[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    80 สงบ

    เสียงไซเรนดึงดูดความสนใจของซอมบี้ปิดตัวลง ไม่นานคลื่นรบกวนซอมบี้ก็ถูกเปิดขึ้นเพื่อขับไล่ฝูงซอมบี้ที่กำลังวิ่งฝ่าซอมบี้นกเข้าหาสถานีวิจัยดาราศาสตร์ เพียงแต่ว่าฝูงซอมบี้ที่กำลังเดินทางมากลับมีการแยกตัวออกเป็นสอง กลุ่มแรกที่แยกตัวออกไปวิ่งหนีหายเข้าไปในตึกไม่คิดเดินทางต่อ พวกมันล้วนแล้วเป็นซอมบี้สัตว์ได้รับผลกระทบกับคลื่นเสียง กลุ่มที่สองกลับยังคงเดินหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ โดยรูปร่างของมันคือมนุษย์ไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นรบกวนแม้แต่น้อย


    “ พี่ เมื่อครู่พี่ทำได้ยังไง ”


    ขณะที่วินพยายามออกคำสั่งเพื่อให้หน่วยล่าสร้างพื้นที่วิวัฒนาการให้กับผู้คน แอลลี่ที่หลบอยู่ภายในชั้น 1 จึงได้ถามพี่ชายออกไปตรงๆ การขว้างปาสิ่งของเมื่อครู่รุนแรงเป็นอย่างมาก พี่ของเธอสามารถใช้ก้อนหินขว้างจนทะลุร่างของซอมบี้เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ความรุนแรงไม่ได้ทำให้เธอตกใจ ความแม่นยำต่างหากที่ทำให้เธออยากรู้ว่าพี่เล็งเป้าอย่างไรให้โยนก้อนหินถูกซอมบี้


    “ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ระหว่างขับรถฉันก็ได้นำก้อนหินขึ้นมาขว้างปาซอมบี้ แรกๆก็พลาดไปหลายที แต่ช่วงหลังๆฉันกลับโยนหินถูกซอมบี้ซะงั้น ”


    “ พี่จะบอกว่าโยนๆไปมันก็ถูกของมันเอง ”


    “ แรกๆก็มั่ว หลังๆกล้ามเนื้อกลับจดจำได้ ”


    “ งั้นลองโยนให้หนูดูหน่อย ”


    โยฮันมองไปยังฝูงซอมบี้มนุษย์ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ อีกเพียง 10 เมตรพวกมันจะเดินข้ามรั้วสถานีเข้ามาด้านในได้สำเร็จ เขาจึงมองไปยังอิฐก้อนหนึ่งหล่นอยู่ใกล้ๆ หลังจากชั่งน้ำหนักด้วยแขนเขาก็ชี้ไปยังซอมบี้ตัวที่ต้องการปาหัวมัน เมื่อชี้บอกตำแหน่งให้แอลลี่รู้จักโยฮันก็เริ่มส่งแรงไปที่แขนขวาแล้วขว้างอิฐออกไปสุดแรงจนมันพุ่งแหวกอากาศมุ่งตรงเข้าปะทะศีรษะซอมบี้ตัวหนึ่งจนระเบิดออกราวกับแตงโม แอลลี่เห็นการขว้างปาของพี่ชายเธอถึงกับอึ้ง การจะโจมตีสิ่งที่เดินไปมาเป็นเรื่องยากพี่ของเธอกลับทำได้ง่ายดาย


    “ หนูลองบ้าง ”


    โยฮันปล่อยให้น้องสาวขว้างปาอิฐและเศษปูนที่หล่นลงมาจากตึก เขาอยากรู้เหมือนกันว่าร่างกายของเธอจะจดจำการเคลื่อนไหวได้เหมือนเขาหรือเปล่า


    อิฐก้อนแรกที่ปาออกไปมีพลังมหาศาล เพียงแต่มันกลับพลาดไปโดนซอมบี้ที่ไม่ได้เล็ง อิฐก้อนที่สองนำขึ้นมาปาใหม่ ซอมบี้ตัวเดิมที่ถูกเล็งยังคงเดินเหินได้สบายไม่ได้รับความเสียหายเพราะอิฐพุ่งไปหาซอมบี้ที่อยู่ด้านข้าง

     

    ขณะที่แอลลี่โยนอิฐออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า เธอก็สามารถฆ่าซอมบี้ที่เล็งเป้าไปยังหัวได้หลังจากโยนอิฐครั้งที่ 11


    “ เป็นยังไง ”


    “ หนูว่ามันยากเกินไป ไม่เห็นว่าร่างกายจะชินกับมันเลย ”


    “ โยนๆไปเถอะ เผื่อมันจะจำได้ ”


    โยฮันบอกกับน้องสาวให้ทดลองความเหนื่อยมนุษย์ต่อไป แต่แล้วเขากลับต้องคว้าหนึ่งในอิฐขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมาขว้างออกไปด้านนอกเมื่อมีรถเก๋งคันใหญ่ถูกซอมบี้ระดับ 4 ขว้างเข้ามาด้านใน ท่ามกลางรถคันใหญ่ลอยมาบนฟ้าสูง หลายคนถึงขั้นแตกตื่นเนื่องจากพวกเขาไม่สามารถหลบการพุ่งมาของรถพ้น แต่แล้วมันกลับมีอิฐก้อนหนึ่งพุ่งชนรถจนทำให้มันกระเด็นกลับหลัง


    “ เธอยังไม่วิวัฒนาการใช่ไหม ”


    แอลลี่พยักหน้าเธอยังไม่ได้วิวัฒนาการครั้งที่ 3 ตามพี่ชายไป ความสามารถของเธอจึงฆ่าได้เพียงซอมบี้ระดับ 4 ด้วยการอาศัยพิษจากพี่ชาย โยฮันจึงพาเธอกระโจนออกไปด้านนอกพยายามใช้ประสาทสัมผัสหลบนกที่ร่วงตกลงมาจากท้องฟ้าวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้ออกไปจากสถานี กระทั่งมาถึงด้านหลังที่มีซอมบี้ระดับ 4 อยู่ 3 ตัวโยฮันจึงบอกให้แอลลี่ขว้างหัว 2 ตัวทางซ้ายมือ ตัวหนึ่งมีใบมีดติดอยู่กับแขนทั้ง 2 ข้าง ส่วนอีกตัวรูปร่างผอมเพรียวราวกับนักวิ่งระยะไกล หลังจากพี่ขอให้เธอซื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แอลลี่จึงหอบอิฐและหินรอบๆขึ้นมาในอกเสื้อแล้วใช้มือข้างหนึ่งขว้างปาพวกมันทั้ง 2 ตัวด้วยความเมามัน ต่อให้จะไม่สามารถปาหัวพวกมันได้ก็ตาม ขอเพียงแค่มันไม่เข้าไปรบกวนพี่ของเธอก็พอแล้ว


     “ แกเองสินะที่โยนรถเข้าไป ”


    โยฮันมองไปยังซอมบี้มนุษย์สูง 3 เมตร ร่างกายของมันเต็มไปด้วยมัดกล้ามปูดโปนออกมา จากสภาพเขาคิดว่ามันคงจะเป็นนักเพาะกายมาก่อน ทันทีที่อีกฝ่ายเห็นเขามันก็ได้กระทืบเท้าไปกับพื้นจนทำให้พื้นถนนยกตัวสูงดีดโยฮันขึ้นไปด้านบน เขากลับไม่ได้ตื่นตระหนก ต่อให้ร่างของเขาจะลอยขึ้นไปบนอากาศโยฮันกลับมองจ้องมันไม่วางตาเช่นเดิม


    หลังจากส่งเหยื่อให้ลอยไปบนอากาศได้ ซอมบี้ตัวสีแดงก็ได้หยิบพื้นถนนขนาด 2 เมตรขึ้นมาอุ้มแล้วโยนใส่ร่างของโยฮัน  พื้นถนนที่พุ่งเข้าหาโยฮันด้วยความเร็วกลับถูกกรงเล็บของเขาตัด ก่อนที่โยฮันจะใช้ปีกด้านหลังกระพือเพื่อให้ลงถึงพื้นได้เร็วกว่าปล่อยให้ตนเองร่วงตก


    อีกฝ่ายที่เห็นว่าเหยื่อของมันหลบพ้น มันจึงคว้าเสาไฟด้านข้างแล้วลากมันวิ่งเข้าหาเหยื่อหวังว่าจะใช้พละกำลังที่มากมายมหาศาลบดขยี้ด้วยการหวดเสาไฟ


    เพียงแต่ว่าศัตรูตัวเล็กๆที่มันวิ่งเข้าไปใกล้กลับใช้เล็บในมือทั้งสองตวัดตัดเสาไฟที่ฟาดมาจนความยาวของมันหายไปครึ่งหนึ่ง ซอมบี้มนุษย์กลับไม่หยุด มันที่พุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆพยายามใช้เสาไฟที่เหลือภายในมือหวดต่อไป โยฮันกลับตัดเสาไฟเรื่อยๆจนสุดท้ายในมือของมันก็มีเพียงกำปั้นที่กำลังหวดเข้าใส่เขาเต็มแรง 


    ฉั๊วะ!


    เสียงตึงที่อยากได้ยินกลับเป็นเสียงเลือดพุ่งกระฉูด ซอมบี้มนุษย์คาดไม่ถึงว่ามนุษย์จะสามารถตัดแขนของมันได้ ยังไม่ทันจะหายสงสัยว่ามนุษย์ทำได้เช่นไร ขาทั้งสองของมันกลับถูกตัดออกไปตามด้วยแขนข้างซ้าย ทำให้มันเหลือเพียงแค่ลำตัวและคอ


    “ แอลลี่มาฆ่ามัน ”


    “ รับทราบ! ”


    แอลลี่โยนหินทิ้งไปแล้วพุ่งมาหาพี่ชาย ในระหว่างนี้เองโยฮันตัดสินใจวิ่งตามซอมบี้ตัวหนึ่งที่มีร่างผอมเพรียว ด้วยความเร็วของมันที่เป็นเลิศทำให้แอลลี่ไม่สามารถโยนหินถูกมันได้แม้แต่ก้อนเดียว แต่แล้วมันกลับเบิกตากว้างเมื่อมนุษย์คนหนึ่งกำลังวิ่งแข่งมันด้วยความเร็วที่เท่ากัน ทันใดนั้นมันก็พบว่าความเร็วของตนเองร่วงตกก่อนที่ร่างจะล้มกลิ้งลงไปบนพื้นดิน มันไม่เข้าใจเลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นจึงก้มลงไปมองขา ปรากฎว่าเท้าทั้ง 2 ถูกตัดทิ้งโดยที่มันไม่รู้ว่าอีกฝ่ายลงมือตัดไปตอนไหน จากเดิมมันมีความมั่นใจว่าตนเองเร็วกว่าทุกอย่างในที่แห่งนี้ แต่ตอนนี้มันกลับหวาดกลัวเมื่อรู้ว่ามีมนุษย์ที่เร็วกว่ามัน


    “ นอนต่อไป อย่าคิดจะขยับ ”


    แขนทั้งสองของซอมบี้ร่างผอมเพรียวถูกตัด สิ่งที่มันทำได้จึงเป็นการนอนนิ่งบนพื้น เมื่อเห็นว่ามนุษย์เพศชายวิ่งจากไปแล้วมันจึงหันมองมนุษย์เพศหญิงก่อนจะพบว่าเธอฆ่าเพื่อนของมันทิ้งไปแล้ว ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังวิ่งมาหามันพร้อมกับเล็บเล็กๆถูกถือเอาไว้ในมือ แม้อยากจะดิ้นรนเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ มันกลับไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะแขนและขาขาดออกจากร่างไปแล้ว


    “ ลาก่อน ”


    เล็บเล็กๆที่ใช้แทนมีดตัดลงไปยังศีรษะซอมบี้ร่างผอมเพรียว ภาพสุดท้ายที่มันเห็นคือเพื่อนอีกตัวที่มีแขนเป็นใบมีดถูกตัดแขนทิ้งจนเหลือเพียงแค่ขา


    เมื่อเชื้อวิวัฒนาการไหลบ่าเข้าสู่ร่างแอลลี่รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก อีกไม่กี่ตัวเธอก็สามารถฆ่าสังหารซอมบี้ระดับ 4 ได้ง่ายดายเหมือนพี่ชายแล้ว ทันใดนั้นเธอก็ถูกเรียกให้วิ่งไปหาพี่ชายหลังจากอีกฝ่ายตัดแขนและขาซอมบี้ระดับ 4 ตัวสุดท้ายทิ้งไป


    “ อัตราการวิวัฒนาการอยู่ที่เท่าไหร่แล้ว ”


    “ 73 % แล้ว ”


    “ อีก 3 ตัวก็น่าจะวิวัฒนาการ กลับกันก่อนเถอะ ”


    แอลลี่วิ่งตามพี่ชายกลับเข้าไปในตึก ก่อนที่เธอจะปาก้อนหินต่อไปเรื่อยๆเผื่อมันจะแม่นยำมากยิ่งขึ้น โยฮันที่เห็นว่ายังมีผู้คนอีกหลายสิบคนยังไม่วิวัฒนาการเขาจึงเข้าไปช่วยเหลือ นอกจากจะช่วยผู้คนที่ไม่เคยวิวัฒนาการแล้ว เขายังต้องตัดแขนขาซอมบี้ระดับ 3 ให้หน่วยล่าด้วยเพราะพวกเขาเป็นรากฐานของสถานีแห่งนี้


    กรี๊ด!


    “ พาเขาหลบเข้าไปด้านใน ”


    วินยังคงออกคำสั่งต่อไป ใครก็ตามที่กรีดร้องออกมาจะถูกนำตัวหลบเข้าไปข้างในเพื่อให้ปลอดภัยในระหว่างวิวัฒนาการ จนกระทั่งแสงแดดเริ่มสว่าง นกที่ร่วงตกลงมาจากท้องฟ้าก็เริ่มเบาบางจนมองไม่เห็นสิ่งใดบนฟ้าได้อีกนอกจากเมฆ


    ตึง!


    ร่างสูง 3 เมตรพุ่งกระแทกพื้นดินสร้างแรงสั่นสะเทือนออกไปไกลราวกับมีรถพุ่งตกลงมาจากตึก 50 ชั้น การพุ่งชนของซอมบี้นกตัวเมื่อครู่นั้นเป็นการปิดฉากความวุ่นวายบนท้องฟ้าหลังจากซอมบี้นกปริศนาบินมาที่เมือง X แล้วพุ่งตัวกระแทกพื้นดินเพื่อทำลายสิ่งกีดขวางหลายอย่าง


    จากแรงสั่นที่ค่อยๆกระจายออกไปโยฮันทำเพียงยืนมองทุกอย่างอยู่ด้านล่างตึกด้วยใบหน้าปกติเท่านั้น การช่วยเหลือผู้คนให้วิวัฒนาการจบลงไปแล้วเมื่อ 15 นาทีก่อน  ระดับของผู้รอดชีวิตในสถานีจึงมีระดับ 2 เป็นขั้นต่ำสุด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ซอมบี้มนุษย์ถูกฆ่าสังหารจนรอบๆไม่มีสิ่งใดนอกจากศพพวกมันนอนตายเกลื่อน  วินที่เห็นว่าสถานการณ์สงบแล้วจึงบอกให้ทุกคนรีบเคลียร์พื้นที่ พวกเขาไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหลังจากที่นกตายไปหมดแล้ว


    “ พี่โยฮัน พี่ขอความช่วยเหลือได้ไหม ”


    วินเห็นว่าสถานการณ์กลับมาปกติแล้วเขาจึงถามด้วยความอยากรู้ งานที่โยฮันได้รับคือการเดินทางไปยังเมือง Z ที่ใกล้ที่สุดกับเมือง X เพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งคำตอบของโยฮันสำคัญมาก มันจำเป็นต่อแผนการณ์ของพวกเขาต่อจากนี้


    “ ที่นั่นไม่ต่างจากเมือง X แล้ว ” บนใบหน้าของวินปรากฎความวิตกกังวล เขาไม่อยากใช้แผนสองเพราะอยากให้วินขอความช่วยเหลือได้มากกว่า  โยฮันเห็นหน้าอีกฝ่ายเขาจึงบอกทุกอย่างที่ตนเองเจอ ไม่ว่าจะเป็นผู้รอดชีวิตหรือซอมบี้แปลกๆระหว่างเดินทางกลับ 


    “ พี่โย ระดับซอมบี้ล่ะ ”


    “ ระดับสูงสุดคือระดับ 3 แต่ตอนนี้น่าจะมีระดับ 4 และ 5 แล้วเพราะคืนที่ผ่านมาพึ่งเกิดเหตุการณ์วิวัฒนาการหมู่ ”


    “ หมายความว่าเชื้อแพร่ไปถึงที่นั่นช้ากว่าเราใช่ไหม ”


    “ ใช่ พวกเขาพึ่งได้รับเชื้อแค่ 7 วันเท่านั้น  ”


    วินทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะสอบถามบางอย่าง โยฮันกลับอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับสัญญาณสื่อสารเมือง Z แม้เมือง X จะเผชิญหน้ากับซอมบี้ก่อน เมือง Z กลับไม่มีการแจ้งเตือนใด ข่าวทุกช่องทาง เครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่ตำรวจท้องถิ่น ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆให้ทุกคนรู้ถึงซอมบี้ ราวกับว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้และพยายามไม่ทำให้เมืองใกล้เคียงรู้ว่าจะมีเชื้อซอมบี้แพร่ไป


    “ งั้นก็หมายความว่าเชื้อนี้ไม่ได้แพร่เอง มันจะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังแน่ ”


    “ ยังไม่มีคนรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง แล้วนายจะทำยังไงต่อ ”


    “ เราจะใช้แผน 2 ดูท่าเราต้องรวบรวมผู้รอดชีวิตมาสร้างกองกำลังจริงๆแล้ว พี่โย ผมมีข่าวที่น่ายินดีจะบอก คลื่นวิทยุใช้ได้แล้ว แต่ขอบเขตของมันอยู่แค่ภายในเมือง X  เท่านั้น มีผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นใช้งานติดต่อเราเช่นกัน พวกเขามีผู้รอดชีวิตเยอะกว่า แต่ผมยังไม่ได้บอกอะไรเพราะไม่รู้ว่าพวกเขาจะเป็นคนดีหรือคนร้ายจึงสอบถามสถานการณ์ซอมบี้คร่าวๆทางฝั่งนั้นก่อน ”


    “ แล้วมีกี่กลุ่มที่เชื่อมต่อ ”


    วินกำลังจะตอบคำถาม เขากลับถูกเรียกให้ไปห้องควบคุมวิทยุทางไกล ก่อนไปเขาจึงตอบคำถามโยฮันให้ชัดเจนว่าตอนนี้พวกเขาติดต่อกับผู้รอดชีวิตได้เพียง 1 กลุ่มเท่านั้น อีกไม่นานคงมีอีกหลายกลุ่มติดต่อเข้ามา.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน