คฑาวุฒิได้ยินเสียงทักทาย และเห็นร่างบางของลูกสาวเดินเข้ามาใกล้ๆ ก็คลี่ยิ้ม ลุกขึ้นออกจากโต๊ะทำงาน มายืนอยู่ใกล้ๆ กับลูกสาว ่นี้คฑาวุฒิมีปัญหายุ่งๆ ถึงยุ่งมาก จึงไม่ค่อยได้ไปบ้านโน้น และทั้งอีกบ้าน กว่าจะได้กลับเข้าบ้านก็เป็่เวลาดึกดื่น ซึ่งก็ไม่มีเวลาให้ทั้งสองบ้านเลยก็ว่าได้
จึงทำให้คฑาวุฒิไม่ได้เจอตรีทิพยนิภา เกือบจะเป็อาทิตย์แล้ว และอีกอย่างถึงตรีทิพยนิภา จะทำงานอยู่ที่โรงแรมด้วยกันกับคฑาวุฒิ แต่ก็อยู่คนและชั้นของโรงแรม และเธอก็จะไม่ขึ้นมาที่ชั้นนี้หากไม่จำเป็จริงๆ
“ว่าไงยัยหนู ขึ้นมาหาพ่อมีอะไรหรือเปล่า??”
คฑาวุฒิยื่นมือไปจับศีรษะทุยๆ ของลูกสาว พร้อมกับถามโดยที่ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้ม แต่ภายในใจนั้นกลับรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีเกิดขึ้น เพราะหน้าลูกสาวที่มองมาดูจะนิ่งเงียบขรึมยังไงแปลกๆ
“มีค่ะ ภามีเื่อยากจะถามคุณพ่อค่ะ”
ตรีทิพยนิภามองหน้าผู้ชายอันเป็ที่เคารพรักของเธอนิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพูดเกริ่นถึงประเด็นที่เธอขึ้นมาพบในครั้งนี้ โดยไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลา
“งั้นเดี๋ยวเราไปนั่งคุยกันที่โซฟาก็แล้วกัน”
คฑาวุฒิกล่าวจบ ก็เดินนำตรีทิพยนิภาไปนั่งที่โซฟารับแขก ตรีทิพยนิภาจึงเดินตามไปนั่งลงบ้าง
“คุณพ่อรู้จักลูกค้าของเราที่ชื่อซีโน่ เอซ ออสติน ไหมคะ??”
ตรีทิพยนิภาจ้องมองหน้าผู้เป็บิดาบังเกิดเกล้า ก่อนจะตัดสินใจถามในสิ่งที่ติดค้างสงสัยอยู่ภายในใจของเธอ มาเป็ชั่วโมงๆ เมื่อถามจบก็นิ่งฟังอย่างตั้งใจ และทันได้เห็นสีหน้าของผู้เป็บิดาบังเกิดเกล้า เปลี่ยนจากยิ้มแย้ม เป็นิ่งขรึมลงไปถนัดตา
“เฮื่อออ!!!!......”
คฑาวุฒิจ้องมองใบหน้าสวยหวานซึ้งของผู้เป็ลูกสาวนิ่ง เอนหลังพิงพนักโซฟา ถอนหายใจออกมาแรงๆ เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้น กดดัน ที่มีอยู่ภายในออกมา ทั้งภายในใจก็คิดไปด้วยว่า คงจะถึงเวลาแล้วสินะ ที่จะต้องบอกให้ลูกสาวที่นั่งมองอยู่นี้ได้รับรู้สักที
“ใช่ พ่อรู้จัก!! รู้จักดีซะด้วยสิ…… แล้วนี่เขามาพักที่โรงแรมของเราเหรอ??”
คฑาวุฒิตอบรับคำถามของลูกสาวอย่างหนักแน่น แต่ประโยคที่พูดว่า ‘รู้จักดีซะด้วยสิ’ ดูแ่เบา คล้ายกับว่าเป็คำพูดที่พูดกับตัวเอง แต่แล้วคฑาวุฒิก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับถามกลับตรีทิพยนิภาอย่างสงสัย
“ใช่ค่ะ เขาพักอยู่ที่นี่ เข้ามาพักั้แ่เมื่อวานตอนเย็น ที่ห้องซูเปอร์วีไอพี... คุณพ่อมีอะไรอยากจะบอกเกี่ยวกับเขา ให้ภาได้รับรู้รับทราบไหมคะ!!? เพราะเขาบอกภาว่า เขามีสิทธิ์ในตัวภา!!......”
ตรีทิพยนิภาแจกแจงรายละเอียดการเข้าพักของลูกค้าที่ชื่อซีโน่ เอซ ออสติน ให้ผู้เป็บิดาบังเกิดเกล้าได้รับทราบ และตบท้ายด้วยการยิงคำถามที่อยากจะรู้ความจริงไปด้วย
“คือ!!...... พ่ออยากให้หนูรู้ก่อนนะ ว่าสถานะของโรงแรมของเราตอนนี้กำลังมีปัญหา ขาดสภาพคล่อง ซึ่งมันก็เรื้อรังมานานแล้วล่ะ แต่มาแย่มากๆ เอาตอนนี้...”
คฑาวุฒิไม่รู้จะปิดบังความจริงเอาไว้อีกทำไม จึงเริ่มเล่าเื่ราวปัญหา ที่กำลังแบกรับอยู่ในขณะนี้ให้ตรีทิพยนิภารับฟังั้แ่เริ่ม
“คุณออสติน จริงๆ เขาคือเ้าหนี้ที่พ่อจะต้องชดใช้หนี้ให้แก่เขา แต่ด้วยตอนนี้เราขาดสภาพคล่องทางด้านการเงินอย่างหนัก จึงไม่มีเงินที่จะไปใช้หนี้ให้เขา เขาก็เลยจะเข้ามายึดกิจการโรงแรมแห่งนี้ โรงแรมที่พ่อสร้างมันมากับมือ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของพ่อ”
คฑาวุฒิหยุดพูดไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาก็แสดงให้เห็นถึงความขมขื่น และเ็ป
ตรีทิพยนิกาเม้มปากเข้าหากันแน่น ทั้งรู้สึกใ เห็นใจ ตัวชาไปหมด ที่ได้รับรู้ความจริงอย่างนี้ แต่กระนั้นก็ตั้งใจฟังคำบอกเล่าของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาบังเกิดเกล้าต่อไป โดยยังไม่ปริปากถามไถ่ออกมา รอให้ผู้เป็บิดาบังเกิดเกล้าบอกเล่าจนจบเสียก่อน
“แต่.... เขามีข้อเสนอ!!......”
คฑาวุฒิจ้องมองใบหน้าสวยหวานซึ้งของผู้เป็ลูกสาวนิ่งอยู่เป็นานสองนาน ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นมา ซึ่งคำพูดนั้นก็ทำให้ตรีทิพยนิภา ตั้งอกตั้งใจรอคำด้วยใจจดจ่อ อยากรู้ว่าข้อเสนอที่ผู้ชายคนนั้นเสนอมานั้นคืออะไร
๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒_๒๒