ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 57 ประชุมใหญ่ดาวชิงดวง

            “สิบท่า กำลังดีเลย...”

            เสียงหัวเราะผะแผ่วอย่างสนุกสนานและเหลาะแหละดังจากปากฉู่เหิน เขาใช้หอกพิชิตมารชี้ไปยังอู่เจ๋อเบื้องหน้าอย่างผู้สูงส่งกว่าพลานุภาพปราณเฉียบคมปะทุจากร่างฉู่เหินอย่างไม่อาจควบคุม

            แสงหอกสามฉื่อ ผู้ใดเล่าจะต้านทานได้!

            วินาทีนั้น ฝูงชนทั้งลานสวนเมเปิ้ลล้วนตื่นตระหนก ใบหน้าตะลึงงันอย่างแรง

            สิบท่า!

            ผู้พ่ายที่ล้มลงมาจากค่ายกลไม้หาใช่ฉู่เหิน แต่เป็นอู่เจ๋อ

            ผลการต่อสู้ช่างเหนือความคาดหมายของพวกเขายิ่งนัก

            หลิ่วเยว่ หลี่ฮุยเย่โจวลู่...และเหล่าศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานทึ่งจนปากอ้าตาค้างพลังของอู่เจ๋อเป็นเช่นไร พวกเขาล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ

            โดยเฉพาะบนค่ายกลไม้เช่นนั้น เขาย่อมครองความได้เปรียบเหนือฉู่เหินอย่างชัดเจน

            “เจ้านี่ไม่เจอกันมาเดือนเดียว พลังกลับเพิ่มพูนขึ้นปานนี้เชียว?”

            โจวลู่ขมวดคิ้วคู่สวย นอกเหนือจากความตกตะลึงยังเจือจิตใจที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยในบรรดาศิษย์ใหม่ของปีนี้ พลังของนางอยู่ระดับแถวหน้าของสำนักดาราสวรรค์ก็ว่าได้แต่พอเทียบกับฉู่เหินแล้วกลับช่างเล็กกะจ้อยร้อยไม่อาจเทียม

            ...

            ครั้นหันมองอู่เจ๋อที่ตกลงมาจากค่ายกลไม้เจ้าตัวหน้าดำคล้ำเขียวมืดมนเหลือจะเอ่ย

            ถูกศิษย์ใหม่หมิ่นเกียรติเช่นนี้ เขาสุดจะทนรับได้จริงๆ

            “ฮึ อย่าเพิ่งดีใจเร็วไปนัก เมื่อครู่ข้ายังใช้พลังไม่ถึงครึ่งจากนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าระยะห่าง...”

            ผ่าง!

            สิ้นเสียง ดาบเบาเล่มหนึ่งก็เผยกายในฝ่ามืออู่เจ๋อ

            ตัวดาบยาวกว่าสามฉื่อ แคบและบางราวใบหลิวเรืองแสงสีเขียว

            พลังหยวนแท้ถาโถมประดุจคลื่นไหลรวมไปยังดาบเบาอย่างรวดเร็วรังสีพลานุภาพที่อู่เจ๋อปลดปล่อยออกมาพุ่งสูงขึ้นอีก ใบไม้แห้งที่ตกต้องพื้นดินปลิดปลิวร่ายรำรอบกายเขา

            “ฮึ เจ้านี่มันราวีไม่เลิก!”

            ฉู่เหินเหยียดยิ้มไม่ยี่หระ คิดในใจ กลิ่นอายโอฬารปะทุจากร่าง แสงสีดำเป็นเส้นสายกวาดล้างลุกลามไปทางมือขวาพันรอบหอกพิชิตมารราวกับเถาวัลย์

            เพลิงดำประหลาดคะนองไม่หยุดนิ่งพันหอกพิชิตมารไว้จนหมดเฉกเช่นอัคคีทมิฬจากขุมนรกเก้าชั้นดิน

            บรรยากาศทั้งลานเดือดพล่าน ศึกใหญ่ใกล้บังเกิด

            “หยุดเดี๋ยวนี้”

            ทันใดนั้นเอง เสียงตะคอกเจือแววโกรธก็ลอยมา

            ทุกคนตกใจไปตามๆ กัน ปวดหูขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม

            “ศิษย์พี่ชิงหยวน?”

            อู่เจ๋อสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบเก็บพลังหยวนแท้ที่กระจัดกระจายกลับที่

            ฉู่เหินเองก็เก็บพลังที่ปล่อยออกมากลับเช่นกันยามสายตาทุกคู่หันไปมองเป็นตาเดียวกันเห็นหนุ่มสาวสามสี่คนบุคลิกไม่ธรรมดาเดินมาทางนี้แต่ไกล

            ฝูงชนโดยรอบมองพวกเขาอย่างอิจฉาในความสามารถและยำเกรงยิ่งนัก

            เหอชิงหยวน ผู้คัดเลือกศิษย์สายตรงแทนอาจารย์ซีหลานสามคนที่ลานเจ็ดดาวเองก็อยู่ในนั้นด้วย

            ทว่า สายตาหลากคู่ยิ่งกว่ากลับจดจ้องที่บุรุษหนุ่มข้างกายเหอชิงหยวน ผู้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรากายาสูงใหญ่มุมปากที่เชิดขึ้นเล็กน้อยให้ความรู้สึกเจ้าสำราญไม่เคารพสิ่งใด...และตำแหน่งเสื้อตรงหน้าอกของเขาติดตราดาวห้าเหลี่ยมสีดำดวงหนึ่งไว้ด้วย

            ตราสีดำ!

            สั่งสมสามหมื่นคะแนนดาว ขอออกจากสำนักได้ก่อนทุกเมื่อ

            ผู้ใดล้วนมองออกว่าเขาคนนี้ไม่ธรรมดาเป็นแน่

            “ศิษย์พี่ชิงหยวน ศิษย์พี่เปียนหง พวกท่านมาแล้ว”

            หลิ่วเยว่ หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และเหล่าศิษย์สายตรงอาจารย์ซีหลานเข้าไปต้อนรับ

            เหอชิงหยวนพยักหน้า ขมวดคิ้วเล็กน้อย ชำเลืองมองอู่เจ๋อที่อยู่ไม่ไกลออกไปและฉู่เหินที่โรยตัวลงมาจากค่ายกลไม้อย่างไม่พอใจ

            “นี่มันเกิดอันใดขึ้นกัน?”

            “เรียนศิษย์พี่ชิงหยวน...” อู่เจ๋อรีบเอ่ยปาก “ศิษย์น้องผู้นี้หนึ่งเดือนแล้วเพิ่งจะมารายงานตัวศิษย์พี่เช่นข้าแค่พูดกับเขาแค่ประโยคสองประโยค เขาไม่ฟังยังพอว่ากลับมาด่าทอข้าให้อับอายอีก? ข้าย่อมอดรนทนไม่ไหวต้องลงมือสั่งสอน”

            “เจ้านี่มันใส่สีตีไข่เก่งเสียจริง” ฉู่เหินกระแทกกระทั้น

            “เจ้า...”

            “พอได้แล้ว!”เหอชิงหยวนตวาดยั้งทั้งสองไว้แล้วว่าต่อ “หลิ่วเยว่ เจ้าเล่ามาซิว่าเกิดอันใดขึ้น?”

            หลิ่วเยว่กลอกตาคิดเล็กน้อยก็ตอบ “ต่างคนต่างมีส่วนผิดกระมัง! แต่อู่เจ๋อเป็นคนก่อเรื่องก่อนเจ้าค่ะ”

            แม้หลิ่วเยว่กับอู่เจ๋อจะสนิทชิดเชื้อกันดีในยามปกติแต่ความจริงฉู่เหินก็มาขอโทษทุกคนก่อนหน้านี้แล้วหนำซ้ำยังบอกเหตุผลชัดเจนแล้วด้วยใครผิดใครถูกทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมรู้เห็นความจริง

            “ไฉนเพิ่งมาเอาป่านนี้เล่า?” เหอชิงหยวนถามฉู่เหิน

            เป็นที่รู้กันดีว่าเหอชิงหยวนเป็นศิษย์ที่เก่งรอบด้านแม้จะไม่ใช่ประเภทพรสวรรค์ล้นฟ้าแต่สติปัญญาฉลาดปราดเปรื่องและจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ดีเยี่ยม

            อาจารย์ซีหลานมักให้เหอชิงหยวนจัดการปัญหาระหว่างศิษย์น้องชายศิษย์น้องหญิงเป็นประจำ

            ศิษย์ไม่น้อยจึงยำเกรงเหอชิงหยวนมาก

            “เนื่องด้วยเสียเวลาจัดการเรื่องอาวุธอยู่ ขออภัยด้วย!” ฉู่เหินตอบกลับไม่ทั้งกดตนต่ำไม่ทั้งเชิดตนสูง

            จัดการเรื่องอาวุธ?

            เหอชิงหยวนอดอึ้งไม่ได้เขายังจำได้ว่าตนให้ฉู่เหินไปจัดการเรื่องอาวุธก่อนค่อยมารายงานตัวแต่เหอชิงหยวนไม่คิดว่าเจ้าตัวจะใช้เวลานานปานนี้

            “เฮอะๆ” เปียนหงข้างกันหัวเราะผะแผ่ว เขามองฉู่เหินอย่างนึกสนุก“ศิษย์ใหม่เพิ่งเข้าสำนักก็ส่งอู่เจ๋อหล่นค่ายกลไม้ได้แล้ว เก่งกล้าสามารถไม่เบา”

            น้ำคำนิ่งนัก ฟังไม่ออกว่าเจตนาดีหรือร้าย

            แต่ฉู่เหินฟังแล้วก็อดให้ระคายหูไม่ได้

            แววตาสนุกสนานเต็มเปี่ยมของเปียนหงนั้นอำพรางความเย็นยะเยือกเอาไว้ด้วย

            เหอชิงหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วจึงกล่าวต่อ “คราวนี้ยกโทษให้แต่หากมีคราวต่อไปอีก พวกเจ้าก็รอดูไปแล้วกัน อย่าลืมว่าทั้งสำนักดาราสวรรค์นี้มีเพียงสนามสัประยุทธ์เท่านั้นที่ใช้เป็นสถานที่สะสางความแค้นเคืองส่วนตัวได้”

            “ขอรับ ศิษย์พี่ชิงหยวน” อู่เจ๋อตอบรับเสียงเบาปรายหางตามองฉู่เหินอย่างมุ่งร้าย

            “ใช่แล้ว ศิษย์พี่ชิงหยวน อาจารย์ซีหลานเล่าเจ้าคะ? นางยังไม่มาหรือ?”โจวลู่เด็กใหม่ข้างกายหลี่ฮุยเย่เปรย คนอื่นเองก็มองด้วยแววตาสงสัย

            เหอชิงหยวนผงกหัวเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมอง “อาจารย์ซีหลานติดธุระท่านให้ข้ามาบอกพวกเจ้าว่าวิชาวันนี้ยกเลิกไปก่อน อีกอย่าง...”

            เหอชิงหยวนหยุดพูด ตามองฉู่เหิน หลี่ฮุยเย่ และโจวลู่สามคน“อาจารย์ซีหลานให้พวกเจ้าทั้งสามไปเข้าร่วม ‘ประชุมใหญ่ดาวชิงดวง’ ที่หอจวินไหลคืนพรุ่งนี้”

            ประชุมใหญ่ดาวชิงดวง?

            ฉู่เหินอดอึ้งไม่ได้

            นับแต่กลับมาสำนักดาราสวรรค์เมื่อวานฉู่เหินก็ได้ยินคนพูดถึงเรื่องนี้มาตลอด ยามนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรนักกลับกลายมาเป็นเกี่ยวข้องกับเขาอย่างถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว

            “ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงคือสิ่งใดกัน?”

            เพียงคำถามหลุดจากปากฉู่เหิน ผู้คนโดยรอบก็อึ้งงันไป

            ต่างคนต่างมองเขาด้วยแววตาพิลึก ไม่รู้กระทั่งเรื่องนี้เลยหรือ?”

            ประชุมใหญ่ดาวชิงดวงหรือเรียกอีกชื่อว่าประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาวเป็นการประลองยุทธ์ระหว่างศิษย์ใหม่ที่จัดขึ้นทุกปี พอถึงเวลานี้ศิษย์ใหม่ชั้นยอดจากสำนักยุทธขั้นสูงในนครหลวงจะเข้าร่วมงาน กล่าวกันว่าสำแดงแสงดารา อาภาคมกล้าถือกำเนิด...”

            โจวลู่อธิบายให้ฉู่เหินฟังนิ่งๆ

            ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นแววมั่นใจในดวงตาของนางเลยซ้ำจะกดดันเท่าทวีอีกต่างหาก

            “ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?” หลี่ฮุยเย่แทรก

            “ดีอะไรกันเล่า? ศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์อยู่อันดับรั้งท้ายเสียทุกปีเปลือกนอกบอกเป็นประชุมใหญ่สื่อสารกันระหว่างศิษย์ใหม่ของสำนักยุทธขั้นสูงแต่ความจริงแล้วคือการใช้วิทยายุทธช่วงชิงความเป็นหนึ่งดูว่าศิษย์ใหม่สำนักไหนแกร่งที่สุด หรือก็คือออกศึกแทนสำนักนั่นแหละ...”

            โจวลู่เป็นชาวนครหลวง นางเข้าใจสภาพการณ์ของสำนักทั้งหลายในเมืองเป็นอย่างดี

            หลี่ฮุยเย่ลูบจมูก ไยเขาจะไม่รู้ประโยคเมื่อครู่ของเขาความหมายตรงข้ามกันต่างหาก

            โจวลู่บรรยายต่อ “ตลอดเวลาที่ผ่านมาสำนักดาราสวรรค์พวกเราล้วนรั้งท้ายจำได้ว่าปีที่แล้ว ศิษย์ของสำนักยุทธขั้นสูงธรรมดาคนหนึ่งเล่นศิษย์ใหม่สำนักพวกเราเสียเกือบตาย”

            ดูท่าทางโจวลู่แล้ว นางคงไม่อยากไปเข้าร่วม ‘ประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาว’ นั่นไปแปดในสิบส่วนเสียกระมัง

            เหอชิงหยวนข้างกันลอบส่ายหน้ามาตรแม้นไม่อยากได้ยินถ้อยคำชวนหงุดหงิดเช่นนี้เท่าใดก็จำต้องยอมรับว่าโจวลู่พูดถูกแล้ว

            สำนักดาราสวรรค์จะถูกสำนักยุทธขั้นสูงในเมืองหลวงทั้งหลายร่วมมือกันกดดันทุกปีไป

            แทบจะเผ่นกลับมาหลังถูกย่ำยีแล้วทุกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์จึงหวาดกลัว ‘ประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาว’ นี้มาก เก้าในสิบไม่เต็มใจไปเข้าร่วมแน่นอน

            “พวกเจ้ากลับไปเตรียมตัวเตรียมใจเถิด!”เหอชิงหยวนสั่ง

            พลันนั้น ศิษย์ทั้งหลายไปจากลานสวนเมเปิ้ล

            ฉู่เหินไม่เอื้อนเอ่ยอันใด หันหลังเดินจากไปตามทาง

            อู่เจ๋อมองแผ่นหลังฉู่เหิน ดวงตายะเยือกชวนหนาวใจ

            ฝ่ายเปียนหงผู้ติดตราสีดำลูบคางเบาๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มชอบใจจางๆ

            ...

            “ศิษย์พี่ฉู่เหิน ท่านจะเข้าร่วมประชุมเฉพาะกิจราชันแสงดาวนั่นหรือไม่?หากท่านเข้าร่วม ข้าเองก็จะเข้าร่วมด้วย”หลี่ฮุยเย่เดินตามฉู่เหินไปพลางถามไปพลาง

            ฉู่เหินยิ้มน้อยๆ “ไม่แน่ใจหรอก!”

            ฉู่เหินปากบอกไม่แน่ใจ แต่ในใจมีคำตอบอยู่แล้ว

            ในเมื่อเป็นงานเลี้ยงที่สำนักยุทธขั้นสูงทั้งปวงในนครหลวงจะเข้าร่วมเช่นนั้นสำนักจันทร์สกาวก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

            เฮ่อเฉาและเฮ่อเสี่ยนสองพี่น้องเป็นศิษย์ใหม่ของสำนักจันทร์สกาวย่อมจะมีโอกาสเข้าร่วมอย่างสูง

            บัญชีที่สองคนนั้นทำไว้กับฮ่าวจึ เขาต้องทวงคืน

            ฉู่เหินเพ่งสายตา แสงเย็นวาวโรจน์ในดวงตา

     

             ………………………….

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน