"บัดซบ ใครกันที่รนหาที่ตาย!"
ในขณะที่จินหยางถูกโจรสลัดอวกาศยี่สิบคนล้อมเอาไว้ เสียงที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกาจของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างใหญ่ในชุดเกราะพันธุกรรมสีดำ
"คนใกล้ตายไม่จำเป็นต้องรู้" จินหยางชี้หอกเพลิงสวรรค์ไปเบื้องหน้าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
ภายใต้ชุดเกราะพันธุกรรมระดับ S บวกกับพลังของตัวจินหยางเอง ศัตรูระดับจ้าวพิภพเหล่านี้ไม่นับเป็นอะไรได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้มั่นใจขนาดนี้
"หึ! จ้าวพิภพขั้นที่เจ็ด ถึงกลับกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับข้า!" หัวหน้าโจรสลัดชุดเกราะสีดำเค้นเสียงเย็นชา ทันใดนั้นทั้งจิตสังหารและพลังระดับจ้าวพิภพขั้นที่เก้าก็ปะทุขึ้นมาและเข้ากดดันจินหยางในทันที
"เจ้านี่ข้าจัดการเอง พวกเจ้าไปจัดการสหายของมัน!"หัวหน้าโจรสลัดออกคำสั่ง เหล่าลูกน้องของมันพากันพุ่งไปทางไป๋ฉีพร้อมกับเรียกอาวุธออกมา
"เหอะ คิดจะสังหารสหายข้าอย่าได้คิดฝัน" จินหยางกล่าวอย่างมุ่งมั่น เขาชี้ปลายหอกไปยังโจรสลัดเหล่านั้นและเตรียมปลดปล่อยทักษะเพื่อช่วยเหลือไป๋ฉีแต่ทว่ามันกลับไม่ทันการ
ในขณะที่ทักษะของเขากำลังจะสำแดงพลัง ขวานยักษ์สีดำก็ฟาดฟันมาทางจินหยางพอดี ทำให้เขาต้องกระโดดหลบโดยฉับพลันจากนั้นก็แทงหอกสวนกลับไปแต่อีกฝ่ายก็หลบได้เช่นเดียวกัน
"จินหยาง เจ้าสู้ไปเถอะ ข้าสามารถรับมือพวกมันได้"ในเวลานั้นเองเสียงของไป๋ฉีก็พลันดังขึ้นมา ทำให้จินหยางยกยิ้มและพุ่งเข้าไปโจมตีหัวหน้าโจรสลัดโดยไม่รอช้า
ส่วนทางด้านของไป๋ฉี เมื่อแจ้งข่าวให้สหายได้ฟังแล้วร่างกายของเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวลายฟ้าดูสง่างามยิ่ง แถมยังมีมีดบินสีขาวนับร้อยเล่มหมุนเวียนรอบตัวพร้อมให้ชายหนุ่มได้ใช้งาน
เหล่าโจรสลัดทั้งยี่สิบคนเมื่อเห็นภาพนี้ก็ล้วนแต่ใจสั่นสะท้าน และกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้
ไป๋ฉีมองมันด้วยแววตาที่สุดแสนจะเย็นชา เขาเพียงสบัดมือเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น มีดบินนับร้อยเล่มก็พุ่งเข้าไปห้อมล้อมพวกมัน ก่อนที่เขาจะควบคุมมีดบินเหล่านั้นให้เข้าไปโจมตีอีกฝ่ายราวกับพายุโหมกระหน่ำ
"สวบๆๆ"
มีดบินระดับ S ตัดผ่านพุ่งทะลุชุดเกราะของพวกมันราวกับพุ่งผ่านฟองน้ำอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เหล่าโจรสลัดทั้งยี่สิบคนเจ็บปวดทรมานและกรีดโหยหวนออกมา
"อ๊ากก!!"
"ได้โปรด ปล่อย.......!"
พวกมันยังไม่ทันกรีดร้องจบประโยค มีดบินนับร้อยเล่มก็ปลิดชีพพวกมันทั้งหมดอย่างง่ายดาย ไป๋ฉีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่คิดจะโจมตีอีกต่อไปและเก็บมีดบินทั้งหมดกลับมา
การสังหารหมู่ในพริบตาครั้งนี้ ถึงกับทำให้ทั้งจินหยางและหัวหน้าโจรสลัดที่กำลังสู้กันถึงกับตกตะลึงไปตามๆกัน
"ไม่ได้การ ต้องหนี ต้องหนีเท่านั้น"เมื่อเห็นการตายของลูกน้องหัวหน้าโจรสลัดอุทานและเตรียมจะบินหนีในทันใด
แต่ทว่ามีหรือที่จินหยางจะยอมปล่อยให้มันไปโดยง่าย เขาเล็งหอกเพลิงสวรรค์ไปที่หัวหน้าโจรสลัดพร้อมกับบีบอัดพลังมหาศาลใส่ลงไปในหอกนั้น
ทันทีที่หัวหน้าโจมบินทะยานหนี หอกในมือของจินหยางก็ถูกพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงจนกลายเป็นเส้นแสงสีแดงทะลุตัวของมันไปอย่างง่ายดาย
หัวหน้าโจรสลัดที่สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่พุ่งผ่านตัวของมันไปก็ดวงตาเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ ภายในชั่วพริบตานั้นเรื่องราวเลวร้ายมากมายที่มันเคยทำก็ประดังเข้าสู่สมองของมันราวกับฝันร้าย จวบจนในที่สุดเเสงแห่งชีวิตของหัวหน้าโจรสลัดก็มอดดับลงไปแต่ถึงแม้มันจะตายใบหน้าของมันก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวังยิ่ง
