ย้อนกับไปคืนก่อนเกิดเหตุ
“หลานเย่ เ้าจงส่งคนไปเฝ้าท่าเรือที่พวกมันใช้ลำเลียงของเถื่อน ”
“ขอรับ” หลานเย่โค้งคำนับก่อนออกไปอย่างรวดเร็ว
“หลานชิง เ้านำเอกสารทั้งหมดนี้ไปมอบให้แม่ทัพใหญ่ บอกเขาว่าข้าได้พบหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนเกี่ยวกับการลักลอบนำแร่เหล็กออกจากแคว้น และมันไม่ใช่เพียงการค้าเถื่อนทั่วไป แต่เกี่ยวพันกับการขายให้คนต่างถิ่นเพื่อใช้ทำอาวุธ”
หลานชิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น “เช่นนั้นใต้เท้าจางก็ถือเป็ผู้ทรยศต่อแคว้น”
รองแม่ทัพลู่พยักหน้า สีหน้าของเขาเยือกเย็น “ถูกต้อง ข้าจะไม่ยอมให้คนเช่นนั้นอยู่รอดต่อไปได้”
ในค่ายแม่ทัพใหญ่ เจียงฮั่น ชายวัยกลางคนที่มีดวงตาคมกริบ อ่านเอกสารที่หลานชิงนำมาให้ทีละหน้า สีหน้าของเขาเคร่งขรึมลงเรื่อยๆ
“ข้าไม่คิดเลยว่าขุนนางจางจะกล้าทรยศถึงเพียงนี้” เขาพูดพลางวางเอกสารลงบนโต๊ะ
“ใต้เท้าลู่กล่าวว่าหลักฐานเหล่านี้เพียงพอที่จะส่งเื่ไปยังเมืองหลวง และ้าความช่วยเหลือจากท่านเพื่อจัดการเคลียร์เครือข่ายของมันทั้งหมด” หลานชิงกล่าว
แม่ทัพเจียงพยักหน้า “ดี เ้ากลับไปบอกเขาว่าข้าจะส่งกำลังไปช่วยทันที และข้าจะส่งข่าวไปยังเมืองหลวงเพื่อขอให้ทางการส่งเ้าหน้าที่มาตรวจสอบเื่นี้โดยตรง”
ไม่นานหลานชิงก็กลับมา เขารายงานทุกอย่างให้รองแม่ทัพลู่ฟัง
“แม่ทัพเจียงสนับสนุนแผนของท่านอย่างเต็มที่ และจะส่งกำลังมาเสริมเพื่อจัดการกับคนของใต้เท้าจางในเมืองนี้”
รองแม่ทัพลู่พยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ดี เช่นนั้นเราจะเริ่มปฏิบัติการเลย”
แสงจันทร์ที่ส่องสลัวในเมืองถูกบดบังด้วยความเคลื่อนไหวของเหล่าทหารที่ปิดล้อมท่าเรือของขุนนางจาง ชายผู้ทรยศยังไม่รู้ตัวว่าเช้านี้คือจุดจบของเขา
เมื่อเหล่าทหารบุกเข้าไป ทหารทุกคนเตรียมตัวรอรับคำสั่ง ลูกชายของใต้เท้าจางที่กำลังเตรียมลำเลียงแร่เหล็กชุดใหม่ส่งออกไปยังท่าเรือ ก็ถูกจับได้คาหนังคาเขา
“จางจวิ้น! เ้าลักลอบขายทรัพยากรของแคว้นให้คนต่างถิ่นเพื่อผลิตอาวุธ เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่านี่คือการทรยศต่อแผ่นดินเกิด?” รองแม่ทัพลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
ลูกชายขุนนางจางพยายามดิ้นรน แต่เมื่อเห็นหลักฐานที่แน่ชัด เขาก็ไม่มีทางหนี
“รองแม่ทัพลู่! เ้าอย่าคิดว่าข้าจะยอมรับผิดง่ายๆ! เ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าหรอก!” จางจวิ้นะโ แต่คำพูดของเขาไร้ความหมาย
"หึ! ก็มาดูกัน"
ภายในเวลาเพียงเวลาแค่หนึ่งชั่วยามที่ลูกของใต้เท้าจางถูกทรมาณเขาจึงรับสารภาพว่าพ่อเป็คนสั่งการทั้งหมด มีใครเป็คนสมรู้ร่วมคิดบ้าง เครือข่ายทั้งหมดของจางจวิ้นถูกจับกุม
"นายท่าน ตอนนี้ใต้เท้าจางนำตัวหลีหลินเฟยไปยังห้องเล็ก จากสายรายงานมาว่าจะมีการทรมานนางให้บอกข้อมูลของนายท่านขอรับ"หลานชิงกล่าว
เงียบไปแปปนึงจึงพูดขึ้นว่า 'งั้นเ้าก็ไปช่วยคนออกมา'
''หลานเย่ เ้านำคำสารภาพนี้ไปส่งให้ท่านแม่ทัพ แล้วให้คนไปจับกุมขุนนางจางโดนด่วนก่อนที่จะหลบหนี''เอกสารยื่นส่งให้ แล้วขึ้นม้าตรงกับเรือนพักของตนเอง
หลังจากหลานชิงไปช่วยคนออกมา ผ่านไปอีกหนึ่งก้านธูปก็มีคนของแม่ทัพใหญ่พร้อมกับหมายจับกุมขุนนางจางไปคุก
ผ่านไปหลายวันภายในคุกหยางโจว
ใต้เท้าจางถูกคุมตัวในห้องขังหินที่เย็นเฉียบ เสียงโซ่ตรวนดังก้องเมื่อเขาขยับตัว ใบหน้าที่เคยยโสตอนนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมองและความเครียดสะสมจากการสอบสวน
ในเช้าวันที่เงียบสงัด ทหารสองคนเข้ามาเปิดประตูห้องขัง พวกเขาพาใต้เท้าจางออกไปยังห้องโถงสอบสวน ที่นั่น เขาเห็นลูกชายของตัวเอง จางจวิ้น คุกเข่าอยู่กลางห้อง ทั้งตัวมีแต่รอยเื น้ำตาของชายหนุ่มไหลอาบแก้มขณะที่เขาพูดคำสารภาพครั้งสุดท้ายต่อหน้าเ้าหน้าที่จากเมืองหลวง
“ข้าขอรับผิดทุกอย่าง เป็ข้าที่จัดการลักลอบแร่เหล็กไปขาย ข้ารู้ว่าเป็สิ่งที่ไม่สมควร แต่ทุกอย่างข้าทำตามคำสั่งของบิดา” จางจวิ้นกล่าวทั้งเสียงสั่น
ใต้เท้าจางตัวแข็งทื่อ ราวกับเวลาในโลกหยุดหมุน เขามองลูกชายด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“เ้า... เ้า... เ้าพูดอะไร!” เขาะโเสียงดังจนทุกคนในห้องสะดุ้ง
จางจวิ้นตัวสั่น กลืนน้ำลาย ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาหวิว “บิดา ข้าไม่มีทางเลือก ข้าถูกบีบจนมุม...”
คำพูดนั้นเป็ดั่งมีดกรีดลึกลงในหัวใจของใต้เท้าจาง เขาหันไปมองเ้าหน้าที่ที่จดบันทึกทุกคำสารภาพ
“เ้า! เ้ากล้าหักหลังพ่อของเ้าเพื่อปกป้องตัวเองหรือ? เ้าไม่ใช่ลูกข้า! เ้าคือคนทรยศ!” เสียงของใต้เท้าจางดังก้องห้อง
จางจวิ้นสะอื้น แต่ไม่กล้าตอบโต้ ขณะที่ใต้เท้าจางหันมาทางรองแม่ทัพลู่ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ
“ทั้งหมดนี้ฝีมือของเ้าใช่หรือไม่! เ้าใช้วิธีสกปรกหลอกลูกข้า!”
รองแม่ทัพลู่ยังคงนิ่ง สีหน้าของเขาเยือกเย็น “ข้าไม่ได้หลอกใคร ใต้เท้าจาง หากไม่มีหลักฐาน เ้าคิดว่าลูกชายเ้าจะยอมพูดความจริงหรือ?”
“ไม่จริง! เป็เ้า เป็เพราะเ้า!” ใต้เท้าจางแผดเสียง
เ้าหน้าที่จากเมืองหลวงขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ใต้เท้าจาง นี่คือหลักฐานทั้งหมดที่เรามี ค้าแร่เหล็กให้ศัตรู นี้คือโทษร้ายแรงของแคว้นเลยนะ ข้าเกรงว่าเ้าจะไม่สามารถปฏิเสธความผิดได้อีกต่อไป”
ใต้เท้าจางล้มทั้งยืน หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธเกรี้ยว เขาหันกลับไปมองจางจวิ้นที่คุกเข่าอยู่
“หากข้ารู้ว่าเ้าจะทรยศข้าเช่นนี้ ข้าคงไม่มีวันให้เ้าเกิดมา!”
คำสาปแช่งของใต้เท้าจางทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน จางจวิ้นก้มหน้าร้องไห้อย่างไร้หนทางจะเอ่ยคำใดๆ
รองแม่ทัพลู่หันไปสั่งการกับหลานเย่“พาตัวทั้งสองไปคุมขังให้แ่า จนกว่าทางการจะตัดสินโทษ”
ภายในห้องขังเดี่ยว
ใต้เท้าจางนั่งอยู่ในมุมมืดของห้องขัง เสียงโซ่ตรวนดังก้องในความเงียบ เขานึกถึง่เวลาที่ตนเองมีอำนาจและเกียรติยศ ทุกอย่างพังทลายเพราะความโลภและความอวดดีของเขาเอง
“จางจวิ้น เ้าทำให้ข้าสูญเสียทุกสิ่ง... และข้าก็ทำให้เ้าต้องตกต่ำเช่นกัน...” คำพูดที่เต็มไปด้วยความเสียใจและเกลียดชังดังแ่เบาในห้องนั้น
จางจวิ้นที่ถูกขังอยู่ในอีกด้านหนึ่ง ได้ยินคำพูดของบิดา เขาทรุดลง ร้องไห้เหมือนคนหมดสิ้นทุกสิ่ง
คืนนี้ไม่มีความหวังใดหลงเหลืออยู่สำหรับพวกเขาอีกแล้ว...
สามวันต่อมา
ในลานปะากลางเมืองหยางโจว บรรยากาศเคร่งขรึมปกคลุมทุกพื้นที่ เสียงร้องไห้โหยหวนของครอบครัวผู้ถูกตัดสินโทษดังไปทั่วบริเวณ เสียงระฆังตีเบาๆ เตือนให้ผู้คนในเมืองมารวมตัวเพื่อเป็สักขีพยานในชะตากรรมของขุนนางจางและลูกชาย
“ได้โปรด! ข้าน้อยขอร้อง ปล่อยลูกของข้าไปเถิด เขายังหนุ่มแน่น เขาแค่หลงผิด!” เสียงภรรยาของขุนนางจางะโด้วยน้ำเสียงที่แหลมสั่นไหว แต่ไม่มีใครสนใจฟัง
จางจวิ้นที่ถูกมัดไว้ในชุดนักโทษ ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการร้องไห้ เขาหันไปมองมารดาและพี่น้องที่ถูกพาตัวไปยังเกวียนเพื่อเนรเทศ น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
“แม่... ข้าขอโทษ... แม่…” เสียงเรียกที่อ่อนล้าของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ขุนนางจางที่ถูกจับมัดนั่งข้างลูกชาย ใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามบัดนี้เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรม เขาไม่เหลือความโอหังอีกต่อไป เมื่อเผชิญกับความตายที่ใกล้เข้ามา
“เ้าไม่รู้เลยหรือว่าข้าทำอะไรให้แผ่นดินนี้บ้าง!” เขาะโสุดเสียง แต่กลับได้ยินเพียงเสียงเหยียดหยามของฝูงชน
“ทรยศแผ่นดิน! ค้าแร่เหล็กให้ศัตรู เ้าไม่มีสิทธิ์อ้างความดีใดๆ อีก!” ชายชราผู้หนึ่งในฝูงชนะโกลับ
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ขุนนางจางและลูกชายถูกนำตัวขึ้นแท่นปะา เสียงหัวเราะเยาะและคำด่าทอของชาวบ้านยังคงดังระงม ขณะที่ดาบของเพชฌฆาตยกขึ้นสูง
“ข้าจะสาปแช่งพวกเ้าทุกคน” คำพูดสุดท้ายของขุนนางจางดังออกมาจากลำคอ ก่อนดาบจะตกลงมา เสียงเงียบงันแค่ชั่วขณะ ก่อนที่เสียงกรีดร้องจากญาติของผู้ถูกปะาจะแทรกผ่านบรรยากาศ
หัวของขุนนางจางและลูกชายถูกนำไปเสียบประจานไว้หน้าคุกหยางโจว เพื่อเป็ตัวอย่างให้กับผู้คิดทรยศแผ่นดิน เสียงร่ำไห้และความทุกข์โศกของครอบครัวดังก้องในใจของทุกคนที่ได้ยิน
ภายในเรือนจำ
หญิงสาวและเด็กที่เป็ครอบครัวของผู้ร่วมทุจริต ผู้ชายถูกพาตัวไปยังค่ายแรงงาน พวกเขาร้องไห้โฮเมื่อถูกแยกจากครอบครัว
“ไม่! ข้าขอไปด้วย! ข้าไม่้าพรากจากลูก!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกอดลูกชายไว้แน่นก่อนที่ทหารจะดึงตัวเธอออก
สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ เส้นทางของพวกเธอจบลงที่หอนางโลม ทันทีที่เกวียนบรรทุกพวกเธอมาถึงที่หมาย เสียงสะอื้นไห้ของพวกเธอแ่เบา
ค่ายแรงงาน ชายหนุ่มและชายแก่ถูกนำตัวไปยังเหมือง พวกเขาต้องเริ่มชีวิตในฐานะนักโทษ ข้าวเพียงหยิบมือและงานหนักที่ไม่มีวันสิ้นสุดทำให้หลายคนสิ้นหวังั้แ่วันแรก
เมืองหยางโจว ในวันเดียวกันนั้น ทรัพย์สินของขุนนางจางถูกริบเข้าคลังหลวง บ้านเรือนที่เคยโอ่อ่าของตระกูลจางถูกปลดป้ายและปิดตาย เสียงร่ำลือถึงจุดจบของครอบครัวขุนนางจางดังไปทั่วทุกตรอกซอกซอย สำหรับชาวเมือง นี่เป็เครื่องเตือนใจถึงชะตากรรมของผู้ทรยศ แต่สำหรับครอบครัวจางและผู้เกี่ยวข้อง เสียงร้องไห้และความสิ้นหวังจะยังคงก้องกังวานในความทรงจำของพวกเขาไปตลอดชีวิต...