวที่ไม่ยอมขานตอบ
“คือ..หนูกำลังคิดว่าลืมอะไรรึป่าวค่ะ” เธอหัวเราะแก้เขิน
“แม่ว่าขึ้นไปนอนได้แล้วมั้ยลูกพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าอีก เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะ”
“ค่ะแม่ หนูง่วงพอดีเลย”เธอลุกหยิบแก้วไปไว้ที่ห้องครัวก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไป
“อย่าลืมยากันยุงนะลูก” เสียงแม่ลอยตามหลังมา
“ค่ะแม่ เกือบลืมไปเลย”
เมื่อถึงห้องเธอหยิบมือถือขึ้นมาตั้งนาฬิกาปลุกก่อนจะวางไว้ที่หัวเตียงเหมือนเดิม แสงไฟในห้องน้อยๆดับลง เด็กสาวใต้ผ้าห่มสีชมพูก็ค่อยๆ หลับไป
ณ โรงเรียน เวลา 06.50 น.
บริเวณหน้าเสาธงเต็มไปด้วยนักเรียนชุมนุมจิตอาสาและกลุ่มรุ่นพี่นิสิตที่กำลังเช็คชื่อสมาชิกของตนเองก่อนจะค่อยๆ ให้ทุกคนขนสัมภาระขึ้นรถและจับจองที่นั่ง โดยมีรถทัวร์สองคัน จอดต่อท้ายกันที่ริมฟุตบาท และมีรถยนต์ของอาจารย์อีกหนึ่งคันที่จะร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
“สายแล้วนะกัส เค้าจะไปกันหมดแล้ว” หวานโทรหากัสด้วยความร้อนรนเพราะกลัวจะไม่ทัน
“ถึงแล้ว”กัสตอบด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย ไม่นานก็วิ่งมาหยุดที่หน้าเพื่อนพร้อมกับเสียงหอบ
“นี่ขนาดโทรปลุกแล้วยังตื่นสายนะกัส” ไนร่าแอบดุเพื่อนเบาๆ แล้วยิ้มออกมา
“คันแรกเต็มแล้วนะครับข้างหลังน้องเสื้อแขนยาวสีชมพูตัดแถวไปเลยครับ” พี่นิสิตชายเดินมาบอกรุ่นน้องเกือบสิบคนที่เหลือรวมถึงกลุ่มของไนร่าด้วยที่รอเ้าแม่มาสายอย่างกัสทำให้ต้องไปอยู่เกือบท้ายแถว
ไนร่าและเพื่อนต่อแถวกันเดินขึ้นรถและมองหาที่นั่งที่ว่างยังไม่มีคนนั่งและกระเป๋าจับจองซึ่งก็เหลือที่นั่งบริเวณด้านหลัง
“หวานนั่งกับกัสเลยนะเดี๋ยวชั้นนั่งอีกเบาะข้างพวกเธอ” ไนร่าออกตัวให้เพื่อนนั่งด้วยกันก่อนจะหยิบกระเป๋าไว้ที่้าของที่นั่งสายตาของเธอก็มองไปที่ผู้ชายที่กำลังจ้องเธออยู่
“ให้ได้แบบนี้สิ! ตอนขึ้นมาทำไมมองไม่เห็น” เธอบ่นกับตัวเองก่อนที่จะหันหน้าหนีและด้วยความตัวเล็ก เธอพยายามยืดตัวให้สูงเพื่อที่จะได้ถึงชั้นที่วาง้า
“พี่ช่วยครับ” เสียงรุ่นพี่นิสิตผู้ชายตัวสูงพูดและคว้ากระเป๋าของเธอไปวางให้
“เอ่อ ขอบคุณค่ะ”
“ที่ข้างๆ ว่างมั้ยครับ”
“ว่างค่ะ”
“พี่ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับที่อื่นน่าจะเต็มแล้ว” เขาพูดและมองไปรอบๆที่มีเพื่อนบางกลุ่มนั่งแล้ว และที่ว่าง ก็โดนกระเป๋าจับจองเป็ที่เรียบร้อย
“ได้ค่ะพี่”
รถทัวร์ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากโรงเรียน ทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันบ้างก็มีเสียงพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนานดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
“พี่ชื่อคิมนะน้องชื่ออะไรครับ”
“ไนร่าค่ะ”
“พี่อยู่ปีหนึ่งนะน้องอยู่ชั้นไหนหรอ ให้เดาน่าจะมอสี่”
“มอห้าแล้วนะ” เธอแอบหัวเราะ
“หน้ายังเด็กอยู่เลย” เขาหัวเราะแก้เขิน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เช่นกันนะคะ”
เธอตอบเขาก่อนจะหันหน้ามองไปที่หน้าต่างๆชื่นชมบรรยากาศที่มีต้นไม้ล้อมรอบระหว่างทาง สองชั่วโมงผ่านไปรถทัวร์ได้นำเหล่านักเรียนและนิสิตมายังหมู่บ้านเล็กๆที่ยังขาดแคลนความเจริญอยู่ไม่น้อย
ศาลากลางของหมู่บ้านมุงด้วยหลังคาสังกะสีเก่าๆเพื่อใช้เป็ร่มเงาหลบแดด หลบฝน ได้ผ่านการปัดกวาดเช็ดถูและจัดสถานที่ต้อนรับเหล่าบรรดาผู้มาเยี่ยมเยือนเป็อย่างดี
ผู้นำหมู่บ้านให้การกล่าวต้อนรับคณะครูนิสิต และนักเรียน โดยมีกลุ่มชาวบ้านให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น
“ขอขอบใจคณะครูและนิสิตนักเรียนทุกท่านที่มาช่วยพัฒนาหมู่บ้านของพวกเรานะครับ” เมื่อผู้นำกล่าวจบ จึงได้กล่าวเชิญชวนทุกคนรับประทานอาหาร
กับข้าวเกือบสิบอย่างได้ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะอย่างเป็ระเบียบโดยให้แต่ละคนเลือกทานตามใจชอบแบบบุฟเฟ่ต์
่บ่ายของวันเป็่กิจกรรมทำฝายกั้นน้ำโดยการเดินเข้าไปที่ลำธารท้ายหมู่บ้าน เสียงพูดคุยดังอย่างไม่คาดสาย เมื่อเข้ามาถึงได้มีชาวบ้านบางกลุ่มเข้ามารออยู่บ้างแล้วก่อนที่ทุกคนจะรวมตัวกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อนั่งฟังแผนงานและแบ่งงานเป็ทีมเพื่อความรวดเร็ว ทุกคนต่างก็เข้าใจหน้าที่ของตนเองก็ช่วยกันคนคนละไม้คนละมือโดยมีชาวบ้านเข้ามาช่วยเสริม
ระหว่าง่พัก
“น้ำครับ” คิมยื่นน้ำขวดเล็กให้ไนร่า และยื่นน้ำอีกสองขวดให้หวานและกัส
“ขอบคุณค่ะ”
“เหนื่อยมั้ยครับ?”
“นิดหน่อยค่ะพี่แต่สนุกมากกว่า” ไนร่าตอบและหันไปยิ้มให้คิม
“พี่ว่าเหมือนพี่เคยเห็นหน้าไนร่านะแต่พี่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเจอที่ไหน”
“ไนร่าหน้าโหลจะตายอาจจะคล้ายๆกับคนอื่นก็ได้ค่ะ” เด็กสาวหัวเราะ
“พี่ว่าไม่นะไนร่ามีพี่ชายหรือป่าวครับ”
“ไนร่ามีพี่ชายคนนึงค่ะ”
“ใช่คนนี้มั้ยครับ?”
