“อึกกก อือ.........ช่วยผมด้วย”
ภาพของผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาดีและรูปร่างสูงใหญ่
เอามือกุมคอเอาไว้ฉันเห็นเหมือนจะเป็
น้ำสีแดงสดไหลออกมาจากมือนั้น
ตามทางที่เขาเดิมมาเต็มไปด้วยน้ำสีแดงฉาน
แล้วก็มีผู้ชาย 3คนเดินตามหลังผู้ชายคนนั้นมา
พวกเขาค่อนข้างมีเอกลักษณ์
คนแรกมีไฝที่ใต้ตาด้านขวา
คนที่ 2มีปานแดงอยู่ตรงระหว่างคิ้ว
ส่วนคนที่3 มีแผลเป็ที่คางด้านซ้าย
พวกเขาเดินมาหาฉันอย่างช้าๆ
โดยที่ฉันไม่สามารถขยับหรือส่งเสียงอะไรได้เลย
พวกเขาเดินเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อย ๆ และ เรื่อย ๆ
........ติ้งงงง!!........
เสียงอีเมลทำให้ฉันตื่นขึ้นจากฝันร้าย
“อือ ใครส่งอะไรมาตอนนี้เนี่ย”
ฉันตะเกียดตะกายออกจากผ้าห่ม
ก้มไปมองโน้ตบุคที่โต๊ะข้างเตียง
“คุณมี 1ข้อความเข้า”
ต๊อก ๆ ๆ แต๊ก ๆๆ
ฉันเอื้อมมือไปเปิดข้อความดู
“นัดสัมภาษณ์งานวันนี้ตอนบ่าย 2เหรอ
ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี่ย?”
ฉันหันไปมองนาฬิกาที่วางอยู่ใกล้ๆกัน
“9 โมงอืม........ขอนอนต่ออีกหน่อยดีกว่า
รู้สึกเหมือนไม่ได้นอนเลยเพลียจัง........
เหมือนจะฝันอะไรน่ากลัวๆด้วยแหะ”
ฉันหลับไปตื่นมาอีกทีเกือบๆเที่ยง
ฉันเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีครีมกับกางเกงขายาวสีเดียวกัน
ดึงแขนเสื้อขึ้นมานิดนึง
ม้วนลอนที่ปลายผมนิดหน่อยให้ดูผมสุขภาพดี
และใส่ต่างหูเล็กๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย พร้อมลุย
วันนี้จะขับรถไปดีไหมนะหรือจะขึ้นรถเมล์ไปดี
ที่นัดสัมภาษณ์ก็อยู่ไม่ได้ไกลมาก
ขับรถไปดีกว่าเดี๋ยวสาย
รถฉันจอดอยู่ชั้นใต้ดินเป็รถยนต์ Sport SUV (MG GS)สีขาว
สำหรับฉันมันเหมือนเพื่อนคู่ใจเพราะฉันเป็คนชอบท่องเที่ยว
และก็เที่ยวบ่อยมากแทบทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้
“บริษัท AKRอยู่ไหนน้า”
มองซ้ายมองขวา
“อ๊ะ!!นั่นไง ใหญ่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย”
เป็ตึกประมาณ 30ชั้น โทนสีเทาขาว
เหมือนจะมีระเบียงและมีต้นไม้แทบทุกชั้นเลย
ขนาดลานจอดรถยังดูร่มรื่นเลย
ฉันขับไปจอดที่ลานจอดรถ
อย่างที่บอกระยะทางอยู่ไม่ได้ไกลมาก
แถมรถก็ไม่ติดฉันเลยใช้เวลาแค่10นาทีก็มาถึง
เวลาเหลืออีกครึ่งชั่วโมงเลย
ฉันเลยเลือกเดินไปคาเฟ่ที่อยู่ติดกับบริษัท
กรุ้งงง!!กริ๊งงง!! (เสียงกระดิ่งตอนเปิดประตูเข้าร้านดังขึ้น)
“ร้านคนเต็มเลยแหะเวลาก็เหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง”
อ๊ะ!! ฉันหันไปเห็นโต๊ะๆ หนึ่ง
มี2 ที่นั่ง แต่มีผู้ชายนั่งอยู่แค่คนเดียว
เขาใส่สูทดูภูมิฐาน
“ขอโทษนะคะตรงนี้มีใครนั่งรึเปล่า?”
ฉันถามผู้ชายคนนั้น
ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่เขานั่งดูอยู่
แม่เ้า หล่อมมากจมูกคมเป็สันรับกับโครงหน้าที่ได้สัดส่วน
ขนคิ้วและขนตาหนาดกดำั์ตาสีดำสนิทราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
ช่างเข้ากับดวงตาที่คมกริบราวกับมีดริมฝีปากสีแดงสดบางๆน่ากัด
“ไม่มี”
เขาตอบด้วยใบหน้านิ่งเฉยแล้วกลับไปสนใจโทรศัพท์ในมือต่อ
ฉันรู้สึกเหมือนคนทั้งร้านจ้องมองมาที่ฉัน
สีหน้าพวกเขาดูใกึ่งๆประหลาดใจ
ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมหรืออาจจะแค่ไม่เคยเห็นหน้าฉันมาก่อนมั้ง
“งั้นฉันขอนั่งนะคะ”
“...............”
เขาไม่ตอบอะไรฉันเลยถือว่านั่นคือคำตอบ
ฉันนั่งลงตรงข้ามกับเขา
สักพักเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป
แต่ดูเหมือนเขาจะลืมเอกสารไว้
“เอ่อ........คุณค่ะคุณลืม........”
ฉันเลยรีบลุกแล้วเอาเอกสารออกไปให้เขา
“คุณค่ะ!!คุณ!! หยุดก่อนค่ะ”
ฉันเรียกเขาแล้วก็รีบวิ่งตาม
เพราะถ้าเดินก็คงไม่ทันเขาเดินเร็วมาก
“คุณค่ะ!!คุณลืมของไว้หนะค่ะ”
ฉันวิ่งใกล้ถึงเขาแล้วแล้วเหมือนเขาจะได้ยินฉันเรียก
“อ๊ะ........อุ๊บ........ โอ๊ยย!!
ฉันไม่คิดว่าเขาจะหยุดกะทันหันเลยชนเขาเข้าเต็มๆ
และก็เป็ฉันเองที่ล้มรู้สึกอย่างกับวิ่งชนกำแพงเลย
“เอ่อ..คุณลืมนี่ไว้ค่ะ”
ฉันยื่นซองเอกสารให้เขา
“คุณลุกขึ้นก่อนดีไหมครับ”
เขายื่นมือมาให้ (อ๊ากกกกอย่างกับอัศวินขี่ม้าขาวเลย)
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณเป็อะไรไหมครับ”
เขาถามด้วยความเป็ห่วง
“เอ่อ........ไม่ค่ะ ไม่เป็ไร อ๊ะ!! นี่ค่ะคุณลืมไว้บนโต๊ะเมื่อกี้”
“อ่อขอบคุณครับ เอกสารสำคัญซะด้วย”
“ถ้างั้นคราวหลังก็ระวังหน่อยนะคะ”
“........ครับ”
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“อ่า........ครับ”
ฉันโน้มตัวให้เขาเล็กน้อยก่อนจะเดินปัดฝุ่นกลับไปในร้าน
....................................................................................................
ก่อนหน้านั้น 10นาที
“ได้ตัวรึยัง?”