จินหยางบินมายังศพของมัน จากนั้นเขาก็เก็บศพของหัวหน้าโจรเอาไว้เพื่อส่งมอบให้แก่สถาบันเพื่อเป็นหลักฐานว่าพวกเขาได้จัดการกลุ่มโจรสลัดอวกาศกลุ่มแรกเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไป๋ฉีเองก็ทำเหมือนกัน
"จินหยางเราไปสำรวจรังของพวกมันกันหน่อยไหมว่าพวกมันปล้นอะไรมาบ้าง"ไป๋ฉีบินไปหาจินหยางก่อนที่จะเอ่ยปากถามพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา
จินหยางยิ้มเจื่อนก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับตามที่ไป๋ฉีต้องการ สำหรับเขาแล้วไป๋ฉีในตอนนี้เป็นตัวตนที่ยากแท้เกินจะหยั่ง
ในตอนแรกเขาเพียงแค่ชอบนิสัยของไป๋ฉีที่ใจกล้าเผชิญหน้ากับเจิ้นเผิงเพียงเท่านั้น แต่ใครจะคิดกันล่ะว่าสหายคนนี้จะไม่ได้มีเพียงความใจกล้าแต่กลับแฝงไปด้วยฝีมือที่ร้ายกาจเกินบรรยาย
โจรสลัดอวกาศระดับจ้าวพิภพทั้งยี่สิบคนนั้น จากมุมมองของเขาแม้แต่ระดับจ้าวพิภพขั้นเก้ายังต้องตึงมือหากต้องเข้าปะทะ แต่พอมาอยู่ตรงหน้าของไป๋ฉีกลับถูกสังหารภายในพริบตา แล้วจะไม่ให้จินหยางตกตะลึงได้อย่างไรกัน
"นี่ๆสหายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจ้าคือพลังจิตอย่างนั้นหรือ ทำไมถึงควบคุมมีดบินได้มากมายขนาดนั้น"ขณะที่บินลงไปสำรวจเบื้องล่างจินหยางจึงได้ถามออกมา
ไป๋ฉีส่ายหน้าแล้วตอบไปเพียงสั้นๆ "ไม่ใช่พลังจิตหรอกนะ มันคือพลังแม่เหล็กต่างหาก ทุกสิ่งที่เป็นโลหะข้าล้วนควบคุมได้ดั่งใจ"
จินหยางคิ้วขมวด "โอ้ อย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยเห็นนักสู้คนไหนใช้พลังแม่เหล็กเลยแห๊ะ บางทีเจ้าอาจจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์เลยก็เป็นได้"
ไป๋ฉียิ้มแต่เขาไม่ได้กล่าวตอบอะไรออกไป หลังจากที่สำรวจอยู่นาน นอกจากยานอวกาศระดับจ้าวพิภพแล้ว พวกเขาก็เจอผลึกพลังงานจำนวนมาก
ทั้งสองรีบเก็บทรัพย์สินเหล่านั้น ก่อนที่พวกเขาก็นำใช้ยานรบอวกาศของโจรสลัดอวกาศไปยังจุดหมายถัดไปของภารกิจ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
และก็เป็นดั่งเช่นเคย เมื่อถึงที่หมายไป๋ฉีจะให้จินหยางเป็นคนลงมือปะทะกับตัวหัวหน้า ส่วนตัวเขาก็เก็บกวาดเหล่าลูกน้องของมันให้
การทำภารกิจของทั้งสองหนุ่มเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่ง ใช้เวลาเพียงสองวันภารกิจกำจัดโจรสลัดอวกาศทั้งสามภารกิจของพวกเขาก็เสร็จสิ้น แถมยังได้สินสงครามจำนวนมากมายมหาศาล ไป๋ฉีและจินหยางจึงได้เริ่มทำการแบ่งสินสงครามกันในทันที
"ทรัพย์สินที่เราได้จากพวกโจรสลัดอวกาศคือสามล้านผลึกพลังงาน และสิ่งของต่างๆอีกมากมาย รวมถึงยานรบอวกาศระดับจ้าวพิภพอีกสามลำ" จินหยางแจกแจงรายระเอียดให้ไป๋ฉีได้ฟัง
ชายหนุ่มจึงเริ่มพิจารณาในทันที "อืม ถ้าอย่างนั้นพวกเราแบ่งกันคนหนึ่งล้านห้าแสนผนึกพลังงานก็แล้วกัน ส่วนของกับยานอวกาศทั้งสามลำเจ้าเอาไปเถอะถึงอย่างไรมันก็คือภารกิจของเจ้า และเจ้าเองก็ลงแรงไปมากในการสู้กับหัวหน้าของพวกมัน"
จินหยางคิ้วขมวด "จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน ในเมื่อพวกเรามาเป็นทีมสินสงครามนี้ก็ต้องแบ่งครึ่งกันสิ ข้าจะเอาเปรียบเจ้าได้อย่างไร"
"อืม.......เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะติดต่อหาครอบครัวของข้าและให้พวกเขานำสิ่งของและยานอวกาศสามลำนี้ไปขาย เมื่อได้ผลึกพลังงานพวกเราค่อยมากแบ่งกันแบบนี้เจ้าว่าเป็นอย่างไร"
เมื่อได้ยินข้อเสนอของจินหยาง ไป๋ฉีก็พยักหน้าตอบรับไปอย่างเร็วไว "เอาอย่างที่เจ้าว่ามาก็ได้เพราะถึงอย่างไรของพวกนี้ก็ล้วนแต่ไม่มีประโยชน์กับพวกเราอยู่แล้ว เอาไปขายเป็นผลึกพลังงานแล้วแบ่งกันก็นับว่าไม่เลวนัก"
เมื่อได้ยินสหายของตัวเองกล่าวออกมาเช่นนี้ จินหยางก็ทำการติดต่อครอบครัวของตัวเองในทันทีโดยไม่รอช้า