ตอนที่ 19 สองพี่น้องเห็นแก่ตัว (1)
วันนี้อันเสี่ยวเฟิ่งหงุดหงิดขัดใจเป็นอย่างมาก จึงมาหาอันหยวนเฟิง บ่นเรื่องที่อันเสี่ยวเย่ว์ทำร้ายเสิ่นซื่อ บังคับให้นางคารวะขอโทษ ทั้งยังเอาเครื่องประดับของนางไปและอีกมากมายให้อันหยวนเฟิงรับฟังรอบหนึ่ง “พี่ใหญ่ อันเสี่ยวเย่ว์ชักเอาใหญ่แล้ว จะปล่อยนางไว้ไม่ได้อีก”
“เลวมาก ถึงกับกล้าทำร้ายท่านแม่เชียวหรือ ยังเอาต่างหูหารักนั่นไปด้วย ทำให้พวกเจ้าลำบากเช่นนี้ ข้าต้องจัดการกับนางแน่” อันหยวนเฟิงกำหมัดแน่น ตอนนี้ความแค้นของเขากับอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องข่มขู่บนรถม้าอีกแล้ว
“เสี่ยวเฟิ่ง เจ้าวางใจได้ พี่ใหญ่มีวิธีล้างแค้นแทนพวกเจ้า” อันหยวนเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ
“พี่ใหญ่ ท่านคิดจะทำอย่างไรเจ้าคะ” อันเสี่ยวเฟิ่งถาม “ต้องให้ข้าทำอะไรไหม”
“ไม่ต้องให้เจ้าทำอะไรหรอก แต่ว่าขนมถั่วตัดที่ข้าซื้อมาให้เจ้าคราวก่อน ถ้ายังเหลืออยู่ก็เอามาให้ข้าหลายชิ้นหน่อย ข้าจะเอาไปหลอกล่อหยวนซิ่งกับหยวนวั่ง” อันหยวนเฟิงคิดดูแล้วก็กล่าวต่อว่า “เสี่ยวเฟิ่ง ตอนอาหารเย็นคอยดูแลลูกชายสองคนของอาสี่เสียหน่อย เย็นนี้ข้ามีเรื่องใช้พวกเขา ยังมีอีก เย็นนี้อันเสี่ยวเย่ว์ต้องถูกท่านปู่ท่านย่าทำโทษ เจ้าคอยเติมฟืนเร่งไฟหน่อยก็แล้วกัน”
“อื้อ! ข้าจะทำตามที่พี่ใหญ่บอก” อันเสี่ยวเฟิ่งรีบผงกศีรษะ สำหรับนางแล้วอันหยวนเฟิงเป็นคนฉลาดที่สุด อันหยวนเฟิงคิดจะลงมือ อันเสี่ยวเย่ว์ต้องไม่อาจต้านทานได้แน่
ในเวลาเดียวกัน อันเสี่ยวเย่ว์กับพวกพี่น้องไปผ่าฟืนที่ลานหลังบ้าน ทางหนึ่งกล่าวว่า “แม้คราวนี้จะรอดตัวไปได้ แต่ข้ากล้าบอกเลยว่า เย็นนี้ระหว่างทางไปเอาของที่บ้านเจ้าของที่ดินเกาต้องมีคนไปดักรอพวกเราแน่”
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี ไม่ไปเอาแล้วหรือ” อันเสี่ยวหลีร้อนใจ ของพวกนี้จ่ายเงินไปไม่น้อย นางยังเสียดายอยู่บ้าง
“ต้องไปเอาอยู่แล้ว แต่ว่าพวกเราต้องแบ่งเป็นสองทาง” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มอย่างมีแผนการ “เคยได้ยินคำว่า ‘สร้างทางในที่แจ้ง ลอบมุ่งสู่เฉิงชาง[1]’ หรือไม่ คืนนี้พวกเราเล่นแผนนี้กัน”
พวกเด็กๆ ต่างมีอาการมึนงง พวกเขาไม่เคยเรียนหนังสือ ย่อมไม่เข้าใจความหมายของอันเสี่ยวเย่ว์ อันเสี่ยวเย่ว์เรียกพวกเขาให้ตีวงเข้ามาบอกแผนการของนางให้เด็กๆ ทราบ “เข้าใจความหมายข้าแล้วกระมัง”
“ยอดไปเลย! เสี่ยวเย่ว์ เจ้าฉลาดจริงๆ” อันเสี่ยวหลียกนิ้วหัวแม่มือให้อันเสี่ยวเย่ว์ “วันนี้เกิดเรื่องตั้งมากมาย ข้ารู้สึกเหมือนกับฝันไปเลย”
“พวกเจ้าขี้เกียจสันหลังยาว แอบอู้งานอีกแล้ว ผ่าฟืนเสร็จแล้วก็ไปช่วยทำกับข้าวในครัวสิ ไม่มีตาดูเลยสักนิด ไม่เห็นหรือว่าพี่ใหญ่พวกเจ้ากลับบ้านแล้ว” หม่าซื่อยืนเท้าเอวตวาดด่ากราดรอบหนึ่ง
จากนั้น หม่าซื่อก็เข้าไปในครัว ไปตวาดด่าหลิ่วซื่อกับฝานซื่อที่กำลังยุ่งอยู่ในครัวอีกรอบหนึ่ง
“ท่านย่าจะลงครัวเองหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์กระซิบถามอันเสี่ยวหลี
“ไม่ใช่หรอก ปกติของกินมีแต่ผัก แม่พวกเรากับท่านป้าสะใภ้ใหญ่ทำกับข้าว ท่านย่าจะไม่เข้ามา วันนี้มีเนื้อหมูตุ๋น ท่านย่าจะคอยเฝ้าอยู่ในครัวตลอด กลัวว่าพวกเราจะขโมยกินอยู่ในครัว” อันเสี่ยวหลีบอกที่ข้างหูอันเสี่ยวเย่ว์
“โอ้โห ขี้เหนียวชิบเป๋ง!” อันเสี่ยวเย่ว์ถึงกับพูดไม่ออก นางนึกไม่ถึงเลยว่าหม่าซื่อจะป้องกันเหนียวแน่นเช่นนี้ มิน่าเล่าเด็กๆ พวกนี้ถึงได้หน้าเหลืองผอมโซ ไม่เคยได้กินของดีกันเลยสิท่า
“แอบบ่นอะไรกัน” หม่าซื่อตวาด “ไฟแรงไม่พอ รีบเข้าไปช่วยสิ”
หม่าซื่อเอาถ้วยชามอย่างดีที่สุดของบ้านออกมา “ไปล้างมาให้สะอาด อย่าให้พี่ใหญ่พวกเจ้ากินของสกปรกเข้าล่ะ หากไม่สบายขึ้นมาอ่านหนังสือไม่ได้ ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตายเลย”
“หัวมันนี่ปลอกไม่เกลี้ยง” หม่าซื่อเขวี้ยงมันหัวหนึ่งใส่ร่างอันเสี่ยวหลี
อันเสี่ยวเย่ว์รู้ว่าเวลานี้ไม่อาจเผชิญหน้ากับหม่าซื่อด้วยกำลัง ดีที่อันเสี่ยวหลีไม่ได้รับบาดเจ็บ นางจึงสะกดกลั้นเอาไว้ได้
ไม่นานนัก หัวมันตุ๋นเนื้อหมูในหม้อก็ส่งกลิ่นโชยออกมา
“หอมจังเลย!” อันหยวนเซิงแม้จะกินอิ่มจากในเมืองมาแล้ว แต่พอได้กลิ่นหอมยังอดเหลียวมองไปที่ในหม้อไม่ได้
“มองอะไร นี่ของให้พี่ใหญ่เจ้ากินทั้งนั้น เด็กเหลือขออย่างพวกเจ้า ไม่ต้องหวังจะได้กินหรอก” หม่าซื่อเห็นว่าเนื้อในหม้อสุกพอดีแล้ว ก็ตักออกมาแล้วยกเข้าบ้านไป
หลิ่วซื่อกับฝานซื่อรีบหยิบใบผักปาดเช็ดน้ำมันที่ก้นหม้อ จะส่งเข้าปากพวกเด็กๆ พวกเขาร่างกายขาดอาหารมากเกินไป ได้แตะน้ำมันสักหน่อยก็ยังดี
เพียงแต่พวกเด็กๆ กินอิ่มกันมาแล้ว จึงส่งใบผักเข้าปากหลิ่วซื่อกับฝานซื่อแทน
อันเสี่ยวเย่ว์พอเห็นฉากนี้ก็ยิ่งแอบตกลงใจว่าต้องหาวิธีแยกบ้านให้ได้ นางทนเห็นภาพแบบนี้ไม่ได้จริงๆ มันสลดใจเกินไป
มื้อนี้เป็นมื้อแรกที่อันเสี่ยวเย่ว์กินข้าวที่บ้านตระกูลอัน ด้วยตอนที่นางข้ามมิติมาวันแรกก็ไปบ้านเจ้าของที่ดินเกาแล้ว
ห้องโถงกลางบ้านตระกูลอันจัดตั้งโต๊ะสองตัว พวกผู้ชายนั่งโต๊ะหนึ่ง พวกผู้หญิงกับเด็กนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง ขณะที่ชามใส่หัวมันตุ๋นเนื้อหอมกรุ่นตั้งอยู่ที่โต๊ะฝั่งผู้ชาย ส่วนโต๊ะที่อันเสี่ยวเย่ว์นั่งมีแค่ผักดอง อัวโถว[2]กับหัวมันสองสามหัวที่ไม่มีเนื้ออยู่เลย ขณะที่โต๊ะฝั่งของพวกเขามีจำนวนคนมากกว่าเล็กน้อย
เชิงอรรถ
^ สุภาษิต จากตำราพิชัยยุทธ์ แผนที่แปด การทำศึกโดยใช้เส้นทางลับ อ้อมโจมตีข้าศึกจากด้านหลัง^ หมั่นโถวชนิดหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวโพดหรือธัญพืชชนิดอื่นๆ ผสมกัน เป็นอาหารหลักราคาถูกของคนจน