ไฟฝัน

    บทที่ 7

    ความกลัวที่บังเกิดกับแม็กกี้ยามนี้ มันมากมายอย่างเหลือจะกล่าว เมื่อพยายามจะวิ่งอ้อมเขาไปยังกองเสื้อผ้าลอร์ดแรมเมจก็คว้าข้อมือไว้ ซึ่งทำให้แม็กกี้ถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ“อยากร้องก็ร้องไปเถอะ” เขายักไหล่อย่างไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย “เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่หรอก อย่าสิว่าฉันเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้ ใครจะกล้ามาขวางถ้าฉันอยากจะทำอะไรกับเธอ”เขากระชากแขนเธอไปรวบไว้ข้างหลังก่อนจะรั้งร่างให้เข้ามาใกล้ กลิ่นเหล้าระเหยออกมาทางลมหายใจ แม็กกี้พยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ไม่สำเร็จ เพราะเขาประทับริมฝีปากลงมาเสียก่อน และเธอยังได้สัมผัสความเป็นชายของเขาที่ถูไถอยู่กับร่างกายส่วนล่างของตัวเองอีกด้วยริมฝีปากคู่นั้นทั้งเปียกชุ่มและรุ่มร้อน แม็กกี้พยายามรวบรวมกำลังสะบัดหน้าออก เสียงกรีดร้องของเธอดังลั่นขึ้นกว่าเดิม แต่มันก็ถูกกลบไว้ด้วยเสียงหัวเราะแหบห้าวของลอร์ดแรมเมจ“อย่าร้องให้เสียเวลาหน่อยเลยน่า เปลืองแรงเปล่า ๆ มันไม่ช่วยให้ได้อะไรขึ้นมาหรอก”อีกครั้งหนึ่งที่เขากระชากร่างเข้าไปหา แม็กกี้ต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดความสามารถ แต่พละกำลังของเขาเหนือกว่าเธอหลายเท่านัก เขากำลังบังคับให้เธอเดินไปยังเตียงนอนทีละก้าว...ทีละก้าว“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ท่านลอร์ด”ลอร์ดแรมเมจยืนตัวแข็งไปในทันที ทั้งที่มือยังจับร่างแม็กกี้ไว้ที่เขาหันกลับไปมองทางเสียงนั้นแคธลีนในเสื้อคลุมสีขาวยืนเด่นอยู่ตรงหน้าประตูห้องมือทั้งสองไพล่อยู่ข้างหลัง ดวงตาเป็นประกายอย่างสู้ตาย“แกกล้าดียังไงอีหนู” เขากระชากเสียงถาม “แกรู้อยู่แล้วนี่ว่าทุกสิ่งที่มีอยู่ในบ้านนี้คือสมบัติของฉันเพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์จะหยิบขึ้นมาใช้สอยยังไงก็ได้ตามพอใจ”“แต่ต้องไม่ใช่แม็กกี้... ต้องไม่ใช่น้องสาวของดิฉันเราตกลงกันแล้วนะเจ้าคะว่าจะต้องเป็นดิฉันคนเดียว เอาล่ะ... ปล่อยได้แล้ว”เขาแหงนหน้าเปล่งเสียงหัวเราะก้องอย่างลำพองใจ“ก็แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะ”“ดิฉันจะฆ่าท่าน” แคธลีนตอบเสียงกระด้างตอนนั้นเองที่เธอเอามือออกจากข้างหลัง ในมือข้างหนึ่งมีมีดทำครัวปลายแหลมน่ากลัว“ดิฉันจะฆ่าท่านด้วยไอ้นี่”“แกไม่กล้าหรอกน่า” แม้เขาจะยืนตัวแข็งไป แต่กระนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือ “แกรู้นี่ว่าถ้าแกทำอะไรฉันแม้แต่นิดเดียวแกจะได้พบกับอะไรบ้าง”“ดิฉันยอมตายเสียดีกว่า ที่จะเห็นน้องสาวต้องมาตกเป็นเหยื่อท่าน น้องสาวดิฉันยังเด็กอยู่มากนะเจ้าคะ”หางเสียงที่เปลี่ยนจากข่มขู่มาเป็นอ้อนวอนนั้น ทำให้ลอร์ดแรมเมจเปล่งเสียงหัวเราะกึกก้องอีกครั้ง“ถึงกับลงทุนอ้อนวอนเชียวหรือนี่แคธลีน เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ว่ามันไม่มีประโยชน์ ครั้งหนึ่งเธอก็เคยอ้อนวอนฉันมาแล้วยังจำได้อยู่หรือเปล่าล่ะ เธอบอกว่านังนี่มันเด็กงั้นหรือ... ” เขากวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างแม็กกี้อีกครั้ง “ฉันว่ามันไม่เด็กแล้ว วัยของมันน่ะเหมาะกับการเด็ดดมอย่างที่สุดแล้ว”แคธลีนย่องเข้ามาข้างหลังด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ชูมีดในมือสูงขึ้น“ท่านพูดถูกแล้วละเจ้าค่ะ ดิฉันน่ะน่าจะรู้ตั้งนานแล้วว่าคำขอร้องมันใช้ไม่ได้ผลหรอก สำหรับคนอย่างท่าน” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “แต่ดิฉันขอบอกให้ท่านรู้อีกครั้งหนึ่งว่า ดิฉันพร้อมแล้วที่จะใช้มีดเล่มนี้ให้เป็นประโยชน์”“ฉันก็อยากจะเชื่ออยู่เหมือนกันนะว่า เธอจะใช้มันได้จริง ๆ ” เขาพูดเสียงเบา“เพื่อแม็กกี้ไม่ว่าอะไรดิฉันก็ทำได้ทั้งนั้นละเจ้าค่ะ”ลอร์ดแรมเมจปล่อยมือจากแม็กกี้ช้า ๆ ซึ่งเธอก็รีบถอยหลังหนี ดวงตาจับจ้องมองบุคคลทั้งสองที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ด้วยความตื่นกลัว“นังนี่น่ะ มันไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับฉันหรอกอย่างดีก็แค่นังกะหรี่ที่ฉันอยากจะเอามาไว้บำเรอความสุขให้กับตัวเองอีกคนหนึ่งเท่านั้น” แม้ว่าเขาจะพยายามพูดให้ดูเป็นเรื่องสนุกขบขัน แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จเร็จอยู่ดี “เอาละ... เอาละ เมื่อเธอมีความตั้งใจที่รุนแรงมากขนาดนี้ ฉันไม่เอามันก็ได้ สัญญาได้” เขากวาดสายตาไปทั่วเรือนร่างของแคธลีนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุมสีขาวเนื้อบางเบา “ว่าแต่เธอยังจะพร้อมสำหรับฉันอยู่หรือเปล่าล่ะ”“แน่นอนเจ้าค่ะ” แคธลีนตอบพร้อมกับลดมีดในมือลง“งั้นก็ดีแล้ว ฉันขอสั่งให้เธอเข้าไปในห้องฉันเดี๋ยวนี้” เขาออกเดินไปทางประตู แต่แล้วก็หันกลับมารอยยิ้มชาเย็นฉาบอยู่บนริมฝีปาก “แล้วก็อย่าเอาอาวุธติดตัวเข้าไปด้วยล่ะคุณนาย”แคธลีนทิ้งมีดลงกับพื้นห้องยกมือทั้งสองขึ้นปิดหน้าไว้ แม็กกี้รีบวิ่งเข้าไปกกกอดพี่สาวกระซิบพูดด้วยเสียงสะอื้น“ฉันขอบใจพี่มาก ขอบใจเหลือเกินแคธลีน”เมื่อแคธลีนลดฝ่ามือลงนั้นดวงตาแห้งผาก จะมีก็แต่แววทุกข์ทรมานเท่านั้นที่ฉายชัดอยู่ เธอจับมือน้องสาวไว้แน่น“พี่สั่งคนรับใช้ไว้แล้ว พรุ่งนี้แต่เช้าตรู่รถม้าจะมารับเธอเดินทางไปจากที่นี่ เธอเตรียมตัวไว้ให้พร้อมก็แล้วกันพี่ไม่ต้องการให้เธออยู่ที่นี่อีกต่อไป”“ถ้าฉันจะต้องออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ยังงั้นก็หมายความว่าฉันจะไม่มีโอกาสได้ร่ำลาพี่น่ะสิ”“ไม่จำเป็น” แคธลีนสั่นหัวอย่างรุนแรง “เราจะลากันที่นี่เพียงแค่นี้” เธอโน้มร่างเข้ามาจูบแก้มน้องสาว “ลาก่อนนะแม็กกี้”“พี่จำเป็นจะต้องไป... ไปหาเขาด้วยงั้นหรือ”“ใช่ จำเป็นอย่างที่สุด” เธอสะบัดร่างออกจากการเกาะกุมของน้องสาว เดินออกจากห้องนั้น พร้อมกับปิดประตูตามหลังลงอย่างแน่นหนาด้วยความที่ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้คืนนั้นแม็กกี้แทบไม่ได้หลับนอนเลย หลายครั้งในยามค่ำคืนที่เธอต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องดังลั่นขึ้น ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเสียงคนจริง ๆ หรือว่าเธอฝันร้ายไปเอง

    แคธลีนเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนของลอร์ดแรมเมจ เนื้อตัวสั่นระริกเมื่อต้องสายลมที่พัดผ่านเข้ามาตามห้องโถงทางเดินนั้น เปลวไฟจากคบเพลิงที่ตามไว้ผนังวาบไหว แคธลีนหลับตาแน่น สิ่งที่อยากทำที่สุดในเวลานี้คือวิ่งหนีไปเสียให้พ้นจากสถานที่แห่งนี้ ความรู้สึกเช่นนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่คืนแรกที่เธอเข้าไปร่วมเตียงนอนกับลอร์ดแรมเมจ“แคธลีน... ” เสียงเหี้ยมดังออกมาจากภายใน “มาถึงแล้วก็เข้ามาเสียทีสิ อย่าให้ฉันต้องคอยนานนัก เธอรู้นี่ว่ายิ่งคอยฉันก็ยิ่งโมโห”แคธลีนถึงกับสะดุ้งขึ้นทั้งตัว มีความรู้สึกอยู่ว่าลอร์ดแรมเมจผู้นี้ดูจะมีญาณที่หยั่งรู้ไปเสียหมดในทุกสิ่งทุกอย่างราวกับเขาสามารถมองเห็นได้ว่า บัดนี้เธอได้มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าประตูห้องของเขาแล้ว เหมือนสัตว์ใหญ่ที่ได้กลิ่นเหยื่อไม่มีผิดเธอตั้งสติให้มั่นไว้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั้นมันจะมีอะไรเกิดขึ้น เธอเอื้อมมือไปผลักบานประตูให้เปิดออกภายในห้องนอนนั้นสว่างไสวอยู่ด้วยแสงสว่างจากดวงเทียนที่จุดไว้บนโต๊ะข้างเตียง ลอร์ดแรมเมจยืนอยู่ใกล้เตียงนอน ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์เหลือติดกาย ท่าทางของเขาบอกให้รู้ว่ากำลังรอเธออยู่แคธลีนเดินหน้าไปเสียทางหนึ่ง อดคิดไม่ได้ว่านี่คือสิ่งที่รบกวนจิตใจตนเองอย่างที่สุด มันคล้ายกับมีอะไรบางอย่างที่หยันเยาะเธออยู่ ทุกครั้งที่เธอเห็นเรือนกายเปล่าเปลือยของเขา เธอจะต้องตระหนกตกใจจนแทบไม่มีกำลังจะก้าวเข้าไปหาสีหน้าของเขาไร้ความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ยามที่เปล่งเสียงพูดออกมานั้น มันบ่งบอกความประสงค์ร้ายอย่างแจ้งชัด“เธอรู้ดีใช่ไหมแคธลีน ว่าการที่เธอจะต่อต้านความต้องการของฉันนั้นมันหมายถึงอะไร ในปราสาทหลังนี้ไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งฉันมาก่อน ซึ่งเธอก็รับรู้มาตั้งแต่แรกแล้ว”“เจ้าค่ะ ท่านลอร์ด ดิฉันรู้ดี” เธอตอบออกไป“ทั้งที่รู้ดีแต่เธอก็ยังกล้าทำ กล้าบังคับขู่ฉัน เพราะฉะนั้น เธอจะต้องชดใช้ในการกระทำของตัวเองอย่างแน่นอนที่สุด ที่จริงฉันเองก็ชื่นชมความเป็นคนมีจิตใจกล้าหาญของเธอไม่น้อยเลยนะ เพราะมันเท่ากับเป็นการท้าทายให้ฉันบดขยี้เธอ เอาละ ฉันจะต้องทำให้เธอรู้สึกว่าแท้ที่จริงแล้ว เธอมันก็ไม่ได้ต่างไปกว่าหนอนตัวหนึ่งที่เข้ามาเลื้อยคลานอยู่ในปราสาทนี้ และเมื่อเธอออกไปจากที่นี่เธอก็จะต้องออกไปในสภาพของหนอนนั่นแหละ เอ้า...ถอดเสื้อผ้าออกสิ จะมัวยืนเฉยอยู่ทำไม”แคธลีนปฏิบัติตามคำสั่งแต่โดยดี ถอดเสื้อที่สวมใส่อยู่กองทิ้งไว้กับพื้นห้อง สังเกตเห็นแววแห่งราคจริตที่ฉายโชนอยู่ในดวงตา ความเป็นชายของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างเต็มที่“ให้ตายสิ เธอนี่มันช่างเป็นผู้หญิงที่รูปร่างสวยเหลือเกิน แต่ไม่นานหรอกฉันจะส่งเธอให้กลับไปอดตายกับไอ้พวกขอทานในบ้านเธอ มานี่เสียดี ๆ นังกะหรี่”