“เรเวล….คือว่าจริงๆแล้วฉัน..”
“?”
"ฉัน..."
เซซิเลียสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไปทันที
“ฉันชอบคุณค่ะ…ได้โปรดคบกับฉันเถอะนะคะ”
“เอ๊ะ!?”
คำพูดนั้นสร้างความตกใจให้กับเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก…แม้กระทั่งคนรับใช้ที่ยืนอยู่รอบๆก็ยังตกใจ
“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ!?”
“ฉันแอบชอบคุณมานานแล้วค่ะ..ฉะนั้นถ้าหากไม่รังเกียจชะ..ช่วยคบกับฉันเป็นแฟนได้มั้ยคะ?” เซซิเลียพูดด้วยสีหน้าจริงจัง…พร้อมกับหน้าแดง
ชอบงั้นหรอ?..อยากคบเป็นแฟน..เป็นคนรักงั้นหรอ?…กับตัวผมเนี่ยนะ..ตัวผมที่แม้กระทั่งเอลิเซ่ยัง..
เด็กหนุ่มก้มหน้าลง..แล้วทำสีหน้ามืดมนทันที
“เซซิเลีย…”
“คะ?”
“เธอรู้รึป่าวว่าความหมายที่เธอพูดน่ะหมายถึงอะไร”
“รู้ค่ะ..ฉันรู้ดีว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับคุณ..ฉะนั้น..ฉันจึงอยากบอกสิ่งนั้นให้คุณได้รู้"
“ชอบเนี่ยนะ..”
“ชอบเนี่ยนะ.."
“ชอบเนี่ยนะ..”
เรเวลพูดแบบนั้นซ้ำๆหลายครั้งราวกับเสียสติ...จนเสียงของเขาเริ่มทุ้มต่ำลง
ปฎิกิริยาของเรเวลเมื่อกี้ทำให้เซซิเลียเริ่มกังวลขึ้นมาทันที
“ระ..เรเวล..คุณเป็นอะไรงั้นหรอ…"
“ชอบเนี่ยนะ..ตัวเธอพูดบ้าอะไรออกมารู้ตัวรึป่าว”
ชอบเนี่ยนะ!!!…ตัวเราก็เคยได้ยินคำบอกชอบแบบนี้เหมือนกัน..ผู้หญิงคนแรกที่บอกชอบเรา..ก็คือเอลิเซ่..แต่ว่าสุดท้ายแล้ว…
เพราะว่าเราเป็นชนชั้นล่าง…เพราะว่าเราอ่อนแอ…เพราะว่าเราไม่คู่ควร สุดท้ายตอนที่เราตัดสินใจสารภาพรักกลับไปตัวเธอก็ปฎิเสธเรา …
แม้กระทั่งล่าสุด…ก็ไม่ต่างจากเดิม..แถมตัวเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเราด้วยซ้ำ
แบบนี้คือความชอบงั้นหรอ…ความรักงั้นหรอ…มันก็แค่เรื่องหลอกลวงไม่ใช่รึไง…มีแค่ตัวผมเองเท่านั้นแหละ..ที่คิดเอาเองอยู่ฝ่ายเดียว
พอแล้วล่ะ…เรื่องแบบนี้
ที่ผ่านมาผมคิดมาตลอดเรื่องเอลิเซ่…แต่ว่าตอนนี้ประโยคคำพูดเมื่อกี้ของเซซิเลียทำให้ผมตาสว่างแล้วล่ะ…
พวกขุนนางชั้นสูง รวมทั้งราชวงศ์ ไม่มีใครที่ผมจะไว้ใจได้สักคน
“ทำไมเธอถึงชอบฉันล่ะ?…ฉันมีอะไรให้เธอชอบงั้นหรอ”
ขอถามถึงความหลอกลวงของเธอหน่อยเถอะ..ผมไม่ติดกับดักพวกนี้แล้วล่ะ…
“ฉัน…” เซซิเลียดูลังเลขึ้นมาทันที
นี่สิ่งที่เราเจอเมื้อกี้คืออะไร?..อีกด้านหนึ่งของเขางั้นหรอ…?..
เราสัมผัสได้ถึงความเศร้า..ความสิ้นหวัง..และความเจ็บปวดจากคนๆนั้น..เขาคนนั้นกำลังทรมานจากคำพูดของเรางั้นหรอ? … อดีตของเขาผ่านอะไรมากันแน่นะ
“แค่นี้..ก็ตอบไม่ได้งั้นหรอ…พอเถอะครับท่านเซซิเลีย…ละครพวกนี้น่ะ..ผมเบื่อเต็มทีแล้ว..”
เด็กหนุ่มพูดแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที..
“ดะ..เดี๋ยวก่อนค่ะ…อย่าเพิ่งไป…” เซซิเรียรีบห้ามเรเวลทันที..แต่เขาไม่ฟัง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ..เจ้าสามัญชนไร้มารยาท…แกบังอาจเสียมารยาทกับท่านเซซิเลียงั้นหรอ?”
พวกเมดจำนวนมากทั้งชายและหญิง..วิ่งเข้ามาขวางเรเวลทันที
“จริงสินะ..พวกชนชั้นสูงอย่างพวกคุณ..ไม่ได้มองผมอยู่ในสายตายอยู่แล้วนิ…ผมรู้สึกได้ตั้งแต่เข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้แล้ว….”
‘อาร์ติเฟกซ์-หอกศักดิ์แห่งวีรบุรษ’ ปรากฎหอกศักดิ์สิทธิ์สีขาวเงินบริสุทธิ์ออกมาทันที…พร้อมกับแสงสว่างวาบสีขาว
พลังเวทย์ของเรเวลเพิ่มสูงขึ้นมหาศาลในชั่วพริบตา..จนเมดแต่ละคนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
“อะไรกัน..ชนชั้นสูงแค่นี้ก็กลัวแล้วงั้นหรอ?…สวะสิ้นดี”
เรเวลเก็บอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองเข้าไปเหมือนเดิม
หอกศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆหายเข้าไปในมือข้างขวา
เข้าเดินผ่านพวกเมดไปทันที..โดยไม่มีใครกล้าขวางเขา..ยกเว้นคนๆหนึ่ง
“เดี๋ยวก่อนค่ะ!..”
“มีอะไรอีกงั้นหรอครับ..”
“ถ้าหากว่าคุณแค่อยากรู้ว่าทำไมฉันถึงชอบคุณ…ฉันจะบอกให้ฟังเองค่ะ”
“..”
เด็กหนุ่มยืนนิ่งโดยไม่ได้หันกลับมาและไม่ได้ตอบอะไร
“เรื่องทั้งหมดนั่น..เกิดในวันที่ฉันเจอคุณครั้งแรกในตรอกวันนั้น…คำพูดหนึ่งนั้น..ที่ทำให้ฉันประทับใจในตัวคุณมาก..คือ..'ความแข็งแกร่งน่ะ..มันไม่ได้มีไว้รังแกคนอ่อนแอหรอกนะ แต่มันมีไว้ปกป้องต่างหาก' ฉันชื่นชอบคำพูดนี้ของคุณมากๆค่ะ.."
“..”
“นอกจากนี้คุณก็เป็นคนที่เวลาเห็นใครเดือดร้อน..คุณก็จะเข้าช่วยอย่างไม่ลังเล…การที่คุณต่อสู้กับโจรในวันนั้นเพื่อปกป้องคนรับใช้ของฉันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน..สิ่งนี้ก็คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าตัวคุณนั้นมีความกล้าหาญและมีคุณธรรม ซึ่งฉันชื่นชอบในความกล้าหาญและคุณธรรมของคุณค่ะ”
“แค่นั้นเองหรอครับ…แต่ว่าผมอาจจะแค่แกล้งทำเพื่อผลประโยชน์ก็ได้นะครับ..ก็คนใช้ของท่านแต่งตัวดูดีจนกระทั่งแม้แต่โจรก็ยังรู้..ซึ่งผมอาจจะแค่แกล้งช่วยคนใช้ท่านเพื่อหวังเอาผลประโยชน์จากท่านก็ได้นะครับ..ท่านไม่คิดอย่างงั้นบ้างหรอครับ”
“ไม่ค่ะ..หนึ่งในพลังของอาร์ติเฟกซ์ฉันคือการมองทะลุถึงจิตใจคน…ฉะนั้นคำพูดของคุณคือของจริงและการกระทำของคุณก็คือของจริงเช่นกัน…ไม่มีหลอกลวงแน่ค่ะ..ซึ่งฉันชอบในสองสิ่งนั้นของคุณ”
“พลังในการมองทะลุจิตใจคนอื่นงั้นหรอ..เป็นพลังที่แปลกดีนะครับ..แล้วทำไมท่านถึงไม่ใช่พลังนั่นหาคนที่มีสองสิ่งนั้นจากคนอื่นนอกจากผมล่ะครับ..เพราะถ้าหากใช้พลังจากอาร์ติเฟกซ์นั่นลองค้นหาดูก็น่าจะเจอได้ง่ายๆเหมือนกัน..ท่านก็แค่หาให้เจอ..แล้วก็ไปสารภาพรักกับคนพวกนั้นเถอะครับ…สามัญชนอย่างผม..ไม่สิ..ชนชั้นล่างอย่างผม..มันไม่มีอะไรที่มีค่ามากมายขนาดนั้นหรอก…สักวันถ้าหากเจอคนที่ดีกว่า..ท่านก็ทิ้งผมแล้วไปหาคนๆนั้นอยู่ดี..ฉะนั้นสู้หาคนที่เพียบพร้อมเหมาะกับราชวงศ์สูงส่งอย่างพวกท่านตั้งแต่แรกจะดีกว่านะครับ…ผมไม่อยากจะมาเป็นของเล่นที่ใช้แล้วทิ้ง”
เด็กหนุ่มพูดจบแล้วเดินไปทันที
“นอกจากนี้..”
เด็กสาวได้ก้มหน้าลงแล้วพูดต่อ
“นอกจากนี้…ตัวฉันยังชอบในสีผมของคุณค่ะ…สีผมที่ขาวบริสุทธิ์คล้ายสีของหิมะ..ที่เมื่อมองดูแล้วช่วยให้รู้สึกจิตใจสงบนิ่งราวกับอยู่ท่ามกลางทุ่งหิมะอันบริสุทธิ์….และตัวฉันก็ยังชอบดวงตาของคุณค่ะ…ดวงตาสีแดงคล้ายสีของเปลวเพลิงที่เมื่อมองดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นคล้ายเปลวเพลิงที่ช่วยคลายหนาวให้ผู้คน"
เด็กหนุ่มยังคงเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามอง
“ตัวฉันน่ะ..ชอบใบหน้าคุณ ชอบน้ำเสียงของคุณ ชอบฝ่ามือของคุณ ชอบรอยยิ้มของคุณ และชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวคุณค่ะ..โดยทั้งหมดนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องชนชั้นเลยแม้แต่นิดเดียว…”
เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย..เมื่อได้ยินคำสุดท้ายนั่น แต่เขาก็ยังคงก้าวเดินต่อไป
“และที่ตัวฉันชอบคุณมากที่สุด…ก็คือภาพลักษณ์ของคุณค่ะ..ภาพลักษณ์ของคุณที่ราวกับอัศวินหรือวีรบุรุษในนิทานที่ปกป้องผู้คนไม่เคยเหินห่าง...สำหรับฉันแล้วน่ะตัวคุณช่างงดงามและดูน่าหลงไหลเหลือเกิน…เมื่อรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในตัวคุณแล้ว..ตัวตนของคุณคือสิ่งที่มิอาจหาอะไรมาแทนได้..ฉะนั้น..อย่าไปเลยนะคะ..ท่านวีรบุรุษ…ก็ในเมื่อความปรารถนาของท่านคือการสร้างโลกที่เท่าเทียม..ที่ไม่ว่าจะราชวงศ์..สามัญชน..หรือชนชั้นไหนๆสามารถยิ้มด้วยกันได้ไม่ใช่หรอคะ" เซซิเลียพูดพร้อมกับน้ำตาเริ่มไหลออกมาทันที
ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มได้หยุดเดินแล้วหันหน้ากลับมาเป็นครั้งแรก
“ตัวฉันน่ะ..เป็นวีรบุรุษของใครไม่ได้หรอก…เพราะว่าเมื่อนานมาแล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่พูดคล้ายเธอนั่นแหละ..แต่สุดท้ายฉันเองก็ไม่สามารถเป็นวีรบุรุษของคนๆนั้นได้..ตัวฉันน่ะ..ไม่สามารถเป็นวีรบุรุษเแบบในนิทานได้..เพราะว่าวีรบุรุษที่อ่อนแอกว่าผู้ที่ถูกปกป้องน่ะ…มันไม่ใช่วีรบุรุษหรอก..”
“ไม่เลยค่ะ…สำหรับฉันแล้ว….คุณคือวีรบุรษของฉันค่ะ”
เมื่อพูดจบ..เซซิเลียวิ่งเข้าไปกอดเด็กหนุ่มจากด้านหน้าทันที
“และนี่..คือเครื่องพิสูจน์ในสิ่งนั้นค่ะ"
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม….จากนั้นค่อยๆหลับตาลง