ระกากลหมดแรงนอนกองอยู่กับพื้นชาไปทั้งหน้า และเหมือนจะมึนหัวเป็นระยะ เขาลูบคลำไปที่ใบหน้าก็รู้ทันทีว่าคงจะปูดบวมไม่น้อย เพราะแค่แตะนิดเดียวก็เจ็บจี๊ด
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบห้องพยายามพยุงร่างตัวเองให้ลงนั่งได้ ก็เห็นว่าคนกลุ่มนั้นยังคงไม่ไปไหนคนเป็นลูกน้องสองคนกลับไปยืนประจำตำแหน่งเดิมนอกห้อง ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าพ่อนั่งอยู่บนเก้าอี้ กอดอก ยืดตัวตรง นั่งพิงพนักเก้าอี้และจับจ้องเขาอย่างเอาเรื่องทุกวินาที
ส่วนหญิงสาวที่สร้างปัญหาให้แก่เขาตอนนี้หยุดร้องไห้แล้ว ยืนอยู่ข้างหลังชายสูงวัย กอดเสื้อคลุมที่สวมทับชั่วคราวอย่างหวงแหน
เขาส่ายหัวโคลงไปมาเหมือนโลกมันหมุนติ้ว แต่ก็พยายามตั้งสติให้มั่นสงสัยคงจะเป็นเพราะหมัดเดียวของชายสูงวัย ที่ทั้งหนักและแน่นเข้าเต็มเปาทำให้ยากแก่การมองภาพข้างหน้าให้ชัด
เมื่อมองตอบไปยังกลุ่มคนตรงหน้าก็เหมือนตัวเองกำลังนั่งรอคำพิพากษาจากผู้ผดุงความยุติธรรมทั้งที่สิ่งที่เขาได้รับ ยังไม่ทันไต่สวน ก็ต้องตกเป็นจำเลยอย่างสาหัสสากรรจ์
อย่างนี้ต้องเรียกว่า ‘ศาลเตี้ย’สถานเดียว
“พวกคุณเป็นใครกัน” ระกากลยังฝืนพูดด้วยความสงสัยทั้งที่จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่อยู่แล้ว
“พวกกูจะเป็นใครก็ช่าง...แต่ขอให้มึงรู้ว่านี่ลูกสาวของกูกูรักกูหวง ทะนุถนอมมาตลอด แต่มึงกล้าดียังไง ถึงคิดจะมาเจาะไข่แดงลูกสาวกู” คุณบำเพ็ญเสียงเครียดพูดไปก็กระตุกยิ้มไป จนบรรณรสเองยังคงหวาดหวั่น
ระกากลยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อฟังประโยคสุดท้าย พร้อมกับพูดทวนอย่างไม่แน่ใจ “เจาะไข่แดง...คุณกำลังหมายถึง...”
ตายละวา...คนทั้งหมดกำลังเข้าใจผิดไปยกใหญ่เขาไม่ได้มีอะไรกับเธอทั้งนั้น แต่ก็ไม่รู้จะใช้โอกาสตอนไหนอธิบายความยิ่งมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ จะมีใครเชื่อเขาบ้างว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่ล่วงเกินหญิงสาว ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
“มึงมีอะไรจะแก้ตัว”คุณบำเพ็ญพูดเหมือนจะให้โอกาสชายหนุ่มได้เปิดปากพูดแต่ก็ไม่ทิ้งช่วงนานให้เขาได้โต้ตอบ พร้อมกับหาบทสรุปเอาเอง
“มึงต้องรับผิดชอบลูกสาวกู”
“เฮ้ย!”ระกากลตกใจหน้าซีดกับคำพูดรวบรัดเอาเองของชายสูงวัยตรงหน้า
อิสระของเขาที่ใฝ่หาจู่ๆจะมาถูกบังคับในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาดแต่ร่างกายตอนนี้ก็ระบมจนไม่อาจขยับกายไปไหน สมองก็ตื้อไปหมดเหมือนลมมันตีเข้าไปที่ช่องท้อง จนอยากจะอาเจียน
“พ่อแม่มึงเป็นใครวะ”
คุณบำเพ็ญตะโกนถามโดยไม่สนใจว่าชายหนุ่มจะมีอาการอย่างไร หญิงสาวจะเดินเข้าไปดูแต่ก็ถูกยกมือสั่งห้ามเอาไว้
“แค่นี้มันไม่ถึงตายหรอก...อยู่ไกลหัวใจแต่สิ่งที่มันทำกับลูกของพ่อ มันทำที่ร่างกายแต่พ่อรู้...ว่ามันเจ็บเข้าไปจนถึงหัวใจและมันก็ไม่ใช่หัวใจของลูกคนเดียวที่แตกสลาย”
คุณบำเพ็ญทำท่าทุบอกตัวเอง “นี่...มันอยู่ในหัวใจของพ่อด้วย”
เขาหันไปตวาดหนุ่มหน้าตี๋อีกครั้งเมื่อยังไม่ได้คำตอบ “กูถามว่าพ่อกับแม่มึงเป็นใครมึงหูหนวกหรือยังไง”
ยังไม่ทันที่ระกากลจะพูดอะไรเสียงโวยวายของผู้หญิงสูงวัยที่คุณบำเพ็ญถามหา ก็แผดเสียงมาแต่ไกล พร้อมกับวิ่งโร่หน้าตาตื่นเมื่อมาถึงห้อง ก็ผลักลูกน้องสองคนที่ยืนขวางประตูออกอย่างไม่เกรงกลัว
“ตาไก่...ตาไก่ของแม่พวกมันเป็นใคร มันมาทำอะไรลูก”
คุณหญิงทอรุ้งไม่ได้นึกเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรมที่ไหน เมื่อเห็นสภาพของลูกชายก็เอาแต่ร้องไห้...ก็ลูกชายคนเดียวนี่นา จะเป็นอย่างไร จะโกรธกันขนาดไหน ก็ไม่อาจตัดขาดเยื่อใยของความเป็นแม่ลูกยังคงอยู่ไม่จางหายสิ้น
คุณหญิงทอรุ้งหันไปตวาดคนที่นั่งขึงขังบนเก้าอี้อย่างไม่กริ่งเกรง“พวกคุณทำอะไรลูกชายของฉัน พวกคุณต้องการอะไร”
คุณบำเพ็ญรีบถอดแว่นตาออกทันทีเมื่อผู้หญิงสูงวัยตรงหน้าหันมาชี้หน้าด่าเขา จะว่าตะลึงที่ถูกด่าก็ไม่เชิงแต่เป็นความดีใจเสียยิ่งกว่าที่เห็นชัดว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร
“นั่นบำเพ็ญใช่ไหม” คุณหญิงทอรุ้งทักขึ้นมาก่อน
คนถูกทักยิ้มหน้าบานลืมเรื่องของลูกสาวไปชั่วขณะ รอยยิ้มอ่อนโยนเข้ามาแต้มที่มุมปากแทนที่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมเมื่อครู่
“นั่นรุ้งใช่ไหม”
ชายหญิงสูงวัยโผเข้ากอดหากันปล่อยให้บรรณรสยืนมองอย่างประหลาดใจ และคนถูกซ้อมที่นอนฟุบกับพื้นมองคนทั้งคู่อย่างไม่เข้าใจก่อนที่จะล้มตึงลงไปเหมือนน้ำหนักของศีรษะมันจะทรงตัวไว้ไม่อยู่คอพับคออ่อนล้มไปตามแรงดึงดูดของโลก...แล้วหมดสติไป
.......................................