ตอนที่ 28 เคราะห์ร้ายมาเยือน
ยามเช้า ลั่วจิ่วไปปลุกเ่ิูที่ห้องนอน เพื่อเตรียมไปเข้าเฝ้า แต่กลับพบว่าเ่ิูเดินมาจากสวน ในสภาพตัวเปียกน้ำค้าง
ลั่วจิ่วเบิกตากว้างด้วยความใ เดินเข้าไปถาม “ท่านอ๋อง ท่านนอนข้างนอกทั้งคืนงั้นรึ?”
เ่ิูมองเขาด้วยสายตาเ็า ส่งสัญญาณให้เขาหุบปาก!
ลั่วจิ่วได้รับสายตาเตือนจากเ่ิู ก็ตัวสั่น ไม่กล้าพูดอะไร
เ่ิูเดินจากไป ลั่วจิ่วรู้สึกสงสัย ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงเดินไปที่สวน
เขาพบว่าระหว่างต้นไทรใหญ่สองต้น มีเปลญวนยังแกว่งไกวเบาๆ โดยมีโล่วชิเจี่ยที่กำลังนอนหลับสนิท เอามือปิดหน้าผาก ในสภาพดูเหมือนว่าจะมีคนเคยนอนอยู่ข้างๆ!
ลั่วจิ่วจินตนาการถึงภาพเ่ิูนัดพบกับโล่วชิเจี่ยอย่างลับๆในตอนกลางคืน ยืนอึ้งอยู่นาน
...
โล่วชิเจี่ยตื่นขึ้นมาเพราะเสียงะโของแม่บ้าน เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นใบหน้าเหมือนลิงของแม่บ้าน กำลังขมวดคิ้ว จ้องมองนางเหมือนั์
โล่วชิเจี่ยขยี้ตา ถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย “ถึงเวลากินข้าวเช้าแล้วรึยัง!”
“ข้าวเช้า? ตอนนี้เที่ยงแล้ว ยังกล้าพูดถึงข้าวเช้าอีก ข้าให้เ้านอนในคอกม้า แต่เ้ากลับหนีออกมาข้างนอก ยังไม่รีบไปกวาดพื้นอีก?” แม่บ้านะโใส่หูของโล่วชิเจี่ย
พอได้ยินว่าไม่มีข้าวเช้า ท้องของโล่วชิเจี่ยก็ร้อง "โครกคราก" อย่างน่าอาย เมื่อวานนางทำงานหนักมาทั้งบ่าย ยังไม่ได้กินอะไรเลย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้า แล้วนางจะยอมทำงานอีกได้ยังไง?
โล่วชิเจี่ยจึงนอนแผ่บนเปลญวน ไม่ยอมลุก ไม่ว่าแม่บ้านจะดึงยังไงก็ดึงไม่ลง เหมือนปลาหมึกเกาะเปลญวนไว้แน่น!
ครั้งนี้แม่บ้านยอมแพ้ จึงทำได้แค่ไปที่ครัว แล้วขอให้ทำโจ๊กให้โล่วชิเจี่ยกิน
เมื่อโล่วชิเจี่ยกินอิ่มแล้ว ก็ไม่มีข้ออ้างที่จะนอนต่อ จึงต้องยอมไปทำงาน
โล่วชิเจี่ยถือไม้กวาด กวาดใบไม้บนพื้นอย่างง่วงๆ อ้าปากหาวเป็ระยะๆ ขณะที่กำลังจะหลับ ก็ได้ยินเสียงเ้าเล่ห์ดังขึ้น “ชิเจี่ยน้อย วันนี้สนใจไปเที่ยวกับข้าไหม?”
คนที่เข้ามาสวมชุดคลุมสีงาช้าง หน้าตาหล่อเหลา ดวงตาหยีเป็ประกาย ในมือถือพัดลายดอกท้อ ดูอิสระเสเพล
โล่วชิเจี่ยมองเขา อึ้งไปสองสามวินาที จำไม่ได้ว่าเขาเป็ใคร “ท่านคือใคร? ”
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหมือนเจอคนแปลกหน้า
สีหน้าที่ร่าเริงของเย่เฟยไป๋ มืดลงในทันที เขาเดินเข้าไปหานาง หุบพัดแล้วเคาะสันพัดลงที่หัวโล่วชิเจี่ย
“เมื่อวานเพิ่งเจอกัน ตอนนี้ลืมข้าไปแล้ว? ” เย่เฟยไป๋ใช้พัดเชยคางของโล่วชิเจี่ยขึ้น มองนางด้วยดวงตาเป็ประกาย ดูเ้าเล่ห์
ถูกพัดเคาะใส่ ทำให้โล่วชิเจี่ยที่กำลังง่วงตื่นขึ้นมา ในที่สุดนางก็จำได้ว่าเขาคือใคร!
“อ๋อ เป็เ้านี่เอง น้องชายของเ่ิู!” โล่วชิเจี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ต่างจากเมื่อวานที่ดูสนิทสนม
เมื่อวานนี้ หลังจากที่เย่เฟยไป๋กลับไป โล่วชิเจี่ยแอบไปสืบเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเ่ิูกับเย่เฟยไป๋ แต่ไม่เหมือนที่นางคิดว่าจะเข่นฆ่ากัน ทั้งสองคนดันสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ๆ
เดิมทีโล่วชิเจี่ยตั้งใจจะชวนเขามาร่วมมือกันต่อต้านเ่ิู แต่ไม่คิดว่าเย่เฟยไป๋จะอยู่ข้างเ่ิูมาโดยตลอด มีแต่นางที่ไม่รู้เื่ โง่เง่าเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ดังนั้นตอนนี้เมื่อเจอเย่เฟยไป๋อีกครั้ง นางจึงไม่มีสีหน้าที่ดี
โล่วชิเจี่ยจำเขาได้ แต่เย่เฟยไป๋กลับไม่มีความสุข เขาเริ่มขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
เพราะเมื่อจำได้นางกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า จนคนอื่นสังเกตเห็นได้
เย่เฟยไป๋จึงหยิบพัดออกมาอีกครั้ง แล้วเคาะหัวโล่วชิเจี่ยอย่างแรง
โล่วชิเจี่ยร้องโอดโอยด้วยความเ็ป วางไม้กวาดลง จ้องเขาทำตาโตเหมือนกระต่าย “เ้าทำอะไร?”
“นี่คือการลงโทษที่เ้าจำข้าไม่ได้!” เย่เฟยไป๋พูดพร้อมกับรอยยิ้ม โบกพัดเบาๆ
โล่วชิเจี่ยหน้าบึ้ง พุ่งเข้าไปหาเขา ยื่นมือออกไป แล้วบิดแก้มของเย่เฟยไป๋ที่กำลังยิ้มอย่างแรง
“โอ๊ย~~” เย่เฟยไป๋ร้องด้วยความเ็ป รอยยิ้มของเขาหายไป แก้มขาวๆ ของเขาแดงก่ำ เ้าตัวเก็บพัด องค์ชายสามผู้แสนอ่อนโยนก็โกรธเป็!
“เ้ากล้าทำร้ายข้า!”
โล่วชิเจี่ยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เหมือนที่เย่เฟยไป๋มักจะทำ เลียนแบบน้ำเสียงของเขา “นี่คือบทลงโทษสำหรับเ้า......”
เย่เฟยไป๋หน้าเสียทันที เขา้ามอบบทเรียนให้โล่วชิเจี่ย แต่ลั่วจิ่วเดินเข้ามาพอดี โค้งคำนับเย่เฟยไป๋ “องค์ชายสาม ท่านอ๋องของข้ามีเื่จะปรึกษาท่าน!”
เย่เฟยไป๋จึงต้องจำใจจากไป
“พี่รอง ท่านเรียกข้ารึ?” เย่เฟยไป๋โบกพัด เดินเข้าไปในห้องของเ่ิูอย่างไม่เกรงกลัว
เ่ิูเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มองดูแก้มของเย่เฟยไป๋ ทำหน้างง “เฟยไป๋ แก้มของเ้า ทำไมถึงแดง?”
เย่เฟยไป๋ยิ้ม แต่ไม่ตอบ แค่กัดฟัน!
ตอนเที่ยง โล่วชิเจี่ยทำความสะอาดคอกม้าเสร็จ เสี่ยวชุ่ยก็มาเรียกนางกินข้าว
แน่นอน ห้องครัวก็ไม่มีข้าวอีกแล้ว! แต่คราวนี้โล่วชิเจี่ยเตรียมตัวมาอย่างดี สั่งให้เสี่ยวเอ้อจากโรงเตี๊ยมเฟิงเซียนจ้ายนำอาหารขึ้นชื่อมาให้ ในขณะที่คนรับใช้คนอื่นๆ กำลังกินอาหารธรรมดาๆ โล่วชิเจี่ยกลับกินอาหารชั้นเลิศอย่างเอร็ดอร่อย
แต่โล่วชิเจี่ยไม่ได้แค่รับมือกับสถานการณ์ นางยังรู้จักวิธีการโจมตี พอถึงตอนเย็น นางก็สั่งอาหารจากโรงเตี๊ยมเฟิงเซียนจ้ายมาอีก เป็อาหารเลิศรสมากมาย มาเลี้ยงคนรับใช้ในจวนอ๋อง และขอโทษอย่างจริงใจสำหรับสิ่งที่นางทำ
โรงเตี๊ยมเฟิงเซียนจ้าย เป็ร้านอาหารชื่อดังในเมืองหลวง อาหารเป็ที่ชื่นชอบของขุนนาง อาหารหนึ่งโต๊ะ อย่างน้อยก็ 500 ตำลึง แต่โล่วชิเจี่ยสั่งมาโดยไม่ลังเล
ถึงแม้ว่านางจะรักเงิน แต่นางไม่ใช่คนขี้เหนียว รู้ว่าควรใช้เงินตอนไหน ไม่ควรใช้ตอนไหน!
คนรับใช้ในจวนอ๋อง ถึงแม้ว่าจะมีรายได้มากกว่าคนรับใช้ในจวนอื่น แต่ก็ล้วนมาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่เคยเห็นอาหารชั้นเลิศแบบนี้
โล่วชิเจี่ยเชิญอย่างจริงใจ ทุกคนจึงตอบรับ
ดังนั้น ไม่เพียงแต่คนรับใช้ในจวนอ๋องที่มาร่วมรับประทาน แม้แต่เย่เฟยไป๋ที่ชอบความสนุกสนานก็มาร่วมด้วย!
โล่วชิเจี่ยหยุดกิน มุมปากกระตุก เอ่ยขึ้นว่า “นี่เป็งานเลี้ยงของคนรับใช้ในจวนอ๋อง ท่านอ๋องมีฐานะสูงส่ง มาร่วมด้วยเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่เหมาะสม”
เย่เฟยไป๋ทำตัวสนิทสนม นั่งลงข้างๆโล่วชิเจี่ย โอบไหล่โล่วชิเจี่ยอย่างเป็กันเอง พูดพร้อมกับรอยยิ้ม “ชิเจี่ย เ้าพูดแบบนี้ก็ดูห่างเหินเกินไป ยังไงเ้าก็เป็น้องชายของข้า เ้าเลี้ยง ข้าจะไม่มาได้อย่างไร!”
พูดจบ เขายังคีบอาหารให้โล่วชิเจี่ยอย่างสนิทสนม!
โล่วชิเจี่ยมุมปากกระตุก ไม่เข้าใจว่าหมอนี่หมายความว่ายังไง การกระทำของเย่เฟยไป๋ทำให้คนรับใช้คนอื่นๆ ในจวนอ๋องใ
เย่เฟยไป๋เป็ใคร? เขาเป็ถึงองค์ชายสามของต้าหยา มียศฐาสูงศักดิ์ แต่ตอนนี้กลับคีบอาหารให้โล่วชิเจี่ย ที่เป็แค่คนรับใช้ แสดงว่าเด็กคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา!
แม้แต่แม่บ้านที่ผ่านโลกมามาก ก็ยังอ้าปากค้าง มองโล่วชิเจี่ยด้วยความประหลาดใจ นางอดไม่ได้ ต้องมองโล่วชิเจี่ยด้วยความสงสัยเหมือนเช่นคนอื่นๆ เกิดความรู้สึกว่าชายร่างเล็กคนนี้ไม่ธรรมดา
หลังจากดื่มไปสามจอก โล่วชิเจี่ยก็ยกจอกชูขึ้นเหนือหัว พูดกับทุกคนว่า “ก่อนหน้านี้ ข้าหลอกลวงพวกเ้า ข้าผิดไปแล้ว วันนี้ข้ามาขอโทษอย่างจริงใจ จอกนี้ ข้าขอเป็คนดื่มก่อน!”
พูดจบ นางก็ยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมด
ในเมื่อโล่วชิเจี่ยพูดแบบนี้แล้ว บ่าวไพร่ในจวนอ๋องก็ไม่ใช่คนใจร้าย ทุกคนจึงยิ้ม พากันโบกไม้โบกมือแล้วบอกลืมเื่นั้นไปเสียเถิด
โล่วชิเจี่ยเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ
การใช้ชีวิตในจวนอ๋อง ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่ง่ายเลย เ่ิูไม่ยอมปล่อยนางไป นางก็หนีออกไปไม่ได้ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ได้ นางจึงต้องเอาใจคนพวกนี้
คนพวกนี้ดูเหมือนจะเป็แค่คนรับใช้ในจวนอ๋อง แต่พวกเขามีความเกี่ยวข้องกับทุกอย่างในจวน การเอาใจพวกเขาจึงเป็เื่จำเป็!
โล่วชิเจี่ยแสดงความจริงใจ คนอื่นๆ ก็ไม่กล้านั่งเฉย ต่างก็ชูจอกขึ้น ชนกับโล่วชิเจี่ย หลังจากดื่มไปรอบหนึ่ง โล่วชิเจี่ยก็หน้าแดง เกิดอาการมึนหัว
เย่เฟยไป๋เป็คนเ้าเล่ห์ เขานั่งลงข้างๆอย่างไม่ถือตัว คอยรินเหล้าให้โล่วชิเจี่ย คะยั้นคะยอให้โล่วชิเจี่ยไปชนจอกกับคนอื่น ในแววตาฉายแววสนุกสนาน
โล่วชิเจี่ยปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องดื่มต่อ
โล่วชิเจี่ยดื่มเหล้าไม่เก่งอยู่แล้ว แถมเวลาเมายังอาละวาด ประกอบกับเหล้าโบราณมีฤทธิ์แรง ไม่นานนางก็เมา กอดเอวเย่เฟยไป๋ กอดแน่นเหมือนโคอาล่าเวลากอดต้นไม้
เย่เฟยไป๋ยิ้มด้วยแววตาเ้าเล่ห์ ยิ่งเห็นโล่วชิเจี่ยอาศัยจังหวะที่เมา พยายามแอบหอมแก้มเหลียนอี แต่ก็ถูกเหลียนอีจับได้แล้วใช้มือบิดหน้าไปอีกทาง เขาก็หัวเราะออกมาดังๆ เ้าเด็กคนนี้ ไม่รู้จะด่ามันว่าอะไรดี!
ระหว่างนั้น มีคนกล้าขอชนจอกกับเย่เฟยไป๋ แต่เย่เฟยไป๋เปิดพัด แล้วโบกเบาๆ พูดว่าข้าไม่ดื่มเหล้า ปฏิเสธอย่างง่ายดาย แล้วก็ยุให้คนอื่นๆ ชนแก้วกับโล่วชิเจี่ยแทน
หลังจากงานเลี้ยงจบลง โล่วชิเจี่ยมึนหัวสุดๆ นางเมามาก สุดท้ายก็ต้องให้เย่เฟยไป๋พยุงตัวออกจากบ้านพักคนรับใช้
เย่เฟยไป๋ไม่เหมือนองค์ชายคนอื่นๆ เขามีนิสัยรักอิสระ ไม่สนใจกลิ่นเหล้าบนตัวโล่วชิเจี่ย โอบเอวโล่วชิเจี่ย พานางเดินเล่นในสวนเพื่อให้สร่างเมา
เขาพบว่าแม้จะโล่วชิเจี่ยเป็ชายหนุ่ม แต่กลับไหล่แคบ เอวเล็กกว่าผู้หญิง
ในสวนของจวนอ๋อง ดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมในยามค่ำคืน กลิ่นของดอกลำโพงดำยิ่งส่งกลิ่นชัด ประกอบกับสายลมยามค่ำที่พัดผ่าน ทำให้กลิ่นเหล้าบนตัวของโล่วชิเจี่ยจางลงบ้าง
โล่วชิเจี่ยดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของเย่เฟยไป๋ แยกไปเดินเล่นในสวน
เย่เฟยไป๋มองนางอย่างว่างเปล่า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงมองดูโล่วชิเจี่ยเดินโซเซไปมาในสวนของจวนอ๋อง
แต่โล่วชิเจี่ยเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ภายใต้แสงดาว ก็ได้ยินเสียงคนเรียกนาง
“โล่วชิเจี่ย!!”
โล่วชิเจี่ยหันหน้ามา กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เห็นเสี่ยวชุ่ยในชุดสีเขียว กำลังจ้องมองนางด้วยสายตาไม่เป็มิตร
โล่วชิเจี่ยมองนางด้วยความไม่เข้าใจ ถามนางอย่างสงสัย “เ้าเรียกข้าทำไม?”
เสี่ยวชุ่ยพูดกับนางด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร “เ้าคิดว่าการที่เ้าเลี้ยงเหล้าพวกเรา เลี้ยงข้าวพวกเรา จะทำให้ข้ายกโทษให้เ้าได้รึ? ข้าบอกเ้าไว้เลย ข้าจะไม่ปล่อยเ้าไปแน่!”
น้ำเสียงของนางเหมือนกับโล่วชิเจี่ยทำผิดร้ายแรง
โล่วชิเจี่ยอยากจะแกล้งนาง จึงแสร้งทำเป็สุขุม ก้าวไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งยันต้นไทรใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเสี่ยวชุ่ย มืออีกข้างหนึ่งเชิดคางของเสี่ยวชุ่ยขึ้น ก้มลงกระซิบข้างหูนางว่า “แล้วเ้าจะไม่ปล่อยข้าไปยังไง? หืม? จะยอมเสียสละร่างกาย ทำลายความบริสุทธิ์ของข้า แล้วใช้เหตุผลนี้รั้งข้าไว้รึ?”
ดวงตาภายใต้แสงดาวของโล่วชิเจี่ยพร่ามัวเพราะฤทธิ์เหล้า กลับดูมีเสน่ห์ น้ำเสียงเหมือนคุณชายในเมืองหลวงที่ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย กลิ่นเหล้าจากลมหายใจของนาง พัดผ่านไปที่คอของเสี่ยวชุ่ย
คำพูดของโล่วชิเจี่ยทำให้เสี่ยวชุ่ยหน้าแดงก่ำ ถึงแม้ว่านางจะเป็คนเข้มแข็ง แต่ก็เป็แค่ผู้หญิงในยุคโบราณ ความคิดก็ยังคงเป็แบบอนุรักษ์นิยม
“เ้า เ้า เ้า……” มองใบหน้าขาวเนียนของโล่วชิเจี่ยที่อยู่ใกล้ๆ เสี่ยวชุ่ยเริ่มมึนเมา พูดไม่ออก ทำได้แค่ปล่อยให้โล่วชิเจี่ยกอด ไม่เปล่งคำใด
เ่ิูที่เพิ่งเดินมาแล้วเห็นฉากนี้หยุดเดินกะทันหัน รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มากระแทกที่หน้าอก จุกจนพูดไม่ออก เขากำมือแน่น ไม่ปริปากพูดอะไร เพียงหันหลังเดินจากไป ก้าวฉับๆเดินอย่างไวเหมือนกำลังระบายความโกรธ
รอยยิ้มของเย่เฟยไป๋ที่แอบดูอยู่หายไป มองโล่วชิเจี่ยที่ไม่รู้เื่อะไร ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสาร เขารู้สึกว่า--
--โล่วชิเจี่ยกำลังจะมีเคราะห์!!