Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 109

    “..สวัสดีค่ะคุณนทีหรือเปล่าคะ... กู๊ดแท็กซี่ค่ะ..” เฟิร์นขับรถยนต์ที่ไม่ได้เก่ามากมาจอดตรงทางเข้าโรงพยาบาลตามที่ลูกค้าได้ระบุผ่านทางแอปพลิเคชัน เธอกล่าวถามกับชายหนุ่มที่อาจจะเป็นลูกค้าของเธออย่างสุภาพ ถึงงานของเธอจะเป็นแบบอิสระหรือเรียกว่า ‘ฟรีแลนซ์’ แต่มันก็มีกฎของบริษัทต้นสังกัดที่ควรจะต้องปฏิบัติตามเป็นค่านิยมขององค์กร“ใช่ครับ..” นทียิ้มให้กับเฟิร์น ก่อนจะเดินตรงมายังประตูหลังแล้วเปิดขึ้นไปในทันที เฟิร์นที่เห็นว่าลูกค้าของเธอเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ลำดับต่อมาเธอก็ต้องยืนยันสถานที่ที่ลูกค้าต้องการให้ไปส่งว่ามันถูกต้องหรือไม่ และเมื่อได้รับคำยืนยันจากนทีแล้วข้อมูลถูกต้องตรงตามที่ระบบในแอปพลิเคชัน เฟิร์นก็ออกรถไปในทันที“..ว่าแต่คุณเองก็หน้าตาคุ้นๆนะครับ.. ถ้าผมจำไม่ผิด พี่น่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่อยู่ตรงแผนกประชาสัมพันธ์เมื่อสักครู่นี่ครับ..” นทีกล่าวออกมาเพื่อที่จะได้เริ่มบทสนทนา ถึงแม้ว่าเขาจะอ่านความทรงจำของหญิงสาวคนนี้ได้ และถึงกับขั้นเปลี่ยนแปลงมันได้ในระดับที่สามารถทำให้คนคนหนึ่งเป็นทาสรับใช้เขาเลยก็ย่อมได้ แต่มันไม่ใช่วิถีของเขา หลังจากที่แอบเข้าไปเจาะความทรงจำของหญิงคนนี้เขาก็มีแผนการไว้สำหรับเธอแล้ว“จำได้ด้วยเหรอคะ.. พอดีมันเป็นงานเสริมหลังเลิกงานน่ะค่ะ.. ชีวิตก็แบบนี้แหละค่ะก็ต้องสู้กันต่อไป...” เฟิร์นกล่าวตามมารยาท แต่สิ่งที่เธอได้ตอบกลับไปนั้นล้วนเป็นเรื่องจริงที่ว่าชีวิตจะต้องสู้ต่อไปจะมาท้อแท้อยู่ตรงนี้มันก็ไม่ใช่เรื่อง เงินแต่ละบาทนั้นมันหายาก แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรครอบครัวก็จะไม่มีกิน“..นั่นซินะครับ ขยันทำงานมันก็ดีอยู่หรอกครับ แต่ก็อย่าฝืนตัวเองมากนะครับ เงินสำคัญก็จริง แต่สุขภาพมันก็ยิ่งสำคัญเหมือนกันนะครับ หาเงินรักษาตัวเองมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไรเลย” นทีกล่าวพร้อมกับทำหน้าเศร้าเล็กน้อย เฟิร์นที่เห็นอย่างนั้นก็คิดไปเหมือนกันเกี่ยวกับตัวของชายที่เป็นลูกค้าของเธอ และถ้าดูจากสีหน้าของเขาแล้ว เธอได้แต่อนุมานอยู่ในใจว่าเขาคงจะทำงานหนัก และต้องเขาโรงพยาบาลในกลางดึกเช่นนี้“..ขอบคุณมากนะคะที่เตือน แต่มันก็ช่วยไม่ได้นะคะ ตอนนี้ทำอะไรได้ก็ต้องรีบทำรีบคว้ามันไว้ก่อน ถ้าเลือกได้ก็ไม่ได้อยากจะทำงานเกือบตลอดเวลาอย่างนี้หรอกค่ะ” เฟิร์นกล่าวออกมา มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ไม่มีใครรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้เธอก็ต้องช่วยเหลือภาระทางบ้านที่ประสบปัญหาจากหนี้นอกระบบไปก่อน ถ้าหนี้ก้อนนี้มันหมดไปแล้วบางทีชีวิตเธออาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้“..นั่นซินะครับ ทำอะไรได้ก็ควรทำกันไปก่อน... ว่าแต่งานขับรถนี่รายได้ดีไหมครับ ผมเองก็สนใจอยู่เหมือนกัน.." นทีกล่าว และเขาไม่อยากจะลงลึกในเรื่องปัญหาของครอบครัวเธอ เพื่อทำให้เธออึดอัด เขาเลยตั้งใจเปลี่ยนเรื่องที่จะพูดคุยไปก่อน และทำเป็นสนใจที่จะทำงานแบบเธอแทน“..มันก็แล้วแต่ช่วงเวลานะคะ บางชั่วโมงมันก็ไม่ค่อยจะคุ้มค่าสักเท่าไร รถติดบ้าง ลูกค้าน้อยบ้าง แต่ถ้าเล็งเวลาทำงานดีๆ ชั่วโมงหนึ่งต่ำๆก็ได้เกือบ 300 บาทเลยล่ะค่ะ อีกอย่างบางทีก็อาจจะได้ทิปเพิ่มเล็กน้อย แต่ถ้ารวมยอดกันดีๆก็หลายร้อยบาทเลย อย่างช่วงกลางคืนนี้ลูกค้าเมานิดเมาหน่อยก็ให้ทิปมาเยอะแล้วค่ะ….” เฟิร์นกล่าวแนะนำไปตามจริง เธอไม่ได้กลัวเลยว่าเพื่อนร่วมโลกจะมาแย่งงานนี้ของเธอไป เพราะถึงอย่างไรลูกค้าก็มีจำนวนที่มากกว่าคนให้บริการอยู่หลายส่วนด้วยกัน อีกอย่างไม่ใช่ว่าจะขับก็ขับได้เลย เธอต้องไปอบรมอยู่ 2-3 วัน ก่อนที่จะได้เริ่มงานเลยทีเดียว นับว่ามีขั้นตอนหลายขั้นตอน และลำบากไม่น้อย “รายได้ไม่เลวเลยครับ ..อื้มม.. ว่าแต่คุณไม่กลัวพวกคนเมาจะทำอะไรคุณบ้างเลยเหรอครับ บางทีสองต่อสองยังไม่เท่าไร แต่ถ้ามาสามสี่คนขึ้นไปคุณก็จะลำบากไม่น้อยเลย ถ้าพวกเขาคิดไม่ซื่อกับคุณ มันจะไม่เสี่ยงไปเหรอครับ คุณเองก็นับว่าเป็นคนที่สวยมากคนหนึ่ง ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะครับ..” นทีกล่าวถามออกมาก่อนจะให้คำแนะนำกับเธอไป“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นมวยเหมือนกันนะคะ ถึงจะไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก ผู้ชายสามสี่คนฉันล้มได้สบายๆเลยล่ะ อีกอย่างฉันก็มีพวกสเปรย์พริกไทย แล้วก็อาวุธอีกเล็กน้อยน่ะค่ะ.. แต่ก็ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอบคุณสำหรับคำชมก่อนหน้านี้นะคะ” เฟิร์นกล่าวแบบนี้อยู่เสมอๆ มันเหมือนเป็นการขู่ทางอ้อม เป็นมวยก็ไม่ได้เป็นจริงๆ แต่ถ้าเป็นคนเมาก็มักจะหลงเชื่อไปอย่างว่าง่ายตลอดมา ถ้ามันจวนตัวจริงๆ สเปรย์พริกไทยคือคำตอบสุดท้าย“โอ้ ..คุณนี่เก่งใช่เล่นเลยนะครับ... จิตวิทยาซินะครับ ร่างผอมเพรียวขนาดนี้ ไม่เมาก็ดูออกหรอกครับว่าคุณไม่ได้เป็นมวย ส่วนพวกอุปกรณ์เด็กน้อยอย่างนั้น ผมว่าคุณได้แค่ถ่วงเวลาพวกมันเท่านั้น อีกอย่างคุณก็คงสู้แรงพวกผู้ชายไม่ไหวหรอกนะครับจากที่มอง.. แต่ก็ช่างเถอะมันก็ไม่ใช่เรื่องของผมนี่นา..” นทีกล่าวออกมาตามความจริง แต่ความจริงนี้มันกลับทำให้คนขับอย่างเฟิร์นรู้สึกหน้าเสียไปเลยทีเดียว เธอได้แต่หันมองกระจกหลัง มองไปที่ชายหนุ่มคนนี้อย่างหวาดระแวง ตื่นกลัวที่ชายคนนี้มองคำพูดเหล่านี้ออก“..จะลองดูก็ได้นะคะ...ถ้าไม่เชื่อขนาดนั้น แต่ถ้านอนโรงพยาบาลหยดน้ำข้าวต้มก็อย่ามาว่ากันทีหลังล่ะ ไม่พอ..คุณเองก็น่าจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นจากพวกตำรวจ เป็นคดีคงคดีความแถมให้อีกชุดหนึ่ง..” จิตวิทยาที่ดีจะต้องหลอกเหยื่อให้ถึงที่สุด แม้มันจะดูใจกล้าไปบ้างก็ตามที เธอแค่เขียนเสือให้วัวกลัวเท่านั้นแหละ แต่ปฏิกิริยาของนทีเมื่อได้ยินเธอพูดออกมาอย่างนั้นเขาก็แอบอมยิ้มเล็กน้อย เขามองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะเอ่ยขึ้นมา“นี่แปลว่าคุณกำลังท้าทายผมอยู่ ถูกต้องใช่ไหมครับ.. คุณน่ะ.. สู้ผมไม่ได้หรอกนะ อยากจะลองเอาจริงไหมครับคุณเฟิร์น.." นทีกล่าว และแน่นอนว่าเฟิร์นก็ได้แต่ตกใจ และมองตาขวางไปทางนทีจากกระจกหลังเพียงเท่านั้น อีกอย่างที่เธอนั้นสงสัยก็คงจะเป็นชื่อที่เขาคนนี้เรียกเธอด้วยชื่อเล่น ถึงในแอปพลิเคชันจะมีชื่อก็จริง แต่เขาควรจะรู้เพียงแค่ชื่อจริงเท่านั้น ทำไมเขาถึงรู้มากขนาดนั้น หรือว่าเขาจะรู้เรื่องของเธอเป็นอย่างดี และหาโอกาสอย่างนี้อยู่  ความคิดของเฟิร์นภายในหัวก็เริ่มที่จะหมุนวนซ้ำอยู่อย่างนั้นด้วยความหวาดระแวง เธอไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับเคสนี้ดี บรรยากาศเริ่มที่จะมาคุขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีคำถาม และคำตอบออกมาจากปากของทั้งสองคน จนเดินทางมาถึงยังจุดหมายที่กำหนดแล้ว เมื่อเธอเห็นว่ามันเป็นซอยที่ไม่ได้มืดสนิท และยังเป็นหอพัก เธอรู้สึกโล่งใจมากขึ้น“ถึงที่หมายแล้วค่ะคุณลูกค้า.. ค่าบริการทางคุณได้ชำระผ่านทางออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ..” เธอยังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิม นทีที่ได้ยินก็ได้แต่ยิ้มออกมาแบบขี้เล่นติดตลกนิดๆ แต่มันเป็นอะไรที่น่ากลัวสำหรับหญิงสาวเป็นอย่างมาก“ว่าแต่เรื่องก่อนหน้านี้อยากจะให้ผมพิสูจน์ไหมล่ะครับ ว่าผมสามารถทำได้จริงหรือเปล่า.. แล้วคุณทำอะไรได้บ้าง.. แล้วยิ่งคนนั้นที่คุณท้าทายดันเป็นผมด้วยแล้ว ต่อให้เทพเจ้าองค์ใด หรือปีศาจตนไหนมาช่วยก็ไม่ทันแล้ว.. หลังจากนี้คุณค่อยๆรู้สึกตัวเองว่าเสียงของคุณจะหายไป ร่างกายจะค่อยๆไร้เรี่ยวแรง คุณจะรู้สึกทุกอย่าง เห็นมันก็ทุกอย่าง แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่จะกระดิกนิ้ว..” 

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน