คัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ

    [TDSS] ตอน 045 : บทเคหาทองคำ

    เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้หลี่เค่อก็ไม่คิดเรื่องมากกับตัวเอง


    ผู้คนมักมีชะตาของตัวเองที่ไม่อาจหลีเลี่ยง


    หลี่เค่อและหญิงสาวตรงหน้าก็เช่นกัน ไม่ว่ามันจะเป็นวาสนาหรือเพราะความอาภัพอับโชคของนาง แต่อย่างไรวันนี้หลี่เค่อก็จำต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาหลอมกายเซียนทอง หนึ่งในสี่ภาคหลักแห่งคัมภีร์กลืนสวรรค์ให้ได้


    ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาก็คงทนได้อีกไม่นาน


    หลี่เค่อลุกขึ้นจากบัลลังก์


    เขาไม่กล่าววาจา เพียงแต่ใช้สายตาและมือโบกไล่เหล่าทาสบาป


    ตึก ตึก ตึก


    เสียงฝีเท้าหลี่เค่อดังเบาก้าวช้าๆ


    แต่สำหรับเฉินรุ่ยฟาง ทุกฝีก้าวของหลี่เค่อช่างดังสนั่นราวยักษาย่ำพสุธา เพราะปักษาเยาว์วัยตัวนี้ยังอ่อนต่อโลก แม้นางจะเตรียมใจมากแล้ว แต่พอเข้าสู่สถานการณ์จริง นางกลับขัดเขินเต็มไปด้วยความกังวล


    จนหลี่เค่อยืนห่างนางเพียงเอื้อมมือ ลมหายใจของชายหญิงใกล้พอจะสัมผัสถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกันได้


    ตึกๆ ตึกๆ เสียงหัวเฉินรุ่ยฟางดังระส่ำ


    หลี่เค่อไม่มีความเกรงใจ เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่แม้หลี่เค่อจะพูดกับนางซึ่งหน้า แต่ด้วยการสวมหน้ากากป่าดำอยู่ เสียงของเขาจึงแตกต่างจากปกติ เพราะหน้ากากชิ้นนี้แม้ไม่นับเป็นสมบัติวิเศษล้ำค่ามากราคา แต่ก็เป็นสมบัติเวทย์มีราคาชิ้นหนึ่ง


    มันมีความสามารถพิเศษในการซ่อนกลิ่นอายตัวตนและปรับน้ำเสียงพูดให้เป็นไปดังใจปรารถนา


    ดังนั้นเสียงของหลี่เค่อที่เฉินรุ่ยฟางได้ยิน จึงไม่ใช่เสียงหลี่เค่อที่เฉินรุ่ยฟางเคยได้ยิน


    "เจ้ามีความกังวล และเกร็งร่างกายมากเกินไป"


    "คะคะ หนู" เฉินรุ่ยฟางเอื้อมมือไปหาหลี่เค่อ เธอพยายามทำสิ่งที่ได้รับการสั่งสองจากเหล่าผู้ไร้นามและหญิงสาวมาเชิงซึ่งถูกเรียกว่า 'สตรีไร้ลุ่มหลง' ซึ่งมาสอนบทระเริงรักให้เธอก่อนมาที่นี่


    แต่ดูเหมือนว่าการฝึกอย่างรวบรัดของเธอไม่อาจจะใช้การได้


    "ว๊าาาย" เฉินรุ่ยฟางแผดเสียงตกใจ พริบตานางก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของหลี่เค่อ แผนหลังนางแนบไปกับอกของหลี่เค่อ ก่อนนางจะ... ได้ยินเสียงปลดเบื้องเสื้อผ้าของบุรุษ


    เสื้อผ้าของหลี่เค่อถูกวางลง ร่างเขาเปลือยเปล่าเหลือไว้เพียงหน้ากากโครงกระดูกของป่าดำ


    ในห้วงชายหญิง หลี่เค่อแทนที่จะนึกถึงการฝึกปรือ แต่เขากับหลับตาและย้อนนึกไปในช่วงวันวานในครั้งวัยหนุ่ม


    เขาไม่รู้จักความรัก ไม่รู้จักการถนอมบุปผา จนหญิงสาวที่เขาเรียกว่าพี่สาวลี่หรูต้องจับเขามาอบรม


    และนั่นทำให้ความด้านชาในใจมุมหนึ่งของหลี่เค่อหายไป


    เขาเรียนรู้การระเริงกามกับนางแต่ไม่ใช่เพื่อการระเริงกามรื่นรมย์


    แต่เป็นการเรียนรู้เพื่อสยบหญิงสาว ตอนนั้นหลี่เค่อไม่เข้าใจว่าเขาจะเรียนรู้มันไปเพื่ออะไร


    แต่พอเขายิ่งฝึกฝน ยิ่งได้มองจ้องตาพี่สาวลี่หรู และพบว่าบทระเริงกามนั้นทำให้เขามองเห็นอีกด้านของหญิงสาว


    เปลี่ยนพี่สาวลี่หรูที่ดุร้ายกลายเป็นวสันต์ฤดูที่น่าโหยหาและจดจำ


    และนั่นก็ทำให้หลี่เค่อรับรู้ว่าศาสตร์ชายหญิงนั้นควรศึกษาติดตัว


    เพียงแต่เมื่อพี่สาวลี่หรูจากไป หลี่เค่อก็ไม่เคยปรารถนาวสันต์ฤดูที่น่าโหยหาจากหญิงคนใดเลย


    ราวกับว่าความงดงามเดียวแห่งบทรักทำนองชายหญิงเขาต้องการจดจำไว้เพียงแค่ตัวเขากับพี่สาวลี่หรู


    ...


    หลี่เค่อสวมก่อนยัยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ


    เพื่อที่จะ 'หลอมกายเซียนทอง' สัมผัสลมปราณแรกเริ่ม สิ่งที่หลี่เค่อต้องทำคือ พินิจเตาหลอมบำรุง ซึ่งหมายถึงร่างกายสตรีช่วยบำเพ็ญ


    หลักการพินิจเตาหลอมบำรุง คือศาสตร์แห่ง 'เคหาทองคำ' สำรวจร่างกายสตรี เปิดจุดสัมผัสปราณ เล้าโลมหลอมรวม ชายหญิงเป็นหนึ่ง


    ใช้หยินเสริมหยาง


    แปรมลทินในชีพจรที่หนาแน่นเดิม เปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงร่วมหลอมกาย


    สตรีได้รับ บุรุษส่งเสริม หมุนวนกระตุ้นปราณ เปลี่ยนถ่ายเป็นวัฏฏะจักรแห่งนิรันดร์ คล้ายจักรวาลเคลื่อนคล้อยหมุนเปลี่ยนย้าย ขาดก็เสริม เกินก็ลด ทำทุกอย่างให้เขาสู่จุดสมดุล


    ซึ่งนี่คือหลักแห่งฟ้าดิน


    พูดกล่าวดูง่าย


    หากแต่บทเคหาทองคำนั้นจะสมบูรณ์หรือไม่นั้นกับยากกว่าที่คิด และก็ช่างเป็นกรรมของมวลบุรุษ ที่ท่วงทำนองแห่งเคหาทองคำ ต้องการบุรุษใจวิปลาสนัก


    เพราะต้องต่อสู้กับห้วงรัญจวนรสเสียวกระสันอันหนักหน่วง สุขสมแต่ไม่อาจสุขสันต์


    ราวกับบทรักร้ายนี่คือปีศาจ


    แรกเริ่มเล้าโลม 'เคหาทองคำ' จะขยายสัมผัสทั้งมวลของ 1,284 ชีพจร ในร่างชายหญิง ทำรสสุขห้วงเสียวกระสันจะสุขสมซาบซ่านทบทวีนับสิบนับร้อยเท่า


    ยิ่งกระตุ้น ยิ่งกระหนำโหมบดแนบซึ่งบทรัก จนถึงจุดปะทุทะลายแห่งห้วงอารมณ์ซาบซ่านอันเป็นที่สุด ชายหญิงจะสุขสมยิ่งกว่าทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์


    บทรักสมสู่แห่งเคหาทองคำดูเหมือนดีงามน่าฝึกฝน


    หากแต่ความจริงกับร้ายกับบุรุษราวกับปีศาจร้ายมารชั่วช่วยกันรังสรรค์ขีดเขียนเคล็ดวิชานี้ขึ้นมา


    นั่นเพราะมันมีบทต้องห้าม 'หากเจ้าสุขสมเสียวซ่าน' ในช่วงบทต้นในท่วงทำนองแห่งชายหญิง


    ที่ทั้งสองหลอมรวมกันเป็นหนึ่งด้วยสิ่งแสดงเพศซึ่งของหญิงและของชาย


    จนหลั่งน้ำบุรุษแก่นหยางแม้เสียวหยด เคหาทองคำทลายมลายทั้งคูหา กลับกลายว่าเคล็ดวิชานี้เป็นมารร้ายปลิดชีพตนเอง พันชีพจรสะบั้น แก่นพลังถูกทำลาย


    ดังนั้นบุรุษเพศที่จะฝึกเคล็ดวิชาเคหาทองคำได้ต้องมีจิตใจหนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา


    เขาต้องเสพกามโดยไม่หลงใหลในรสแห่งกามความกระสันเสียว ที่เคหาทองคำปีศาจจะขยายรสความสุขสันต์ถึง 10 เท่า 100 ทวีจากปกติ


    จนกว่าจะเดินลมปราณครบรอบร้อยรอบ


    สร้างจักรวาลในกาย ควบคุมลมปราณทั้งของตนเองและสตรีร่วมบำเพ็ญได้อย่างสมบูรณ์


    จนเกิดวัฏฏะหยินหยางไร้สิ้นสุด


    ซึ่งเคล็ดวิชานี้ดูเหมือนจะเหมาะกับหลี่เค่อซึ่งจิตใจด้านชา


    ...


    เสื้อผ้าสตรีถูกเปลื้องออก ใต้ไอหมอกหนา บทแห่งเคหาทองคำใกล้เริ่มต้น


    แต่ก่อนสิ่งใดๆ จะเริ่มต้นนั้น น้ำตาของเฉินรุ่ยฟางก็รินไหล


    "หากเจ้าไม่พร้อมใจ เจ้าสามารถไปจากที่นี่ได้ตลอดเวลา ข้าจะไม่ทวงสิ่งใดคืนแม้แต่น้อย"


    มือเฉินรุ่ยฟางสั่นไหว เอื้อมไปด้านหน้าช้าๆ จนสัมผัสกับอกบุรุษซึ่งไร้สิ่งใดปกปิดของหลี่เค่อ น้ำเสียงเธอสั่น


    "ไม่ไม่ไม่เจ้าคะ หนูไม่ได้ไม่พร้อมใจ จริงๆ แล้ว..." พูดถึงตรงนี้ทั้งร่างเฉินรุ่ยฟางสั่นไหวหนัก เธอไม่สามารถโกหกได้ จนเธอจำต้องพูดสิ่งที่เธอรู้สึก "ใช่ส่วนหนึ่งในใจหนูไม่ต้องการเจอเรื่องแบบนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้กับหนูมันก็ไม่ได้แย่เลย จริงๆ หนูต้องขอบคุณท่านเสียด้วยซ้ำที่เลือกหนู หนูเพียงแค่อดที่จะร้องไห้ไม่ได้ก็เท่านั้น นอกจากนั้นหนูต้องปรนนิบัติท่าน แต่หนูทำไม่เป็นเลยค่ะ หนูขอโทษ หนูหวังว่าท่านจะไม่โกรธที่หนูไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย"


    "..." หลี่เค่อนิ่ง เขาไม่ได้พูดอะไร เขาพยายามทำความเข้าใจในความคิดของหญิงสาว ซึ่งมันซับซ้อน ขบคิดอยู่ครู่หลี่เค่อจึงพูดอย่างตรงไปตรงมา "ไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่อยู่เฉยๆ และจากนี้ก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก"


    ร่างกายของเฉินรุ่ยฟางถูกไออุ่นบุรุษปกคลุม


    และตั้งแต่ส่วนล่างขึ้นบน


    และบนลงล่าง


    เธอต้องสั่นสะท้าน


    บทรัญจวนชายหญิงเป็นแบบนี้เหรอ เหตุใดทั้งร่างของเธอจึงคล้ายไวสัมผัสและจั๊กกะเดี๊ยม ราวกับมีมดนับร้อยวิ่งทั่วร่างไม่หยุด


    นอกจากนั้น


    "เอ๊ะ" เธออยากพูดอะไรบางอย่าง


    แต่เมื่อหลี่เค่อถอดหน้ากากตัวเองและเริ่มประทับจูบ พรมสัมผัสด้วยชิวหา ร่างสตรีของเฉินรุ่ยฟางราวกับแก้วกำลังแตกสลาย มันซาบซ่านจนเกินบรรยาย


    และจากนั้นไม่นาน...


    ...

    ...

    ...

    ...

    ...


    หลี่เค่อนั่งนิ่งร่างคล้ายประทับองค์พระโพธิสัตว์เข้าฌาน


    โดยมีร่างเฉินรุ่ยฟางนั่งนิ่งทับ ทั่วร่างนางเต็มไปด้วยเหงื่อโทรมกาย ร่างแดงก่ำ โดยเฉพาะที่แก้มของนาง เวลาผ่านไปราวชั่วยาม แต่สำหรับเฉินรุ่ยฟางกับราวนิรันดร์ เธอไม่คิดว่าบนโลกใบนี้จะมีบทรักเช่นนี้ เหตุใดมันจึงช่างร้อนช่าและบีบเค้นอารมณ์หนักหน่วงเช่นนี้ นางรู้สึกสุขสม แต่มันเป็นความสุขสมที่บีบเคล้นคาดคั้นความรู้สึกอย่างหนักหนา บีบบังคับนางต้องสุขทราบสุขซ่านซ้ำๆ จนแม้แต่ตัวนางยังคิดว่าตัวเองเป็นสตรีไร้ยางอาย


    กรีดร้องแผดเสียง


    กอดร่างบุรุษแน่นจนเล็บจริงเกร็ง


    เมื่อจบช่วงคลื่นคลั่งซัดสาดพายุโหม


    นางจึงค่อยรู้สึกตัว


    อาย! นางอายเหลือเกิน ทำไมนากลายเป็นหญิงสาวแบบนี้ได้


    หลี่เค่อได้ผ่านจุดที่ยากที่สุดของบทเคหาทองคำ


    ลมปราณของหลี่เค่อหมุนวน ภายในก่อเกิดห้วงลมปราณ 4 จุด ซึ่งนี่ทำให้หลี่เค่อเหนือกว่าผู้ฝึกปราณทั่วไปนับสิบนับร้อยเท่า


    แม้จะผ่านช่วงรัญจวนไปแล้ว แต่หญิงชายยังต้องบรรจบ แลกเปลี่ยนหมุนเวียนถ่ายลมปราณต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมจิตวิญญาณ


    ริมฝีปากหลี่เค่อและเฉินรุ่ยฟางต้องจูมสัมผัสกันเป็นระยะระยะตามช่วงลมปราณเคลื่อนคล้อย จนริมฝีปากเฉินรุ่ยฟางคล้ายแห้งผา นางอยากพูดอะไร แต่นางก็นิ่งเฉย ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามสัญชาตญาณความรู้สึก นอกจากนั้นยังกลัวถูกดุจากผู้สูงส่ง


    และในที่สุด ดวงตาหลี่เค่อสว่างจ้า


    กล้ามเนื้อของเขาเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ความชราดุจชายอายุ 60 ปี จางหายเร็ว


    ร่างกายหลี่เค่อคล้ายย้อนวัยในเวลาไม่กี่สิบอึดใจ เขาดูหนุ่มเป็นชายวัยกลางคนอายุ 35 ถึง 40 เส้นผมขาวโพลนบางส่วนกลายเป็นสีเทาเงิน


    และจากนั้นไม่นานความอัศจรรย์ก็บังเกิด


    หลังจากไออุ่นร้อนแห่งแก่นหยางส่วนหนึ่งของพลังชีวิตหลี่เค่อหลั่งไหลเข้าร่างเฉินรุ่ยฟางทำท้องน้อยนางร้อยผ่าวตามศาสตร์บทเคหาทองคำ


    ราวกับนี้คือตราประทับจิตวิญญาณ


    หลี่เค่อพบว่าตัวเองไม่ใช่เพียงบรรลุสู่ระดับ [1] หลอมกาย


    แต่เขายังบรรลุสู่ระดับ [3] สร้างวิญญาณในวิถีแห่งผู้ใช้เวทย์


    นอกจากนั้นตัวเขายัง...






    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์มารกระกางกลืนวิญญาณ ที่คุณอ่าน