เขายื่นมือถือสีดำให้ไนร่าดูรูปผู้ชายสองคนในชุดฟุตบอลสีขาวด้านซ้ายมือเป็รูปของเขา ส่วนฝั่งขวาเป็รูปของผู้ชายที่เธอรู้จักเป็อย่างดี
“ใช่ค่ะพี่ตะวันพี่ชายไนร่าเอง”
“พี่ว่าแล้วเมื่อก่อนพี่ไปเล่นฟุตบอลกับตะวันบ่อยๆ”
“ค่ะ ไนร่าเคยไปกับพี่ตะวันครั้งนึงแต่ก็แอบกลับ”เธอหัวเราะออกมาเพราะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่แอบหนีพี่ชายไปหาของกินและหนีกลับบ้านก่อนเพราะทนความร้อนไม่ไหว ทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอ โดยไม่สนใจสายตาของสกายที่แอบมองทั้งคู่ตลอดและแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อกลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากที่นั่งพักเกือบครึ่งชั่วโมงกลุ่มผู้ชายที่อยู่ในลำธารค่อยๆ นำไม้ที่กลุ่มผู้หญิงขนมาให้ทำเป็กำแพงกั้น ทุกคนช่วยกันอย่างแข็งขันจากไม้ไผ่หนึ่งลำเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มตามแนวที่กั้นไว้
“เสร็จแล้วทุกคน”เสียงผู้ชายคนหนึ่งะโขึ้นก่อนจะมีเสียงเฮตามหลังมา ทุกคนก็ทยอยช่วยกันเก็บของเพื่อกลับเข้าที่พัก
โรงเรียนเล็กๆที่มีอาคารไม้อยู่สองหลัง และอีกหลังเป็อาคารตึกปูนที่เพิ่งสร้างใหม่ ทุกคนต่างไปหยิบกระเป๋าและเดินไปห้องเรียนที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับนอนในคืนนี้โดยมีชาวบ้านได้นำหมอนและผ้าห่มมาเตรียมไว้ให้แล้วเมื่อเก็บของเสร็จไนร่าจึงเดินออกมาเล่นบริเวณด้านหลังของโรงเรียนที่มีูเาล้อมรอบเธอหยิบมือถือเพื่อที่จะถ่ายรูปธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์ไว้อย่างลงตัว
“ดูสนิทกันจังเลยนะ” เสียงสกายดังมาจากข้างหลัง
ไนร่าไม่ตอบก่อนจะเดินหนีเขา
“ไนร่าพี่คุยกับไนร่าอยู่นะ”
“ผู้ชายคนนั้นเป็ใคร ทำไมถึงดูสนิทกันขนาดนั้น”สกายผู้เฝ้าดูเหตุการณ์มาตลอด
“จะเป็ใครก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่เลยนี่คะ?”
“เกี่ยวสิทำไมจะไม่เกี่ยว”
“เกี่ยวยังยังไง”
“พี่หวง ไม่ชอบให้ไนร่าไปสนิทกับผู้ชายคนอื่น”
“เพื่ออะไรคะ?”
“ไม่ว่าไนร่าจะสนิทกับใครจะคุยกับใคร พี่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดแบบนี้”
“พี่จะไม่ให้ใครมาแย่งไนร่าไปจากพี่ได้”
“ที่ผ่านมาพี่ยังทำให้ไนร่าเจ็บไม่พอหรอคะ?”
“พี่ขอโทษ”
“ไนร่าไม่้าคำขอโทษจากผู้ชายที่ตั้งใจโกหกไนร่ามาตลอดเวลา”
“พี่ปล่อยไนร่าไปเถอะนะคะต่างคนต่างอยู่มันคงเป็ทางออกที่ดีสำหรับเรา”
“พี่จะทำให้ไนร่าเห็นว่าพี่รักไนร่าจริงๆ”
เธอเงียบมองหน้าผู้ชายร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าที่แสดงสีหน้าจริงจังและหนักแน่นในพูดของตนเอง
“ไนร่า พี่มาชวนไปกินข้าว”เสียงคิมที่เดินมาเจอทั้งสองคนพอดี
ทั้งสองหันไปตามเสียงที่ได้ยิน ไนร่าหยุดชะงัก ก่อนจะเดินไปหาคิมและรีบเดินจับมือเขาออกมาจากสกายปล่อยให้เขายืนมองเธอกำลังไปกับคนอื่น