“ข้าอาจจะเป็เทพาที่ถูกส่งมาจุติมายังที่นี่ก็เป็ได้เอ๊ะ รึอาจจะเป็จอมมารนะ ฮ่าๆๆ อย่ากังวลเลยข้าให้คำมั่นกับเ้าได้ว่าข้าจะไม่เป็ศัตรูกับเ้าตราบเท่าที่เ้ายังคงมีเจตนาที่ดีต่อข้า”
“ (-..-) เ้าชักจะมีอารมณ์ขันมากขึ้นทุกวันแล้วนะเทียนคง ว่าแต่เ้าจะทำอย่างไรที่บอกข้าว่าสามารถปรับปรุงโรงหลอมนี้ได้”
“ข้าจะแก้ไขเตาหลอมนี้จากภายในและเพิ่มเติมส่วนใหม่ ๆ บางส่วนเข้าไปและทำให้กระบวนการหลอมเปลี่ยนแปลงไปแต่รูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดจะยังคงเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดสังเกตจากเมืองอื่น ๆที่อาจผ่านเข้ามา”
“เ้าคิดเผื่อถึงเื่นั้นด้วยน่าชื่นชมยิ่งนัก เ้า้าสิ่งใดบ้าง ในการปรับปรุงครั้งนี้และข้าสามารถช่วยเ้าในเื่ใดได้บ้าง”
“ข้า้าวัสดุและอุปกรณ์เหล่านี้ เ้าทำเพียงนำมันมาให้กับข้า และมอบหมายช่างหลอมที่นี่ ที่พอมีฝีมือสัก5 คน ข้าจะสอนการใช้เตาหลอมใหม่นี้ให้กับพวกเขาด้วยแต่เ้าจงเลือกคนที่เ้าไว้ใจได้เท่านั้น”
“ได้เช่นนั้นเ้ารอข้าที่นี่ ไม่เกิน 1 วัน ข้าจะให้คนของข้า 5 คนมาหาเ้าและนำของที่เ้า้ามาให้”
หนึ่งวันผ่านไป เมื่อเทียนคงได้วัสดุและเครื่องไม้เครื่องมือช่างต่าง ๆ ที่คนของเซียนอินนำมาให้แล้วเขาก็เริ่มลงมือทันที โดยเริ่มจากการอธิบายถึงสถานการณ์ปัจจุบันของโรงหลอมนี้ว่าเหตุใดถึงมีสารตกค้างจากการหลอม และวิธีแก้ปัญหาจากนั้นจึงอธิบายขั้นตอนในการปรับปรุงโรงหลอมแห่งนี้อย่างละเอียดให้กับช่างฝีมือทั้ง5 คน
เมื่อช่างทั้ง5 คนได้ฟังเทียนคงอธิบายจนจบถึงจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดแต่ก็อดชื่นชมปนประหลาดใจในตัวของเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้เพราะอายุยังเยาว์นักแต่กลับแตกฉานความรู้ด้านการช่างดั่งปรมาจารย์ที่เรียนรู้ด้านการช่างมากว่า100 ปีก็มิปาน หลังจากอธิบายหลักการเรียบร้อยแล้วเทียนคงจึงมอบหมายหน้าที่ให้ช่างฝีมือแต่ละคนไปดำเนินการโดยมีแผนการทำงานในแต่ละวันที่ชัดเจนและกำหนดวันที่การปรับปรุงครั้งนี้จะเสร็จเรียบร้อยในอีก 6 เดือนข้างหน้า
“หากดำเนินการตามแผนที่ข้าวางไว้ ได้อย่างที่อธิบายไปเมื่อสักครู่โรงงานของเ้าจะสามารถผลิตชิ้นส่วนอาวุธนี้ได้มากกว่าเดิมถึง 2 เท่าสารพิษตกค้างจะลดลงถึง 6 ในสิบส่วนจากปัจจุบัน แต่หากคงสภาพการผลิตเท่าเดิมจะไม่มีสารพิษตกค้างเหลือแม้แต่นิดเดียว” เทียนคงบอกถึงผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นนี้สำหรับช่างฝีมือทั้ง5 คน และเซียนอิน โดยปิดบังผลลัพธ์ที่แท้จริงไว้ก่อนเพื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ของดาวเคราะห์นี้ให้มากขึ้น เพราะหากกระทำการอันใดให้เป็จุดเด่นมากเกินไปล้วนแต่จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
“เยี่ยมไปเลยข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เป็ส่วนร่วมในแผนงานครั้งใหญ่นี้ ขอบคุณท่านรองเ้าเมืองที่ให้โอกาสข้า” ช่างฝีมือคนหนึ่งเอ่ยขอบคุณต่อเซียนอินด้วยท่าทีซาบซึ้งอย่างยิ่ง
“ข้าก็เช่นกัน”
“ข้าเองก็ด้วย”...ช่างฝีมืออีก 4 คนที่เหลือ ต่างเอ่ยเช่นเดียวกัน
“เซียนอินข้ามีเื่จะคุยกับเ้า ขอเวลาสักประเดี๋ยวได้หรือไม่”
“แน่นอนเ้ามีเื่อะไรหรือ”
ได้ยินเช่นนั้นเทียนคงจึงพาเซียนอินไปปรึกษาหารือกันสองคน และให้ช่างทั้ง 5 คนได้ดำเนินงานตามแผนต่อไป
“ชิ้นส่วนอาวุธนี้สุดท้ายแล้วจะเอาไปใช้กับใครที่ไหนกัน เท่าที่ข้าเห็นชิ้นส่วนอาวุธเหล่านี้ล้วนทำขึ้นมาจากแร่เงินซึ่งหากเปรียบเทียบกับโลหะอื่น ๆมีอีกหลายชนิด ที่ให้ผลประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากกว่า ถ้าหากจะเอาใช้กับมนุษย์”
“เ้าคาดเดาได้ถูกแล้ว เพราะอาวุธเหล่านี้ไม่ได้จะเอาไปใช้กับมนุษย์ แต่เป็พวกแวมไพร์”
“แวมไพร์?? จากที่ใดกัน ?? ดาววิหคครามมีแวมไพร์อาศัยอยู่ด้วยหรือ”
“ไม่ใช่ที่นี่ดาวเคราะห์นี้หรอก แต่เป็ดาวเคราะห์ดวงอื่น ซึ่งเป็เขตาแย่งชิงอาณานิคมของเผ่าพันธุ์ต่างๆ ซึ่งดาวที่เราอยู่นี้เป็หนึ่งในอาณานิคมของเผ่าพันธุ์มนุษย์สายเืปีก์”
“เ้าพอจะบอกถึงภาพรวมสถานการณ์ในตอนนี้ของเอกภพได้หรือไม่”
“ได้เพราะมันก็ไม่ได้เป็ความลับอันใด ข้าจะเล่าให้เ้าฟังเท่าที่ข้ารู้ แต่สิ่งที่ข้ารู้และบอกเ้าอาจจะไม่ถูกต้องนักเพราะบางเื่มันก็ค่อนข้างซับซ้อนจนพวกข้าที่เป็กลุ่มคนในระดับล่างไม่สามารถที่จะเข้าใจหรือรับรู้ได้”
“ข้าเข้าใจเล่าในสิ่งที่เ้ารู้ให้ข้าฟังเถอะ”
“ในเวลานี้เอกภพ มีอยู่ที่หนึ่งที่ยังคงคุกรุ่นไปด้วยไฟของา นั่นก็คือดาราจักรทางช้างเผือกดาราจักรที่พวกเราอาศัยอยู่นี่แหละ โดยปัญหาเกิดจากการแย่งชิงผลประโยชน์จากสองขั้วอำนาจของเอกภพคือพันธมิตรแห่งความมืดอันไม่จบสิ้นและพันธมิตรนิรันดร์แห่งแสง ซึ่งเป็การร่วมมือกันชั่วคราวของเผ่าพันธุ์สายเืแท้แห่งพลังทั้ง6 โดยแบ่งเป็กลุ่มละ 3 เผ่าพันธุ์ที่ใช้พลังงานมืดแปรเปลี่ยนเป็ธาตุแสง และแน่นอนว่าขั้วตรงข้ามคือธาตุมืดเป็สองขั้วอำนาจที่อยู่กันคนละขั้วอย่างสิ้นเชิง จากคำบอกเล่าต่อๆกันมาในหมู่พวกเรามนุษย์นั้น แท้จริงแล้วพวกเราเองก็เป็สายเืแท้แห่งพลังเช่นกันแต่เมื่อเปรียบเทียบระดับพลังกับ 6 เผ่าพันธุ์ที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหวพวกเขานั้นจึงเปรียบเป็ดั่งเทพเ้าของพวกเราเหล่ามนุษย์จากนั้นมนุษย์จึงกลายเป็ข้ารับใช้ของพวกเขา แต่จากสภาพปัจจุบันกลับใกล้เคียงกับคำว่าทาสมากกว่าข้ารับใช้ เพราะนับวันสิ่งที่พวกเขากระทำกับเรานั้นโหดร้ายและรุนแรงมากขึ้นทุกวัน และต่อให้พวกเราดิ้นรนเพียงใดก็ไม่สามารถต่อกรกับพลังดั่งเทพเ้าได้ และพวกเราก็เรียกพวกเขาว่าเป็ชนชั้นเทพเ้านับแต่นั้นมา”
“แวมไพร์คือหนึ่งในนั้น??”
“เปล่าเลยไม่ใช่แม้แต่น้อย แวมไพร์ จริง ๆแล้วก็คือพวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์นี่แหละ แต่พวกเขาเกิดจากการทดลองของพวกพันธมิตรแห่งความมืดอันไม่จบสิ้น”
“ทดลอง? เื่อะไร ? และเพื่ออันใดกัน ?”
“นั่นก็เป็สิ่งที่ข้าเองก็ไม่อาจทราบได้เช่นกันรู้แต่เพียงว่าพวกเขาเกิดขึ้นมาได้อย่างไรและพวกเขาถูกใช้เป็เครื่องมือในการทำากับพวกพันธมิตรนิรันดร์แห่งแสงซึ่งปัญหาก็มาตกอยู่ที่พวกเราที่เป็เผ่ามนุษย์ที่อยู่ภายใต้การปกครองของพวกพันธมิตรนิรันดร์แห่งแสง”
“อืมมแล้วที่เ้าบอกว่าพลังของมนุษย์เมื่อเทียบกับ 6เผ่าพันธุ์ที่เ้าว่าต่างกันอย่างมากทั้ง ๆที่เป็สายเืแท้แห่งพลังเช่นเดียวกัน เ้ารู้เหตุผลหรือไม่”
“เื่นั้นข้าก็ไม่ทราบเช่นกันรายละเอียดพวกนี้ล้วนแต่เป็คำถามของพวกเราเหล่ามนุษย์ที่พยายามหาคำตอบกันมาอย่างยาวนานแต่ทว่าก็ไร้ซึ่งความคืบหน้าใด ๆ พวกเราส่วนใหญ่จึงทำได้แต่ยอมรับชะตากรรมและพากันขึ้นตรงต่อพวกเขาสองขั้วอำนาจ และทำตามคำสั่งของพวกเขาเพื่อการดำรงอยู่ที่ปลอดภัยในระดับหนึ่งจากการคุ้มครองของพวกเขาหากเ้า้าข้อมูลที่มากกว่านี้ คงต้องไปสืบในกลุ่มคนที่มีระดับชนชั้นสูงกว่าข้าเท่านั้นแหละ”
“ก็คงต้องเป็อย่างนั้น ... คำถามสุดท้าย หากข้า้าเข้าไปยังกลุ่มคนชั้นสูง เ้าพอจะมีวิธีใดแนะนำข้าได้บ้าง”
“มีอยู่วิธีหนึ่งและคงเป็วิธีเดียว ดูเหมือนว่าพวกเทพเ้า จะกำลังหาบางอย่างอยู่ที่อยู่ในดาราจักรของเรา ซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่าเป็อะไร สิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตก็ไม่อาจทราบได้ แต่ที่รู้แน่ ๆคือ พวกเขาได้ค้นหามนุษย์ผู้ใช้พลังงานมืดที่มีพร์ หรือผ่านการคัดเลือกของพวกเขา และจะนำพาคนเ่าั้ไปกับพวกเขาด้วยนั่นอาจจะเป็ทางเดียวที่เ้าจะเข้าไปในกลุ่มคนชั้นสูงพวกนั้นได้”
“เอ๊ะในเมื่อพวกเขา้าคนที่ใช้พลังได้ในระดับขั้นสูง แล้วเหตุใดพวกเ้าถึงได้ถูกบังคับให้ฝึกพลังได้เพียงจำกัดเล่า”
“หึหึนั่นไม่ใช่เพราะพวกเทพห้าม แต่เป็นครวิหคครามต่างหาก เพราะพวกเขาไม่้าให้มีมนุษย์คนใดได้มีสิทธ์เหนือไปกว่าพวกเขาอย่างไรเล่า”
“เป็เช่นนี้เองฉะนั้นข้าต้องทำอย่างไรถึงจะได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนการใช้พลังและทำอย่างไรถึงจะทำให้พวกคนชั้นสูงเห็นความสามารถข้า ?”
“แน่นอนว่าเ้าต้องได้รับการอนุญาตจากเ้าเมืองเพื่อขอเป็ผู้ฝึกพลังประจำเมืองและหากเ้า้าจะเข้ารับการคัดเลือกผู้ถูกเลือกก็ต้องผ่านการทดสอบและแข่งขันเพื่อรับหน้าที่ในการเป็ตัวแทนของเมือง”
“เ้าจัดการให้ข้าได้เข้ารับการทดสอบได้หรือไม่”
“เื่จัดการให้เข้ารับการทดสอบน่ะ ไม่ใช่เื่ยากแต่ที่ยากคือการระบุตัวตนของเ้าต่างหาก เพราะเมืองของข้ามีประชากรน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆทั้งหมด ดังนั้นตระกูลต่าง ๆที่อาศัยอยู่ในเมืองก็น้อยตามไปด้วยซึ่งทำให้เมืองของเราไม่เคยส่งคนเข้าทดสอบอย่างจริงจังเสียทีเพียงแต่ส่งคนไปเพื่อทำให้ครบตามกฏระเบียบเพียงเท่านั้น ดังนั้นหากในครั้งนี้เราจงใจส่งคนเพื่อท้าชิงตำแหน่งย่อมต้องเป็การแน่นอนที่เมืองอื่น ๆจะให้ความสนใจในตัวเ้าเป็อย่างมาก ฉะนั้นข้าต้องสร้างที่มาของเ้าให้แเีเสียก่อน แต่นั่นแหละที่เป็เื่ยาก”