ตอนที่51 ช่วยเหลือรุ่นพี่คนสวย
หลิวเย่ตกตะลึงกับข้อความนั้น!
นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
เกิดอะไรขึ้น?
หลิวเย่จำได้ทันทีว่าจักรวาลที่56 มีโลกเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์!
แต่เขาไม่รู้ว่ามีดาวเคราะห์สีน้ำเงินกี่ดวงในจักรวาลที่56?!
ความไม่สบายใจกระจายไปทั่วหัวใจของเขา!
ความกังวลใจเกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อเกิดความหวาดกลัวในการเจอผู้แข็งแกร่งแกนทองคำคราก่อน!
หลิวเย่สะบัดหัวดึงความคิดกลับคืนมาแล้วค่อยกลับไปตรวจสอบอีกครั้งที่โลก
เขาหาจุดที่เหมาะสมเพื่อวางแผนนำหินพลังงานที่เหลืออีกจำนวนมากมาจ่ายค่าสินค้า
จากนั้นเดินเข้าไปหาเจ้าอ้วนแกรี่7
“โอ้! เพื่อนรัก!นายมาแล้ว! มาๆของอยู่ที่นี่!” เมื่อแกรี่7มองเห็นหลิวเย่ เขาเดินนำไปอีกทางในโดมใหญ่ซึ่งเก็บสินค้าที่เขาเตรียมไว้ให้หลิวเย่
หลิวเย่เดินสำรวจและตรวจสอบสินค้าอย่างพึงพอใจ
และคิดในใจอย่างกังวลว่า“ฉันจะสามารถใช้การสะกดจิตเขาได้ไหม? เพื่อนำของพวกนี้เก็บเข้าไว้ในมิติพื้นที่!”
คิดได้ดังนั้นเขาลองทดสอบทันทีเมื่อแกรี่7หันหน้ามาสบตากับเขา
“วื้บ!”ชั่วขณะหนึ่งแกรี่7รู้สึกงุนงง เขามีสีหน้าว่างเปล่าและมึนงง!
หลิวเย่เห็นอาการของแกรี่7เป็นเช่นนั้น
เขารีบโบกมือนำของเข้าเก็บในมิติพื้นที่ทันทีและนำหินพลังงานมาวางแทน!
ราวห้านาทีต่อมา
แกรี่มีแววตางุนงงและถามหลิวเย่ว่า“เพื่อน! นายมาจากไหน?มาอยู่ที่นี่ได้ยังงัย?”
หลิวเย่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกเขาดีใจที่สามารถใช้สัมผัสสวรรค์และศิลปะจิตวิญญาณชูราได้
“โอ๊ะ! นี่!นี่! ฉันรวยแล้ว!”หลิวเย่ยังไม่ได้ตอบแต่มีเสียงดังขึ้นอย่างตื่นเต้นตกใจจากแกรี่7
หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า“อืม! ฉันไปก่อนนะ!”
เขาไม่สนใจว่าแกรี่7จะจัดการหินพลังงานเหล่านั้นอย่างไร?
เขาเลือกเส้นทางกลับกล่องโดยใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจเส้นทางที่มีกิ้งกือยักษ์น้อยที่สุด
จากนั้นเร่งเดินทางกลับกล่องทันทีพร้อมกับต่อสู้กับพวกมันเป็นระยะ
……….
หลิวเย่ค่อยๆลืมตาขึ้นมาและเหลียวมองรอบตัว
ถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่พบว่ากลับมาโลกด้วยความปลอดภัย!
ก้มลงดูท้องแขนซ้ายพบว่า พิกัดของเทเลพอร์ตมี 5 จุด นั่นคือ หนึ่งคฤหาสน์เมืองซู สองอพาร์ตเมนท์ สามตำหนักใน
พระราชวังสี่ท่าเรือ และห้าดาวขยะ
เขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่เขาหลงลืมจุดฐานลับขององค์กรซีเคร็ตได้อย่างไร?
มันไม่มีในพิกัด!
เกิดอะไรขึ้น?!
หรือในขณะนั้นเขารีบหนีจนไม่ได้กำหนดจิตเพื่อตั้งพิกัดในช่วงเวลาความเป็นตายแห่งชีวิต!
อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขาจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป!
หยิบโทรศัพท์ออกมาดูด้วยความตกใจ“ห๊ะ! นี่ใช้เวลาเท่ากับโลกเลยหรือนี่?”
เขารีบอาบน้ำแต่งตัวไปเข้าเรียนตามปกติ
เมื่อถึงห้องเรียนเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนรีบเข้ามารุมล้อมเขาทันที
“น้องสี่!นายรู้ไหมว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับรุ่นพี่คนสวยของเรา?” ซุนเอ้อพูดเสียงกังวล
“นายไม่ได้ดูฟอรัมมหาวิทยาลัยใช่ไหม?”จูปิงถามอย่างแปลกใจ
“นายหายไปไหนมาหลายวัน?”จางไค่มีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย
หลิวเย่กวาดสายตามองเพื่อนทั้งสามคน“เกิดอะไรขึ้น?”
“เฮ้อ! เรื่องเป็นอย่างนี้ เมื่อวันก่อนมีคนจะมาลักพาตัวรุ่นพี่ที่หน้าร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยยังดีที่มีคนเห็นเข้าเลยโพสต์แจ้งข่าวในฟอรัมแต่จนถึงตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้ข่าวรุ่นพี่เลย” ซุนเอ้อพูดด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความแปลกใจพลางคิดไปว่า“รุ่นพี่ไม่ได้สวมจี้หยกนั่นเหรอ?”
“จนป่านนี้ตำรวจยังไม่มีข่าวเลยเหรอ?”หลิวเย่ถามย้ำด้วยเสียงกังวล
“ใช่!” จางไค่เป็นคนตอบขึ้นมา
“อืมเดี๋ยวฉันมา!” หลิวเย่เดินออกจากห้องเรียนไปเข้าห้องน้ำ
เขานำตัวสอดแนมออกมาจำนวนหนึ่งร้อยตัวและติดตั้งระบบเชื่อมเข้ากับโทรศัพท์มือถือ
มันสามารถส่งต่อข้อมูลให้กับเขาได้หากมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
“วิ๊บ วิ๊บ วิ๊บ”เสียงตัวสอดแนมทยอยบินออกจากหน้าต่างของห้องน้ำกระจายออกไปทุกทิศทางด้วยความเร็วสูง
จากนั้นเขากลับห้องเรียนและเข้าเรียนตามปกติ
แต่บรรยากาศในห้องเรียนเคร่งเครียดและมีเสียงซุบซิบของเพื่อนนักศึกษาพูดคุยเรื่องของรุ่นพี่เป็นระยะ
เมื่อถึงเวลาพักทานอาหารกลางวัน
“พวกนายไปทานกันก่อนเลยฉันจะไปทำธุระ?” หลิวเย่หันมาบอกเพื่อนทั้งสามคน
พวกเขาพยักหน้าอย่างเข้าใจที่แต่ละคนพยายามหาหนทางสืบข่าวของรุ่นพี่
หลิวเย่ขับรถไปค่ายทหารและไปหาเจ้าอ้วนที่แผนกข่าวกรอง
“เพื่อนนายช่วยตรวจสอบข้อมูลนี้ให้หน่อยสิ!” หลิวเย่ส่งต่อข้อมูลเข้าอีเมล์ของเจ้าอ้วน
“รับทราบ!”เจ้าอ้วนพยักหน้ารับคำและรีบดำเนินการ
หลิวเย่แฮ็คเข้าระบบฐานข้อมูลขององค์กรซีเคร็ต
ต่างคนต่างทำงานเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังรัวเร็วแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นหลิวเย่มองเห็นสัญญาณเตือนจากหนึ่งในตัวสอดแนม
พิกัดระบุว่าเป็น“เมืองฉงชิ่ง” ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลถึง 1,825 กิโลเมตร
เขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่?
หลิวเย่ตัดสินใจไปช่วยเธอคนเดียว!
จากนั้นเขาสั่งการตัวสอดแนมทั้งหมดให้กลับมารวมกันที่เมืองฉงชิ่ง
“อาจารย์กู่วันนี้ฉันขอลาที่จะไปฝึกงานกับคุณ” น้ำเสียงเกรงใจของหลิวเย่ดังขึ้นเมื่อเขาโทรไปขอลากับอาจารย์กู่
“อืม ได้สิแต่คุณยังพอมีเหล้ารสชาดสวรรค์อยู่ไหม?”อาจารย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่คาดหวัง
เขากลอกตามองบนอย่างคิดไม่ถึงว่าอาจารย์กู่จะชื่นชอบเหล้า
“พอมีเล็กน้อยฉันจะเอาไปให้ที่ห้องสมุด?” เขาถามพิกัดที่อยากให้นำเหล้าไปให้
“ใช่ มาที่ห้องสมุดนี่แหละ!” เสียงตื่นเต้นดังมาตามสายโทรศัพท์
ทันใดนั้นเสียงของเจ้าอ้วนดังขึ้นทันที“อะแฮ่ม กัปตันหลิว!คุณไม่คิดจะให้พวกเราดื่มด่ำกับเหล้าอีกเหรอ?”
สายตาเจ้าเล่ห์ของเจ้าอ้วนโม่หยานไป๋จับจ้องที่ใบหน้าของหลิวเย่เขม็ง
“เฮ้อ เอาล่ะ! มีให้ไม่เกินสิบโถ! คุณต้องแบ่งให้คนอื่นด้วยนะ!”เขาถอนหายใจและกำชับเจ้าอ้วนอย่างจริงจัง
“ตกลง!”เสียงรับคำดังขึ้นอย่างดีใจ
“ไปกันเถอะไปเอาที่รถของฉัน” หลิวเย่เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจ
ทุกคนชื่นชอบเหล้านมม้านมแพะเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะหลังการเลี้ยงฉลองเมื่อเขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากทางกองทัพ
หลิวเย่นำเหล้าให้กับเจ้าอ้วนและอาจารย์กู่
จากนั้นขับรถไปจอดที่อพาร์ตเมนท์และเหินตัวบินขึ้นเหนือฟ้ามุ่งหน้าตรงไปยังเมืองฉงชิ่งอย่างรวดเร็ว
..........
สองชั่วโมงกว่าเขามาถึงโกดังร้างแถบชานเมืองฉงชิ่ง
เขาใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจบริเวณรอบโกดัง
“เอ๊ะ!”เขาอุทานในใจเมื่อมองเห็นชายวัยกลางคนคล้ายนักวิชาการคนหนึ่ง
เขาคือ หวงตง! หนึ่งในนักฆ่าขององค์กรซีเคร็ต!
หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นที่องค์กรซีเคร็ตปรากฎตัวในเหตุการณ์เช่นนี้!
ขณะที่สังเกตเหตุการณ์ในระยะไกลเวลานี้มีรถยนต์หรูคันหนึ่งขับเข้ามาจอดหน้าโกดัง
ชายฉกรรจ์อาวุธครบมือเดินมาเปิดประตูโกดังและลากแขนของชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข้าไปข้างใน
หลิวเย่หรี่ตามองด้วยความแปลกใจ!
หลิวนี่นี่ซึ่งถูกขังในห้องหนึ่งที่ชั้นสองของโกดังมีสีหน้าหวาดกลัวและอิดโรย
“แอ๊ด”เสียงเปิดประตูทำให้หลิวนี่นี่หันหน้ามามองอย่างหวาดกลัวปนกับความหวัง
“อา อาซ้ง! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”เสียงแหบพร่าของหลิวนี่นี่ดังขึ้นด้วยความตกใจ
“ขอโทษนะหลานรัก! ฉันจำเป็นต้องทำแบบนี้!” เสียงขอโทษอย่างผิวเผินดังขึ้นจากปากของชายวัยกลางคน
“ทำไมอาซ้งต้องทำเช่นนี้?” หลิวนี่นี่ถามด้วยความสงสัยและผิดหวัง
“เฮ้อ ถ้าพ่อของเธอยินยอมขนส่งบางอย่างให้พวกเขาอาคงไม่ให้พวกเขาเอาตัวเธอมาแบบนี้”
“มันคืออะไรถ้าเป็นของที่ถูกกฎหมาย พ่อจะยินยอมแน่นอน แสดงว่ามันไม่ใช่ ใช่ไหม?”หลิวนี่นี่คาดการณ์ได้
เธอโต้แย้งทันที
“เฮ้อคนเราต้องรู้จักปรับตัวและอยู่ให้เป็นสิ!”ชายวัยกลางคนส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
“ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ปรับตัวเหรอ? อาซ้งจะให้พ่อช่วยพวกเขาทำผิดกฎหมาย ฝันไปเถอะ!” หลิวนี่นี่ถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาด้วยความโมโหและโกรธแค้น
“พั๊บ! พั๊บ!”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของหลิวนี่นี่ดังขึ้น
ใบหน้าของเธอสะบัดตามแรงตบจนล้มฟุบลงกับพื้น
หลิวเย่กำหมัดแน่นเขาแค่รอตรวจสอบข้อมูล แต่ไม่คิดว่าพวกเขาจะทำร้ายเธอ
พลันพุ่งตัวเป็นแสงสีดำตรงไปยังโกดังทันที
“โอ๊ะ! ตุ๊บ!”หวงตงที่ยืนเฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่ในห้องรู้สึกถึงพลังความกดดันที่พุ่งเข้ากระแทก
แต่เขาไม่สามารถต้านทานได้และจบชีวิตลงทันที!
“ฟึ้บ! ตุ๊บ!”ชายฉกรรจ์อีกสองคนในห้องต่างล้มลงกับพื้นในชั่วพริบตา!
“อ๊าก!” อาซ้งล้มลงคุกเข่ากับพื้นเมื่อเขาถูกหลิวเย่หักขาทันทีทั้งสองข้าง!
“ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ” ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในและนอกโกดังล้มฟุบขาดใจตายทันทีจากมีดบินพลังปราณ
“.....”หลิวนี่นี่อ้าปากค้างด้วยความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน
เธอมองเห็นแค่แสงสีดำวูบวาบไปมาและจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“โอ๊ย! อ๊าก!”เสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดของอาซ้งที่ล้มลงนอนกับพื้นดังลั่น
อีกสิบห้านาทีต่อมา
เสียงรถยนต์จำนวนหลายคันพร้อมเสียงไซเรนตำรวจวิ่งเข้ามารายล้อมโกดัง
พวกเขาได้รับแจ้งจากพลเมืองดีคนหนึ่งถึงสถานการณ์คนถูกลักพาตัว
“โอ๊ะ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“โอ้! ใครกันที่ทำเช่นนี้!”
“อึ๊ก พวกเขาทั้งหมดตายด้วยรอยแผลเดียวบนคอนี่มัน! ร้ายกาจจริงๆ!”
“กรี๊ด!!!”พลันเสียงร้องอย่างเสียขวัญของหลิวนี่นี่ดังขึ้นจากในโกดัง
ตำรวจราวสิบคนรีบวิ่งกรูเข้าไปข้างใน
“โอ้นี่ยังมีอีก!”พวกเขาตื่นตะลึงที่พบศพชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธนอนเรียงรายอยู่ข้างในราวสิบคน
“ผู้กอง! ทางนี้!”ตำรวจนายหนึ่งร้องเรียกหัวหน้าทีมให้เข้ามาดูห้องที่มีหลิวนี่นี่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญ
“พาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลแล้วค่อยสอบปากคำที่เหลือจัดการศพและพิสูจน์ด้วยว่าเป็นพวกไหน?”
เสียงสั่งการเสียงเข้มดังก้องแจ้งตำรวจทุกคนที่มา
“รับทราบ!”
..........
หลิวเย่เป็นห่วงสภาพจิตใจของรุ่นพี่หลิวนี่นี่!
แต่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหานั้น!
ในตอนนี้เขาบินลงมาจอดในอพาร์ตเมนท์เรียบร้อยแล้ว
“อืมพวกองค์กรซีเคร็ตช่างกล้าเสียจริง!”
หลิวเย่พึมพำอย่างไม่พอใจที่องค์กรซีเคร็ตกล้าเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศของตน
ตอนนี้เขาไม่ยังพร้อมที่จะกวาดล้างพวกมันให้หมดสิ้น!
จำเป็นต้องวางแผนให้ดีเพราะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว!
แต่เป็นปัญหาระดับประเทศและนานาชาติ!
ที่ต้องมีหน่วยงานหลายส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกัน!
จากเหตุการณ์ของรุ่นพี่หลิวนี่นี่เขาพบว่าเธอไม่ได้สวมสร้อยจี้หยกที่ได้ให้ไว้ จึงทำให้เธอได้รับอันตรายเช่นนี้
หลังจากเหตุการณ์ร้ายแรงนี้ผ่านไปเขาจำเป็นต้องกำชับรุ่นพี่หลิวนี่นี่และเจียงผิงผิงให้สวมมันไว้ตลอดเวลา
“กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง” พลันมีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น
“ว่างัย อาไป๋!” เขาถามเจ้าอ้วนโม่หยานไป๋ที่โทรเข้ามา
“รายงาน! กัปตัน!มีข่าวผลการตรวจสอบข้อมูลขององค์กรซีเคร็ต!”
“ว่ามา?”
“สมาชิกและนักฆ่าของพวกมันแทรกซึมเข้ามาในประเทศข้างเคียงและประเทศของเราเป็นจำนวนมากผู้บัญชาการแจ้งว่า
มันจะทำการโจมตีทุกรูปแบบที่ทางเราปฏิเสธข้อเสนอของพวกมันต่อไปคงจะมีอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น” เจ้าอ้วนอธิบายยาวรวดเดียว
ข้อมูลนี้สร้างความกังวลให้กับหลิวเย่!
เนื่องจากในตอนนี้เขามีคนที่ห่วงใยอยู่หลายคน!
“อืมติดตามข่าวต่อไป ฉันจะแจ้งให้หัวหน้าแผนกทุกคนเฝ้าระวังเข้มงวดมากขึ้นและพร้อมปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา”เสียงของหลิวเย่ดังขึ้นอย่างจริงจัง
“รับทราบ!”
หลิวเย่เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นพลางคิดไปว่าน่าจะซื้อตัวสอดแนมมามากกว่านี้
เขาได้จัดส่งตัวสอดแนมทั้ง100 ตัวกระจายไปในสถานที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
หนึ่งคือที่บ้านแม่ของเขา!
สองบริษัทหรงเหยาและฟู่หยาง!
สามโรงงานบะหมี่เม่ยเว่ยเกาหยานและหัวหน้าแผนกทุกคน!
สี่เลขานุการจูเสี่ยวเฉาโจวเริ่นและหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยทุกคน!
ห้าอาจารย์กู่ผิงโจว!
หกรุ่นพี่หลิวนี่นี่!
เจ็ดเจียงผิงผิง!
แปดเพื่อนร่วมห้องหอพักทั้งสามคน!
ส่วนโรงงานผงปรุงรสสวรรค์ที่กำลังก่อสร้างนั้นเขาคิดว่ารอให้คัดเลือกทีมงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
และสำหรับหัวหน้าแผนกของกองกำลังพิเศษนั้น
เขาเชื่อมั่นในประสิทธิภาพแผนการฝึกที่เขาได้ปรับปรุง
หากพวกเขาสามารถไปถึงขึ้นที่8 เป็นอย่างน้อย พวกเขาสามารถต่อสู้กับผู้ฝึกฝนสร้างฐานรากระดับกลางได้
แต่ยังอดเป็นห่วงไม่ได้จึงได้ส่งตัวสอดแนมให้ติดตามพวกเขาเช่นกัน
..........
รุ่งเช้าหลิวเย่ไปเข้าเรียนตามปกติ
ความวุ่นวายในห้องเรียนมีให้เห็นจากเหตุการณ์ของหลิวนี่นี่ที่มีการรายงานข่าวของท้องถิ่นทำให้ทุกคนหวาดกลัว
“น้องสี่นายจะไปเยี่ยมรุ่นพี่กับพวกเราไหม?”จางไค่ถามหลิวเย่เสียงดังเมื่อเขาเดินเข้าไปในห้อง
“หือไปเยี่ยมได้แล้วเหรอ?”เขางุนงงเล็กน้อย
“พวกเรารอฟังอาการเธอกันก่อนหากพ่อของเธอหรือหมออนุญาตแล้ว พวกเราค่อยไปเยี่ยมก็ยังไม่สาย”เสียงที่มีเหตุผล
ของจูปิงดังขึ้น
“ฉันเห็นด้วยนะ!” หลิวเย่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“อืม อันที่จริงพวกเรารอให้สภาพจิตใจของรุ่นพี่ดีขึ้นก่อนจะดีกว่าไหม?”ซุนเอ้อพยักหน้าเห็นด้วยอีกคน
จางไค่ที่เห็นเพื่อนๆไม่ตอบรับเขาจึงได้แต่ทำหน้าไม่พอใจแล้วกลับไปนั่งที่โดยไม่พูดจา
คนอื่นๆต่างพากันส่ายหัวอย่างจนใจ!
ปกติในห้องเรียนมักจะพูดคุยกันถึงเรื่องการแข่งขันที่ใกล้เข้ามา
และพูดคุยถึงเรื่องการประชุมแลกเปลี่ยนเมื่อวันชาติที่ผ่านมาไม่นาน
แต่ในตอนนี้แทบทุกคนต่างพูดถึงเรื่องของรุ่นพี่หลิวนี่นี่!
ตอนเย็นหลิวเย่ไปฝึกงานกับอาจารย์กู่เช่นเดิม
“ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเลยทบทวนบทเรียนไปถึงไหนแล้ว?”อาจารย์กู่ถามด้วยความห่วงใยขณะนั่งรถไปด้วยกัน
“ความรู้ด้านทฤษฎีอ่านครอบคลุมหมดแล้วด้านฝึกปฏิบัติก็ได้ทำกับอาจารย์ไปมาก ตอนนี้ยังขาดเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการรักษาโรคเช่น เข็มที่เหมาะสมสำหรับฉัน” หลิวเย่ชี้แจงส่วนขาดของเขาให้อาจารย์กู่ฟัง
“อืม เข็มหรือ? นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นอาวุธประจำตัวของหมอแต่ละคนฉันเองก็มีหนึ่งชุด แต่คิดว่าไม่เหมาะกับคุณหรอก” อาจารย์กู่ตอบก้ำกึ่ง
“อาจารย์หมายความว่าอย่างไร?” เขาสงสัยกับคำพูดนั้น
“จากทักษะการตรวจรักษาโรคของคุณฉันกำลังคิดถึงเข็มทองในตำนานและคิดว่ามันเหมาะสมกับคุณมากกว่าเข็มเงินธรรมดาที่ฉันมี”อาจารย์กู่กล่าวอย่างจริงใจ
เขาได้เห็นทักษะการตรวจรักษาโรคของหลิวเย่มานานและเชื่อมั่นว่าอนาคตของหลิวเย่จะก้าวไกลมากกว่านี้
“เข็มทอง?” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“โอ๊ะ! ฉันจำได้แล้ว!ฉันเคยเห็นมันมาก่อนที่ไหน?” น้ำเสียงตื่นเต้นดังขึ้นอย่างกะทันหันจนทำให้หลิวเย่ตกใจ
“โอ้ ที่ไหนอาจารย์?” หลิวเย่ถามอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
“ผู้เฒ่าตระกูลเล่อ! เขาเคยเอามาอวดฉันเมื่องานครบรอบวันเกิดของเขานานหลายปีแล้ว”
ข้อมูลที่อาจารย์กู่บอกกับเขาสร้างความคาดหวังให้เขาเป็นอย่างมาก
เขาหยิบโทรศัพท์โทรหาผู้เฒ่าตระกูลเล่อทันที
“กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง”
“สวัสดี ฉันเล่อผิงนั่นใคร?” เสียงชายชราที่คุ้นหูดังขึ้นปลายสาย
“สวัสดีฉันหลิวเย่ ผู้เฒ่าเล่อ” หลิวเย่เอ่ยทักทายเขาเบาๆ
“โอ้หมอหลิวนี่เอง มีอะไรให้ผู้เฒ่าคนนี้ช่วยไหม?”น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจดังขึ้นทันที
“เป็นอย่างนี้ท่านผู้เฒ่าฉันได้ยินว่าคุณมีเข็มทอง?”หลิวเย่ถามอย่างตรงไปตรงมา
“โอ้ เข็มทองใช่ฉันเคยมี แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยู่กับฉันแล้ว” น้ำเสียงของเล่อผิงทั้งเศร้าและแผ่วเบา
“เกิดอะไรขึ้น?” หลิวเย่ถามอย่างงุนงง
“เฮ้อพี่ชายของฉัน เล่อซานจากปักกิ่ง เขามาเอาไปตั้งแต่ 2 ปีก่อน พวกเราทะเลาะกันหนักเรื่องสมบัติของตระกูลโดยเฉพาะสมบัติทางการแพทย์”เล่อผิงเล่าให้หลิวเย่ฟังเหมือนระบายกับเพื่อนเก่าที่ไว้ใจได้
“อืมถ้าเช่นนั้นคุณคงลำบากใจมาก” หลิวเย่เอ่ยอย่างเข้าใจ
“เฮ้อ ถ้าฉันมียาอายุวัฒนะไปแลกได้คงดี”น้ำเสียงพึมพำเหมือนไม่ตั้งใจของเล่อผิงทำให้หลิวเย่หูผึ่งทันที
“เขาต้องการยาอายุวัฒนะเหรอ?” เขาถามย้ำทันที
“ใช่แต่เห็นว่าตอนนี้ที่บริษัทเม่ยลี่ของหานจงทำออกมาขาย มันหมดไปแล้วและไม่สามารถหาซื้อได้อีกต่อให้เสนอราคา
แพงแค่ไหนก็ไม่มีใครยอมขายต่อ” เสียงของเล่อผิงคล้ายหมดหนทาง