68.แดงน้อย
เสี่ยวเมิ่งได้กลิ่นเลือดจากตัวของเยี่ยนเฟยทันทีที่เขาปรากฏตัว ซ้ำนางยังสังเกตเห็นรอยเลือดบนเสื้อคลุมของอีกฝ่ายดังนั้นนางจึงเชื่อว่าต้องเกิดเรื่องกับเจ้ากระต่ายโง่ตัวนั้นแน่นอน เพราะเลือดที่นางได้กลิ่นนั้นเป็นเลือดของเผ่าจิ้งจอกเงิน...
เธอและเสี่ยวไป๋อยู่ข้างกายไป๋หลงมาหลายปี เธอมองเสี่ยวไป๋และ ไป๋หลง เป็นสหายคนสำคัญ ดังนั้นเมื่อเข้าใจว่าเสี่ยวไป๋อาจถูกคนผู้นี้ทำร้ายเธอจึงโมโหมาก... หากไม่ใช่เพราะต้องรีบตามหาเจ้ากระต่ายโง่ เธอจะชกเยี่ยนเฟยให้คว่ำ! เหตุใดต้องไปทำร้ายเจ้าเด็กน้อยอ่อนแอเช่นเจ้าเสี่ยวไป๋ด้วย...
เจ้าตัวน้อยที่อายุแค่พันกว่าปีตบะย่อมและพลังย่อมอ่อนแอมาก เมื่อเทียบกับเยี่ยนเฟย
ขณะที่เสี่ยวเมิ่งออกตามหาเสี่ยวไป๋จนทั่วกลับไม่พบเจ้าเสี่ยวไป๋ จะพบก็แต่กองเลือดที่เจ้าเสี่ยวไป๋ถูกทำร้ายเลือดจำนวนมากที่ไหลนองบนพื้น คาดว่ามันบาดเจ็บสาหัส
เสี่ยวเมิ่งเริ่มตามหาเจ้าเสี่ยวไป๋ด้วยความหวังอันริบหรี่...ความรู้สึกหลายอย่างพลันเอ่อท้นขึ้นมาเริ่มคิดในแง่ร้ายว่าเจ้าเสี่ยวไป๋อาจจะต้องตาย ขณะที่เดินทอดน่องหาเจ้าเสี่ยวไป๋ด้วยความสิ้นหวังจู่ๆกลับได้กลิ่นเลือดของเจ้าเสี่ยวไป๋..
นั่น...กลิ่นเลือดมาจากบริเวณห้องพักรับรองของเธอ...
เสี่ยวเมิ่งรีบวิ่งไปยังห้องพักรับรอง...ทว่าเมื่อเข้าใกล้ห้องพักเธอกลับผ่อนฝีเท้าลง ด้วยหวาดกลัวว่าสิ่งที่จะได้เห็นอาจเป็นร่างไร้วิญญาณของเจ้าเสี่ยวไป๋
เสี่ยวเมิ่งเห็นประตูห้องถูกเปิดทิ้งไว้บนพื้นห้องมีร่าง จิ้งจอกเงินหายใจรวยรินบนพื้น ทั้งร่างของมันเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดจำนวนมากกลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง
“แดงน้อยเจ้ามารับข้าแล้วสินะ”เสียงเจ้าเสี่ยวไป๋บ่นพึมพำแผ่วเบาเวลาต่อมาสติของเจ้าเสี่ยวไป๋ก็ดับวูบลง ทว่าสีหน้าเปี่ยมสุข คล้ายคิดว่ามันตายแบบนี้ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยแดงน้อยก็มารับมัน
คนฟังได้ยินแล้วใจกระตุก...แววตาสั่นไหว
เจ้าโง่นี่เหตุใดยังยึดมั่นถือมั่นไม่เปลี่ยนแดงน้อยเป็นแค่สัตว์อสูรธรรมดาตนหนึ่งไม่อาจแปลงร่างเป็นคนได้...เหตุใดเจ้าโง่นี่จึงไม่ยอมปล่อยวาง ทั้งๆที่เห็นแดงน้อยตายต่อหน้าตัวเอง
คิดไม่ถึงว่าพอมันรู้ว่าแดงน้อยยังไม่ตายกลับออกสืบหาแดงน้อยไปทั่วระหว่างตามหาโคมประสานวิญญาณให้ไป๋หลงมันบุกเข้าไปในทุกสถานที่อันตราย ค้นหาของวิเศษ บุกถิ่นเซียนทั้งหมดล่วงเกินเหล่าเซียนมากมาย เพื่อตามหาแดงน้อยที่อาจจะถูกเซียนคนใด คนหนึ่งช่วยไป
ยังดีที่เจ้าเสี่ยวไป๋โด่งดังมากเหล่าเทพเซียนล้วนรู้ดีว่ามันรับใช้เทพมังกรขาว ดังนั้นแม้เหล่าเซียนจะโกรธเคืองเจ้าตัวน้อยที่บุกรุกคลังสมบัติของตนก็ไม่มีใครกล้าลงมือรุนแรงเกินไป... ด้วยเกรงกลัวว่าหากไป๋หลงรู้เรื่องเข้าอาจถูกนางคิดบัญชีย้อนหลัง...
ยอมล่วงเกินประมุขสวรรค์ดีกว่าล่วงเกินเทพมังกรขาว! เพราะอย่างน้อยประมุขสวรรค์ก็ไม่อาจทำร้ายใครได้ตามใจชอบถูกกฎระเบียบควบคุมเอาไว้ ทว่าเทพมังกรขาว ขอเพียงเจ้าทำให้ท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่นี้มีโทสะรับรองได้เลยว่าชีวิตเจ้าจะไม่รู้จักคำว่าสงบสุข ไปอีกหลายพันปี....
“เจ้าจิ้งจอกโง่จะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามายิ้มอีก”เสียงของเสี่ยวเมิ่งอ่อนโยน ยามเห็นสีหน้าของเสี่ยวไป๋นางยกมือร่ายเวท แสงสีทองพลันสาดใส่ร่างเจ้าเสี่ยวไป๋ บาดแผลมากมายพลันสมานตัวไม่เหลือร่องรอยบาดแผลใดๆเอาไว้อีกร่ายเวทอีกครั้งเลือดบนตัวของเสี่ยวไป๋ก็ถูกชะล้างจนสิ้นเจ้าจิ้งจอกที่ดูเหมือนหมาขี้เรื้อนถูกตีตัวนี้ พลันมีขนสีเงินที่สะอาดงดงามไม่คล้ายหมาขี้เรื้อนที่ถูกตีจนเลือดอาบอีกต่อไป
“โชคดีที่ข้ามาทัน”เสี่ยวเมิ่งพึมพำขณะก้มลงอุ้มเจ้าจิ้งจอกเงินขึ้นมา
นางกอดจิ้งจอกเงินเอาไว้แนบศีรษะกับเจ้าจิ้งจอกเงิน หวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ อารมณ์ทั้งหลายพลันล้นทะลัก
เสี่ยวเมิ่งถือกำเนิดในตระกูลเฉินซึ่งมีอาณาจักรเป็นของตัวเอง
อาณาจักรเฉินนั้นสวยงามทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยดอกไม้ ต้นไม้ที่มีสีสันสวยงาม ผู้คนล้วนยิ้มแย้มเป็นมิตรหน้าตาล้วนสวยงามทั้งสิ้น
ประชากรในอาณาจักรเฉินคือเทพอสูรจิ้งจอกเผ่าเก้าหาง เสี่ยวเมิ่งคือองค์หญิงของอาณาจักร ในศึกจอมมารครั้งล่าสุดเสี่ยวเมิ่งได้นำทัพเทพอสูรเผ่าจิ้งจอกทุกเผ่า เข้าร่วมสงคราม ระหว่างเทพและมาร
ในสงครามครั้งนั้นแม้ว่าฝ่ายเทพจะเป็นฝ่ายชนะทว่ากลับสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เทพเซียนมากมายล้วนต้องจุติ เสี่ยวเมิ่งและเทพอีกหลายองค์ต่างดวงจิตเสียหาย นอนเป็นผักอยู่บนเตียงไม่ได้สติโดยที่ดวงจิตส่วนที่เสียหายกลับไปเกิดใหม่...เทพเซียนทั้งหลายใช้เวลาหลายพันปีสวรรค์จึงสามารถกลับคืนสู่จิตดวงเดิมได้
ในเวลานั้นเสี่ยวเมิ่งเองก็สูญเสียดวงจิตไปถือกำเนิดใหม่ โดยที่ร่างตัวเองกลับนอนอยู่บนเตียงน้ำแข็งหยก ที่เอาไว้รักษาร่างและดวงจิตของเทพไม่ให้เสียหายมากไปกว่าเดิม ดังนั้นเสี่ยวเมิ่งจึงมีร่างกายที่เย็นเฉียบตลอดเวลาเพราะดูดซับไอเย็นของเตียงหยกเป็นเวลาหลายแสนปีโลกมนุษย์หรือนับหมื่นปีสวรรค์
ตอนที่เสี่ยวเมิ่งกลับคืนสู่ฐานะเทพอสูรเวลานั้นนางกลับมีความทรงจำที่แปลกประหลาดผุดขึ้นมาในหัวหลังจากตื่นจากนิทราที่ยาวนาน...
ในความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยกลับพบว่าตัวเองถือกำเนิดเป็นจิ้งจอกตัวน้อยไร้ซึ่งพลังเทพอสูรเป็นแค่เดรัจฉานตัวน้อยๆ เป็นสัตว์อสูรที่ไร้พลัง ไม่อาจแปลงร่างเป็นคนได้ ชีวิตในช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนาน มีครอบครัวอยู่พร้อมหน้า มีพ่อแม่ มีญาติมิตร...แต่แล้ววันนึงหายนะก็มาเยือน
เธอและครอบครัวที่กำลังท่องเที่ยวในป่ากลับถูกสัตว์อสูรตัวโตเล่นงาน บิดามารดาต่างสิ้นลมหายใจ ขณะที่ตัวเธอในร่างจิ้งจอกซึ่งบาดเจ็บสาหัส ก็กำลังจะหมดลมหายใจ
แต่เพราะชะตายังไม่ถึงฆาตเมื่อมีสองคนหนึ่งจิ้งจอกเงินเดินทางผ่านมา ชายทั้งสองต่างหน้าตางดงามมากทว่าพวกเขากลับมีผมสีเงิน มีรัศมีสีขาวรอบกาย ข้าได้ยินมาว่ามนุษย์ไม่มีทางมีรัศมีเช่นนี้เด็ดขาดเว้นแต่ว่าจะเป็นเทพเซียน หรือเทพอสูร จากลักษณะและสีผม รวมทั้งเจ้าจิ้งจอกสีเงินข้าเดาว่าพวกเขาเป็นเผ่าเทพอสูรจิ้งจอกเงิน
ข้าปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้าเฝ้ารอความตายที่จะมาถึง แม้เทพอสูรเหล่านี้จะปรากฏตัวขึ้น ข้าก็ไม่เพ้อฝันว่าพวกเขาจะช่วยข้าดังนั้นข้าที่ยังไม่สลบ จึงไม่ได้ร้องขอให้พวกเขาช่วย
แต่แล้วข้ากลับรู้สึกได้ว่าคนเหล่านี้เดินมาหยุดตรงหน้าข้าและครอบครัวขณะที่ข้าถูกขาน้อยๆของเจ้าจิ้งจอกเงินเขี่ยๆ
ข้าในเวลานั้นร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะเจ้าโง่นั่นดันสะกิดถูกแผลของข้า แต่แล้วเจ้าโง่นั่นก็โวยวายว่าผีหลอกๆ
ในเวลานั้นข้าที่กำลังใกล้จะตายกลับคิดอยากจะหัวเราะออกมาดังๆเจ้าจิ้งจอกจิ้งจอกน้อยนี่ช่างโง่งมนัก
แม้ข้าจะเกิดเป็นจิ้งจอกแดงเป็นเดรัจฉาน ไม่ใช่เทพอสูร ทว่าข้ากลับมีพลังพิเศษ สามารถอ่านใจคนได้หากข้าสัมผัสร่างผู้ใด จะทราบว่าคนผู้นั้นคิดสิ่งใดอยู่ดังนั้นข้าจึงได้ยินความคิดของเจ้าจิ้งจอกเงิน...
มันคิดจะถลกขนจิ้งจอกแดงของข้าและครอบครัวไปทำผ้าปูเตียง...ข้าในเวลานั้นได้แต่นึกแค้นใจที่ตัวเอง ที่ไม่มีแรงไม่มีกำลังพอที่จะลุกขึ้นมาตบหัวเจ้าจิ้งจอกเงินตัวนี้ ที่บังอาจคิดชั่วร้ายจะถลกหนังเผ่าพันธุ์เดียวกัน...ถึงข้าจะไม่ใช่เทพอสูรแต่ข้าก็เป็นจิ้งจอกเช่นเดียวกับมัน
ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ข้ากลับรอดตายเพราะความคิดชั่วร้ายของเจ้าโง่ตัวนั้นหากว่ามันไม่นึกสนใจจะถลกขนจิ้งจอกของข้าและครอบครัวมันคงไม่เอาเท้ามาเขี่ยๆขนข้าด้วยความสนใจ และข้าเองก็คงไม่ส่งเสียงร้องเมื่อไม่มีใครกระทบถูกแผลสุดท้ายข้าก็จะถูกทิ้งให้ตายอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีใครช่วยเหลือ
ครอบครัวเทพอสูรนี้รับเลี้ยงข้าเอาไว้ในฐานะเพื่อนเล่นของเจ้าจิ้งจอกเงินที่โง่งมตนนั้น... เจ้าจิ้งจอกที่วันๆเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ฝึกฝนเวทมนตร์ไม่ฝึกฝนการต่อสู้ สุดท้ายแม้มันจะอายุนับร้อยปีก็ยังคงเป็นแค่จิ้งจอกเงินธรรมดาไร้พลังเทพเซียน
ข้าและเสี่ยวไป๋เป็นคู่หูที่พากันสร้างเรื่องวุ่นวายไปทั่วเผ่าจิ้งจอกเงิน ข้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเช่นนั้นหลายสิบปีและคิดว่าจะอยู่เช่นนี้ไปอีกร้อยสองร้อยปีตามอายุขัยของสัตว์อสูร
แต่แล้ว ชะตาของข้าก็สิ้นสุดลง...ก่อนเวลาอันควร
วันที่เจ้าเสี่ยวไป๋เกิดความน้อยใจว่าไม่มีใครรักเพราะทุกคนล้วนเอาใจใส่ข้าหมด ไม่มีใครนึกถึงเจ้าเสี่ยวไป๋ดังนั้นมันจึงหนีออกจากบ้านไปด้วยความน้อยใจ
ตอนที่ข้าตามไปพบเจ้าเสี่ยวไป๋ ข้ากลับเห็นมันถูกเสือคำรามตบตีจนเลือดอาบไปทั่วทั้งตัว แม้เสือคำรามจะเป็นแค่สัตว์อสูรธรรมดาทว่าพลังยุทธของมันนั้นสูงมาก
ขณะที่เจ้าเสี่ยวไป๋ที่แม้จะเป็นเทพอสูรทว่ามันไร้พลังเวท ไร้พลังยุทธดังนั้นมันจึงถูกอีกฝ่ายตบตีตามใจชอบ จนตัวเจ้าเสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยเลือดและรอยกรงเล็บนับไม่ถ้วน
ในชั่วขณะนั้นข้าคิดแต่จะช่วย เจ้าโง่เสี่ยวไป๋ที่กำลังถูกตบตีจนเลือดอาบไปทั้งตัวจนลืมนึกถึงความปลอดภัย และชีวิตของตัวเอง
ข้าตะโกนยั่วยุเจ้าเสือคำรามต่างๆนานาสุดท้ายเจ้าเสือตัวยักษ์นั่นก็เลิกสนใจเสี่ยวไป๋หันมาตบข้าแทนแน่นอนว่าข้าถูกตบจนปลิว ซ้ำร้ายรอยแผลนี้ยังลึกมาก ข้าตะโกนให้เสี่ยวไป๋รีบหนีไปทว่าสิ่งที่เสี่ยวไป๋ทำในเวลาต่อมา ทำให้ข้าตกตะลึง
เจ้าเสี่ยวไป๋ที่ขี้ขลาดตาขาวกลับไม่วิ่งหนี ซ้ำยังจงใจยั่วยุให้เสือคำรามหันไปเล่นงานมันแทน ท่าทางในเวลานั้นของมันกล้าหาญมากไม่เหมือนเจ้าตัวขี้ขลาดที่ข้าเห็นอยู่ทุกวัน ท่าทางของมันดูมุ่งมั่นมากที่จะปกป้องข้า...
เวลานั้นข้าอดที่จะซึ้งใจไม่ได้...แม้มันจะโง่ และชอบทำตัวขี้ขลาด แต่มันกลับไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวเจ้าโง่นี่คิดจะปกป้องข้าจากอันตราย ข้าผู้ที่เป็นต้นเหตุให้มันต้องน้อยใจครอบครัวจนหนีออกจากบ้านมา...
เจ้าเสี่ยวไป๋ตะโกนด่าเจ้าเสือยั่วยุมันต่างๆ นานา จนเจ้าเสือขี้โมโหตัวนี้ทนไม่ไหวหันไปเล่นงานเจ้าเสี่ยวไป๋แทนสุดท้ายเจ้าเสี่ยวไป๋ก็ถูกตบกระเด็นอีกครั้ง อาการของเจ้าเสี่ยวไป๋ดูสาหัสนักเลือดของมันไหลโซมกาย รอยกรงเล็บพาดไปทั่วทั้งตัว จนตัวลาย ขนจิ้งจอกเว้าแหว่งไปตามรอยกรงเล็บเลือดเกาะขนจนเป็นกลุ่มก้อน ดูแล้วสภาพคล้ายหมาขี้เรื้อน
และดูเหมือนเจ้าเสือคำรามไม่ต้องการฟังใครตะโกนด่าทอมันอีกมันอ้าปากอันใหญ่โตพุ่งเข้าหาเสี่ยวไป๋ หมายจะกัดให้ร่างทะลุ!
ข้าพุ่งเข้าไปขวางเจ้าเสือยักษ์เอาไว้สุดท้ายจึงเป็นข้าที่ถูกกัดจนร่างทะลุ.... เจ้าเสือสะบัดข้าออกจากปากจนร่างข้ากระเด็นกระแทกพื้น ข้าเลือดไหลทะลักอย่างรวดเร็ว นอนจมกองเลือดตัวเองรับรู้ได้ว่าตนเองต้องตายอย่างแน่นอน
ข้าได้ยินเจ้าเสี่ยวไป๋กรีดร้องเรียกชื่อข้าด้วยความตกใจ มันทำท่าจะวิ่งมาหาข้า ขณะที่เสือคำรามอ้าปาก หมายจะกัดเจ้าเสี่ยวไป๋อีกคนข้าพยายามจะลุกขึ้น เพื่อไปขวางเจ้าเสือไม่ให้ทำร้ายเสี่ยวไป๋
แต่แล้ว...ข้ากลับไม่มีแรงแม้กระทั่งจะยกขาหน้าขึ้น...
ยังดีที่จู่ๆเจ้าเสือคำรามก็คล้ายกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง สุดท้ายมันจึงรีบหนีไปโดยไม่สนใจเจ้าเสี่ยวไป๋อีก...
คาดว่าเจ้าเสือคงจะสัมผัสได้ถึงพลังเทพอสูรที่แข็งแกร่งจึงทำให้มันรีบหนีไป เป็นพี่ชายทั้งสองของเสี่ยไป๋นั่นเองที่ตามมาทัน
เจ้าเสี่ยวไป๋จึงโชคดีรอดตายได้รับการรักษาทันส่วนข้านั้น... บาดแผลสาหัสจนเกินไป แม้ได้รับการรักษาแต่ก็ไม่ทันการณ์แล้วดังนั้นข้าจึงหมดลมหายใจในที่สุด ข้าถูกฝังไว้ บริเวณที่ข้าตาย ส่วนเสี่ยวไป๋ถูกเวทมนต์ทำให้สลบแล้วถูกพากลับบ้านไป
น่าเสียดายที่ข้าไม่มีโอกาสอยู่กับเจ้าเสี่ยวไป๋ไปอีกร้อยปีน่าเสียดายที่จะไม่ได้กลั่นแกล้งมันอีก... ก่อนตายข้านึกเสียดายที่ต้องตายเร็วเกินไปแต่เมื่อหวนคิดได้ว่าเดิมทีข้าก็ควรตายไปพร้อมกับบิดามารดาตั้งนานแล้วดังนั้นที่ข้าได้มีโอกาสมีชีวิตอยู่ท่ามกลางเทพอสูรก็ถือว่าชะตาฟ้าเมตตาต่อข้าแล้ว ข้าจึงนอนตายตาหลับด้วยความสงบสุข
ชะตาข้าสมควรจบลงเช่นนั้น...ทว่ากลับมีเซียนตบะแก่กล้าผู้หนึ่งผ่านทางมา เขานำดวงวิญญาณของข้าที่ยังไม่ออกจากร่างนำติดตัวเขาไปด้วย
ที่แท้คนผู้นี้คือเซียนอาวุโสของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเป็นผู้ที่ออกติดตามหาเศษเสี้ยวดวงจิต ของเทพเฉินเมิ่งไฉ ซึ่งเป็นเทพอสูรจิ้งจอกเก้าหางอาวุโสผู้นั้นบังเอิญสัมผัสได้ถึงดวงวิญญาณของข้า และมั่นใจว่าข้าคือเศษเสี้ยวดวงจิตที่หายไปดังนั้นเขาจึงนำดวงวิญญาณของข้ากลับไปยังเผ่าเก้าหาง เพื่อรวมกับดวงจิตดวงเดิม....
สุดท้ายข้าตื่นขึ้นมาบนเตียงหยกกลายเป็นเฉินเมิ่งไฉที่มีความทรงจำของแดงน้อยเพิ่มเข้ามา ทุกคนรอบกายเอาแต่พูดว่ายินดีต้อนรับข้ากลับมาบอกว่าหลังสงครามกับจอมมาร ดวงจิตของข้าเสียหาย และหลับใหลไปนับหมื่นปีสวรรค์อาวุโสของเผ่าต่างช่วยกันออกตามหาจนพบในที่สุด
การที่อาวุโสของเผ่าต้องช่วยกันออกตามหาก็เพราะเฉินเมิ่งไฉคือองค์หญิงคนสำคัญของเผ่า ครอบครองพลังอันแข็งแกร่งของเผ่าเก้าหางเอาไว้ซ้ำยังเป็นผู้นำทัพคนสำคัญของเผ่าเก้าหาง และสวรรค์ดังนั้นไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใดอาวุโสทั้งหลายก็จะไม่ยอมแพ้ที่จะตามหาดวงจิตที่หายไป
ข้าในตอนนั้นมีทั้งความทรงจำของเฉินเมิ่งไฉและความทรงจำของแดงน้อย ความทรงจำทั้งสองตีกันยุ่งเหยิงไปหมดทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเรื่องราวของข้าตอนเป็นเทพเฉินเมิ่งไฉข้าจะปวดหัวและรู้สึกวิงเวียนอยากอาเจียน...
หมอบอกข้าว่านี่คืออาการของคนที่ดวงจิตยังหลอมรวมไม่สำเร็จ อาจต้องใช้เวลาและอดทนกับมันนอกจากนี้ข้าเพิ่งตื่นจากหลับใหลนับหมื่นปีสวรรค์ จึงอ่อนแอมากต้องพักผ่อนมากๆเพื่อให้แข็งแรงจะได้หลอมรวมดวงจิตได้เร็วขึ้น
แต่ทว่าที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำมากมายของเทพเฉินเมิ่งไฉ ไม่ว่าข้ามองหน้าใครไปที่แห่งใด ความทรงจำมากมายก็ต้องผุดขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกวิงเวียนชวนให้หน้ามืด อาเจียน บางครั้งข้าถึงขั้นสับสนว่าตัวเองคือใครเฉินเมิ่งไฉหรือแดงน้อยกันแน่ ทุกอย่างเริ่มเลวร้ายเมื่อข้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ทั้งแดงน้อย และเฉินเมิ่งไฉแต่กลับมีความทรงจำของคนทั้งคู่ วนเวียนตีกันยุ่งเหยิงไปหมด
ข้าทนอยู่กับอาการป่วยเช่นนั้นนับพันปีจนในที่สุดข้าก็ทนไม่ไหว ข้าไม่ต้องการอยู่ที่เผ่าเก้าหางต่อไป ไม่ต้องการได้ยินใครพูดถึงเฉินเมิ่งไฉไม่ต้องการมองหน้าคนเหล่านั้นที่ทำให้ความทรงจำมากมายของข้าผุดขึ้นมาอีก เพราะมันจะกระตุ้นอาการป่วยของข้า ดังนั้นข้าจึงหนีออกจากเผ่าเก้าหาง
แม้ข้าจะรักษาอาการป่วยมานานนับพันปีทว่าอาการของข้าก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าใดนัก และข้าร่างกายอ่อนแอมากข้าท่องเที่ยวไปทั่วแดนมนุษย์ ส่วนมากข้าหาที่พักและนอนอยู่เฉยๆเช่นนั้นเปลี่ยนที่พักไปเรื่อย จนมาถึงอาณาจักรฮุ่ย มีวันนึงร่างกายข้าทรุดหนัก จู่ๆข้าก็ล้มลงเวียนหัวอย่างหนัก อาเจียนจนหมดแรง ได้ต้องนอนเป็นท่อนไม้อยู่ข้างถนนท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ตอนนั้นข้าคิดว่าตัวเองคงจะต้องนอนแช่หิมะเช่นนั้นจนกว่าจะมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นอีกครั้ง ทว่ากลับมีมืออันอบอุ่นคู่หนึ่งประคองข้า พาข้ากลับไปรักษาคนผู้นั้นคือมารดาของหงหนิงหรง ผู้มีนามว่าฮุ่ยเจิน
ข้าในเวลานั้นร่างกายอ่อนแอมากเมื่อถูกช่วยขึ้นรถม้า ข้ากลับคืนสู่ร่างจิ้งจอกเก้าหางแทบจะในทันทีแน่นอนว่าสัตว์อสูรที่แปลงร่างเป็นคนได้ ย่อมต้องเป็นเทพอสูรอย่างแน่นอน ฮุ่ยเจินผู้นี้กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อทราบว่าข้าเป็นเทพอสูร
นางพาข้ากลับจวนแต่นางไม่มีความสามารถในการรักษา เทพอสูรเช่นข้า ดังนั้นจึงขอร้องให้บิดาของนาง(อ๋องฮุ่ย)และฮ่องเต้อัญเชิญเทพมังกรทองมาช่วยรักษา... อาการของข้าค่อยๆดีขึ้นในที่สุด
ข้าติดหนี้บุญคุณคนสกุลฮุ่ยดังนั้นข้าจึงขอทดแทนบุญคุณ ทำหน้าที่รับใช้ข้างกายฮุ่ยเจินจนกระทั่งนางแต่งงานเข้าสกุลหง ข้าก็ตามนางไปด้วย ทว่าเวลาต่อมาฮุ่ยเจิน กลับเสียชีวิตหลังจากคลอดธิดา
ก่อนตายอีกฝ่ายฝากฝังให้ข้าช่วยดูแลและปกป้อง หนิงหรง แน่นอนว่าข้ารับปาก
คิดไม่ถึงว่าการที่ข้าเลือกอยู่ข้างกายหนิงหรงต่อกลับทำให้ข้าได้พบเจ้าเสี่ยวไป๋อีกครั้ง
ตอนนี้ข้าไม่ใช่แดงน้อยอีกต่อไป ดังนั้นข้าจึงไม่เคยคิดที่จะไปหาเจ้าเสี่ยวไป๋ที่เผ่าจิ้งจอกเงินและไม่คิดว่าจะได้พบมันอีกครั้ง
ตลอดเวลาที่อยู่ข้างกายหนิงหรงข้าระมัดระวังตัวอย่างมาก เพราะกลิ่นกายของข้าคือจิ้งจอกตัวหนึ่งข้าไม่ต้องการให้เสี่ยวไป๋ทราบว่าข้าคือเจ้าแดงน้อย ข้าต้องการให้มันลืมข้าเสีย
หากไม่ใช่เพราะแดงน้อย เสี่ยวไป๋คงไม่ต้องติดอยู่กับอดีตออกอาละวาดคลุ้มคลั่งไปทั่วทั้งแดนอสูร จากเจ้าจิ้งจอกน้อยที่ร่าเริง ใสซื่อ กลายเป็นผู้ที่มีจิตใจเคียดแค้นและเศร้าโศก
ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะแดงน้อยตายโดยที่มันไม่อาจปกป้องได้มันจึงจมปลักกับความเศร้าในครั้งนั้น
เจ้าเสี่ยวไป๋ต้องรู้สึกเจ็บปวดเพียงใดแค้นเคืองเพียงใดที่สหายของมันถูกสังหารต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นโดยที่มันไม่อาจช่วยเหลือได้....
“เจ้าโง่เสี่ยวไป๋”เฉินเมิ่งไฉพึมพำขณะอุ้มเจ้าจิ้งจอกไปจะวางลงบนเตียงในห้องพักรับรองของตน
ฉันพลันร่างของเจ้าเสี่ยวไป๋ก็หนักอึ้งขึ้นทำให้เสี่ยวเมิ่ง ที่ถูกน้ำหนักถ่วงกะทันหันล้มลงบนเตียง เมื่อจิ้งจอกน้อยคืนสู่ร่างคน
ร่างของเสี่ยวเมิ่งพาดอยู่บนตัวของชายหนุ่มรูปงามเจ้าของผมสีเงินยาวสลวยขณะที่ใบหน้าของเสี่ยวเมิ่งอยู่ห่างใบหน้าของชายหนุ่มแค่คืบเดียวคนตรงหน้าขนตางอนยาว จมูกโด่งริมฝีปากบางสวยได้รูป ใบหน้าเรียวยาว เครื่องหน้าทั้งหมดล้วนรับกันอย่างลงตัวความงามที่สามารถล่อลวงทั้งบุรุษและสตรีให้หลงเสน่หาได้อย่างง่ายดาย
เสี่ยวเมิ่งรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อใบหน้างดงามนี้อยู่ห่างแค่คืบ เธอจำใบหน้านี้ได้ นี่คือเสี่ยวไป๋
หลายปีก่อนขณะที่ไป๋หลงถูกลอบฆ่าจากองค์กรทมิฬจู่ๆเฮยหลง เทพมังกรดำก็ตื่นขึ้นมา และไป๋หลงเองก็ได้พลังเทพเซียนคืนมาในเวลานั้นทุกคนที่รู้เห็นเรื่องราวทั้งหมด ได้ถูกเจ้าเสี่ยวไป๋ในร่างคนร่ายเวทลบความทรงจำทั้งหมด... ทว่าเธอไม่ได้ลืม... เธอแค่แกล้งลืมและเล่นละคร
แม้เสี่ยวไป๋จะเป็นเทพอสูรที่มีพลังสูงก็จริงทว่าตบะของมันยังอ่อนด้อยนักเพิ่งจะมีอายุได้พันกว่าปีขณะที่เสี่ยวเมิ่งมีอายุมานับแสนปีสวรรค์แล้ว ดังนั้นเวทลบความทรงจำจึงไม่ได้ผลกับเสี่ยวเมิ่งนางจึงจดจำใบหน้าที่แท้จริงของเสี่ยวไป๋ได้
ขณะที่เสี่ยวเมิ่งจะลุกขึ้นจากการนอนทับเสี่ยวไป๋จู่ๆกลับถูกมือคู่หนึ่งกอดรัดเอวไว้ทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นได้
“เสี่ยวเมิ่งจะรีบไปไหน..”น้ำเสียงเย้ายวนดังขึ้นทำให้เสี่ยวเมิ่งเงยหน้ามองคนที่นอนสลบอยู่กลับพบว่าอีกฝ่ายลืมตาอยู่ ดวงตาคู่สีเงินงดงาม กำลังจ้องมองมาที่เธอแววตาเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย ชั่วขณะเธอเห็นความโกรธเคืองในดวงตาคู่นั้น...
เสี่ยวเมิ่งตัวแแข็งทื่อคล้ายว่าถูกดวงตาคู่นั้นสะกดให้ต้องนิ่งงัน... เจ้าเสี่ยวไป๋ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ริมฝีปากบางได้รูปกระซิบข้างหู“หรือจะให้เรียกว่าแดงน้อยดี”น้ำเสียงของเสี่ยวไป๋ฟังดูเย้ายวนขณะเดียวกันก็เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
คนฟังได้ยินแล้วดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง...อ่า...แย่แล้วเจ้าโง่นี่ สุดท้ายก็รู้ความจริง
‘แล้วข้าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี’เสี่ยวเมิ่งคิดขณะรู้สึกถึงเรื่องวุ่นวายมากมายที่กำลังจะตามมา