คำพูดของหลินนั่วอีเรียบง่าย น้ำเสียงเรื่อยๆ ไม่ต่างจากครั้งก่อนมีความห่างเหิน ทำให้คนฟังรู้สึกห่างไกล
ฉู่เฟิงสงบเสงี่ยม เอ่ยปากชวนเธอกินข้าว
หลินนั่วอีนิ่งไปอึดใจ สุดท้ายก็รับคำ ไม่พูดอะไรอีกแล้วก็วางสายไป
ฉู่เฟิงค้าง เขายังพูดไม่จบเลย แต่หลินนั่วอีวางสายไปแล้วไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย
เขาอยากจะถามถึงหญิงสาวอีกคนว่าเป็นใคร อยากถามหลินนั่วอีและบอกให้รู้ถึงเรื่องที่เธอทำลงไป แต่ที่สุดแล้วเขาก็ไม่ได้โทรกลับไป
ยังไงเดี๋ยวก็ได้เจอกัน เรื่องบางเรื่องเจอหน้ากันค่อยพูดให้ชัดเจนดีกว่า
“นี่มัน...”
ฉู่เฟิงหันไปเห็นแถวตัวอักษรที่หวงหนิวเขียน ถึงกับตะลึงในทันที
“ดินหายาก มีเลือดลับผสม”
เพียงคำง่ายๆ ไม่กี่คำ ทำเอาความคิดฉู่เฟิงแตกแขนงมากมายไม่ใช่หินหรอกหรือ? แล้วกลายเป็นดินหายากไปได้ยังไงมีเลือดลับผสม แล้วเป็นเลือดจากสิ่งมีชีวิตประเภทไหน?
เรื่องที่ไม่เข้าใจมีมากมาย ยังไงก็ต้องไล่ถาม
หวงหนิวอธิบาย หินที่แตกละเอียดนั่น จริงๆ แล้วคือดินที่ผสมเลือด สุดท้ายด้วยความพิเศษของเลือดทำให้แข็งตัวเป็นก้อนหิน กลืนกันไปกับกล่องหินพอดิบพอดี
“งั้นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดอย่างนี้ก็ต้องไม่ธรรมดาน่ะสิ?” ฉู่เฟิงยังคงซักไซ้
หวงหนิวบอกว่า สิ่งที่เรียกว่าเลือดลับ บ่งบอกถึงความลึกลับและพลานุภาพที่ไม่อาจประมาณได้ สิ่งมีชีวิตประเภทนั้นแข็งแกร่งเพียงใดไม่อาจบอกได้!
ฉู่เฟิงได้ฟังก็หยิบหินขึ้นมาจากพื้น ใช้พลังจากหมัดปีศาจวัวขยี้หินเป็นผงแล้วลองชิมอย่างที่หวงหนิวทำ
“แหวะ!”
เขาพ่นมันออกมา ไม่ได้สัมผัสกลิ่นเลือดลับอะไรเลยรับรู้ได้แต่ความขมอย่างถึงที่สุด ขมจนชาไปทั้งลิ้น
“ไอ้หนิวหมัวหวัง อำฉันเรอะ?” ฉู่เฟิงหน้าตาบูดเบี้ยว
ทว่า หวงหนิวกำลังเหม่อ ไม่ได้สนใจเขา ตาวัวทั้งคู่มีแววประหลาดจับจ้องอยู่ที่กล่องหิน จากนั้นใช่สองเท้าหน้าประคองมันขึ้นมาไม่ยอมวาง
“เฮ้ ตื่นๆ!” ฉู่เฟิงโบกมือหย็อยๆ อยู่ตรงหน้ามัน
หวงหนิวดึงสติกลับคืน ใช้ขาหน้าตีๆ เคาะๆ กล่องหินเหมือนกับกำลังหาอะไรอยู่ มันรู้สึกว่ากล่องหินนี่ไม่น่าจะเป็นกล่องธรรมดา!
ก็ในเมื่อมันเคยสัมผัสกับเลือดลับมาก่อนเคยอยู่ในกำมือของสิ่งมีชีวิตอันสูงส่งมาแล้ว
ตึง!
สุดท้าย หวงหนิวใช้หมัดปีศาจวัวกระแทกใส่กล่องหินกระเด็นปลิวออกไปปะทะกำแพงสวน กระแทกเป็นรูกว้างแล้วร่วงลงในป่าผลไม้นอกสวน
“แกทำอะไรน่ะ!” ฉู่เฟิงอยากตบมันสักป้าบของสิ่งนี้เขายังต้องใช้นะ ได้มาจากเชิงเขาคุนหลุนเชียวนะ ดีไม่ดีอีกหน่อยอาจใช้เป็นเบาะแสอะไรได้บ้าง
หวงหนิวท่าทางเหนียมๆ วิ่งตามหลังฉู่เฟิงออกไปดูผลงาน
กล่องหินยังอยู่ดี สภาพเรียบร้อย ไร้รอยขีดข่วน
ฉู่เฟิงถึงกับตะลึง เขารู้ดีว่าเมื่อครู่กำลังจากหมัดปีศาจวัวที่หวงหนิวใช้นั้นรุนแรงแค่ไหนก็ขนาดหินยักษ์สิบตันยังโดนฟาดเป็นผุยผงได้ง่ายๆ
แต่กล่องหินสูงสามนิ้วนี่ กลับไม่เป็นอะไรเลยสักนิดยังคงเก่าคร่ำธรรมดาเหมือนเดิม
หวงหนิวโหดสุดๆ มันฉีกยิ้ม พอฉู่เฟิงไม่ทันระวัง มันก็กระทืบกล่องหินซ้ำอีกสามตื้บอารมณ์แบบว่าให้แหลกคากีบกันไปข้าง
“ไอ้วัวบ้า!” ฉู่เฟิงสะดุ้ง ตะครุบออกมาทันควันก็พบว่ายังคงไร้รอยขีดข่วนอยู่ดี
หวงหนิวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน มันนวดขาหน้าทั้งสอง ท่าทางเจ็บปวดรวดร้าวตั้งแต่ฉู่เฟิงพบมัน นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นมันจนตรอกอย่างนี้
“สมน้ำหน้า!” ฉู่เฟิงหัวเราะร่า
หวงหนิวไม่สบอารมณ์ บอกเขาว่า กล่องหินนี่อาจมีกลไกอะไรอยู่ก็ได้เป็นถึงกล่องหินของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเจ้าของเลือดลับทั้งทีอาจจะมีความลับซุกซ่อนไว้ก็ได้
มุมปากฉู่เฟิงบิดเบี้ยว บอกมันไม่ได้ใช่ไหมว่าความลับที่ซุกซ่อนไว้นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์ทั้งสามนั่นน่ะแหละ? ขืนมันรู้ต้นสายปลายเหตุเข้า เมล็ดพันธุ์คงถูกมันยึดไปเป็นแน่
แต่ว่า เขาประเมินหวงหนิวต่ำไปหน่อย
ไอ้หมอนี่พลิกกล่องหินไปมาไม่เจออะไร ไม่ทันไรก็ทำตาถลึง ชี้เท้าหน้ามาที่เขาเหมือนกับกำลังบอกว่า นายมันไม่จริงใจ!
จากนั้น มันวิ่งกลับไปที่สวนอย่างรวดเร็ว
“ซวยแล้ว!” ฉู่เฟิงรีบวิ่งตาม
จริงดั่งคาด ไอ้วัวตัวนี้มันฉลาดเกินไป มันกำลังด้อมๆ มองๆแปลงดอกไม้อย่างระมัดระวัง พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ที่สุดก็อดรนทนไม่ได้กัดทึ้งต้นหญ้าโดยรอบออกเกลี้ยง
“พอเลย นี่เอาไว้ตบตาคน ดึงทิ้งไม่ได้!”ฉู่เฟิงพูดเสียงต่ำ
หวงหนิวได้ยินก็ผงกหัวทันที ขณะเดียวกันก็แสดงสีหน้าสีตาระแวดระวังชี้มาที่เขา บอกให้เขาไปไกลๆ หน่อย อย่ามาเหยียบย่ำเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในดินนี่
เจออย่างนี้ ฉู่เฟิงแทบกระอักเลือด เขาอยากสาปแช่งมัน
ไอ้วัวตัวนี้กลับลำไวเป็นบ้า!วันก่อนนั้นตอนที่เขาฝังเมล็ดพันธุ์ มันยังทำหน้าหยามเหยียด หัวเราะเยาะเขาอยู่เลยแล้วไง พอรู้ว่าเป็นของดีเท่านั้นแหละ มันยึดเป็นของรักของหวงทันที
“ถ้างอกออกมาเป็นเทพเจ้าล่ะก็ เป็นของฉัน!”มันเขี่ยตัวอักษรให้อ่าน
“ไสหัวไป!” ฉู่เฟิงลากคอมันออกไปด้านข้างเอาตัวเองเข้าไปกันอยู่ด้านหน้า แล้วเตือนมัน ห้ามเข้าไปวุ่นวายตรงนี้เด็ดขาด
แล้วเขาก็สงสัยขึ้นมาทันทีหันไปถามหวงหนิวว่าทำไมถึงเดาเรื่องเมล็ดพันธุ์ทั้งสามนี้ได้ทันที
หวงหนิวค่อยๆ เขียนตัวอักษรอย่างแช่มช้าบอกเขาว่ามันเคยเห็นเขาเอาเมล็ดพันธุ์ออกมาจากกล่องหิน แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจ
ฉู่เฟิงหน้ามืด บอกมันว่า “ฉันบอกแกเลยนะ นี่ของของฉัน!”
หวงหนิวไม่สบอารมณ์ ร้องมอๆ มันหมายความว่า คนหาเจอก็ต้องได้ส่วนแบ่งสิสุดท้ายถึงกับข่มขู่ ถ้าไม่แบ่ง พ่อจะฟาดเมล็ดพันธุ์ให้เรียบ
ยามราตรี เงียบสงัด ดาวพราวเต็มฟ้า ทอประกายวับวาว
ในสวน ฉู่เฟิงกำลังฝึกหายใจแบบพิเศษ เขาฝึกทุกวันไม่ว่างเว้นแสงจันทร์สาดส่องกระทบร่าง แลดูเหมือนเปล่งประกายเรืองรองบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์
ฝึกการหายใจนี้ใช้เวลาไม่นาน เพียงครู่เดียวก็เสร็จสิ้น
พอกลับไปที่ห้อง ฉู่เฟิงยังไม่ง่วงนอน เปิดเครื่องมือสื่อสารอ่านข่าวโดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับมนุษย์พิเศษและเขาไท่หังซาน เขาจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ
“ได้ยินมาว่าระดับสูงของทางเทียนเสินเซิงอู้ได้เดินทางไปยังเขาไท่หังซานด้วยตัวเองคาดว่าน่าจะถึงจุดหมายปลายทางในวันพรุ่งนี้”
ข่าวนี้และบางรายงานที่วิเคราะห์อย่างละเอียดบ่งชี้ว่าเทียนเสินเซิงอู้หมายตาลูกไม้วิเศษนั้นอย่างแน่นอนคงคิดจะสร้างเทพปีกเงินคนที่สอง
หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ใครจะกล้าต่อกร?!
ข่าวบางสำนักระบุว่า เป็นเพราะระดับชั้นของเทพปีกเงินนั้นอยู่ในขั้นที่ไม่เกรงกลัวต่ออาวุธใดๆความสามารถสูงส่งขนาดสร้างความหวาดหวั่นให้ผู้คนทั่วโลกได้
นอกจากนี้ ยังมีบางข่าวรายงานว่าจำนวนมนุษย์พิเศษเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของโลก จากการคาดการณ์ตอนนี้จำนวนมนุษย์พิเศษมีอย่างต่ำประมาณแสนคน
และท่ามกลางคนเหล่านี้ ก็ปรากฏยอดฝีมือเช่นกัน
นอกจากสี่สุดยอดบนจุดสูงสุดของพีระมิดแล้ว มีคนจัดอันดับหนึ่งร้อยสุดยอดเรียกว่า ‘หนึ่งร้อยอันดับน่าเกรงขามแห่งแผ่นดิน’ เรียกได้ว่าเป็นเทพแห่งโลกปัจจุบันเลยทีเดียว
ฉู่เฟิงอ่านอย่างละเอียด ไอ้หนึ่งร้อยอันดับนั่นระบุมาแค่สิบกว่าคนมนุษย์พิเศษชักจะเยอะเกินไปแล้ว ตอนนี้ยังยากที่จะรวบรวมจัดอันดับอย่างละเอียดเอาแค่บางคนที่แข็งแกร่งจริงๆ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปใส่ไปก่อนก็พอ
อย่างเช่น มนุษย์พิเศษคนหนึ่งสามารถแปลงกายเป็นร่างยักษ์สีทองสูงหกเมตรพละกำลังมหาศาล หนังหนาทนทาน ไม่กลัวแม้กระสุน
อย่างน้อยก็มีคนบอกว่าเขาสามารถท้าทายเทพทั้งสี่ได้ก็แล้วกัน
แถมมนุษย์พิเศษคนนี้ยังประกาศก้อง อีกไม่กี่วันจะท้าสู้กับเทพวัชระ
“แข็งแกร่งกว่าจั่วจวิ้นเยอะเลยนะเนี่ย!”ฉู่เฟิงออกความเห็น ขยายร่างยักษ์ได้เหมือนกัน แต่คนนี้ดูน่าเกรงขามกว่ากันเยอะ
เขาอ่านบทความนี้ต่อ ในรายชื่อนี้มีอยู่คนหนึ่งที่น่าสนใจ
เขาถูกไฟคลอกมาก่อน ทำให้เห็นหน้าไม่ชัดเจน ว่ากันว่าคนผู้นี้ครอบครองสายฟ้า ปราบไปทั่วทิศ ทุกวันนี้ยังไม่เคยพ่ายแพ้เมื่อเจอคู่ต่อสู้ เขากวาดเรียบ
ฉู่เฟิงใบหน้าเคร่งเครียด ไม่กล้าดูแคลน อ่านต่ออย่างละเอียดมนุษย์พิเศษมีมากขึ้นเท่าใด ย่อมมีคนอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
อ่านอยู่นาน สุดท้าย เขาก็ย้ายไปอ่านข่าวอื่น
“กลุ่มโพธิจีนส์ประกาศศักดา เทพวัชระออกรบด้วยตัวเอง!”
ข่าวนี้ดึงดูดผู้คนอย่างยิ่งนายทุนใหญ่กลุ่มโพธิจีนส์ก็จะเดินทางมาเขาไท่หังซานด้วยชัดเจนว่าจะแย่งชิงลูกไม้จากต้นไม้พิสดารกับเทียนเสินเซิงอู้
ขณะเดียวกันเทพวัชระยอดฝีมืออันดับหนึ่งของกลุ่มโพธิจีนส์จะเป็นคนลงมือด้วยตัวเอง!
ข่าวนี้สั่นสะเทือนวงการ กลุ่มโพธิจีนส์จะชนกับเทียนเสินเซิงอู้งั้นหรือ?
ถึงตอนนั้น เทพวัชระกับเทพปีกเงิน จะฟาดฟันตัดสินกันหรือไม่?!
ข่าวนี้ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างใหญ่หลวง!
ใครๆ ต่างก็อยากรู้ ว่าข่าวนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน หากว่าเป็นเรื่องจริง ก็คุ้มแก่การรอคอยถึงตอนนั้นโลกออนไลน์ระเบิดแน่
ฉู่เฟิงค้นข่าวอย่างตั้งใจ ข่าวเกี่ยวกับเขาไท่หังซานนั้นมีไม่น้อยมีคนประเมินว่าครั้งนี้จะมีมนุษย์พิเศษมาร่วมการแย่งชิงครั้งนี้ถึงพันคนเป็นอย่างต่ำ
ก็เพราะลูกไม้วิเศษนี้มีพลังดึงดูดผู้คนได้อย่างรุนแรง!
ตอนนี้คนไม่น้อยต่างก็รู้ว่า ต้นหญ้าธรรมดาที่กลายพันธุ์ผลที่ได้จากมันจะทำให้กลายเป็นมนุษย์พิเศษ
ส่วนต้นไม้ เมื่อกลายพันธุ์ไปแล้วก็ยิ่งน่าตกใจเสียยิ่งกว่า จนบัดนี้ก็มีเพียงสี่สุดยอดเท่านั้น ได้แก่ เทพปีกเงิน เทพวัชระ เทพอัคคี ราชาพยัคฆ์ขาว
พวกเขาล้วนอยู่บนสุดของยอดพีระมิดที่สามารถก้มลงมองดูมนุษย์พิเศษคนอื่นๆได้!
ใครบ้างจะไม่อยากเทียบเคียงกับคนทั้งสี่? ว่ากันว่าไม่มีอาวุธใดๆ ที่ทำให้พวกเขาเกรงกลัวได้
โดยเฉพาะมนุษย์พิเศษบางคนที่ทะเยอทะยาน คิดจะกลายพันธุ์อีกครั้งด้วยหวังว่าจะสามารถเหนือกว่าพวกเทพวัชระหรือเทพอัคคีทั้งสี่คนได้
“ตื่นกันได้แล้ว จะเหนือกว่าสี่คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆพวกคุณคิดว่าพวกเขาแค่กินลูกไม้ชนิดเดียวก็ตื่นรู้มีพลังพิเศษอย่างนั้นหรือ? ที่จริงแล้ว พวกเขากินลูกไม้จากต้นไม้พิสดารเป็นหลักต่างหากแล้วยังกินลูกไม่วิเศษอื่นๆ อีก” มีคนทำลายฝันพวกโลกสวย
ตอนนั้น มีคนปล่อยวิดีโอคลิป ซึ่งเรียกกระแสในโลกออนไลน์ได้ล้นหลาม
“พระเจ้า เป็นคลิปเทพปีกเงินต่อสู้กับคนอื่นนี่เป็นคลิปแรกที่ปล่อยออกมาเลยนะเนี่ย!”
“ใครเป็นคนปล่อยเนี่ย? ความลับสุดยอดอย่างนี้หลุดออกมามันน่าตกใจจริงๆ!”
โลกออนไลน์ร้อนแรงขึ้นมาทันที ค่ำคืนนี้คงไม่สงบลงง่ายๆ
ในวิดีโอคลิปเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ผมสีเงินแวววาวอย่างยิ่งเส้นผมที่ยาวถึงเอวพลิ้วสลวยทอประกายสีเงิน แม้แต่ลูกนัยน์ตาของเขาก็เป็นสีเงินลักษณะโดดเด่นออกมาจากผู้คนรอบกาย สง่างามอย่างยิ่ง ประหนึ่งเทพเจ้าก็ไม่ปาน!
นั่นเป็นคลิปการต่อสู้กลุ่มโดยมนุษย์พิเศษสิบกว่าคนต่อสู้กับเขาเพียงคนเดียว ผลที่ออกมาก็คือ เขากางแขนออกกำหมัด แล้วเหวี่ยงใส่จนคนทั้งกลุ่มกระเด็นลอยไป!
“เท่สุดๆ อ่ะ!” วินาทีนั้น สาวๆต่างพากันกรีดร้องชื่นชม
ทันทีที่วิดีโอคลิปนี้เผยแพร่ ก็ก่อให้เกิดกระแสลุกลามใหญ่โต
โดยเฉพาะในวินาทีสุดท้าย ที่มนุษย์พิเศษคนหนึ่งถือดาบจากโลหะผสมพุ่งเข้าใส่เขาด้วยอาการไม่ยอมแพ้ สุดท้ายเขาสะบัดปีกสีเงินรุนแรงเสียงเคร้งดังขึ้น ดาบโลหะผสมนั้นถึงกับหักเป็นสองท่อน
ถึงตรงนี้ วิดีโอคลิปก็สิ้นสุดลง
“แกร่งจริงๆ อย่างกับเทพมาจุติแน่ะ สมกับที่เป็นเทพปีกเงินเลย!”
โลกออนไลน์ร้อนแรง ผู้คนมากมายยังคงตื่นเต้นกันไม่จบสิ้น อีกทั้งยังมีคนให้กำลังใจหวังว่าต่อไป เทพปีกเงินจะสำแดงพลังอำนาจอันน่าตื่นตามากกว่านี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ความนิยมในตัวของเทพปีกเงินพุ่งพรวดก่อนหน้านี้เขาเก็บตัวลึกลับ ผู้คนรู้เพียงแต่ว่าเขาแข็งแกร่งมากพอครั้งนี้มีคนปล่อยคลิปออกมา ก็ทำให้เขาเดินออกมาจากคำบอกเล่าสู่การมีตัวตน
รูปลักษณ์ภายนอกของเขาหาที่ติไม่ได้เลย สง่างามอย่างยิ่งทั้งยังโดดเด่นเหนือผู้ใด รัศมีสีเงินส่องประกาย เมื่อผนวกเข้ากับบุคลิกของเขาก็เรียกได้ว่าชื่อสมกับตัว
เพียงข้ามคืนเท่านั้น เทพปีกเงินก็เข้าไปอยู่ในใจผู้คนแล้วโดยเฉพาะกับสาวน้อยทั้งหลาย เขาสมบูรณ์แบบอย่างไม่มีที่ติ
ฉู่เฟิงเองก็ดูวิดีโอคลิปนี้ พลันสีหน้าเคร่งเครียดรู้สึกได้ถึงแรงกดดันหนักหน่วง เขายังต้องพัฒนาความสามารถของตัวเองให้มากกว่านี้
“เขาใช้วิชาหมัดลี้ลับชุดหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว เทียนเสินเซิงอู้มีอาจารย์มวยคอยชี้แนะเขาด้วยเหรอ?” เขาสงสัย
วันรุ่งขึ้น หลินนั่วอีเมื่อเดินทางมาถึงก็ติดต่อฉู่เฟิงทันทีเธอบอกเขาว่า อีกประเดี๋ยวจะมีคนไปรับเขา