ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 58

    หลังจากที่ทุกคนได้เห็นความมหัศจรรย์ของโลชั่นของโอ๊ตแล้วก็ต่างอึ้ง ลุงเกษมขอตัวยาวิเศษนี้ไปทาต่อที่ห้องซึ่งโอ๊ตก็พยักหน้าตอบรับ ถ้าจะให้ลุงแกมาถอดชงถอดชุดตรงนี้เลยมันก็ไม่ได้ อีกอย่างถึงลุงแกจะไม่ทายารอยช้ำพวกนั้นมันก็หายไปเองอยู่ดี เพราะเขารักษาลุงเกษมเสร็จไปแล้ว“นาย!.. เออ คุณชายเจ้าคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ฉันอยากจะขอตัวยาของคุณชายสักนิดสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการศึกษาทางด้านการแพทย์เท่านั้น ฉันไม่ได้คิดจะทำขายหรือเอาไปขายต่อเจ้าค่ะ..” คุณหมอหญิงกล่าวทักกับโอ๊ตอย่างลืมตัว แต่เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังมีเจ้าพวกบอดี้การ์ดนั้นจ้องมองการกระทำของเธออยู่ เธอจึงกล่าวกับโอ๊ตอย่างสุภาพแทน“ยาวิเศษ?.. เออ ถ้าคุณหมอหมายถึงยาสีขาวๆนั้น จริงๆแล้วมันเป็นเพียงแค่โลชั่นน่ะครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ กรรมวิธีที่เขาใช้ตัวโลชั่นมาเป็นส่วนประกอบ จริงๆแล้วมันก็เพื่อเอาไว้ตบตาลุงเกษมแกเท่านั้น จริงๆเขาใช้พลังปราณเข้าไปในร่างกายของลุงแกตอนที่ทายา และพลังปราณนั้นจะช่วยรักษาร่างกายของลุงแกให้หายเป็นปลิดทิ้งในคืนเดียวอย่างช้าๆ“แค่โลชั่น?..” พลอยก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตกใจกับคำตอบ เธอพยายามที่กล่าวถามเพื่อความแน่ใจ“แค่โลชั่นก็แย่แล้วพี่พลอย.. ถ้ามันมีโลชั่นอย่างนั้นอยู่มันคงได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแล้ว พี่ก็เห็นนี่ว่าทาปุ๊บหาปั๊บเลยนะ.. ถ้านาย! เอ้ย ถ้าคุณชายไม่อยากจะให้ก็บอกกันดีๆก็ได้เจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องโกหกกันขนาดนั้นเลยนี่เจ้าคะ” หญิงกล่าวกับโอ๊ต แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าโอ๊ตนั้นเป็นคุณชายแห่งตระกูลใหญ่ มันเป็นอะไรที่เธอต่อกรไม่ได้จริงๆ แต่คำพูดคำจา และนิสัยของเขาที่แสดงออกมามันก็น่าหมั่นไส้ไม่น้อยเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้จะให้เธอสามารถพูดดีๆกับเขาได้อย่างไรกัน โอ๊ตที่ได้ยินเช่นนั้นก็เกาแก้มงึกๆ ทั้งๆที่เขากล่าวความจริงทำไมหมอสองคนนี้ถึงไม่เชื่อกันล่ะ“มันเป็นโลชั่นจริงๆคุณหมอ ผมรักษาลุงแกตอนที่แตะตัวไปนั่นแหละ ยานั้นมันก็แค่ตัวหลอกเฉยๆ ถึงลุงแกจะไม่ทา แผลรอยช้ำของแกก็หายไปอยู่ดี ทีนี้คุณเข้าใจหรือยังครับ..” โอ๊ตกล่าวยืนยัน และอธิบายถึงเหตุผลต่างๆของเขา ทั้งสองสาวที่ฟังนั้นก็ตกใจ“จะบอกว่านายรักษาด้วยการแค่แตะตัวเนี่ยนะ.. เหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่า.. เออ ขอโทษคนมันลืมกันได้นี่นา คุณชายก็คุณชาย!.” หญิงกล่าวอย่างตกใจ และเธอก็เผลอตัวเรียกโอ๊ตอย่างเป็นกันเองตามความเคยชิน ก่อนจะถูกสะกิดโดยรุ่นพี่ของเธอ เหมือนเตือนว่าเธอกำลังกล่าวกับคุณชายใหญ่อยู่นะ“ก็ทำนองนั้นแหละครับ..” โอ๊ตกล่าวตอบราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ พลอยกับหญิงที่ได้ยินก็อึ้งไปเลย“ขอประทานอภัยขอรับคุณชาย.. ถ้าอย่างนั้นก็หมายถึงว่าคุณชายยอมสละอายุขัยของคุณชาย 1 ปี เพียงเพื่อจะรักษาชายแก่คนนั้นอย่างนั้นเลยเหรอขอรับ” กิตติที่ทำสีหน้าเคร่งเครียดมานาน จนในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามกับคุณชายของเขาไปตรงๆ“หืออ.. เออ คุณหมอพลอยคงจะบอกกับนายอย่างนั้นสินะ มันก็ไม่ถึงกับทุกครั้งที่รักษาจะเสียอายุขัย 1 ปีหรอกนะ มันกขึ้นอยู่กับอาการที่เป็นถ้าอย่างลุงเกษมก็คงลดไปสักวันสองวัน ดังนั้นก็อย่าไปใส่ใจเลย..” โอ๊ตที่ตอนแรกมึนงง แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยอ้างเรื่องนี้กับหมอพลอยเอาไว้ เขาจึงจำเป็นต้องแถต่อเพื่อให้ความไม่แตก“ได้อย่างไรกันขอรับคุณชาย เรื่องสุขภาพของท่าน พ่อบ้านอย่างกระผมจำเป็นต้องใส่ใจ..” กิตติกล่าว“แล้วแกจะยุ่งวุ่นวายทำไมเล่า ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับแกเลย ฉันจะยกอายุขัยให้กับใครมันก็เรื่องของฉัน ลุงเกษมแกก็ช่วยเหลือฉันไว้มากมายตั้งแต่เด็กๆละ ตอบแทนเล็กๆน้อยๆก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา.. ช่างเถอะ นี่ก็ดึกมากแล้วพวกแกเองก็กลับไปได้แล้ว ยังต้องไปพบกับตาแก่นั่นอีกไม่ใช่เหรอ คุณหมอทั้งสองท่านเองก็เช่นกัน เดินทางกลับดีๆล่ะ ผมไม่ส่งนะ”โอ๊ตกล่าวออกมาเป็นชุด จริงๆเขาก็ไม่ได้โมโหมากขนาดนั้นหรอก ยังไงก็ตามอายุขัยของเขาก็ไม่ได้ลดลงตามที่กล่าวออกไปอยู่แล้ว ที่ทำเป็นดูเหมือนโมโหก็เพื่อจะตัดปัญหาน่ารำคาญ และไล่คนพวกนี้กลับให้หมดก็เพียงเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเปิดประตูห้อง และหายเข้าไปในนั้นทันที โดยไม่สนใจอะไรอีก“เดี๋ยวก่อนสิ!..” และนั่นก็เป็นเสียงของหมอพลอยที่เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้พวกเธอไม่มีคนคุ้มครองจากยมทูตชุดดำที่ยืนอยู่ข้างๆพวกเธอ“เอายังไงดีพี่พลอย เราทำเป็นตีเนียนกล่าวลา แล้วเดินจากไปจะดีกว่าไหม..” หญิงเข้ามากระซิบกับพลอยเบาๆ และเมื่อพลอยได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าตอบรับในทันที“เอาตามนั้นเลย..” พลอยตอบกลับเบาๆเช่นกัน แต่ยังไม่ทันที่พวกเธอจะได้ทำตามแผนที่วางเอาไว้ กิตติก็ยื่นหน้าเข้ามากระซิบด้วยอีกคนหนึ่ง“คิดว่าแผนจะใช้ได้ผลอย่างนั้นเหรอครับ.. พวกคุณกำลังฝันกลางวันกันอยู่ใช่ไหม..” กิตติกล่าว พร้อมกับบอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามาปิดปากของทั้งสองเอาไว้ และอุ้มตัวออกไปทั้งๆที่พวกเธอยังไม่ได้ทันได้ร้องออกเสียงเลย กิตติมองดูสองสาวที่ถูกอุ้มไปที่รถของพวกเขา ก่อนจะมองที่ห้องของคุณชายอีกครั้ง“ผมจะปกป้องคุณชายเองขอรับ.. ไม่ว่าจะต้องตกตายแทน กระผมก็ยินดี” กิตติกล่าวพร้อมกับก้มหัวลงไป จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้ารถ และจากหอพักไปในทันที โดยที่ไม่มีใครรับรู้เลยว่าคุณหมอสุดสวยได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้วในคืนนี้ ..อีกด้านหนึ่ง ณ คฤหาสน์ของเสรี..หลังจากที่มนต์ถูกตัดสายจากโอ๊ต เธอเริ่มกระวนกระวายใจไม่น้อย เธอพยายามโทรติดต่อกับคุณปู่น้อยของเธอในทันที แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ ในหัวของเธอคิดถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง เพราะดูเหมือนว่าโอ๊ตจะมีปัญหาอะไรบางอย่างกับคุณปู่น้อยของเธอ และอาจจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากก็เป็นไปได้ มนต์รู้จักคุณปู่น้อยของเธอดี ถึงเขาจะใจดีกับเธอ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ปู่น้อยของเธอจะรับรู้เรื่องที่เธอตกหลุมรักโอ๊ต และใครๆก็รู้ดีว่าปู่น้อยหวงเธอมากแค่ไหน ไม่แน่ว่าหลังจากที่เขารับรู้แล้วอาจจะไปสร้างปัญหาให้กับโอ๊ตก็เป็นไปได้ หลังจากที่คิดไตร่ตรองอย่างร้อนใจมานานมากกว่า 10 นาที เธอจึงตัดสินใจเข้าพบปู่ของเธอ และหวังจะอ้อนวอนให้ปู่ของเธอช่วยในเรื่องนี้“คุณปู่คะ.. หนูมีเรื่องจะขอร้อง ได้โปรดช่วยหนูสักครั้งเถอะ” มนต์ที่กลับเข้ามาในห้องทำงานของปู่ก็คุกเข่าลง และเริ่มอ้อนวอนในทันที“หลานจะขออะไร ถ้าเป็นเรื่องของชายที่ชื่อภาวิน ปู่คงจะช่วยอะไรหลานไม่ได้ หลานตัดใจซะเถอะ” เสรีกล่าวออกมาอย่างจนใจ ในใจกำลังคิดอยู่ว่ามันจะดีไม่น้อยเลยถ้าเกิดหลานสาวของเขาไม่ได้เกลียดคุณชาย“หนูขอร้องนะคะคุณปู่.. ถ้าคุณปู่ช่วยหนูในครั้งนี้หนูสัญญาว่าจะเชื่อฟังคุณปู่ หนูจะเลิกยุ่งกับเขาตามที่คุณปู่บอก นะคะ..ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว.. ปู่น้อยเขา!... นะคะคุณปู่ โอ๊ตเขากำลังเดือดร้อน ปู่น้อยกำลังจะทำร้ายเขา ได้โปรดช่วยหยุดคุณปู่น้อยด้วย..” มนต์กล่าวพร้อมกับก้มหัวทั้งน้ำตา ทั้งหมดมันเป็นเพราะเธอเอง โอ๊ตถึงได้มาเจอเรื่องอย่างนี้ มันเป็นความผิดของเธอเอง“จะให้ช่วยยังไงล่ะ.. เดี๋ยวนะ! อะไรนะ! เจ้าภาคภูมิมันกำลังก่อเรื่องกับเขา... เกิดอะไรขึ้นกัน!”เสรีกล่าวออกมาอย่างสับสน ทั้งๆที่เขาสั่งห้ามภาคภูมิเอาไว้แล้วแท้ๆ แล้วไหนมันกลับกลายเป็นไปสร้างปัญหาให้กับคุณชายได้อีกล่ะ ทั้งๆที่เขาให้เหตุผลถึงขนาดยอมเปิดเผยสถานะของคุณชายให้กับมันรับรู้แล้ว มันยังกล้าลงมือกับคุณชายอีกเหรอ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเครียด“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คุณปู่น้อยน่าจะทราบว่าหนู.. ชอบเขา.. และอยากจะทำให้หนูรีบตัดใจจากเขาให้ได้ คุณปู่น้อยเลยคิดจะทำลายเขาก็เป็นไปได้ ได้โปรดเถอะค่ะคุณปู่ อย่าให้เขาบาดเจ็บอะไรเลย หนูสัญญาจริงๆว่าหนูจะเลิกยุ่งกับเขา.. นะคะ” มนต์พยายามกล่าวช่วยเหลือโอ๊ตอย่างสุดความสามารถ และด้วยประโยคนั้น มันก็ยิ่งทำให้เสรีถึงกับงงเข้าไปใหญ่“ห๊ะ! เรื่องอะไรอีกเนี่ย.. หลานกำลังจะบอกกับปู่ว่าหลานชอบเขา.. หลานไม่ได้เกลียดเขาหรอกเหรอ” เสรีกล่าวถามเพื่อความแน่ใจ มนต์ที่ได้ยินคำถามนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาตอบกล่าวกับคุณปู่ในท่าทางจริงจังทันที“หนูจะเกลียดคนที่ช่วยชีวิตของหนูได้ยังไงกันคะปู่ ถ้าครั้งนั้นหนูไม่ได้เขาช่วยจากสะพานนั้น หนูก็คงตายไปแล้วค่ะ.. หนูรักเขา หนูแอบมองเขามาตลอด ได้โปรดเถอะคุณปู่ ได้โปรดคุยกับปู่น้อยให้หนูด้วย อย่าทำลายเขาเลยนะคะ..” เมื่อสิ้นเสียงของมนต์ เสรีก็พิงไปด้วยหลังพนักเก้าอี้ เขาต้องประมวลผลข้อมูลใหม่ทั้งหมด จากที่เข้าใจว่าหลานๆเกลียดคุณชาย และรวมหัวกันกลั่นแกล้งเขา แต่กลับกลายเป็นไม่ใช่อย่างที่เขาคิด หลานมนต์บอกว่ารัก และชอบในตัวของคุณชาย ด้วยเรื่องนี้เจ้าน้องชายของเขาถึงกับลงทุนไปหาเรื่องคุณชายเลยอย่างนั้นหรือ ฟังดูแล้วมันก็ยังไงๆอยู่“ปู่เข้าใจแล้วหลานรัก.. ถ้าปู่ช่วยหลานในครั้งนี้ หลานสัญญาใช่ไหมว่าจะเชื่อฟังปู่...” เสรีกล่าวถาม“ค่ะ หนูยอมทำตามที่ปู่สั่งทุกอย่างค่ะ..” มนต์ตอบด้วยสีเศร้าๆ“ดี! ถ้าอย่างนั้นหลานจะทำยังไงก็ได้ให้ชายที่ชื่อภาวินหรือโอ๊ตคนนั้น หลงรักหลานหัวปักหัวปำไปเลย..เข้าใจไหม” เสรีกล่าว มนต์ที่ทำใจอยู่แล้วว่าปู่ของเธอจะพูดอะไร เธอก็ตอบตกลงในทันที“ค่ะคุณปู่ หนูจะทำให้โอ๊ตเขาหลงรักหนูจนหัวปักหัวปำ.... ชะ..เอ้!”