ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]

    บทที่ 30 ขุดหลุมไว้รอเจ้า

    ทางด้านเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยเพิ่งกลับถึงบ้านได้ครู่เดียว กำลังช่วยกันขนของจากรถเข็นเข้าบ้าน ก็มีชาวบ้านเดินเข้ามาขอรับชาฤดูใบไม้ร่วง

            ชาฤดูใบไม้ร่วง แท้จริงแล้วก็คือสมุนไพรที่เก็บจากข้างทางบนเขา หลังผ่านการแปรรูปแบบง่ายๆก็สามารถใช้ชงดื่มแทนชาได้

            เมื่อมีคนมา เถียนฮวนก็ยิ้มรับทันทีแล้วยกตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่ชาออกมา แจกให้ชาวบ้านคนละกำมือ

            ชาวบ้านแถบชนบทเช่นนี้ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร เถียนฮวนหยิบชาให้ พวกเขาก็ใช้ชายเสื้อของตนรองรับแล้วห่อกลับบ้านไป

            มีของดีแบบนี้แจก ทุกคนก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

            ชาวบ้านยืนจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะกันอย่างรื่นเริง บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น

            ทว่าขณะที่ทุกคนกำลังยืนเข้าแถวอยู่หน้าบ้านกู้ฉางสุ่ย รอรับชาฤดูใบไม้ร่วงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเจียงซื่อกับบุตรสาวสองคนก็พรวดเข้ามา

            “กู้ฉางสุ่ย! เถียนซื่อ! พวกเจ้าไม่รู้จักละอายใจกันบ้างหรือ!”

            เสียงตวาดของกู้ฮวาจือดังขึ้นก่อนตัวเสียอีก เดิมทีผู้คนกำลังยืนกันอย่างมีความสุขครั้นได้ยินเสียงตะโกน ทุกคนก็ชะงัก หันขวับกลับไปมองพร้อมกัน

            สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่สามแม่ลูกตระกูลกู้ผู้กำลังก้าวฉับๆ เข้ามาหาเถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยด้วยท่าทีโกรธแค้น

            เห็นท่าทีของทั้งสามก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ได้มาดี

            เถียนฮวนรีบวางของในมือลงแล้วเดินออกไปพร้อมกับกู้ฉางสุ่ย

            “ท่านแม่ มาถึงนี่เชียวหรือเจ้าคะ”

            “ยังมีหน้ามาถามอีกหรือ! พวกเจ้าทำอะไรไว้ ไม่รู้ตัวหรืออย่างไร” เจียงซื่อถามกลับด้วยโทสะ

            เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยสบตากันแวบหนึ่ง

            “ท่านแม่หมายถึงสิ่งใดกัน เหตุใดพวกข้าฟังไม่เข้าใจเล่า”

            กู้ฮวาจือทนไม่ไหว รีบตะโกนเสียงแหลม “ไม่เข้าใจ? ฮึ! ข้าว่าพวกท่านจงใจแกล้งโง่มากกว่า! พวกท่านนั่นแหละเป็นคนพูดเองว่าเถียนซื่อปรุงยาเก่งมิหนำซ้ำยังทำชาฤดูใบไม้ร่วงตั้งมากมาย ตอนนี้กำลังแจกจ่ายชาวบ้านไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงไม่คิดจะเอามาให้บ้านข้าบ้างในใจของพวกท่านยังมีพ่อแม่อยู่หรือเปล่า”

            “อ้อ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง!” เถียนฮวนทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มทันที

            นางยังยิ้มออก!

            เจียงซื่อกับลูกสาวก็เหมือนเจอจุดอ่อน รีบแผดเสียงตะโกน “ทุกคนได้ยินกันแล้วใช่ไหม!สองคนนี้ตอนอยู่บ้านข้าวันๆ ก็เอาแต่คดโกงหลบเลี่ยง พอแยกบ้านออกมา ก็ลืมพ่อแม่พี่น้องเสียสิ้น!ลูกสะใภ้กับลูกชายอกตัญญูไร้หัวใจเยี่ยงนี้ ข้าจะโชคร้ายไปถึงไหนกัน!”

            “ท่านแม่ พูดอะไรออกมาขอรับ พวกข้าลืมท่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!” กู้ฉางสุ่ยหน้าเสีย

            เถียนฮวนก็พูดอย่างน้อยใจ “ท่านแม่ ท่านกล่าวหาพวกเรารุนแรงเกินไปแล้วนะเจ้าคะพวกเราทำชาไว้ให้ชาวบ้าน อย่างไรก็ต้องเตรียมของไว้ให้คนในบ้านอยู่แล้ว ของที่ตั้งใจจะให้บ้านท่านข้าก็แยกไว้ต่างหากแล้วเจ้าค่ะ!”

            กู้ฮวาเย่ว์แค่นเสียงเย้ยหยัน “หึ! พูดน่ะพูดดีนัก ถ้าจริงอย่างที่พวกท่านกล่าวเหตุใดพวกท่านถึงไม่รีบเอาของไปให้บ้านเราก่อนล่ะ”

            เถียนฮวนรีบชี้แจง “นั่นเพราะท่านพ่อสูบยาสูบตั้งแต่หนุ่มๆ ลำคอกับปอดเลยย่ำแย่ข้าตั้งใจเติมดอกกุ้ยฮวาลงไปในชาฤดูใบไม้ร่วงของท่านพ่อ แม้บนเขาจะมีต้นกุ้ยฮวาเยอะทว่าดอกที่ดีที่สุดต้องเป็นดอกสีทองเท่านั้น เราเลยใช้เวลาหลายวันตามหา พอหาได้ก็ต้องแยกเก็บดูแลต่างหากข้าเพิ่งจะจัดการเสร็จ ยังไม่ได้แปรรูป

            “ส่วนท่านแม่นั้น ข้ารู้ว่าท่านต้องดูแลทั้งงานไร่งานครัว เช้าสายค่ำดึกไม่เคยหยุดพักคืนนั้นตอนสกัดน้ำมันข้ายังได้ยินท่านบ่นว่าปวดเอว รู้สึกเย็นวาบแปล๊บๆ ซึ่งนั่นเป็นอาการของไตพร่องมีไอเย็นสะสมข้าก็เลยตั้งใจใส่ขิงกับตังกุยลงไปในชาโดยเฉพาะ แต่สองอย่างนี้ข้าไม่ได้เก็บเจอบนเขาวันนี้เพิ่งไปหาซื้อมาจากในตัวตำบล ด้วยความที่เป็นชาพิเศษ ขั้นตอนจึงซับซ้อนกว่าชาธรรมดาอีกนิดแต่พอทำเสร็จเมื่อไหร่ พวกเราก็จะรีบนำไปให้ทันทีเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่จะได้ดื่มชาพิเศษที่ได้ผลดียิ่งกว่า”

            ขณะที่เถียนฮวนกำลังพูดอยู่นั้น กู้ฉางสุ่ยก็รีบวิ่งไปยกของที่แยกไว้สำหรับครอบครัวตนมาให้ดู

            พอทุกคนมองตามก็เห็นจริงตามนั้น ใกล้ตะกร้าชามีดอกกุ้ยฮวาแยกไว้พอดี อีกด้านยังมีห่อกระดาษสีน้ำตาลอีกสองห่อ

            เมื่อเปิดดูก็พบว่าเป็นสมุนไพรสองชนิดที่พวกเขาไม่คุ้นตา คงจะเป็นขิงกับตังกุยที่เถียนฮวนเพิ่งพูดถึงนั่นเอง

            เถียนฮวนพูดจริงทำจริง เมื่อคำพูดกับการกระทำสอดคล้องกัน ทุกคนก็อดรู้สึกประทับใจไม่ได้เจียงซื่อเองก็รู้ตัวทันทีว่าสายตาชาวบ้านรอบข้างเปลี่ยนไปอีกครั้ง

            หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบ

            “เจ้าไม่เห็นหรือไร ว่าลูกชายลูกสะใภ้ของเจ้าเป็นคนมีน้ำใจยิ่งนัก สุ่ยเกอเอ๋อร์ซื่อสัตย์มั่นคงฮวนเจี่ยเอ๋อร์จิตใจอ่อนโยนมีเมตตา พวกเขาจะเนรคุณพวกเจ้าได้อย่างไร ดูเอาเถิด ชาพิเศษก็ถูกจัดเตรียมให้พวกเจ้าเป็นอย่างดีดีกว่าชาที่พวกข้าได้เสียอีก ไม่เหมือนคนบางคน พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวายตีโพยตีพายไปเองได้รับสิ่งของแต่ไม่รู้จักพอ มีพ่อแม่เช่นนี้ คนเป็นลูกช่างโชคร้าย เป็นเวรเป็นกรรมยิ่งนัก”

            “เฮ้อ! พ่อแม่ล้วนเป็นเช่นนี้ ลูกที่ตัวเองคลอดออกมาต่อให้หัวเป็นเกลื้อนก็บอกว่ารูปงามที่สุด แต่ลูกที่ไม่ได้คลอดมาเอง ต่อให้ดีแค่ไหนก็หาเรื่องด่าได้ทั้งนั้น วันนี้ข้าเห็นเต็มตาเลย!”

            แม้พวกเขาจะกระซิบกระซาบกันแต่เสียงก็ดังมิใช่น้อย ต่อให้พยายามกดเสียงลงบ้าง แต่ทุกคำพูดก็ยังดังชัดจนทุกคนได้ยินกันทั่ว

            ยิ่งตอนนี้พวกเขาไม่พอใจแม่ลูกตระกูลกู้กันอยู่แล้ว จึงยิ่งจงใจพูดให้คนพวกนั้นได้ยินเต็มสองหู

            สีหน้าของเจียงซื่อกับบุตรสาวทั้งสองจึงเปลี่ยนไปในทันที

            เจียงซื่อจ้องเถียนฮวนตาเขม็ง “ในเมื่อเจ้าเตรียมไว้ให้พวกข้า เหตุใดจึงไม่บอกก่อน”

            “สองสามวันนี้พวกข้ายุ่งกันมากเจ้าค่ะ อีกอย่างพวกเราก็อยากให้พวกท่านประหลาดใจเสียหน่อยใครจะไปคิดว่า...” เถียนฮวนตอบเบาๆ พร้อมกับเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง “แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของพวกเราจริงๆ เจ้าค่ะ ตอนกลับมาจากในตำบล ข้าเห็นชาวบ้านมารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่นข้าก็เลยพลั้งปากเล่าเรื่องชาฤดูใบไม้ร่วงออกไป ทำให้ต้องแจกพวกเขาก่อนนำไปให้ท่านพ่อท่านแม่ข้าผิดเองเจ้าค่ะ ข้ายอมรับผิด”

            นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวั่นเกรง สายตาหวาดกลัวของเถียนฮวนทำให้ทุกคนพากันรู้สึกสงสารนางไม่ได้พูดจาหยาบคาย ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคือง แต่กลับยอมรับผิด ทำให้เจียงซื่อดูร้ายกาจไปถนัดตา

            ชาวบ้านที่มุงอยู่รอบด้านจ้องพวกนางตาเขม็ง สายตาเชือดเฉือนราวคมกระบี่

            เจียงซื่อโกรธจนเกือบเป็นลม นางรู้ดีว่าเถียนฮวนไม่ได้สำนึกผิด แต่กำลังประชดนางอยู่ต่างหาก!

            นางคิดจะให้พวกข้าประหลาดใจงั้นหรือ เหอะ! แท้จริงแล้วนางขุดหลุมไว้รอให้พวกข้ากระโดดลงไปต่างหาก! แล้วพวกข้าก็ช่างโง่เง่านักเผลอกระโจนลงไปเต็มๆ!

            สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร...ต้องขายหน้าต่อคนทั้งหมู่บ้าน!

            สตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก!

            “ดีนักนะ เถียนซื่อ! กู้ฉางสุ่ย! พวกเจ้าร้ายกาจใช่ย่อย! กลั่นแกล้งข้าถึงเพียงนี้ข้าจะตีพวกเจ้าให้ตาย!”

            เจียงซื่อกัดฟันสบถลั่น โมโหจนหน้าดำหน้าแดง ถลกแขนเสื้อหมายจะพุ่งเข้าใส่

            กู้ฉางสุ่ยเห็นท่าไม่ดี รีบก้าวมาขวางหน้าเถียนฮวน ปกป้องนางไว้ทันที ทว่าเจียงซื่อยังไม่ทันได้ถึงตัวพวกเขาก็ถูกสกัดไว้เสียก่อน

            นางเพิ่งก้าวออกมาไม่กี่ก้าว ชาวบ้านที่ยืนอยู่รอบด้านก็รีบกรูกันเข้ามาขวาง

            ผู้เฒ่าคนหนึ่งยังทำหน้าดุใส่ ก่อนจะตะโกนลั่น “เจียงซื่อ! เจ้ายังจะก่อเรื่องอีกหรือ ลูกหลานเขาทั้งกตัญญูทั้งรู้คุณถึงเพียงนี้เจ้ายังจะเอาอะไรอีก หรือเจ้าต้องการให้พวกเขาใจเย็นไม่ไหวทอดทิ้งพวกเจ้าก่อนถึงจะพอใจ? ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ กู้ฉางสุ่ยกับภรรยาของเขาเป็นคนดีข้าไม่ยอมให้พวกเจ้าใช้อำนาจมารังแกพวกเขาอีกแน่! ที่สำคัญ เจ้าอย่าลืมด้วยว่า พวกเขาแยกบ้านไปแล้ว!”

            เจียงซื่อหันขวับกลับไปมอง พบว่าผู้เฒ่าคนนั้นคือหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย!