เนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ

    65 รู้จักสิ

            “นั่นมันคืออะไรขอรับพี่จิน” เหอผิงชะโงกหน้ามาดูด้วย

            “นี่มันเหมือน…..เงินไซซี” จินลี่หยางขมวดคิ้ว

            “เงินไซซี” เหอผิงทำหน้างง “ข้ามิเคยได้ยิน”

            “มันเป็นเงินที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าของพวกคนที่เดินเรือค้าขาย”จินลี่หยางพลิกเศษเงินในมือไปมา

            เงินไซซีทำด้วยเนื้อเงินเมื่อต้องการใช้เงินปลีกย่อยก็ตัดเงินไซซีออกตามน้ำหนักที่ต้องการเพื่อจะได้ไม่ต้องขนเงินลงเรือไปมากมายโดยไม่จำเป็น

            “เห็นทีคนร้ายครั้งนี้อาจจะมากับเรือสินค้ารวมทั้งหญิงสาวคนนั้นด้วย”จินลี่หยางกล่าว

            “จะเป็นโจรสลัดหรือเปล่าขอรับพี่จิน!” เหอผิงหน้าตาตื่น

            “เราลองไปดูที่ท่าเรือเจียงเหอกันก่อนเถิด”

            เหอผิงพยักหน้าจินลี่หยางเก็บเงินไซซีไว้เป็นหลักฐาน

            จางฝูลู่นั่งทำบัญชีหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่โต๊ะเสมียนของเขาลางานไปเพียงสี่วันเหตุใดงานจึงได้กองท่วมหัวล้นหูขนาดนี้จากเมื่อเช้าที่กลุ้มใจเรื่องที่มารดาหาแม่สื่อให้ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวสมองจะไปคิดเรื่องอื่นนอกจากบัญชีไม้ที่อยู่ตรงหน้า

            กว่าจะได้เงยหน้าขึ้นมาสูดอากาศนอกจากกลิ่นหมึกก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวันจางฝูลู่นั่งเงยหน้าเอามือจับต้นคอตนเอง เพราะก้มจนเมื่อยล้า ไหล่สองข้างแข็งตึงแต่เมื่อมองออกไปนอกประตูห้องก็ชะงัก

            เอ๋? เขาตาฝาดไปเองหรือเปล่า เมื่อครู่เหมือนว่าเขาจะเห็นอู๋ชวนเดินผ่านประตูไป

            จางฝูลู่ลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินออกมามองซ้ายมองขวาก็ไม่ปรากฏคนที่เขากำลังคิด อืม อาจจะตาฝาด คิดดังนั้นจึงเดินกลับไปรินน้ำชาให้ตัวเองและดื่มทีเดียวสามจอกเพื่อดับกระหาย

            “พี่จาง เถ้าแก่ฉินถามว่าบัญชีไม้ที่ส่งมาจากเฉิงตูท่านทำเสร็จหรือยัง”ติงฉีคนงานโรงไม้วิ่งมาเกาะประตูถามจางฝูลู่

            “อื้อๆ เสร็จแล้ว” จางฝูลู่วางถ้วยชาและหยิบบัญชีเล่มหนึ่งส่งให้ติงฉี

            “พี่จาง ไปเที่ยวฉางผิงมาตั้งหลายวัน สนุกไหม” ติงฉีทำหน้าอิจฉา

            จางฝูลู่นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ออกเดินทางไปฉางผิงจนกระทั่งเดินทางกลับถึงซุนฉือก็รู้สึกใจคอห่อเหี่ยว“อืม ก็ดี”

            “ทำหน้าเช่นนี้ มันดีอย่างไรเล่า พี่จาง”ติงฉีเห็นหน้าจางฝูลู่แล้วก็รู้สึกว่า ช่างไม่เข้ากับคำพูดของเขาเอาเสียเลย

            “ก็ดีแบบว่า ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำอย่างไรเล่า”จางฝูลู่ยิ้มเซ็งๆ

            ไม่เคยเห็นผีก็ได้เห็นไม่เคยโดนจับก็โดนจับ น่าสนุกไหมล่ะ

            ติงฉีเกาหัวจางฝูลู่จึงหันมาทำเสียงดุ “ไปได้แล้ว เถ้าแก่ฉินจะเอาบัญชีไม้มิใช่รึ”

            “พี่จาง รู้ข่าวหรือไม่ ที่นี่มีคนถูกฆ่าตายด้วยนะ” ติงฉียังไม่ยอมไปง่ายๆ

            “หืม จริงหรือ! ใครกัน” จางฝูลู่ชะงัก

            “เป็นผู้หญิงแต่ไม่มีใครรู้จัก เจอศพที่ริมแม่น้ำมู่ตัน ใกล้ๆ ท่าเรือเจียงเหอแน่ะ”

            จางฝูลู่รู้สึกขนลุก“แล้วตายอย่างไรหรือ”

            “เห็นว่าถูกแทงตายนะ ตอนนี้ศพยังอยู่ที่กองทหารรักษาเมืองเลย”

            จางฝูลู่นึกถึงจินลี่หยางเพิ่งกลับมาก็เจอเรื่องหนักๆ อีกแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนอยู่ฉางผิงก็เจอเรื่องร้ายๆมาแล้วรอบหนึ่ง นี่ผีสางเทวดาจะไม่ให้พวกเขาได้พักผ่อนกันบ้างเชียวหรือ

            “ติงฉี!!” เสียงเถ้าแก่ฉินร้องเรียกมาจากด้านหลังโรงไม้เสียงดังลั่น

            ติงฉีสะดุ้งเฮือกรีบวิ่งถือสมุดบัญชีไปให้เถ้าแก่ จางฝูลู่มองตามแล้วก็ขำพลางส่ายหน้า

     

            เฉินอี้เดินตามอาหลิ่งขึ้นเขาอย่างอารมณ์ดีที่ชีวิตแบบที่คุ้นเคยของเขากลับมาอีกครั้ง

            “อาหลิ่ง เจ้าฝึกสะสมพลังสำเร็จไหม” เฉินอี้ถามนางขณะเดินหลบหลีกหินลื่น

            “สำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว ท่านอยากลองดูหรือไม่เล่า” อาหลิ่งยิ้มสีหน้ามั่นใจ

            “เอาสิ” เฉินอี้ยิ้มและปล่อยไม้เท้าที่ถืออยู่ให้กลิ้งไปตามเนินหิน

            อาหลิ่งส่งพลังไปที่ไม้เท้าที่กำลังกลิ้นหลุนๆให้ลอยกลับขึ้นมาอยู่ที่มือเฉินอี้ตามเดิมโดยที่พลังของนางไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อยเฉินอี้จับไม้เท้ามาถือไว้ด้วยความดีใจ “เจ้าทำได้จริงๆ ด้วย!”

            อาหลิ่งยิ้มเมื่อนางส่งพลังออกจากร่างไปแล้ว ก็ดึงพลังจากจุดซานเสวียนมาแทนที่ทันทีทำให้อาหลิ่งไม่อ่อนกำลังและสามารถใช้พลังได้แบบไม่มีขีดจำกัด

            “ดีจริงๆ อาหลิ่ง ต่อไปนี้เจ้าก็ไม่ต้องลำบากเพราะข้าอีกแล้ว”เฉินอี้ยิ้มดีใจ อาหลิ่งชะงัก

            “เฉินอี้ เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ ข้ามิเคยคิดว่าตนเองลำบากเพราะท่านเลยนะ”

            เฉินอี้นึกขึ้นได้ว่าตนเองเผลอพูดสิ่งที่คิดในใจออกไปด้วยความลืมตัวเขายกมือขึ้นมาเกาหน้าผากตนเองแก้เก้อ

            “อ้อ อาหลิ่ง ข้าก็มีบางอย่างจะอวดเจ้าเหมือนกัน”เฉินอี้เปลี่ยนเรื่องและหยิบยันต์ปัญจธาตุออกมาให้อาหลิ่งดู

            อาหลิ่งที่ยังมองเฉินอี้ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นยันต์ทั้งห้าใบนางก็ตาโต

            “ยันต์ปัญจธาตุ! เฉินอี้ ท่านนิมิตมาได้แล้วหรือ”

            “อื้อ” เฉินอี้พยักหน้าให้ใบหน้าที่มองยันต์ราวกับเห็นของล้ำค่า

            “ข้าลองใช้ยันต์ดูแล้ว มันได้ผลดีมากๆ เลย” เฉินอี้หยิบยันต์ธาตุเพลิงออกมา“ข้าใช้ยันต์ธาตุเพลิงเป็นใบแรก ตอนนั้นมีปิศาจมาขโมยเจ้าไป”

            อาหลิ่งได้ยินแล้วก็งงในตอนแรกแต่ก็เข้าใจในทันทีว่าคงเป็นตอนที่นางอยู่ในขวดแก้วหลิวหลีร่ายเวทย์

            “มันมิได้ปราบปิศาจได้เพียงอย่างเดียวนะอาหลิ่ง มันยังใช้กับมนุษย์ได้ด้วย”และเขาก็เล่าให้นางฟังว่าเขาร่ายมนต์ยันต์ธาตุพฤกษ์และช่วยยื้อดาบออกจากมือจิงอี๋เหนียง

            “ช่างวิเศษนัก!” อาหลิ่งฟังแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น “ข้าเคยได้ยินว่า ยันต์ปัญจธาตุใช้ได้สองแบบใช่หรือไม่”

              “เวียนกำเนิดและทำลายล้าง”เฉินอี้ออกเดินต่อและยิ้มเขินๆ “แต่ข้ายังทำไม่เป็นหรอก”

            ทั้งสองคนเดินคุยกันอย่างเพลิดเพลินจนถึงบริเวณที่มีต้นโสมเฉินอี้จึงนำเสียมอันเล็กออกมาและลงมือขุด

     

            จางฝูลู่เลิกงานแล้วก็เดินไปหาจินลี่หยางที่กองทหารรักษาเมือง

            ทหารด้านหน้าบอกว่าจินลี่หยางเพิ่งกลับมาจากท่าเรือเจียงเหอ ตอนนี้อยู่ในห้องทำงานเขาจึงเดินเข้าไปหา

            เมื่อไปถึงหน้าประตูห้องก็เห็นจินลี่หยางหน้านิ่วคิ้วขมวด มือสองข้างยันโต๊ะมองดูรูปภาพบางอย่างที่กางอยู่บนโต๊ะกับเหอผิง

            “ใต้เท้าจิน” จางฝูลู่เอ่ยเรียกเขาจินลี่หยางเงยหน้าขึ้นมองและมีสีหน้าประหลาดใจ

            “จางฝูลู่ มีอันใดหรือ” จินลี่หยางเอ่ยถาม จางฝูลู่จึงเดินเข้ามาด้านใน

            “ข้าได้ยินว่ามีคนถูกฆ่าตาย”

            จินลี่หยางพยักหน้าและถอนใจเบาๆสีหน้าไม่สบายใจนัก จางฝูลู่เห็นใบหน้าอิดโรยขอบตาคล้ำของจินลี่หยางก็เอ่ยถาม

            “ใต้เท้าจิน นี่ท่านได้นอนบ้างหรือยังนี่”

            เหอผิงหันมาตอบจางฝูลู่แทน“ตั้งแต่กลับมาพี่จินยังมิได้เข้าบ้านพักเลยขอรับ”

            จางฝูลู่มองจินลี่หยางรู้สึกสงสาร “ถ้ามีอันใดที่ข้าพอจะช่วยได้ ก็บอกข้าได้เลยนะ”

            จินลี่หยางเหลือบมองจางฝูลู่และยิ้มมุมปาก“ขอบใจ”

            จางฝูลู่ก้มหน้าดูภาพวาดที่วางอยู่บนโต๊ะของจินลี่หยางและรู้สึกว่ามันคลับคล้ายคลับคลา

            “นี่พวกท่านมายืนมองภาพเหล็กนำตะปูกันทำไมหรือ”

            จินลี่หยางกับเหอผิงหันขวับมามองจางฝูลู่พร้อมกัน“เจ้ารู้จักหรือ!”

            จางฝูลู่ทำหน้างง“ก็ต้องรู้จักสิ ข้าทำงานโรงไม้นี่” จางฝูลู่ชี้ไปที่รูปวาดบนโต๊ะ“นี่น่ะเรียกว่าเหล็กนำตะปูใช้ตอกลงไม้ให้เป็นรูก่อนที่จะใช้ตะปูจริงเพื่อมิให้ตอกพลาดป้องกันหน้าไม้เสียหาย”

            จินลี่หยางมองจางฝูลู่ที่ก้มหน้าเอียงคอพิจารณารูปวาดนั้น“ตัวเหล็กยาวจากด้ามประมาณหนึ่งฉื่อสองชุ่น เหล็กนำตะปูนี้ใช้ตอกไม้แข็งและหนาส่วนมากเป็นไม้จำพวกต้นเสา” จางฝูลู่กอดอกและเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ตกใจกับสายตาของจินลี่หยางและเหอผิง เขามองทั้งสองคนสลับกันด้วยความงุนงง

            “มีอะไรหรือ?”

    คล้ายกับเรื่องเนตรสวรรค์ พันธะวิญญาณ ที่คุณอ่าน

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271