อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 145 เครื่องชั่งน้ำหนักแบบคานเลื่อน

            หลังจากนั้นก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์อย่างรวดเร็วทั้งในตลอดสัปดาห์นี้ พวกคาทาริน่ากับอาบิเกลได้มาเล่นเกมกับเออร์วินที่บ้านของเจคทุกวัน ซึ่งนอกจากเกมที่เกมหมาป่า เกมโจรสลัดเสียบถัง แล้วก็เกมกระดานเดินช่อง ทั้งยังมีบอร์ดเกมที่ที่ใกล้เคียงกับเกมหมาป่าเพียงแต่ว่ามีการแบ่งฝ่ายชัดเจนอย่างเกมอวาลอน ที่เออร์วินนำมาจากโลกเก่า และแน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นเกมแบบไหนล้วนแต่หน้าดึงดูดและสนุกสนาน จนพวกคาทาริน่าที่มีเป้าหมายต้องการเข้ามาสืบข้อมูลของเออร์วินระหว่างที่กำลังรอตำแหน่งจากแมลงเกาะชะตาแทบจะลืมเป้าหมายจนหมดสิ้น กว่าจะรู้ตัวว่าพวกเธอมีเป้าหมายอะไรก็หมดวันไปเสียทุกที

            ทุกครั้งที่อาบิเกลกลับบ้านเธอจะนำเรื่องเกมเหล่านี้ไปเล่าให้พ่อของเธอฟังอยู่เสมอ และวานเชสโก้ก็จะรับฟังด้วยความรู้สึกทึ่งและจดบันทึกเกมเหล่านั้นอย่างละเอียด ซึ่งยิ่งได้ทราบข้อมูลเกมเหล่านั้นเขายิ่งรู้สึกเสียดายที่เจ้าชายเออร์วินดันไปสังหารลูกชายของขุนนาง ซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงแม้ว่าเมืองนี้จะมีความสัมพันธ์เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน แต่เรื่องในครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะยอมกันได้ง่ายๆ แม้วานเชสโก้ที่เป็นพ่อค้าจะเข้าใจหลักการอย่างหนึ่งนั่นก็คือมีบางสถานการณ์ที่จะต้องเสี่ยงเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า และเกมที่เจ้าชายสร้างเหล่านี้ก็ดูจะสร้างผลตอบแทนให้เขาได้ไม่น้อย สังเกตได้จากการตอบรับของผู้คนภายในเมืองซึ่งทุกคนแทบจะตกลงซื้อเกมเหล่านั้นทันทีที่ได้ลองเล่นมัน

            แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เดินทางเพียงลำพังข้างกายของเขายังมีสมบัติล้ำค่าอย่างลูกสาวของเขาอยู่ด้วย และเขาก็ไม่สามารถเสี่ยงได้เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้จะบอกลูกสาวยังไงว่าเขากำลังเตรียมวางแผนจะไปจากเมืองนี้ก่อนที่เทศกาลกำแพงจะเริ่มขึ้น และนั่นคือเหตุผลที่วานเชสโก้รู้สึกลำบากใจทุกครั้งที่ได้เห็นลูกสาวกลับมาที่คฤหาสน์พร้อมกับรอยยิ้ม

            เช้าวันนี้วานเชสโก้ก็ได้มาเห็นลูกสาวอยู่คู่กับสาวใช้ของเธอพร้อมกับรอคอยด้วยใจจดใจจ่อ เขาที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจอีกใจนึงก็อยากไปให้พ้นจากเมืองนี้เพื่อหลีกให้พ้นจากปัญหา อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะทำร้ายรอยยิ้มของลูกสาวที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก

            “จะไปเล่นกับเจ้าชายอีกแล้วเหรอ”

            อาบิเกลยิ้มแล้วพยักหน้าให้กับพ่อกับเธอ วานเชสโก้ลูบหัวของเธอด้วยความเอ็นดูใจจริงเขาอยากจะบอกกับลูกสาวว่ากำลังจะออกเดินทางไปที่เมืองอื่น แต่ก็ทำใจพูดออกมาไม่ได้ สุดท้ายเขาก็พูดได้แค่เพียงว่า

            “ถ้าอย่างนั้นก็เล่นให้สนุกนะแล้วอย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าชายเข้าล่ะ”

            อาบิเกลที่ได้ยินพ่อของเธอพูดเช่นนั้นก็หน้าแดงส่ายหน้าพูดว่า

            “หนูไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าชายหรอกค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วอย่ากลับบ้านดึกล่ะแล้วก็เชื่อฟังสาวใช้ของลูกด้วยนะ” วานเชสโก้หันไปพูดกับสาวใช้ที่ยืนด้านหลังลูกสาว “ดูแลเธอด้วย”

            สาวใช้ของอาบิเกลประสานมือที่หน้าท้องแล้วค้อมกายให้

            “ดิฉันจะดูแลคุณหนูอย่างดีที่สุดค่ะะคุณท่าน”

            วานเชสโก้พยักหน้าอย่างพึงพอใจกับคำตอบของสาวใช้ สักพักพวกคาทาริน่าก็มาที่คฤหาสน์ของมาร์ควิสเฟลิกซ์ ซึ่งความจริงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ได้มีเหตุการณ์ที่ฟินน์ได้บังเอิญตื่นเช้าแล้วได้มาเห็นใบหน้าที่งดงามของคาทาริน่า แล้วดันเกิดความพึงพอใจปรารถนาที่จะได้นางมาครอบครอง ทันทีที่เขาสั่งให้คนในคฤหาสน์ทำการจับกลุ่มทั้ง 3 คน วานเชสโก้ที่กำลังจะออกหน้าไกล่เกลี่ย กลับคาดไม่ถึงเมื่อ 1 ใน 3 คนนั้นที่มีชื่อว่าเจมส์จัดการคนในคฤหาสน์ที่เข้ามาจับกุมจนลงไปนอนกองกับพื้นกันหมด ฟินน์ที่เห็นดังนั้นก็ไม่พอใจจึงได้สั่งให้ฟาราห์พี่สาวของตนเข้าต่อกรกับคนคนนั้น ทว่าเพียงแค่พริบตาเดียวกลับเป็นฟาราห์ที่ถูกซัดจนกระแทกกับผนัง

            ฟินน์ที่ยังไม่รู้สำนึกตนตะโกนด้วยความโมโหอวดอ้างตำแหน่งของบิดาขึ้นมาข่มขู่ แตกต่างกับวานเชสโก้ที่เขาเดินทางไปมาหลายเมืองและเห็นโลกมามาก จึงรู้สึกตกใจกับความสามารถของคนคนนี้ ในวินาทีนั้นเข้าถึงกับสงสัยว่าคนพวกนี้เป็นใครกันแน่ใช่นักเดินทางแน่เหรอ จริงอยู่ที่นักเดินทางนั้นมักจะมีความสามารถที่น่าตกตะลึงเพราะเขาต้องคอยป้องกันตัวจากภยันอันตรายต่างๆ แต่ความสามารถระดับนี้ก็เพียงพอจะขึ้นเป็นหนึ่งในอัศวินของอาณาจักรใหญ่ๆ ได้อย่างไม่ลำบากยากเย็น หนำซ้ำอาณาจักรใหญ่ๆ เหล่านั้นก็ยินดีจะเลี้ยงดูปูเสื่อคนที่มีฝีมือระดับนี้โดยไม่เกี่ยงงอนว่าต้องจ่ายไปเท่าไหร่

            แต่อย่างน้อยการที่ได้เห็นฝีมือคนเหล่านี้ก็ทำให้วานเชสโก้เบาใจไปเปราะนึง เพราะมั่นใจว่าคนที่มีฝีมือระดับนี้คงไม่คิดอะไรไร้สาระอย่างการลักพาตัวลูกสาวเขาไปเรียกค่าไถ่ หรือแอบลักพาตัวลูกสาวเขาไปขายเป็นทาส เพราะด้วยพลังระดับนี้แค่เสนอตัวออกมาก็มีอาณาจักรมากมายพร้อมจะแย่งชิง ไม่จำเป็นต้องลดตัวไปเรื่องแบบนี้

            คาทาริน่าเข้ากล่าวทักทายวานเชสโก้แล้วก็พาอาบิเกลออกจากคฤหาสน์ไป ซึ่งตั้งแต่การเข้ามาในคฤหาสน์เธอไม่แม้แต่จะพูดถึงฟินน์์เลยแม้แต่น้อย เรากับว่าคนคนนั้นไม่มีค่าพอให้เธอได้ใส่ใจ

            ขณะที่กำลังเดินไปที่บ้านของพวกเจคนั้นใจของอาบิเกลก็แทบจะบินไปถึงบ้านหลังนั้นแล้ว คาทาริน่าที่เห็นรอยยิ้มของเด็กผู้หญิงก็ยิ้มออกมา

            “อยากรู้จังว่าวันนี้เจ้าชายจะพาเล่นเกมอะไร” อาบิเกลพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

            พวกคาทาริน่าที่ได้ยินเช่นนั้นต่างพากันยิ้มเจื่อน วันนี้พวกเขาสามคนคุยกันแล้วว่าจะหาทางคุยกับเจ้าชายแล้วลองเรียบเคียงถามเรื่องต่างๆ เพื่อดูว่าทั้งตัวเขาและครอบครัวของเขาได้ร่วมมือกับพวกเผ่ามาจริงหรือไม่ หรือถ้าเป็นไปได้ก็จะร้องถามเขาดูว่ามีความเชื่อมโยงกับคนแคระนักล่าค่าหัวหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยได้ถามเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย

            พวกคาทาริน่าเดินผ่านย่านผู้คนในสลัมทำให้คนที่ไม่ได้ออกไปทำงานต่างพากันมองเธอด้วยความหลงใหล ตั้งแต่ที่เธอได้ปรากฏตัวในย่านนี้ก็เป็นที่ฮือฮาของผู้คนในสลัมมาโดยตลอด เหล่าผู้คนนอกสลัมต่างก็พากันสงสัยว่าผู้หญิงที่สวยเช่นนี้ไปทำอะไรในที่สกปรกเช่นนั้น และเรื่องเหล่านี้ก็สร้างความลำบากให้กับพวกของเจคอยู่ไม่น้อย เพราะคนพวกนั้นต่างสืบจะรู้ว่านางฟ้าคนนี้มักจะไปที่บ้านของอันธพาลคนนี้เป็นประจำ ทำให้มีผู้คนมากมายทำการติดสินบนลูกน้องของเจคบนเพื่อให้พวกเขาเล่าให้ฟังผู้หญิงคนนั้นทำอะไรบ้าง เธอแสดงความสนใจหรือเรื่องไหนเป็นพิเศษ และข้อมูลที่พวกเขาได้รับก็มีแค่ว่า นางฟ้าคนนี้และเพื่อนทั้งสองของเธอเข้าไปเล่นเกมในบ้านของเจคแค่นั้น ซึ่งนั่นทำให้พวกเขางงกันไปหมดแต่ด้วยความไม่ยอมแพ้พวกเขาก็ตามสืบต่อไปว่ามันมีอะไรอีกบ้าง

            จนพวกเขาได้รู้จักคนในสลัมว่าใน 1 เดือนมานี้มักจะมีลูกชายของขุนนางหน้าตาดีมาที่บ้านของพวกอันธพาลคนนี้อยู่เสมอ บางครั้งก็มาแต่เช้ามืดเธอกระบองที่ปล่อยสายฟ้าได้บังคับให้คนพวกนี้ออกไปวิ่ง หรือไม่ก็บังคับให้พวกอันธพาลในสลัมทำท่าทางแปลกๆ และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีการใช้ให้พวกอันธพาลเหล่านี้ซ่อมแซมบ้านของผู้คนในสลัม ทั้งยังอันธพาลเหล่านี้ไม่ได้ออกมารังแกผู้คนในสลัมนับตั้งแต่ที่ลูกขุนนางคนนี้ปรากฏตัว ซึ่งมันช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพวกเขาทำให้พวกคนสลัมเริ่มรู้สึกเป็นมิตรให้อันธพาลเหล่านี้ขึ้นมาไม่น้อย จนได้รู้ถึงรูปลักษณ์ของลูกขุนนางคนนี้แล้วเมื่อนำไปพูดกันปากต่อปาก จนพบว่ามันไปตรงกับรูปลักษณ์ของเจ้าชายที่ออกหน้าปกป้องช่วยเหลือเด็กผู้หญิงเผ่ามารหูสัตว์จากเงื้อมือของหมูตอนเดินได้อย่างฟินน์ที่ตลาด ซึ่งคนในตลาดต่างต่างรู้จักใบหน้าของเจ้าชายและจำได้ดี

            ความจริงแล้วทุกคนต่างคุ้นชินกับลูกชายขุนนางหน้าตาดีที่มักเดินในเมืองตอนเช้าแล้วกลับมาตอนเย็น ซึ่งด้านหลังของเขาจะมีผู้หญิงที่ใส่ชุดผู้ชายเดินตามมาด้วย ซึ่งในหลายวันมานี้ก็จะมีเผ่ามารหูสัตว์ 2 คนเพิ่มเข้ามา เพียงแต่ว่าสายตาของผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจลูกขุนนางคนนั้น แต่มัวจดจ่ออยู่กับเผ่ามารหูสัตว์ที่เดินตามมาด้านหลัง เพราะสำหรับเมืองบ้านนอกแบบนี้การมีอยู่ของเผ่ามารจึงเป็นอะไรที่แปลกมาก โดยเริ่มจากสายตาที่เต็มไปด้วยอคติเปลี่ยนเป็นสงสัยแล้วก็เริ่มเปลี่ยนเป็นหลงใหล จนตอนนี้มีคนไม่น้อยแทบจะมีพฤติกรรมเหมือนกับเป็นแฟนคลับในโลกเก่าของเออร์วิน พวกเขาต่างมายืนรอพวกเธอแต่ก็ไม่กล้าเข้ามาพูด ซึ่งไม่ใช่แค่ทั้งสองคนนี้แม้แต่อาจจะมีฝึกหัดตัวน้อยๆ ที่แบกดาบใหญ่ไปมาเวลาเดินตรวจตาก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เพียงแต่เธอคนนี้ให้ความรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทำให้ทุกครั้งที่เธอเดินตรวจตรามักจะมีชาวบ้านเข้ามาทักทายอยู่เสมอ

            เมื่อได้รู้ข้อมูลดังนี้และนำข้อมูลที่ได้มาปะติดต่อกันพวกเขาก็รู้แล้วว่า ลูกชายของขุนนางที่เดินไปมาโดยมีเด็กผู้หญิงเผ่ามารหูสัตว์ทั้งสองตามหลังก็คือเจ้าชายขยะที่พวกเขามักพูดถึงแล้วหัวเราะอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็ทำให้มีคนไม่น้อยเริ่มพากันสงสัยว่าบางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะหมายตาตำแหน่งราชินีคนต่อไปของไพร์ล็อกอยู่ก็เป็นได้ ขึ้นชื่อเรื่องปากคนย่อมมีความสามารถในการแปลงหนึ่งเป็นสองให้กลายเป็นสี่ได้อย่างไม่อยากเย็น แต่การที่แม้จะรู้ถึงฐานะของเด็กผู้ชายว่าเป็นเจ้าชายของพวกตนแต่กลับไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่คนเดียว ก็บ่งบอกได้ถึงความสำคัญของเจ้าชายคนนี้ดี

            ภายในค่ายทหารตอนนี้ก็มีข่าวลือทำนองนี้อยู่เช่นกัน ซึ่งความจริงก็ลือมาหลายวันแล้ว และหลายวันก่อนเออร์วินก็โดนพี่สาวที่ได้ยินข่าวลือนี้เปรี๊ยะๆ ใส่จนต้องร้องเจี๊ยกลั่นปราสาท แล้วต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะอธิบายให้พี่สาวยอมเข้าใจได้ ว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระไม่มีมูลความจริง แต่เข้าใจก็สวยเข้าใจเพราะลิลิธจะยังไม่ปักใจเชื่อซะทีเดียว

            ภายในพื้นที่สำหรับการฝึกฝนของอัศวินตอนนี้ไลลาแทบจะเรียกได้ว่าบรรลุวิชายืนหลับเป็นที่เรียบร้อย เหล่าอัศวินฝึกหัดทั้งหลายต่างมองมาที่อัศวินหญิงที่แสนเก่งกาจคนนี้กำลังโชว์ทักษะยืนสัปหงกมาพักหนึ่งแล้ว พวกเขาก็ต่างพากันสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องอดหลับอดนอนจนมามีท่าทีเช่นนี้ได้ ซึ่งพวกเขาต่างก็สับสนแล้วไม่รู้ว่าควรจะอึ้งในความสามารถนี้หรือเอือมระอาดี

            ส่วนลิลลี่ในตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจท่าทีของไลลาเธอเพียงฝึกหวดดาบต่อไป โดยคราวนี้เธอไม่ได้ฝึกอยู่คนเดียวแต่มีชายแก่ผมเผ้ารุงรังคนหนึ่งอยู่ข้างๆ ซึ่งมีเรียที่เป็นเพื่อนซี้ก็ยังรู้สึกสงสัยว่าการฝึกของลิลลี่นั้นต่างจากเดิมยังไง เพราะเท่าที่เธอเห็นก็เป็นเพียงแค่ฝึกหวดดาบไปมาเหมือนเดิม ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเป็นตามที่ไลลาบอกว่าลิลลี่กำลังแซงหน้าเธอ และตอนนี้ตัวมีเรียก็ยังเจอปัญหาแบบเดิมๆ นั่นก็คือแม้เธอจะสร้างเวทย์ลมให้หมุนรอบตัวดาบแล้วฟาดใส่หุ่นฟาง แต่สุดท้ายลมพายุนั้นก็สลายตัวออกไปก่อนที่จะปะทะเข้ากับหุ่นฟาง เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เธอก็ยังเหตุผลต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้

            อีกด้านหนึ่งส่งตรงพื้นที่ฝึกฝนของเจ้าหญิงลิลิธซึ่งตอนนี้เจ้าหญิงก็ไม่ได้ฝึกฝนแต่อย่างใด แต่เธอมองไปยังอาจารย์ของเธอที่ตอนนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับไลลา คอยืนพร้อมกับสัปหงก ซึ่งเธอก็สังเกตอาการของอาจารย์คนนี้มาพักใหญ่แล้ว พบว่าในหลังวันนี้เขามีลักษณะเหมือนคนอดหลับอดนอน ฉันเธอได้ยินมาจากมีเรียเช่นกันว่าอะไรไลลาเองก็มีอาการเช่นนี้ ทำเอาเธอสงสัยว่าสองคนนี้มัวไปทำอะไรกันหรือเปล่าถึงได้ไม่ยอมหลับยอมนอน

            ลิลิธมองอาจารย์ของเธออยู่ยังไงก่อนจะแบมือแล้วใช้เทคนิคที่น้องชายของเธอสอนให้ คือการใช้มานานกระตุ้นอิเล็กตรอนในอากาศจนเกิดเป็นลูกบอลสายฟ้าขนาดย่อม ก่อนจะปาลูกบอลสายฟ้าไปที่อาจารย์ของเธอ

            “เจี๊ยก!!!”

            ออกัสร้องลั่นออกมาพร้อมกับรู้สึกตื่นตัวเต็มที่ก่อนจะโวยวายด้วยความโมโหว่า

            “บัดซบเอ้ยใครฟะ” เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะพบว่าพวกทหารที่มาคอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกเวลาฝึกของเจ้าหญิงกำลังก้มหน้ากลั้นหัวเราะ แล้วเมื่อหันไปอีกทางก็พบกับสายตาของเจ้าหญิงที่มองมาที่เขาด้วยความเย็นชา ก็เดาได้ทันทีว่าเมื่อครู่นี้เป็นฝีมือของใคร “จะจะเจ้าหญิงเป็นฝีมือท่านเองหรือครับ”

            ลิลิธมองเขาด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะพูดว่า

            “กลางค่ำกลางคืนไม่ได้หลับไม่ได้นอนหรือไงถึงได้มาหลับเอาตอนนี้ได้”

            ออกัสที่ได้ยินอย่างนั้นก็เกาหัวแกรกๆ ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้าหญิงยังไง ว่าพักนี้เขานอนไม่หลับตั้งแต่ที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์หญิงคนนั้นมาที่เมืองนี้

            ลิลิธที่เห็นออกัสไม่ตอบก็ไม่สนใจอะไรเธอหันไปสนใจหุ่นฟางตรงหน้าแล้วเริ่มฝึกต่อ ออกัสก็ถอนหายใจถึงแม้สายฟ้าเมื่อกี้จะเจ็บไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้ตื่นตัวเต็มที่

             

            ทางด้านพวกคาทาริน่ากับอาบิเกลในที่สุดก็เดินทางมาถึงบ้านของเจคเหมือนเช่นทุกวัน ทันทีที่เธอมาถึงก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าพวกลูกน้องของเจคกลับไม่ได้ฝึกฝนเหมือนทุกที เกี่ยวกับการฝึกฝนของคนเหล่านี้ในตอนนี้เธอเองก็ยังสงสัยว่าคนพวกนี้ฝึกฝนอะไรกัน แต่พอเธอต้องการจะดูด้วยความสนใจก็ถูกเจ้าชายตัวดีลากเธอไปเล่นเกม

            ซึ่งวันนี้พวกเขาเหล่านั้นต่างไม่ได้ฝึกเหมือนทุกทีแต่กลับมุงดูอะไรบางอย่างที่ตั้งอยู่หน้าบ้านของเจค ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกคาทาริน่ารู้สึกสงสัยจึงเข้าไปดูด้วยแล้วพบกับเครื่องมือประหลาด ที่มันเป็นลักษณะแผ่นเหล็กแล้วก็มีเสาติดตรงปลายยอดเสาเหมือนมีเหล็กยื่นออกมาเป็นลักษณะตั้งฉากกับปลายเสาตัวเหล็กที่ยื่นนั้นเหมือนก็มีลูกตุ้มห้อยอยู่ เธอเห็นเจ้าชายวางถุงทรายที่เขียนด้วยตัวเลขหนึ่งซึ่งเป็นตัวเลขพื้นฐานตามแบบของทวีปอาร์เคนัสลงบนแผ่นเหล็ก จากนั้นก็ทำการเลื่อนอะไรบางอย่างตรงแท่งเหล็กที่ที่ยื่นออกมาจากปลายเสาโดยเขาค่อยๆ ขยับทีละนิดๆ ลูกตุ้มก็เลื่อนตาม จนในที่สุดแท่งเหล็กนั้นก็มีลักษณะหักลงเขาก็ทำการขยับชิ้นส่วนนั้นกลับ แท่งเหล็กนั้นก็ดีดกลับมาตั้งฉากเจ้าชายมองเหล็กที่ตั้งฉากนั้นก็ยิ้มออกมา แล้วเขาก็หยิบถุงทรายที่มีเลขหนึ่งแบบเดิมวางบนเครื่องชั่งน้ำหนักแล้วก็เริ่มขยับเหล็กที่ตั้งฉากกับปลายเสา ต้นเหล็กนั้นมีลักษณะหักลงเขาก็เลื่อนชิ้นส่วนนั้นกลับจนเหล็กกลับมาตั้งฉากอีกครั้ง เขามองเหล็กที่ตั้งฉากนั้นแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

            “เยี่ยมมากเลยครับคุณเจคทันทีที่มีเจ้านี่เราก็สามารถแจกจ่ายยาพาราเซตามอลได้แล้วครับ”

            เจคกับพวกที่ได้ฟังก็แสดงสีหน้ายินดีโดยเฉพาะเจคที่ได้รู้เรื่องยาพารามาจากอันนา ทำให้เขาได้รู้ว่ายาพาราเซตามอลที่อันนาเรียนรู้วิธีสร้างมาจากเออร์วินจะช่วยแก้ปัญหาอาการป่วยและไข้หวัดได้ แม้ว่าประสิทธิภาพมาของมันจะเทียบไม่ได้กลับโพชั่นและการให้ยาต้องคำนึงถึงน้ำหนักและส่วนสูงของผู้ป่วย แถมยังต้องใช้เวลาในการรักษา แต่อย่างน้อยคนระดับล่างที่ไม่มีกำลังทรัพย์พอจะซื้อโพชั่นก็ยังมีทางเลือกอื่นไม่ใช่แค่นอนรอความตายแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ เจคที่เริ่มมองเห็นภาพลางๆ แล้วว่าการปฏิรูปของอาจารย์คนนี้จะพาเมืองนี้ไปในทิศทางไหนและตัวเขาเองก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปนั้นก็รู้สึกเหมือนเลือดลมจะสูบฉีด

            ขณะที่หลายคนกำลังรู้สึกตื่นตาตื่นใจเสียงของคาทาริน่าก็ถามขึ้นว่า

            “ขอโทษนะคะไม่ทราบว่านี่คืออะไรเหรอคะ”

            ทุกคนต่างหันไปมองเธอเป็นตาเดียวมีคนไม่น้อยที่แสดงความหลงไหลออกมาทางสีหน้าและแววตา เออร์วินหันไปยิ้มให้เธอก่อนจะตอบว่า

            “เจ้าสิ่งนี้ก็คือเครื่องชั่งน้ำหนักแบบคานเลื่อนครับ”


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152