“สิบท่า กำลังดีเลย...”
เสียงหัวเราะผะแผ่วอย่างสนุกสนานและเหลาะแหละดังจากปากฉู่เหิน เขาใช้หอกพิชิตมารชี้ไปยังอู่เจ๋อเบื้องหน้าอย่างผู้สูงส่งกว่าพลานุภาพปราณเฉียบคมปะทุจากร่างฉู่เหินอย่างไม่อาจควบคุม
แสงหอกสามฉื่อ ผู้ใดเล่าจะต้านทานได้!
วินาทีนั้น ฝูงชนทั้งลานสวนเมเปิ้ลล้วนตื่นตระหนก ใบหน้าตะลึงงันอย่างแรง
สิบท่า!
ผู้พ่ายที่ล้มลงมาจากค่ายกลไม้หาใช่ฉู่เหิน แต่เป็นอู่เจ๋อ
ผลการต่อสู้ช่างเหนือความคาดหมายของพวกเขายิ่งนัก
หลิ่วเยว่ หลี่ฮุยเย่โจวลู่...และเหล่าศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานทึ่งจนปากอ้าตาค้างพลังของอู่เจ๋อเป็นเช่นไร พวกเขาล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ
โดยเฉพาะบนค่ายกลไม้เช่นนั้น เขาย่อมครองความได้เปรียบเหนือฉู่เหินอย่างชัดเจน
“เจ้านี่ไม่เจอกันมาเดือนเดียว พลังกลับเพิ่มพูนขึ้นปานนี้เชียว?”
โจวลู่ขมวดคิ้วคู่สวย นอกเหนือจากความตกตะลึงยังเจือจิตใจที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยในบรรดาศิษย์ใหม่ของปีนี้ พลังของนางอยู่ระดับแถวหน้าของสำนักดาราสวรรค์ก็ว่าได้แต่พอเทียบกับฉู่เหินแล้วกลับช่างเล็กกะจ้อยร้อยไม่อาจเทียม
...
ครั้นหันมองอู่เจ๋อที่ตกลงมาจากค่ายกลไม้เจ้าตัวหน้าดำคล้ำเขียวมืดมนเหลือจะเอ่ย
ถูกศิษย์ใหม่หมิ่นเกียรติเช่นนี้ เขาสุดจะทนรับได้จริงๆ
“ฮึ อย่าเพิ่งดีใจเร็วไปนัก เมื่อครู่ข้ายังใช้พลังไม่ถึงครึ่งจากนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าระยะห่าง...”
ผ่าง!
สิ้นเสียง ดาบเบาเล่มหนึ่งก็เผยกายในฝ่ามืออู่เจ๋อ
ตัวดาบยาวกว่าสามฉื่อ แคบและบางราวใบหลิวเรืองแสงสีเขียว
พลังหยวนแท้ถาโถมประดุจคลื่นไหลรวมไปยังดาบเบาอย่างรวดเร็วรังสีพลานุภาพที่อู่เจ๋อปลดปล่อยออกมาพุ่งสูงขึ้นอีก ใบไม้แห้งที่ตกต้องพื้นดินปลิดปลิวร่ายรำรอบกายเขา
“ฮึ เจ้านี่มันราวีไม่เลิก!”
ฉู่เหินเหยียดยิ้มไม่ยี่หระ คิดในใจ กลิ่นอายโอฬารปะทุจากร่าง แสงสีดำเป็นเส้นสายกวาดล้างลุกลามไปทางมือขวาพันรอบหอกพิชิตมารราวกับเถาวัลย์
เพลิงดำประหลาดคะนองไม่หยุดนิ่งพันหอกพิชิตมารไว้จนหมดเฉกเช่นอัคคีทมิฬจากขุมนรกเก้าชั้นดิน
บรรยากาศทั้งลานเดือดพล่าน ศึกใหญ่ใกล้บังเกิด
“หยุดเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้นเอง เสียงตะคอกเจือแววโกรธก็ลอยมา
ทุกคนตกใจไปตามๆ กัน ปวดหูขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม
“ศิษย์พี่ชิงหยวน?”
อู่เจ๋อสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบเก็บพลังหยวนแท้ที่กระจัดกระจายกลับที่
ฉู่เหินเองก็เก็บพลังที่ปล่อยออกมากลับเช่นกันยามสายตาทุกคู่หันไปมองเป็นตาเดียวกันเห็นหนุ่มสาวสามสี่คนบุคลิกไม่ธรรมดาเดินมาทางนี้แต่ไกล
ฝูงชนโดยรอบมองพวกเขาอย่างอิจฉาในความสามารถและยำเกรงยิ่งนัก
เหอชิงหยวน ผู้คัดเลือกศิษย์สายตรงแทนอาจารย์ซีหลานสามคนที่ลานเจ็ดดาวเองก็อยู่ในนั้นด้วย
ทว่า สายตาหลากคู่ยิ่งกว่ากลับจดจ้องที่บุรุษหนุ่มข้างกายเหอชิงหยวน ผู้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรากายาสูงใหญ่มุมปากที่เชิดขึ้นเล็กน้อยให้ความรู้สึกเจ้าสำราญไม่เคารพสิ่งใด...และตำแหน่งเสื้อตรงหน้าอกของเขาติดตราดาวห้าเหลี่ยมสีดำดวงหนึ่งไว้ด้วย
ตราสีดำ!
สั่งสมสามหมื่นคะแนนดาว ขอออกจากสำนักได้ก่อนทุกเมื่อ
ผู้ใดล้วนมองออกว่าเขาคนนี้ไม่ธรรมดาเป็นแน่
“ศิษย์พี่ชิงหยวน ศิษย์พี่เปียนหง พวกท่านมาแล้ว”
หลิ่วเยว่ หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และเหล่าศิษย์สายตรงอาจารย์ซีหลานเข้าไปต้อนรับ
เหอชิงหยวนพยักหน้า ขมวดคิ้วเล็กน้อย ชำเลืองมองอู่เจ๋อที่อยู่ไม่ไกลออกไปและฉู่เหินที่โรยตัวลงมาจากค่ายกลไม้อย่างไม่พอใจ
“นี่มันเกิดอันใดขึ้นกัน?”
“เรียนศิษย์พี่ชิงหยวน...” อู่เจ๋อรีบเอ่ยปาก “ศิษย์น้องผู้นี้หนึ่งเดือนแล้วเพิ่งจะมารายงานตัวศิษย์พี่เช่นข้าแค่พูดกับเขาแค่ประโยคสองประโยค เขาไม่ฟังยังพอว่ากลับมาด่าทอข้าให้อับอายอีก? ข้าย่อมอดรนทนไม่ไหวต้องลงมือสั่งสอน”
“เจ้านี่มันใส่สีตีไข่เก่งเสียจริง” ฉู่เหินกระแทกกระทั้น
“เจ้า...”
“พอได้แล้ว!”เหอชิงหยวนตวาดยั้งทั้งสองไว้แล้วว่าต่อ “หลิ่วเยว่ เจ้าเล่ามาซิว่าเกิดอันใดขึ้น?”
หลิ่วเยว่กลอกตาคิดเล็กน้อยก็ตอบ “ต่างคนต่างมีส่วนผิดกระมัง! แต่อู่เจ๋อเป็นคนก่อเรื่องก่อนเจ้าค่ะ”
แม้หลิ่วเยว่กับอู่เจ๋อจะสนิทชิดเชื้อกันดีในยามปกติแต่ความจริงฉู่เหินก็มาขอโทษทุกคนก่อนหน้านี้แล้วหนำซ้ำยังบอกเหตุผลชัดเจนแล้วด้วยใครผิดใครถูกทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมรู้เห็นความจริง
“ไฉนเพิ่งมาเอาป่านนี้เล่า?” เหอชิงหยวนถามฉู่เหิน
เป็นที่รู้กันดีว่าเหอชิงหยวนเป็นศิษย์ที่เก่งรอบด้านแม้จะไม่ใช่ประเภทพรสวรรค์ล้นฟ้าแต่สติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องและจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ดีเยี่ยม
อาจารย์ซีหลานมักให้เหอชิงหยวนจัดการปัญหาระหว่างศิษย์น้องชายศิษย์น้องหญิงเป็นประจำ
ศิษย์ไม่น้อยจึงยำเกรงเหอชิงหยวนมาก
“เนื่องด้วยเสียเวลาจัดการเรื่องอาวุธอยู่ ขออภัยด้วย!” ฉู่เหินตอบกลับไม่ทั้งกดตนต่ำไม่ทั้งเชิดตนสูง
จัดการเรื่องอาวุธ?
เหอชิงหยวนอดอึ้งไม่ได้เขายังจำได้ว่าตนให้ฉู่เหินไปจัดการเรื่องอาวุธก่อนค่อยมารายงานตัวแต่เหอชิงหยวนไม่คิดว่าเจ้าตัวจะใช้เวลานานปานนี้
“เฮอะๆ” เปียนหงข้างกันหัวเราะผะแผ่ว เขามองฉู่เหินอย่างนึกสนุก“ศิษย์ใหม่เพิ่งเข้าสำนักก็ส่งอู่เจ๋อหล่นค่ายกลไม้ได้แล้ว เก่งกล้าสามารถไม่เบา”
น้ำคำนิ่งนัก ฟังไม่ออกว่าเจตนาดีหรือร้าย
แต่ฉู่เหินฟังแล้วก็อดให้ระคายหูไม่ได้
แววตาสนุกสนานเต็มเปี่ยมของเปียนหงนั้นอำพรางความเย็นยะเยือกเอาไว้ด้วย
เหอชิงหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงกล่าวต่อ “คราวนี้ยกโทษให้แต่หากมีคราวต่อไปอีก พวกเจ้าก็รอดูไปแล้วกัน อย่าลืมว่าทั้งสำนักดาราสวรรค์นี้มีเพียงสนามสัประยุทธ์เท่านั้นที่ใช้เป็นสถานที่สะสางความแค้นเคืองส่วนตัวได้”
“ขอรับ ศิษย์พี่ชิงหยวน” อู่เจ๋อตอบรับเสียงเบาปรายหางตามองฉู่เหินอย่างมุ่งร้าย
“ใช่แล้ว ศิษย์พี่ชิงหยวน อาจารย์ซีหลานเล่าเจ้าคะ? นางยังไม่มาหรือ?”โจวลู่เด็กใหม่ข้างกายหลี่ฮุยเย่เปรย คนอื่นเองก็มองด้วยแววตาสงสัย
เหอชิงหยวนผงกหัวเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมอง “อาจารย์ซีหลานติดธุระท่านให้ข้ามาบอกพวกเจ้าว่าวิชาวันนี้ยกเลิกไปก่อน อีกอย่าง...”
เหอชิงหยวนหยุดพูด ตามองฉู่เหิน หลี่ฮุยเย่ และโจวลู่สามคน“อาจารย์ซีหลานให้พวกเจ้าทั้งสามไปเข้าร่วม ‘ประชุมใหญ่ดาวชิงดวง’ ที่หอจวินไหลคืนพรุ่งนี้”
ประชุมใหญ่ดาวชิงดวง?
ฉู่เหินอดอึ้งไม่ได้
นับแต่กลับมาสำนักดาราสวรรค์เมื่อวานฉู่เหินก็ได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด ยามนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรนักกลับกลายมาเป็นเกี่ยวข้องกับเขาอย่างถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว
“ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงคือสิ่งใดกัน?”
เพียงคำถามหลุดจากปากฉู่เหิน ผู้คนโดยรอบก็อึ้งงันไป
ต่างคนต่างมองเขาด้วยแววตาพิลึก ไม่รู้กระทั่งเรื่องนี้เลยหรือ?”
ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงหรือเรียกอีกชื่อว่าประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาวเป็นการประลองยุทธ์ระหว่างศิษย์ใหม่ที่จัดขึ้นทุกปี พอถึงเวลานี้ศิษย์ใหม่ชั้นยอดจากสำนักยุทธขั้นสูงในนครหลวงจะเข้าร่วมงาน กล่าวกันว่าสำแดงแสงดารา อาภาคมกล้าถือกำเนิด...”
โจวลู่อธิบายให้ฉู่เหินฟังนิ่งๆ
ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นแววมั่นใจในดวงตาของนางเลยซ้ำจะกดดันเท่าทวีอีกต่างหาก
“ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?” หลี่ฮุยเย่แทรก
“ดีอะไรกันเล่า? ศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์อยู่อันดับรั้งท้ายเสียทุกปีเปลือกนอกบอกเป็นประชุมใหญ่สื่อสารกันระหว่างศิษย์ใหม่ของสำนักยุทธขั้นสูงแต่ความจริงแล้วคือการใช้วิทยายุทธช่วงชิงความเป็นหนึ่งดูว่าศิษย์ใหม่สำนักไหนแกร่งที่สุด หรือก็คือออกศึกแทนสำนักนั่นแหละ...”
โจวลู่เป็นชาวนครหลวง นางเข้าใจสภาพการณ์ของสำนักทั้งหลายในเมืองเป็นอย่างดี
หลี่ฮุยเย่ลูบจมูก ไยเขาจะไม่รู้ประโยคเมื่อครู่ของเขาความหมายตรงข้ามกันต่างหาก
โจวลู่บรรยายต่อ “ตลอดเวลาที่ผ่านมาสำนักดาราสวรรค์พวกเราล้วนรั้งท้ายจำได้ว่าปีที่แล้ว ศิษย์ของสำนักยุทธขั้นสูงธรรมดาคนหนึ่งเล่นศิษย์ใหม่สำนักพวกเราเสียเกือบตาย”
ดูท่าทางโจวลู่แล้ว นางคงไม่อยากไปเข้าร่วม ‘ประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาว’ นั่นไปแปดในสิบส่วนเสียกระมัง
เหอชิงหยวนข้างกันลอบส่ายหน้ามาตรแม้นไม่อยากได้ยินถ้อยคำชวนหงุดหงิดเช่นนี้เท่าใดก็จำต้องยอมรับว่าโจวลู่พูดถูกแล้ว
สำนักดาราสวรรค์จะถูกสำนักยุทธขั้นสูงในเมืองหลวงทั้งหลายร่วมมือกันกดดันทุกปีไป
แทบจะเผ่นกลับมาหลังถูกย่ำยีแล้วทุกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์จึงหวาดกลัว ‘ประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาว’ นี้มาก เก้าในสิบไม่เต็มใจไปเข้าร่วมแน่นอน
“พวกเจ้ากลับไปเตรียมตัวเตรียมใจเถิด!”เหอชิงหยวนสั่ง
พลันนั้น ศิษย์ทั้งหลายไปจากลานสวนเมเปิ้ล
ฉู่เหินไม่เอื้อนเอ่ยอันใด หันหลังเดินจากไปตามทาง
อู่เจ๋อมองแผ่นหลังฉู่เหิน ดวงตายะเยือกชวนหนาวใจ
ฝ่ายเปียนหงผู้ติดตราสีดำลูบคางเบาๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มชอบใจจางๆ
...
“ศิษย์พี่ฉู่เหิน ท่านจะเข้าร่วมประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาวนั่นหรือไม่?หากท่านเข้าร่วม ข้าเองก็จะเข้าร่วมด้วย”หลี่ฮุยเย่เดินตามฉู่เหินไปพลางถามไปพลาง
ฉู่เหินยิ้มน้อยๆ “ไม่แน่ใจหรอก!”
ฉู่เหินปากบอกไม่แน่ใจ แต่ในใจมีคำตอบอยู่แล้ว
ในเมื่อเป็นงานเลี้ยงที่สำนักยุทธขั้นสูงทั้งปวงในนครหลวงจะเข้าร่วมเช่นนั้นสำนักจันทร์สกาวก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นด้วย
เฮ่อเฉาและเฮ่อเสี่ยนสองพี่น้องเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักจันทร์สกาวย่อมจะมีโอกาสเข้าร่วมอย่างสูง
บัญชีที่สองคนนั้นทำไว้กับฮ่าวจึ เขาต้องทวงคืน
ฉู่เหินเพ่งสายตา แสงเย็นวาวโรจน์ในดวงตา
………………………….