ตอนที่ 26ดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์
.......................................................................................................................
กลุ่มผู้เข้าร่วมประเมินสมรรถนะการต่อสู้กำลังยืนอยู่บนเวทีสำหรับการทดสอบในมือของทุกคนต่างก็ถือไอเทมป้ายหยกอันหนึ่งบนป้ายจารึกเต็มไปด้วยอักษรรูนจำนวนมากมาย
ในความเป็นจริงลานเวทีสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้งสี่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นลานต่อสู้มันถึงกับกลายเป็นประตูสู่โลกเล็กๆที่ถูกซ่อนอยู่ในห้วงมิติแห่งหนึ่งมันถูกค้นพบโดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักพยัคฆ์มังกรเมื่อ 1,000 ปีก่อนสถานที่แห่งนั้นเป็นเศษเสี้ยวของโลกโบราณที่สาบสูญดังนั้นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักพยัคฆ์มังกรจึงได้ใช้มันเพื่อเป็นสถานที่ทดสอบของเหล่าศิษย์สาวกที่ต้องการเลื่อนระดับ
ตอนนี้ทุกคนต่างยืนอยู่บนเวทีสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันเป็นจุดที่ตั้งของประตูสู่โลกเล็กๆทุกคนต่างก็กำลังตั้งใจฟังคำอธิบายถึงกระบวนการทดสอบจากชายชราผู้ควบคุม
"รอบที่สองของการทดสอบเรียกว่า 'ดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์ 'ส่วนวิธีประเมินสมรรถนะการต่อสู้นั้นง่ายมากๆพวกเจ้าทุกคนจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรในดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์และต้องเอาชนะพวกมันให้ได้จากนั้นจงเก็บเอาเม็ดแก่นพลังของสัตว์อสูรมาเพื่อยืนยันว่าพวกเจ้าสามารถสังหารสัตว์อสูรได้จริงและเหมาะสมสำหรับการเป็นสาวกภายนอกของสำนักพยัคฆ์มังกรส่วนระยะเวลาที่พวกเจ้าจะสามารถอยู่ในดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์คือ 6เดือนหลังจากเวลาผ่านไป 6 เดือนพวกเจ้าทุกคนจะถูกส่งตัวกลับมายังลานทดสอบแห่งนี้จงทำทุกอย่างที่พวกเจ้าทุกคนสามารถทำได้ ขอให้โชคดี”ชายชราผู้ควบคุมการทดสอบอธิบายวิธีการทดสอบ
หลังจากสิ้นเสียงของชายชราผู้ควบคุมการทดสอบรูปแบบการก่อตัวของระบบวาร์ปก็กระจายตัวขึ้นมาจากพื้นตรงจุดที่ทุกคนยืนอยู่ลำแสงสีขาวที่ไหลวนเวียนล้อมรอบร่างของทุกคนก็เร่งความเร็วมากขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มวงแหวนแสงครอบคลุมร่างของผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคนจากนั้นร่างของทุกคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ผู้เข้าร่วมทดสอบถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู้ดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์เรียบร้อยแล้ว
.......................................................................................................................
ดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์
วูบ!ๆๆๆ
ฟงอวิ๋นรู้สึกว่าคลื่นพลังแห่งมิติและกาลอาวกาศหมุนวนรอบตัวของเขาจากนั้นไม่นานทุกอย่างด้านหน้าของเขาก็ค่อยๆชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆและบรรดาผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นๆ ก็อยู่ยืนอยู่รอบ ๆร่างของเขาด้วยเช่นกัน
"เรามาถึงดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์แล้วใช้หรือไม่?" ฟงอวิ๋นคิดในใจพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณอย่างรวดเร็ว
ฟงอวิ๋นได้ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆตัว ขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ในลานก่อตัวประตูมิติขนาดใหญ่ที่มีหอคอยสูงอยู่ตรงกลางซึ่งมีความสูงประมาณห้าร้อยเมตรบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เติบโตแทรกอยู่ท่ามกลางผืนป่าโปร่งมีเส้นทางเดินตรงไปยังพื้นที่โล่งด้านล่างซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และพื้นที่ราบริมทะเลสาบ
ห่างออกไปไม่มากนักมีค่ายพักแรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบค่ายพักแรมนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ภายในค่ายพักแรมรายล้อมไปด้วยกระโจมขนาดใหญ่จำนวนมากมายแห่งหนึ่งหน้ากระโจมที่ใหญ่ที่สุดมีชายชราสวมชุดดำยืนอยู่โดยมีกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบอื่นๆที่เดินทางมาถึงก่อนได้ยืนรายล้อมชายชราที่สวมชุดดำคือผู้ควบคุมการทดสอบรอบที่สองนี้
"ผู้เยาว์คารวะผู้อาวุโส!"ฟงอวิ๋นร่วมกับผู้เข้ารับการทดสอบอีกหลายคนพากันเดินไปหาชายชราก่อนจะส่งเสียงทักทายเงียบ ๆ
ฟงอวิ๋นสังเกตุชายชราที่ยืนอยู่ด้านหน้า ชายชรามีผมสีเงินแซมสีดำใบหน้าเคร่งขรึมดุดัน ร่างกายสูงใหญ่สวมชุดเกราะแวววาวสีดำมะเมื่อมกระพริบนี่เป็นประกายของสมบัติลับระดับสวรรค์ ทำให้ทุกคนต่างก็รู้สึกช็อคในหัวใจของพวกเขาสมบัติลับระดับสวรรค์แม้ในเมืองเสินหยางก็นับเป็นสมบัติล้ำค่าที่หาได้ยากถ้าไม่ใช่ผู้เล่นระดับสูงหรือผู้เล่นที่ร่ำรวยจริงๆใช่ว่าจะสามารถครอบครองได้
"กลุ่มของพวกเจ้าเป็นกลุ่มผู้ที่จะเข้าทดสอบกลุ่มสุดท้ายที่มาถึงดี!..ตอนนี้ข้าจะอธิบายถึงสิ่งที่พวกเจ้าทุกคนต้องจดจำเอาไว้ พวกเจ้าทุกคนตั้งใจฟังให้ชัดเจนสถานที่ทดสอบของพวกเจ้าจะเป็นดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้ ดันเจี้ยนนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดและอันตรายที่สุดของสำนักพยัคฆ์มังกรสิ่งที่พวกเจ้าต้องทำคือการอยู่รอดในป่าดึกดำบรรพ์เป็นเวลา 6 เดือนถ้าพวกเจ้ารอดชีวิตได้ภายในระยะเวลา6เดือนและนำเม็ดแก่นพลังของสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นขึ้นไปกลับมาอย่างน้อยหนึ่งเม็ดพวกเจ้าจะเข้าร่วมเป็นสาวกภายนอกของเราแต่ถ้าพวกเจ้าตายในป่าดึกดำบรรพ์หรือกลับมาโดยไม่มีเม็ดแก่นพลังของสัตว์อสูรก็หมายถึงว่าพวกเจ้าล้มเหลวเข้าใจไหม?”ชายชราที่สวมชุดดำผู้ควบคุมการทดสอบรอบที่สองอธิบาย
“รับทราบ”ฟงอวิ๋นและผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่นๆต่างก็พากันขานรับ
"เยี่ยม! ต่อไปเป็นกฎข้อห้ามที่สำคัญสี่ข้อที่พวกเจ้าทุกคนต้องจำเอาไว้ให้มั่นกฎข้อที่ 1 ก็คือภายในระยะเวลา 6เดือนพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาที่นี่ถ้าพวกเจ้ากลับมาที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายพวกเจ้าจะถูกปรับให้แพ้กฎข้อที่ 2 ก็คือ แม้ว่ามอนสเตอร์ของป่าดึกดำบรรพ์จะเป็นอันตรายก็ตามแต่ว่าสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของป่าดึกดำบรรพ์นั่นอันตรายยิ่งกว่าสถานที่บางแห่งอาจเต็มไปด้วยพื้นที่ที่เป็นรอยแยกมิติหรือช่องว่างมิติ ...ถ้าพวกเจ้าไม่ระวังอาจจะหลุดเข้าไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย กฎข้อที่ 3 เป็นเพราะปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความผันผวนของพลังงานสวรรค์และปฐพีในโลกเล็กๆแห่งนี้การตัดสินทิศทางพวกเจ้าอาจผิดพลาดได้ง่ายๆดังนั้นการที่พวกเจ้าตัดสินทิศทางตามการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดวงดาวในท้องฟ้านั้นอาจไม่ถูกต้องเสมอไปดังนั้นพวกเจ้าต้องพึ่งพาความรู้สึกของพวกเจ้าเองเท่านั้น กฎข้อที่ 4พวกเจ้าได้รับอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่ขอบเขตรอบนอกของป่าดึกดำบรรพ์แห่งนี้เท่านั้นพวกเจ้าจะต้องไม่เดินทางเข้าไปลึกเกินกว่า 100 ไมล์จากจุดที่ตั้งค่ายพักแรมแห่งนี้” ชายชราที่สวมชุดดำผู้ควบคุมการทดสอบรอบที่สองอธิบายกฎสำคัญของการทดสอบ
“รับทราบ”ฟงอวิ๋นและคนอื่น ๆพากันขานรับอย่างขยันขันแข็งหลังจากที่ทุกคนต่างก็ตั้งใจฟังอย่างระมัดระวังนี่คือคำแนะนำที่สามารถช่วยชีวิตทุกคนได้
"เยี่ยม! ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนออกไปได้แล้วข้าหวังว่าในเวลาอีก 6 เดือนข้างหน้า ข้าจะได้เห็นพวกเจ้าทุกคนกลับมาพร้อมกับเม็ดแก่นพลังของสัตว์อสูร”ชายชราที่สวมชุดดำผู้ควบคุมการทดสอบกล่าว
"เข้าไปในกระโจมนั่นมีอาวุธระดับเริ่มต้นให้พวกเจ้าเลือกเอาไปได้คนละ 3 ชิ้น จากนั้นพวกเจ้าก็จากไปได้.......ไป!"ชายชราที่สวมชุดดำอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ยืนอยู่เบื้องหลังชายชราผู้ควบคุมการทดสอบชี้มือไปที่กระโจมด้านข้างซึ่งมีสาวกภายนอกสองคนยืนรักษาการณ์อยู่ก่อนจะโบกมือไล่ให้ทุกคนออกจากจุดรวมพล
"ไปกันเถอะ" ผู้ชายรูปร่างผอมสูงหันมาพยักหน้าชักชวนฟงอวิ๋นและผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่นๆก่อนจะหันร่างเดินเข้าไปในกระโจมเพื่อเลือกอาวุธสักพักหนึ่งก็เดินออกมาจากกระโจมพร้อมดาบใหญ่ก่อนจะหันร่างเดินเข้าไปในป่าทึบด้านซ้ายมือ
หลังจากนั่นฟงอวิ๋นและคนอื่นๆก็ทยอยพากันเดินเข้าไปในกระโจมเพื่อเลือกอาวุธก่อนจะพากันเดินออกไปด้านนอกบริเวณค่ายพัก บางคนจากไปคนเดียวในขณะที่บางคนรวมกลุ่มกันเป็นปาร์ตี้ บางกลุ่มเป็นปาร์ตี้แบบคู่ บางกลุ่มสามคนและบางกลุ่มก็ 4-5 คนส่วนฟงอวิ๋นเดินทางคนเดียวเพราะเขาไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จัก
....................................................................
ท่ามกลางขุนเขาน้อยใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขนาดมหึมาขนาด50-100 คนโอบ ลำต้นสูงตระหง่านค้ำผืนฟ้าและแผ่นดินกิ่งก้านสาขาและใบไม้ที่ร่มทึบปกปิดแสงแดดไม่ให้ส่องถึงพื้นดินนับหลายร้อยหลายพันปีผืนป่าใหญ่แห่งนี้ปกคลุมภูเขาขนาดใหญ่ที่สูงตระหง่านในแบบแปลก ๆยอดขุนเขาเจาะทะลุผ่านม่านเมฆและหมอกหนา
สัตว์อสูรชั้นเริ่มต้นแทบจะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับทั่วไปซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในเขตรอบนอกของป่าดึกดำบรรพ์และสัตว์อสูรชั้นสามัญระดับ5-9 สามารถมองเห็นได้ทุกที่เหมือนดั่งต้นหญ้าริมทาง สัตว์อสูรบางตัวที่มีระดับสูงเช่น ระดับปฐพีได้ครอบครองภูเขาและได้ประกาศตัวว่าเป็นราชันปกครองพื้นที่
ฟงอวิ๋นเดินลัดเลาะไปตามใต้ต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้าด้วยท่าทีระแวดระวังเขากำลังมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาขนาดเล็กๆเบื้องหน้าในมือของเขาถือคันธนูสยบฟ้าระดับปฐพีที่เขาเคยมอบหมายให้เยี่ยถิงซานจัดซื้อมาให้ก่อนเดินทางมาร่วมภารกิจทดสอบครั้งนี้
ฟงอวิ๋นเตรียมการจัดซื้ออาวุธ 4 ประเภทได้แก่คันธนูสยบฟ้าชั้นปฐพีระดับกลาง ทวนมังกรทองชั้นปฐพีระดับกลางดาบคู่หยินหยางชั้นเริ่มต้นระดับกลางและมีดสั้นพันปักษาชั้นเริ่มต้นระดับปลาย
ธนูสยบฟ้าชั้นปฐพีระดับกลางและทวนมังกรทองชั้นปฐพีระดับกลางนั้นเยี่ยถิงซานซื้อมาจากอาคารประมูลมังกรคู่ส่วนดาบคู่หยินหยางชั้นเริ่มต้นระดับกลางและมีดสั้นพันปักษาชั้นเริ่มต้นระดับปลายนั้นเขาหาซื้อได้จากตลาดเบกะดินของเหล่าผู้เล่นเขาเคยเข้าไปหาอาวุธในร้านค้าของระบบ แต่ปรากฏว่ามีอาวุธระดับสูงที่สุด จำหน่ายแค่เพียงชั้นเริ่มต้นระดับต้นเท่านั้นเอง ซึ่งเหมือนกับอาวุธที่ชายชราชุดดำแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมทดลองทุกคนก่อนออกเดินทางก็เป็นเพียงอาวุธชั้นเริ่มต้นระดับต้นเท่านั้นเอง
ส่วนทักษะการต่อสู้นั้นเขาได้สั่งให้เยี่ยถิงซานจัดซื้อทักษะระดับเริ่มต้นเอาไว้อีก4-5 ทักษะเพราะทักษะระดับปฐพีนั่นหายากเกินไป ไม่ค่อยมีการนำทักษะระดับนี้มาขาย แม้แต่ในร้านค้าของระบบเองยังมีทักษะระดับสูงที่สุดที่มีจำหน่ายก็เพียงแค่ทักษะระดับเริ่มต้นเท่านั้น
ทักษะระดับเริ่มต้นที่ฟงอวิ๋นมอบหมายให้เยี่ยถิงซานจัดซื้อมาได้แก่ทักษะธนูทะลวงนภา ทักษะทวนทองคะนองฟ้า ทักษะดาบคู่ปลิดวิญญาณทักษะมีดสั้นกรีดฟ้าและทักษะการเคลื่อนไหว เรียกว่าทักษะผีเสื้อเริงระบำ
การกว้านซื้ออาวุธ ชุดเกราะอ่อนไหมฟ้าสำหรับสวมใส่เพื่อป้องกันทักษะการต่อสู้และสิ่งของเครื่องใช้สำหรับการดำรงชีพในป่าอีกจิปาถะคราวนี้ฟงอวิ๋นหมดเงินไปมากกว่า1,500,000 โกลด์เลยทีเดียวโชคดีที่เขามีเงินสำรองมากกว่า 2 ล้านโกลด์ไม่อย่างนั้นคงทำอะไรไม่ได้
“จากข้อมูลเกมส์ที่เราศึกษามามันบอกว่าภารกิจทดสอบในดันเจี้ยนนี้ค่อนข้างง่ายและไม่อันตรายเท่าไหร่ อืม! แต่ปัญหาคือสัตว์อสูรชั้นเริ่มต้น แม่ง! อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่แล้วยังโจมตีแบบอัตโนมัติ มิหนำซ้ำยังเป็น AI อัจฉริยะที่มีความรู้สึกเหมือนคนเราดีๆนี่เองแค่ได้กลิ่นหรือสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของผู้เล่นก็กระโจนเข้าโจมตีทันทีเลยขนาดอยู่ห่างตั้ง 200 เมตรก็ยังยกฝูงมาไล่จนวิ่งหนีแทบไม่ทัน...บัดซบชิบเลย”ฟงอวิ๋นบ่นพึมพำคนเดียวขณะเดินไต่ไปบนรากไม้ใหญ่เพื่อขึ้นไปบนต้นไม้สูงใหญ่ขนาดมหึมาต้นหนึ่ง
เขาต้องการไต่ขึ้นที่สูงเพื่อสำรวจดูสถานการณ์โดยรอบ
ปัจจุบันฟงอวิ๋นมีอาวุธและทักษะ แต่ยังขาดการฝึกซ้อมดังนั้นเขาจึงต้องหาที่ซ่อนเพื่อฝึกฝนฝีมือ แม้ในเกมส์ผู้เล่นจะได้เปรียบ NPC ในด้านการเรียนรู้ที่รวดเร็วแต่การฝึกฝนการใช้ทักษะให้คล่องแคล่วและให้กลายเป็นดั่งสัญชาตญาณก็สำคัญ
ฟงอวิ๋นได้ตัดสินใจสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวบนเทือกเขาเล็กๆข้างหน้านี้เพราะมันอยู่สูงกว่าพื้นที่โดยรอบแน่นอนมันย่อมทำให้เขามองเห็นสถานการณ์โดยรอบได้เร็วกว่าศัตรูที่อาจจะบุกเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“อืม!...อีกนิดเดียวเท่านั้นไม่น่าจะเกิน 500 เมตร”ฟงอวิ๋นยืนอยู่บนยอดไม้ใหญ่ที่สูงกว่าต้นไม้โดยรอบแล้วเพ่งสายตามองไปทางเทือกเขาเป้าหมายจากนั้นเขาก็สอดส่ายสายตาสำรวจสถานการณ์รอบๆตัวอีกครั้ง
“เอ๊ะ!...นั่นมัน”ฟงอวิ๋นมองลงไปด้านล่างในระยะ 50 เมตรใกล้ๆกับต้นไม้ใหญ่ที่เขาปีนขึ้นมาเขามองเห็นสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่กำลังได้รับบาดเจ็บวิ่งโซซัดโซเซมายังทิศทางที่เขาอยู่พอดี