กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบ Big Guy

    ตอนที่หนึ่งร้อยสิบ Big Guy

    ผมมองบอนนี่ที่หน้าแดงถึงใบหูที่ตกอยู่ในสภาพนี้แต่ท่าทางเธอขยับสะโพกขึ้นลงอย่างท้าทายเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทระนง

    หลังเหยียดขนานกับพื้น

    พยายามโชว์เรือนร่างของตนเองอย่างท้าทายไม่อายใครเพราะเธอคือสาวอเมริกันไม่ใช่สุภาพสตรีชาวแดนอาทิตย์อุทัย

    สมกับเป็นคนที่มีความหยิ่งได้แม้จะอยู่หน้าเทพเจ้าและปีศาจ

    อีโก้ของเธอนั้นสมแล้วที่จะเป็นร่างทรงของเทพีไอซิสจริงๆ

    ถึงผมจะงงๆที่ร่างทรงของเทพีไอซิสจะยอมรับอำนาจจากพระเจ้าของชาวยิวได้หรือเปล่าก็เถอะ

    แต่ในจักรวาลที่มีเทพเจ้าและเทพปีศาจเดินไปเดินมาผมไม่คิดที่จะสร้างความไม่พอใจให้กับพวกเขาโดยไม่จำเป็น

    “ผมเป็นกึ่งเทพและผู้ใช้เวทย์ก็น่าจะทำให้พระเจ้าท่านไม่พอใจพอสมควรแล้วดังนั้นหากมีโอกาสและทางเลือกที่จะทำได้ผมพยายามจะทำตามคำสอนของพระเจ้าให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้เวลาผมตายไปเพื่อจะได้ไปที่ประตูไข่มุก Pearly Gate อาจจะให้วิญญาณไม่ตกนรกหมกไหม้ก็ได้...หรือวิญญาณเราอาจจะไปอยู่ที่เทพหลังความตายของอียิปอนูบิสอย่างใดอย่างหนึ่ง”

    ผมกล่าวกับแอนนาที่จักรวาลนี้ทำเอาผมงงๆกับระบบหลังความตายเหมือนกันที่มีตอนที่แอนนาเสียชีวิตและวิลโล่ทำพิธีกรรมคืนชีพให้เธอกับเทพอนูบิส

    ถึงผมค่อนข้างจะงงๆว่าเทพอนูบิสครอบครองวิญญาณของแอนนาที่มีความสัมพันธ์กับเอลเดอร์ก็อดเอลดริธบีอิ้งได้อย่างไรกัน?

    แต่ท่าทางเรื่องราวหลังความตายของจักรวาลนี้จะยืดหยุ่นกว่าที่เราคิดกันผมเลยพยายามเปิดใจให้กว้างเข้าไว้

    “และที่สำคัญมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานนั้นถือว่าบาปตามสายตาพระเจ้า”

    ผมกล่าวอย่างสงบ

    หากมีทางเลือกผมจะพยายามไม่ให้ Big Guy ที่อยู่บนท้องฟ้าสวรรค์นั้นโมโหผมมากไปกว่าที่เป็นอยู่

    เรื่องนี้แปลกอย่างหนึ่งที่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆท่าทางคนเขียนจะต้องการให้ความเป็นคู่แข่งตั้งแต่สมัยวัยมัธยมปลายมีผลไปถึงเวลาที่เราเป็นผู้ใหญ่

    บอนนี่เลยอัพเกรดจาก Mean Girl ควีนบีของโรงเรียนมัธยมปลายกลายเป็นดาราและร่างทรงของเทพีไอซิสในที่สุดเพื่อเปรียบเทียบกับแอนนาให้แอนนารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่เธอเป็นได้แค่สาวเสิร์ฟตามบาร์เท่านั้นเพราะไม่สามารถหางานที่ยอมรับการเป็นสเลเยอร์ไปด้วยได้

    คนเขียนน่าจะพยายามสื่อเรื่องของการที่ผู้หญิงโดนกดขี่ข่มเหงในที่ทำงานและสภาพปัญหาสังคม

    แต่ท่าทางมันจะมึนๆอยู่เพราะบอนนี่ก็มีชีวิตข้าสังคมไฮโซเป็นดาราถ่ายแบบได้ตามปรกติ

    แค่อาชีพงานประจำตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสองทุ่มเช่นนั้นยากที่คนอย่างแอนนาที่เป็นสเลเยอร์และออกมาล่าแวมไพร์และปีศาจกับปกปกป้องโลกนั้น

    จะสามารถเอาเวลาตลอดวันของเธอมาทำงานนั่งโต๊ะหรืองานประจำได้

    ซึ่งการแก้ปัญหาควรจะเป็นการหางานที่ตารางเวลาการทำงานยืดหยุ่นมากกว่าการทำงานประจำตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม

    แต่ถ้าทำอย่างนั้นคนเขียนคงสร้างดราม่าไม่ได้ว่าคนที่ปกป้องโลกที่แท้จริงแล้วคือสาวเสิร์ฟผมบลอนด์ที่โดนลูกค้าลวนลามและดูถูก

    ทั้งที่อาชีพสาวเสริ์ฟเมดคาเฟ่นั้นบรรดานางเอกของไลท์โนเวล มังงะแดนอาทิตย์อุทัยทำกันจนเป็นเรื่องปรกติ

    จนกระทั่งบางเรื่องพัฒนาไปจนถึงการเป็นแฟนเช่าด้วยซ้ำ

    พวกนางเอกแดนอาทิตย์อุทัยก็ทำงานพิเศษกันได้ตามปรกติไม่เห็นมีปัญหาอะไร

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน