หลังคอนเสิร์ตใหญ่จบลง เวลาใกล้เที่ยงคืนแล้ว แสงไฟบนเวทีดับลงทีละดวง เสียงปรบมือและกรี๊ดของแฟน ๆ ยังก้องอยู่ในหู
เปรี้ยวเหงื่อชุ่มตัว ชุดแดงเพลิงที่ใส่เต้นเปียกแนบเนื้อจนเห็นเส้นสายชัดเจน เธอเดินลงจากเวทีช้า ๆ ขาแทบจะอ่อนแรง แต่ยังต้องยิ้มให้เด็กในวงที่เดินสวนกันไปมา
เธอเดินไปทางด้านหลังเวทีเพื่อหาที่นั่งพัก หยิบขวดน้ำเย็นขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดครึ่งขวด เหงื่อไหลย้อยลงคอ ลงร่องอกที่โผล่พ้นคอเสื้อ เธอถอนหายใจยาว แล้วเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทันที
พี่โอ๊ต กำลังยืนอยู่มุมมืดหลังม่านผ้าใบใหญ่ เขาจับมือพลอย (แดนเซอร์อีกกลุ่ม ผิวขาว ผมยาว) แล้วดึงเธอเดินลึกเข้าไปในมุมที่แสงไฟไม่สาดถึง พลอยหัวเราะคิกคักเบา ๆ ตามหลังเขา ดูไม่ขัดขืนอะไร
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อ น้ำเย็นในขวดเกือบหลุดมือ เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ แต่แทนที่จะเดินหนี เธอกลับวางขวดน้ำลง แล้วก้าวเท้าเบา ๆ ตามหลังทั้งคู่ไปเงียบ ๆ
เธอแอบยืนหลบหลังกล่องเครื่องเสียงเก่า ๆ มองผ่านช่องว่างเล็ก ๆ เห็นพี่โอ๊ตกดพลอยพิงกำแพงด้านหลัง มือใหญ่ข้างหนึ่งโอบเอวพลอย อีกข้างยกขึ้นจับคางให้เงยหน้า แล้วก้มลงจูบปากเธอแรง ๆ ลิ้นสอดเข้าไปพันกันชัดเจน
พลอยครางเบา ๆ ในลำคอ มือโอบคอเขาแน่น สะโพกยกขึ้นเบียดกับตัวเขา พี่โอ๊ตถอนปากออก หายใจหอบ แล้วกระซิบข้างหูพลอยเสียงทุ้มนุ่ม (แต่เปรี้ยวได้ยินชัดเพราะยืนใกล้)
“พลอย... พี่เห็นน้องเต้นวันนี้แล้วใจสั่นเลย สะโพกโยกแรง ๆ แบบนี้... พี่อยากจับจริง ๆ ั้แ่บนเวทีแล้ว”
พลอยหัวเราะคิกคัก หน้าแดง “พี่โอ๊ตก็... แต่พี่โอ๊ตหล่อขนาดนี้ คงมีคนขอจูบเยอะแยะแน่ ๆ เลย”
พี่โอ๊ตยิ้มมุมปาก ก้มลงจูบซอกคอพลอย แล้วกระซิบต่อ
“เยอะสิครับ แต่พี่ไม่เคยให้ใครเลย... ยกเว้นคนที่พี่รู้สึกพิเศษจริง ๆ น้องพลอยตาสวยมากเลยนะครับ เหมือนดาวบนฟ้าเลย พี่มองแล้วหยุดไม่ได้... เขาพูดพลางมองตาพลอย น้องคือเ้าหญิงของพี่นะครับ”
เปรี้ยวตัวสั่นสะท้าน คำพูดพวกนั้น... คำเดิมเป๊ะที่เขาเคยพูดกับเธอ คำว่า “เ้าหญิงของพี่” “ตาสวยเหมือนดาว” ทุกอย่างเหมือนกันราวกับก๊อปปี้แปะ
มือเธอกำแน่น พี่โอ๊ตยังไม่หยุด เขาเลื่อนมือลงต่ำ บีบก้นพลอยแรง ๆ แล้วกระซิบต่อ
“พรุ่งนี้หลังซ้อม พี่ชวนน้องไปคอนโดพี่อีกนะครับ... พี่เหงา อยากมีน้องข้าง ๆ อยากกอดน้องทั้งคืน... พี่สัญญาว่าจะค่อย ๆ ทำนะ พี่อยากให้เราไปด้วยกันไกลกว่านี้”
พลอยยิ้มเขิน ก้มหน้ากอดเขา “ได้ค่ะพี่... แต่พี่ต้องสัญญานะ ว่าพี่จะไม่บอกใครในวง”
“สัญญาครับ... ความลับของเรา” พี่โอ๊ตจูบเธออีกครั้ง ลึกและแรงกว่าเดิม มือเริ่มรูดซิปกางเกงของพลอยลงช้า ๆ
เปรี้ยวทนดูต่อไม่ไหว เธอหันหลัง เดินออกจากมุมมืดนั้นอย่างรวดเร็ว ขาแทบจะล้ม แต่เธอกัดฟันกลั้นไว้ น้ำตาไหลลงแก้มเงียบ ๆ เธอเดินตรงไปที่รถตู้ที่จอดรอส่งทุกคนกลับหอ แล้วขึ้นไปนั่งมุมสุดท้าย กอดอกแน่น ตัวสั่นไม่หยุด
นิดที่นั่งข้าง ๆ เห็นเธอเป็แบบนั้นก็รีบถาม “เฮ้ย เปรี้ยว มึงเป็อะไรวะ?”
เปรี้ยวน้ำเสียงสั่น “...กูเห็นพี่โอ๊ต... กับพลอย... เขาพูดกับพลอยเหมือนที่เคยพูดกับกูเลยว่ะนิด... คำเดิมเป๊ะ... กูโง่จริง ๆ ที่เชื่อมัน”
นิดตาโต “เห้ยจริงดิ?! ไอ้เหี้ย... กูบอกแล้วไงว่ามันไม่น่าไว้ใจ!”
เปรี้ยวก้มหน้า น้ำตาหยดลงตัก “กู... กูเกือบเสียทุกอย่างให้มัน... ถ้าไม่มีพี่ไกร...”
เธอเงียบไป นึกถึงไกรที่นั่งอยู่แถวหน้าในรถตู้ เขาไม่ได้หันมามองเธอ แต่เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่แอบมองเธอเป็ระยะ
นิดนั่งกอดอก มองหน้าเปรี้ยวที่น้ำตานองหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารปนโกรธแค้นแทนเพื่อน เธอถอนหายใจยาวก่อนจะตัดสินใจพูดความลับที่เก็บไว้ออกมาด้วยเสียงต่ำแต่ชัดเจน
“เปรี้ยว... กูบอกมึงเลยนะ พี่โอ๊ตมันไม่ได้จีบแค่มึงกับพลอยคนเดียวหรอกว่ะ”
เปรี้ยวชะงักกึก หันขวับมามองเพื่อนรักด้วยดวงตาเบิกกว้าง “ห๊ะ? มึงหมายความว่ายังไงนิด—”
“มันเคยจีบกูเหมือนกัน! ตอนแรกๆ ที่มันย้ายมาในวง มันก็มาชมว่าตาสวย ชมว่ากูเต้นแล้วสะโพกโยกยั่วใจ... มันบอกว่ากูคือ ‘เ้าหญิง’ ของมัน คำเดิมเป๊ะที่มันใช้หลอกมึงนั่นแหละ! มันชวนกูไปกินข้าวสองต่อสอง ชวนไปดูหนัง ชวนไปคอนโดมัน บอกว่าเหงา อยากมีคนข้างๆ อยากกอดกูทั้งคืน... กูเกือบเคลิ้มเหมือนกันนะ แต่พอกูเริ่มเห็นท่าทีแปลกๆ กูปฏิเสธมันไปตรงๆ ว่าไม่ชอบคนปากหวานเกินจริง มันก็แค่ยิ้มๆ แล้วถอยไป แต่กูรู้... กู้รู้ว่ามันยังมองกูเป็แค่ ‘ตัวเลือกสำรอง’ อยู่ตลอด”
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป น้ำตาที่ไหลอาบแก้มหยุดชะงักกลางคัน เธออ้าปากค้าง มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเจ็บแปลบ
“...จริงเหรอวะนิด? มันจีบมึงด้วยเหรอ? แล้วทำไม... ทำไมมึงไม่เคยบอกกูเลยวะ”
นิดยิ้มเศร้าๆ พลางยักไหล่ “กูไม่อยากให้มึงเสียใจว่ะเปรี้ยว ตอนนั้นมึงดูมีความสุขกับมันมาก กูเลยคิดว่าถ้ามันจริงใจกับมึงจริงๆ ก็คงดี แต่พอมาเห็นมึงเจ็บแบบนี้ กูก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ไม่ได้เตือนมึงั้แ่แรก... ไอ้โอ๊ตแม่งเ้าชู้ชิบหายเลยว่ะ มันพูดคำหวานชุดเดิมใส่ผู้หญิงทุกคน พอได้แล้วก็เบื่อ ทิ้งไปหาคนใหม่ มันไม่เคยจริงใจกับใครเลยสักคน!”
เปรี้ยวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นรถตู้ มือกุมหน้าอกแน่นเหมือนหัวใจจะขาดรอนๆ เธอสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ แต่ร่างกายกลับสั่นเทาไม่หยุด
“กู... กูโง่จริงๆ ว่ะนิด กูเชื่อมันทุกคำ กูเกือบจะยอมให้มันทั้งตัวอยู่แล้ว... กูเกือบเสียทุกอย่างไปจริงๆ ถ้าไม่มีพี่ไกร... กูคงพังไปแล้ว...”
นิดรีบก้มลงไปรวบตัวเพื่อนมากอดไว้แน่น ลูบหลังปลอบประโลมเบาๆ “ไม่เป็ไรมึง... มึงยังปลอดภัยอยู่ มึงยังถอนตัวทัน มึงยังไม่ได้เสียอะไรไปมากมายหรอก มึงยังมีกูอยู่ตรงนี้ แล้วก็... มีพี่ไกรด้วย พี่ไกรอาจจะเคยทำผิดพลาดมาเยอะ แต่ตอนนี้เขาปกป้องมึงจริงๆ เขาเลือกที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อฉุดมึงออกมาจากขุมนรกนั่น”
เปรี้ยวสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดเพื่อน น้ำตาค่อยๆ แห้งเหือดลงแต่ความเด็ดเดี่ยวเริ่มกลับคืนมา เธอสูดหายใจลึกๆ แล้วพยักหน้าเบาๆ
“...กูทำใจได้แล้วว่ะนิด กูจะไม่โง่อีกแล้ว กูจะไม่ยอมให้คำหวานๆ มาปิดหูปิดตาอีก... กูจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองตรงไปที่แถวหน้าของรถตู้... ที่นั่น ไกรกำลังนั่งหันหลังให้ มือกำพนักเก้าอี้ไว้แน่นจนเส้นเืปูดราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างอยู่ เปรี้ยวรู้ดีว่าไกรได้ยินทุกคำพูด แต่เขาเลือกที่จะเงียบ... ความเงียบที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรเลย แต่มันกลับรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงกว่าคำพูดหวานหูที่เคยได้ยินจากพี่โอ๊ตเป็ล้านเท่า
เปรี้ยวเช็ดน้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้ม แล้วพูดกับนิดเบาๆ “...กูจะไปขอบคุณพี่ไกรเองว่ะ หลังจากนี้... กูจะลองเปิดใจให้เขาดูอีกสักครั้ง”
นิดยิ้มกว้างออกมาทันที กอดเพื่อนรักแน่นขึ้น “ดีแล้วเพื่อน... มึงสมควรได้รับความรักจากคนที่รักมึงจริงๆ ไม่ใช่แค่คนเก่งแต่ปากแบบนั้น”
รถตู้ยังคงเคลื่อนตัวต่อไปท่ามกลางความมืดของค่ำคืน เปรี้ยวนั่งกอดอกมองแผ่นหลังกว้างของไกรที่อยู่เบื้องหน้า แล้วจุดรอยยิ้มจางๆ ขึ้นที่มุมปากเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน... รอยยิ้มที่มาจากความเข้าใจจริงๆ