ตอนที่ 89 :เริ่มไลฟ์
จิงฮัวไฮเทคพาร์ค อาคารแพนด้า
อาคารแพนด้ามี 21 ชั้น เดิมทีที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของคูลแคทมิวสิค ต่อมา คูลแคทมิวสิค, เดอะแคลปมิวสิค และทีทีเพลเยอร์ 3 แพลตฟอร์มดนตรีได้ร่วมกันก่อตั้งแพนด้ามิวสิคขึ้น คูลแคทมิวสิคได้ลงทุนส่วนหนึ่ง รวมทั้งอาคารของคูลแคทมิวสิค นับเป็นหุ้น 30% ของแพนด้ามิวสิค
ขณะนี้ ที่แพนด้าไลฟ์บนชั้น 8 ของอาคารแพนด้า เบื้องหลังเซิร์ฟเวอร์ พนักงานทุกคนไม่ได้พักผ่อนและมัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำงานล่วงเวลา
“คุณหลิน ครั้งนี้คุณอยากเพิ่มอีก 2 เซิร์ฟเวอร์ใช่ไหมครับ ? ” พนักงานคนหนึ่งถามขึ้น
หลินเยว่ขมวดคิ้ว “เพิ่มอีก 5 เลย ! ”
“คุณหลิน มากขนาดนี้เลยหรือครับ ? ” พนักงานแปลกใจเล็กน้อย “มันน่าจะใช้ไม่ถึงนะครับ แค่ไลฟ์แข่งกัน ไม่ใช่การแข่งกีฬาหรือ…”
“เถอะน่า อย่ามัวแต่พูดไร้สาระอะไรมากมาย” หลินเยว่จ้องไปที่พนักงานคนนั้น “เบิกของมา เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าใช้ของเจ้าของห้องและชาวเน็ต”
“คุณหลิน เบิกของมาทั้งหมดแล้วครับ ! ” พนักงาน 7-8 คนทำงานกันอย่างรวดเร็ว “ห้องเชือดที่คุณหลิวจือเซียสร้าง นำเข้าตัวกรองปกติและเอาขึ้นหน้าโฮมเพจแล้วครับ”
“ดี เตรียมพร้อมรับชาวเน็ต ! ” หลินเยว่วางมือทั้งสองลงบนโต๊ะ ปกปิดความคาดหวังและความกระวนกระวายที่อยู่ในใจ
เวลา19.55 นาฬิกา ห้องไลฟ์ ‘ห้องเชือด’ ได้เริ่มต้นเชื่อมต่อกับชาวเน็ต
“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ! ”
เพิ่งจะเปิดช่องทางเชื่อมต่อให้ชาวเน็ต จำนวนคนที่เข้าสู่ระบบก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
10,000 คน, 50,000 คน, 100,000 คน… จำนวนคนดูทะลุ 1 ล้านในชั่วพริบตา เซิร์ฟเวอร์แรกเต็มไปแล้วเรียบร้อย เริ่มเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ที่สอง
“ไม่ได้การแล้ว ไปเตรียมเซิร์ฟเวอร์เร็ว ! ” หลินเยว่เบิกตาโพลง เธอคิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้
ไม่ถึง 1 นาที เซิร์ฟเวอร์ของแพนด้าไลฟ์ก็เต็มแล้ว และตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้นยังกับพายุเฮอริเคนอย่างไรอย่างนั้น
ดูจากสถานการณ์แล้ว อย่าว่าแต่ 2 ล้านเลย ต่อให้ 6 ล้านก็เป็นไปได้
“สุดยอด ใครก็ได้ตบหน้าฉันที ฉันดูผิดไปรึเปล่า ? ”
“ล้อเล่นใช่ไหม เอาจำนวนคนเข้าไลฟ์ทั้งหมดตั้งแต่เปิดแพนด้าไลฟ์มารวมกัน ยังไม่เยอะเท่าวันนี้เลยมั้งเนี่ย”
“มัวแต่มองอะไรอยู่ได้ รีบเตรียมเซิร์ฟเวอร์เร็ว จะให้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ! ”
ปริมาณการเข้าชมของห้องนี้ห้องเดียวในวันนี้ ทำให้พนักงานทุกคนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
ถ้าหลินเยว่ไม่ได้มาคุมด้วยตัวเอง เกรงว่าพนักงานแพนด้าไลฟ์ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่เบื้องหลังทุกคนคงทำได้แค่ส่งเสียงอุทานกันอย่างเดียว
เวลา 2 ทุ่ม ห้อง ‘ห้องเชือด’ ก็ถึงจุดอิ่มตัว มีชาวเน็ตเข้ามามากถึง 6.8 ล้านคน
“ทำไมไม่เห็นคนเลยล่ะ ? ”
“พี่เซียของฉัน ฉันรอดูคุณเชือดหมาจินอยู่นะ แล้วฉันจะส่งล็อบสเตอร์ให้คุณ ! ”
“ฮ่า ๆๆ พี่เซียของฉัน วันนี้เป็นวันดี ถ้าคุณชนะหมาจินได้ ฉันจะส่งไผ่ให้คุณเลย ! ”
ในห้องไลฟ์ ‘ห้องเชือด’ จะเห็นว่ามีเปียโนและกีตาร์ตั้งอยู่ที่ระเบียง แต่ไม่มีใครอยู่เลย ดังนั้น ชาวเน็ตที่เข้ามาในห้องไลฟ์จึงไม่พอใจและเริ่มคอมเม้นท์กันรัว ๆ เป็นม่านกระสุน
หลัง 2 ทุ่มตรงได้ไม่กี่วินาที หลิวจือเซียก็ปรากฏตัวพร้อมกับเยว่เยว่
“ว้าว เยว่เยว่นี่นา พวกคนรวยอยู่ไหน ส่งลูกชิ้นปลาหมึกให้เยว่เยว่เร็ว ! ”
“ฉันดูไลฟ์แบบไม่ให้ของขวัญมาตลอด เพื่อเยว่เยว่ ฉันจะให้ล็อบสเตอร์ 10 ตัวไปเลย ! ”
“พี่จือเซีย นักเรียนมัธยมไม่มีรายได้ ฉันให้ลูกชิ้นปลา 10 ลูกก็แล้วกันนะ…”
พ่อลูกเพิ่งปรากฏตัวบนหน้าจอของห้องไลฟ์ ม่านกระสุนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยของขวัญนับไม่ถ้วนลอยข้ามหน้าจอ
นี่มันเวอร์อย่างที่สุด ขนาดพนักงานของแพนด้าไลฟ์ยังไม่รู้เลยว่ามีล็อบสเตอร์คลานผ่านหน้าจอไปกี่ตัวแล้วตอนนี้
ของขวัญของแพนด้าไลฟ์นั้น ตามมูลค่าแล้วมี : 2 หยวนสำหรับลูกชิ้นปลา, 10 หยวนสำหรับลูกชิ้นปลาหมึก, 50 หยวนสำหรับกั้ง, 100 หยวนสำหรับล็อบสเตอร์, 500 หยวนสำหรับหอยเป๋าฮื้อ, 1,000 หยวนสำหรับไผ่
แค่ 1 นาที ไม่ต้องพูดถึงของขวัญอื่น แค่ล็อบสเตอร์ก็คลานผ่านหน้าจอไปเป็นร้อยตัวแล้ว ถ้าตามข้อตกลง ส่วนแบ่งที่หลิวจือเซียจะได้ก็มากกว่า 8,000 หยวน ธุรกิจนี้ทำกำไรได้เยอะดีจริง ๆ
“สวัสดีครับทุกคน วันนี้เป็นวันที่ผมจะแข่งขันอย่างเป็นมิตรกับคุณจินฉือถัง”
หลิวจือเซียยิ้มและโบกมือให้ชาวเน็ตในห้องไลฟ์ จากนั้นก็พูดต่อว่า
“นอกจากนั้น ผมยังได้รับอนุญาตจากคุณเซียเยว่นักเขียนนิทานเด็ก ตามข้อตกลงระหว่างคุณเซียเยว่กับคุณจินฉือถัง เขาจะเขียนบทกวีตามหัวข้อที่คุณจินฉือถังให้ผม และจะโพสต์ลงบนเวยป๋อและให้ผมเป็นคนอ่าน”
ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นมองดูหลิวจือเซียแล้วพากันหัวเราะ
นอกจากจางหมิงห่าว คนอื่น ๆ ต่างรู้ว่า ‘เซียเยว่’ คือนามปากกาของหลิวจือเซีย นี่ใช่การแข่งแบบ 2 รุม 1 ที่ไหนกัน มันเป็นการแข่ง 1 ต่อ 1 แบบยุติธรรมต่างหาก !
“โห เล่นแบบนี้เลยหรือ ? ”
“ลุงเซียเยว่กับพี่เซียของฉันผนึกกำลังกันต้านศัตรู น่าดูสุด ๆ ! ”
“มันต้องอย่างนี้สิ ! ว่าแต่ทำไมจินฉือถังยังไม่มาล่ะ เขาสาบานอยู่เมื่อวานว่าไม่เจอไม่กลับไม่ใช่หรือ ? มาวันนี้เจ้าหมาจินกลัวแล้วรึไง ? ”
เหล่าผู้ชมที่ดูไลฟ์เริ่มโพสม่านกระสุนกันเต็มหน้าจออีกแล้ว
นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ชมสดกับผู้ชมไลฟ์ทางอินเทอร์เน็ต ผู้ชมสดจะแสดงความชอบด้วยการตะโกนเชียร์และปรบมือ ขณะที่ผู้ชมไลฟ์ทางอินเทอร์เน็ตจะรัวม่านกระสุน, ส่งของขวัญ หรือด่าด้วยถ้อยคำสารพัดรูปแบบ
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ! ”
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนขอเข้าร่วมไลฟ์ก็ถูกส่งเข้ามาในห้องไลฟ์ ‘ศึกเชือดหมาจิน’ หลิวจือเซียมองไปยังชื่อของอีกฝ่าย ‘เทพจินราชาปากปืนกล’ และรูปโปรไฟล์ของชื่อนั้นก็เป็นชายอ้วนวัยกลางคนที่หน้าตาเต็มไปด้วยความสุข
ปากปืนกล ก็ตามชื่อเลย มันหมายถึงคนที่ชอบคุยโวในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้
เจ้าหมาจินนี่ก็รู้ตัวเองดีอยู่นะ ไม่เพียงอ้างตัวเองว่าปากปืนกล แต่ยังยืดอกรับด้วยว่าเป็นเทพแห่งปากปืนกล
หลิวจือเซียกดตกลง
ไม่นานอีกฝ่ายก็เข้ามาครองพื้นที่หนึ่งในสามของห้อง ‘ศึกเชือดหมาจิน’
“สะ...” จินฉือถังกำลังจะพูด จู่ ๆ ก็มีหน้าต่างเล็ก ๆ สีดำ 4 อันปรากฏขึ้นมาเหนือห้องไลฟ์
หน้าต่างเล็ก ๆ ทั้ง 4 เป็นหน้าต่างขยาย แต่ละหน้าต่างมีขนาดประมาณเท่าฝ่ามือของทารก ราวกับหน้าจอมือถือมีผมหน้าม้าสีดำรูปร่างแปลกประหลาดปรากฏขึ้นมา
จากนั้น คน 4 คนก็ปรากฏตัวขึ้นในหน้าต่างเล็ก ๆ พร้อมกัน
พวกเขาคือหลินเยว่ CEO ของแพนด้ามิวสิค, ผู้จัดการใหญ่สงสง, ผู้กำกับศิลป์เมิ่งฉางคง, และชายชราผมสีขาววัยหกสิบคนหนึ่ง
“สวัสดีผู้ชมทุกท่าน ฉันคือ CEO ของแพนด้ามิวสิค”
ริมฝีปากของหลินเยว่เผยอเล็กน้อย “เพื่อเป็นพยานในการแข่งครั้งนี้ และเพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งจะดำเนินไปอย่างยุติธรรม ฉันกับสงสงผู้จัดการใหญ่ของแพนด้ามิวสิค เมิ่งฉางคงผู้กำกับศิลป์ และศิลปินแห่งชาติ อธิการบดีของวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซีย หวงปิ่งคุน จะมาเป็นเจ้าภาพและพยานของการแข่งขันนี้ ! ”
“เฮือก ! ”
ทุกคนสูดหายใจเฮือกอย่างตกตะลึง สำหรับหลินเยว่และคนอื่น ๆ พวกผู้ชมสามารถเข้าใจได้ แต่หวงปิ่งคุนท่านนี้คือผู้ก่อตั้งวงการดนตรียุคใหม่ของจีน และยังเป็นศิลปินแห่งชาติที่เคยร้องเพลงในโรงละครชั้นนำของโลก อย่างเช่น เวียนนาโกลเด้นฮอลล์ ซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์ เป็นต้น !
ทั่วทั้งประเทศจีน แม้แต่ชาวจีนที่อยู่ต่างประเทศทั่วโลก ก็ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา !
แพนด้ามิวสิคเชิญคนระดับนี้มาได้ยังไง ? และยังเป็นการมาเข้าร่วมการแข่งเล็ก ๆ อีกด้วย นี่เราจะขึ้นสวรรค์กันแล้วใช่ไหม ?
“พระเจ้า แพนด้ามิวสิคโคตรเจ๋ง เชิญเหล่าหวงมาด้วย ขอคารวะ ชาบู ชาบู ! ”
“แพนด้ามิวสิคโหดสุด ชัดเจนแล้วว่าไม่ตายไม่เลิกรา ! ”
“ใครแพ้ใครชนะยังไม่แน่หรอก ! คิดหรือว่าการแต่งเพลงมันง่ายเหมือนกินข้าวดื่มน้ำ ? ”
ตอนนี้ชาวเน็ตคลั่งไปแล้ว พวกเขาโพสต์ม่านกระสุนในห้องไลฟ์กันรัว ๆ ต่อมาเริ่มดูไม่รู้เรื่อง จึงไปโพสต์ข้อความกันที่ช่องสนทนาด้านล่างห้องไลฟ์แทน
และการมาของหวงปิ่งคุนก็ทำให้ห้องไลฟ์ยิ่งร้อนแรงมากขึ้น
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชมที่เร่าร้อน หวงปิ่งคุนก็แค่ยกมือขึ้น ใบหน้ามีรอยยิ้มใจดีอยู่ตลอดเวลา เขาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า
“ช่วงนี้ผมว่าง บังเอิญว่าลูกชายของเพื่อนเก่าสร้างแพลตฟอร์มดนตรีขึ้นมา ก็เลยมารับเป็นที่ปรึกษาฝ่ายศิลป์ของแพนด้ามิวสิคตามคำขอร้องของเพื่อน วันนี้ได้ยินว่าหลิวจือเซียศิษย์คนเก่งของวิทยาลัยการละครเขตฮัวเซียจะท้าแต่งเพลง ผมตื่นเต้นดีใจก็เลยมาร่วมฟังด้วย พวกคุณก็ทำเหมือนผมเป็นมนุษย์ล่องหนแล้วกัน ไม่ต้องสนใจผมหรอก”
หวงปิ่งคุนใจดีและเป็นกันเองอย่างมาก และยังได้สั่งสอนบุคคลที่มีพรสวรรค์ในวงการบันเทิงจีนอย่างแข็งขัน นักดนตรีและนักแสดงเก่ง ๆ มากมาย รวมทั้งอู๋อิง, หลิวเยว่, หลี่อ้ายกัง… ล้วนเป็นลูกศิษย์ของเขาทั้งนั้น
กล่าวได้ว่า ถ้าหวงเหล่ากระทืบเท้า ทั้งวงการบันเทิงจะต้องสั่นสะเทือน
“คุณหลิน คุณสง คุณเมิ่ง เหล่าหวง สวัสดีครับ ! ”
หลิวจือเซียทักทายคนทั้งสี่อย่างสุภาพ จากนั้นก็พูดกับจินฉือถังว่า “คุณจิน เนื่องจากผมเป็นคนเสนอให้มีการแข่ง งั้นเชิญคุณกำหนดกฎและวิธีการแข่งขันได้เลย”
“เหล่าหวง ไม่ได้เจอกันนานนะครับ ! ”
ในที่สุดจินฉือถังก็มีโอกาสพูดซะที แต่เขาเมินหลิวจือเซียและพยักหน้าให้หวงปิ่งคุนในหน้าต่างเล็ก ๆ แทน “ครั้งสุดท้ายที่เจอคุณก็ในงานประชุมประจำปีของสมาคมวิจารณ์หนัง ช่วงนี้คุณเป็นยังไงบ้างครับ ? ”
หวงปิ่งคุนจำจินฉือถังได้ เพราะเขามีลูกศิษย์หลายคนที่โดนชายร่างอ้วนคนนี้สาดสีใส่
แต่ด้วยนิสัยของหวงปิ่งคุน เขาไม่อยากแสดงความโกรธออกมา จึงพูดแค่ว่า “อ๋อ คุณจินฉือถังนี่เอง ผมก็ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไร”
“เหล่าหวง คุณเรียกผมว่าคุณ ทำผมเจ็บนะเนี่ย” จินฉือถังโบกไม้โบกมือ “เรียกผมว่าเสี่ยวจินก็ได้ ! ครั้งนี้คุณมา จึงทำให้ผมมั่นใจขึ้นเยอะ”
“หึ โคตรหน้าไม่อาย ขอกราบเลย ! ”
“ใช่ เหล่าหวงมาเพราะพี่เซียของฉันแท้ ๆ อย่ามาพูดเอาดีเข้าตัวนะ”
“ยังอยากมีหน้าอยู่ไหม ? ถ้าไม่อยาก ฉันจะเอามีดมาแทงให้ ! ”
คำพูดของจินฉือถังทำให้ชาวเน็ตทุกคนในห้องไลฟ์โกรธมาก พวกเขาเคยเจอคนไร้ยางอายมาแล้ว แต่ไม่เคยเจอใครที่ไร้ยางอายขนาดนี้
“คุณจิน ถ้าคุณไม่พูดกฎ ถือว่าคุณแพ้นะ ! ” หลิวจือเซียเองก็เอือมระอา ไอ้หมอนี่มันเหยียบจมูกขึ้นหน้ากันจริง ๆ
“รีบร้อนอะไรกัน ? ”
จินฉือถังจ้องหลิวจือเซียและพูดว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ! ฉันจะไม่เอาเปรียบนาย เรามาแข่งกัน 3 เพลง ! เพลงแรกให้ชาวเน็ตตั้งโจทย์ เพลงสองให้เจ้าภาพ 4 ท่านเป็นคนตั้งโจทย์ เพลงสุดท้าย ฉันเป็นคนตั้งโจทย์ เป็นยังไง ? ”