TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 163 เตรียมตัว

    ตอนที่ 163 เตรียมตัว


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 






    เฟิร์สกลับมาถึงบ้านเพื่อเตรียมตัวจะเดินทางไปยังอบิสสีแดงระดับสูง


    ทว่าจากสถานการณ์ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าความเป็นส่วนตัวของเขาเริ่มจะหายไป เพราะมีผู้คนมากมายเริ่มที่จะเกาะติดชีวิตของเขา 


    ในข่าวทุกช่องต่างรายงานเรื่องของเขา 


    ในแถวๆ ระแวกบ้านของเขาก็มีคนจำนวนไม่น้อยย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อจับจ้อง แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รุกล้ำพื้นที่ของเขา แต่การที่เขาอาศัยอยู่เพียงสองคนกับพ่อก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งเมื่อเขาออกไปทำงานเป็นระยะเวลายาวนาน เขาก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วงพ่อของเขามากขึ้น


    “พ่อครับ ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตแบบเดิมได้แล้ว” เฟิร์สกล่าว


    การเป็นคนดังของเขาเริ่มเป็นปัญหา แม้จะมีคนของนิวโฮปมาคุ้มครองแต่เขาก็ไม่ได้วางใจอยู่ดี


    “พ่อก็คิดแบบนั้น ดูเหมือนว่าช่วงนี้จะมีคนจับตามองพวกเรามากกว่าแต่ก่อน”


    “จะเป็นยังไงถ้าเราจะย้ายไปที่อื่น เฟิร์สเป็นห่วงพ่อ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ


    คุณหมอสมคิดเองก็เข้าใจความเป็นห่วงของคนเป็นลูก ซึ่งเขาเองก็ไม่ต้องการเป็นตัวปัญหาที่ถ่วงลูกชายไว้เช่นกัน ตอนนี้เขามองเห็นแล้วว่าอนาคตของลูกชายจะรุ่งโรจน์เพียงใด การใช้ชีวิตสมถะนั้นไม่สามารถทำได้อีกต่อไปแล้ว


    เขาไม่ใช่คนแก่หัวดื้อไม่รู้ความ ชีวิตนี้เขาเหลือเพียงลูกชายแค่คนเดียว 


    คุณหมอสมคิดจึงยิ้มและเอ่ย “เอาสิ พ่อเองก็ต้องการทำให้เฟิร์สสบายใจ”


    “ขอบคุณครับพ่อ”


    หลังจากตกลงกันได้แล้ว เฟิร์สก็จัดการซื้อบ้านหลังใหม่พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย อีกทั้งยังมีบ้านพักของเหล่าคนรับใช้และบอดี้การ์ดที่จ้างมาเพื่อดูแลพ่อของเขาอีกด้วย


    เรื่องนี้เขาสามารถจัดการได้ง่ายมาก เพราะทางนิวโฮปได้อำนวยความสะดวกให้กับเขาเป็นอย่างดี พวกเขาถึงกับส่งเวเนเตอร์ดาราแดงบางส่วนมาทำงานนี้ด้วยซ้ำ


    เฟิร์สทำรายได้จากการลงเทรดอบิสเป็นจำนวนมาก เงินฝากของเขามากกว่าครึ่งถูกเก็บไว้ในชื่อของผู้เป็นบิดา เพราะเขานั้นแทบจะไม่ได้ใช้มันและสามารถหาเพิ่มเมื่อไหร่ก็ได้


    ในช่วงเวลานี้เฟิร์สยังไม่ได้ลงเทรดอบิสสีแดงระดับสูงในทันที


    เขายังวุ่นๆ อยู่กับการจัดการบ้านใหม่และคัดคนที่จะมาดูแลพ่อของเขา


    ทางด้านคุณหมอสมคิดเองก็ได้เกษียณตัวเองออกมาเพราะห่วงความรู้สึกของลูก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รับงานช่วยเหลือรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ บ้าง แม้จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำก็ตาม


    ซึ่งเรื่องนี้เฟิร์สก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขารู้ว่าพ่อของเขามีความสุขกับการทำอาชีพนี้


    เรื่องนี้กินเวลาไปหลายเดือนกว่าทุกอย่างจะลงตัว


    ในที่สุดเวเนเตอร์แรงค์ SS อย่างเขาก็มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างที่แรงค์ SS คนอื่นๆ ควรจะเป็นซะที


    ส่วนเรื่องสถานที่ฝึกฝนของเขา เฟิร์สได้ลงทุนสร้างห้องฝึกซ้อมอย่างดีหลายห้องไว้ที่ชั้นใต้ดินของบ้าน ทั้งนี้ด้วยความสามารถของผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวแล้ว การจะดัดแปลงบ้านธรรมดาให้กลายเป็นฐานทัพแห่งหนึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด


    แถมห้องฝึกฝนห้องเขายังเป็นห้องลับที่มีแต่การใช้วงแหวนอักขระเคลื่อนย้ายเท่านั้นถึงสามารถเข้าไปได้ ดังนั้นด้านบนจึงไม่ต่างจากบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง แต่ในชั้นใต้ดินกลับเป็นห้องฝึกฝนระดับพระกาฬที่ถูกวางค่ายกลข้างในนั้นหลายต่อหลายชั้น จนแม้แต่เวเนเตอร์ระดับแรงค์ SS ก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ง่ายๆ


    เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเฟิร์สก็ตัดสินใจลงเทรดอบิสในทันที


    “พ่อครับ ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อน”


    “รักษาตัวด้วยล่ะ” คุณหมอสมคิดเอ่ยอย่างทุกๆ ครั้งที่เฟิร์สออกไปทำงาน


    ในบ้านหลังใหญ่ที่สามารถเรียกว่าคฤหาสน์หลังนี้ มีคนรับใช้และบอดี้การ์ดนับสิบคน พวกเขาต่างเข้าแถวเพื่อส่งลาเฟิร์สไปทำงานอย่างเป็นระเบียบ


    “ไม่ต้องห่วงครับพ่อ อบิสสีแดงระดับสูงไม่ใช่ที่ที่อันตรายขนาดนั้น” เฟิร์สยิ้มก่อนที่ร่างของเขาจะลอยตัวขึ้นแล้วกลายเป็นลำแสงโค้งสีขาวหายไปจากเส้นขอบฟ้า


    เหล่าผู้คนที่อยู่ที่นี่มองภาพนี้อย่างตื่นตะลึง แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและความเคารพ


    ‘นี่สินะเวเนเตอร์แรงค์ SS ช่างแข็งแกร่งอะไรขนาดนี้’


    ภายในใจของทุกคนอดที่จะชื่นชมไม่ได้


    เฟิร์สใช้การเดินทางทางอากาศแทนที่จะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย นั่นเพราะเงื่อนไขบางอย่างของการใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย ซึ่งมันจำเป็นจะต้องใช้พิกัดปลายทางที่เขาจะต้องระบุด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นการเคลื่อนย้ายแบบสุ่ม ซึ่งมันจะทำให้เสียเวลามากกว่าเดิมหากสุ่มไปผิดที่


    ดังนั้นการบินเหาะเหินบนน่านฟ้าจึงนับว่าสะดวกสบายสำหรับเขามากที่สุด


    การเดินทางด้วยการบินของเฟิร์สรวดเร็วกว่าการใช้รถยนต์หลายเท่า 


    อบิสสีแดงระดับสูงแห่งนี้ปรากฏขึ้นในบริเวณหมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง เนื่องจากมันปรากฏมาเป็นเวลาหลายเดือนและมีการกวาดล้างหลายครั้งที่นี่จึงมีที่พักสำหรับคนของแคลนอย่างสะดวกสบาย


    ทันทีที่เฟิร์สร่อนลงมาจากท้องฟ้า ผู้คนมากมายก็ต่างมาต้อนรับเขา รวมถึงนักข่าวที่ดักรออยู่ที่นี่ด้วย


    นับตั้งแต่ที่ข่าวของเขาแพร่ออกไป เฟิร์สไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสำนักใด จึงไม่มีใครสามารถสัมภาษณ์เขาได้ แม้ข่าวการลงเทรดอบิสของเฟิร์สจะไม่ได้หลุดออกไป แต่พวกนักข่าวบางคนก็คาดการณ์และมาปักหลักรออยู่ที่นี่


    “นั่นไง! คุณเฟิร์สวันมาถึงที่นี่แล้ว”


    “นั่นคุณเฟิร์สวัน”


    แสงแฟลตจากกล้องมากมายปรากฏอย่างวูบวาบ


    เหล่าพนักงานของแคลนและนิวโฮปต่างทำความเคารพเขา


    แต่เฟิร์สคร้านจะสนใจกับเรื่องราวพวกนี้ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วร่างก็กลายเป็นละอองแสงหายวับไป


    พรึบ!


    “เขาหายไปแล้ว!”


    “ไม่ เขาอยู่ที่นั่น”


    พวกนักข่าวสังเกตเห็นว่าร่างของเฟิร์สได้ปรากฏตรงประตูอบิสแล้ว เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปยังอีกฝั่งของประตูนี้ทันที โดยที่ไม่ได้เอ่ยคำใดต่อฝูงชนเลยแม้แต่น้อย


    “เขาเข้าไปแล้ว นั่นมันความสามารถอะไรกัน เทเลพอร์ตอย่างนั้นหรอ?”


    “ต้องใช่แน่ๆ เขายังอยู่ตรงนั้นแท้ๆ เพียงแต่ก้าวไปข้างหน้าแค่ก้าวเดียวก็ไปถึงที่นั่นได้แล้ว”


    “ข่าวที่ว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังจิตที่ทรงพลังนั้นไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ต่อให้วันนี้ไม่ได้สัมภาษณ์เขา แต่ก็มีอะไรให้เขียนข่าวบ้างแล้ว”


    นักข่าวเหล่านี้ไม่ได้กล่าวว่าร้ายต่อนิสัยหยิ่งทะนงของเด็กหนุ่ม พวกเขาจะกล้าว่ากล่าวตัวตนแบบนี้ได้อย่างไร ยังไงเขาก็คือผู้ช่วยเมืองภาคใต้ให้รอดพ้นจากวิกฤต อีกทั้งยังถูกประเมินให้กลายเป็นว่าที่เวเนเตอร์แรงค์ SSS อีกด้วย


    พวกเขาย่อมไม่กล้าทำเรื่องแบบนั้นอย่างแน่นอน


    การที่เขาชอบทำอะไรคนเดียว แม้แต่กวาดล้างอบิสคนเดียวนั่นก็ทำให้รู้ดีแล้วว่าเขารักสันโดษเพียงใด 


    หากเขาจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับผู้คนมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก


    แต่ถึงอย่างนั้นข่าวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเขาก็ยังถูกขุดค้นออกมาอยู่ดี เด็กหนุ่มที่หลับใหลไปห้าสิบปีกับแม่ที่ยังนิทราอยู่ พล็อตเรื่องแบบนี้สามารถนำไปขายได้ดีนัก


    ทว่าเขากับพ่อกลับได้หาสนใจไม่


    ภายในอบิสสีแดงระดับสูง


    ทันทีที่เฟิร์สผ่านประตูเข้ามาก็สัมได้ถึงคลื่นความร้อนปะทะกับใบหน้า


    สามลมถึงกับมีสะเก็ดไฟล่องลอยอยู่กลางอากาศ แผ่นดินร้อนฉ่าแตกระแหงเต็มไปด้วยรอยแยกที่เผยให้เห็นของเหลวสีแดงเคลื่อนไหวอยู่ในนั้นไปทุกพื้นที่


    สำหรับมิติแห่งนี้หากมองให้ดีก็จะพบว่าก้อนหินและเศษดินทุกอย่างจะใหญ่โตเกินปกติราวกับว่าผู้คนที่เข้ามาจะถูกย่อส่วนลงไป


    สำหรับพืชพันธุ์นั้นหาได้ยากในบริเวณแถบนี้ 


    บรรยากาศของมันไม่ได้เงียบสงบ หากเงื่อหูฟังให้ดีก็จะพบกับเสียงคำรามแว่วดังมากับสายลมเป็นที่น่าหวาดกลัวยิ่ง


    พรึบ!


    ตอนนั้นเองชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากประตูอบิสตามหลังเฟิร์สมา


    “สวัสดีคุณเฟิร์สวัน ผมได้รับรายงานมาว่าคุณต้องการลงเทรดที่นี่คนเดียว ไม่ทราบว่าคุณมีอะไรให้ผมช่วยหรือไม่?” ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบของแคลนเอ่ยขึ้น กลางหน้าผากของเขามีดาราแดงแปดแฉกปรากฏอยู่


    เฟิร์สหันมายิ้มและเอ่ย “ขอบคุณครับ แต่ผมคิดว่าผมเอาที่นี่อยู่”


    ทันทีที่พูดจบร่างของเขาก็ปรากฏรอยสักอักขระสปีริตขึ้นมา พลังความร้อนที่เป็นอุปสรรคพลันหายไปเพราะเหตุนี้


    ซึ่งตามหลักแล้วเวเนเตอร์ที่จะเข้ามาที่นี่จำเป็นต้องมีสายสนับสนุนเพื่อซัพพอร์ตสภาพร่างกายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ ไม่เช่นนั้นกองกำลังจะเสียเปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และอาจเป็นปัญหาในการทำงาน


    แต่สำหรับเฟิร์สแล้วเขากลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเขาเองก็เป็นสายสนับสนุนเช่นกัน


    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน