[เป็ยังไงบ้างลูก]
“หนูโอเคค่ะแม่”
มารดาของเธอรู้ว่าแล้วลูกสาวกำลังจะแต่งงาน แม่บ้านนายตำรวจยศไม่สูง อยู่ต่างจังหวัดไม่รู้ว่าการที่ลูกสาวจะออกเรือนมีเบื้องลึกเื้ั
แม่เข้าใจว่าเธอคบหากับเ้าของบริษัทที่กำลังทำงานอยู่ถึงขั้นจะตกล่องปล่องชิ้นจริงๆ ไม่ได้นึกสงสัย หนำซ้ำยังชอบภัทรกรด้วยซ้ำไปตอนเขาไปไหว้พ่อกับแม่เธอถึงที่บ้าน และเกริ่นถึงเื่แต่งงาน
ครอบครัวของเขายังไม่รับรู้เื่นี้ แต่อีกไม่นานเขาจะพาเธอไปแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักพร้อมบอกข่าวว่าเ้าตัวกำลังจะแต่งงาน
คงไม่ง่ายเหมือนกับครอบครัวของเธอแน่ๆ
[บ้านช่องของเขาเป็ยังไง]
แม่รับรู้แล้วว่าเธอจะย้ายมาอยู่บ้านของว่าที่สามี คนไม่หัวโบราณแต่ก็ไม่หัวสมัยใหม่จ๋าพอทำใจยอมรับได้ทันทีที่รู้ว่าลูกย้ายเข้าบ้านผู้ชายทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน
“สะดวกมากเลยค่ะแม่ บ้านอยู่แถบชานเมือง สงบ ดูปลอดภัยดี มีพื้นที่สวนให้เดินเล่นรอบบ้านด้วย”
หญิงสาวเงยหน้ารับกระแสลมเย็นที่พัดผ่านยามค่ำคืน
ไฟในห้องนอนของภัทรกรเปิดอยู่ เขาคงกำลังทำงาน หรือไม่ก็อาบน้ำหลังเสร็จจากออกกำลังกาย
[ไปเจอพ่อกับแม่เขาหรือยัง]
“จะไปพรุ่งนี้ค่ะ”
[ดีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยเจอพ่อกับแม่เขาแล้วหรือยัง]
“กะก็… เจอบ้างค่ะ”
เธอจำต้องพูดโกหก เพราะก่อนหน้านี้บอกพ่อกับแม่ไปว่าคบกันนานเกือบ 2 ปี บ้านของครอบครัวเขาอยู่ที่นี่ คงแปลกหากไม่บอกว่าเธอไม่เคยเจอพวกท่าน
[แต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย]
“โถ่แม่ ปกติหนูก็แต่งตัวเรียบร้อยยังกับผ้าพับไว้อยู่แล้ว” เธอรู้ว่าพูดเกินจริงไปนิด
มารดาหัวเราะตามสาย
กณิกนันท์ไม่ใช่คนเรียบร้อยแต่ก็ไม่ใช่หญิงสาวก๋ากั่นเช่นกัน
[โอเคจ้ะ งั้นนอนพักผ่อนเถอะ ทางโน้นว่ายังไงก็บอกแม่ด้วย เผื่อสองครอบครัวมีโอกาสได้เจอกัน]
“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับแล้วกดวางสาย ทอดสายตามองต้นไม้ใบหญ้าเรื่อยเปื่อย
รู้สึกผิดกับที่บ้านจะแย่ แต่ว่าขึ้นหลังเสือแล้วจะกลับลำถอยหลังได้ยังไง รับเงินเดือนงวดแรกมาจากเขาแล้วอีกต่างหาก ทำได้อย่างเดียวในตอนนี้ คือเดินหน้าต่อ
…
นับั้แ่วินาทีแรกที่ก้าวเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าของครอบครัวภัทรกร กณิกนันท์รู้ทันทีว่าบ้านหลังนี้คงไม่ใช่สถานที่ที่อบอุ่นปลอดภัยสำหรับตัวเองเป็แน่แท้
สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมานับั้แ่สายตาอยากรู้อยากเห็นของแม่บ้าน สายตาดูแคลนชัดเจนของมารดาภัทรกร และความว่างเปล่าค่อนไปทางเ็าของคุณพ่อเขา
เธอเคยพบพวกท่านเฉพาะยามร่วมงานเลี้ยง งานสำคัญต่างๆ ของบริษัทฯ ที่ลูกชายของท่านเป็เ้าของ
คู่สามีภรรยาทั้ง 2 คงพอคุ้นหน้าค่าตาเธอบ้างเช่นกันเพราะพนักงานราว 100 ในบริษัท มีเพียงไม่กี่คนที่ทำงานมานานนับั้แ่ก่อตั้งและเริ่มขยับขยายเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน
“แม่ไม่เคยได้ยินว่าภรีมคบกับพนักงานในบริษัทฯ” เสียงนั้นค่อนไปทางจับผิด
คุณปริตตราอยู่ฝั่งมุกระริน นางอยากได้ลูกสาวของเพื่อนกลับมาเป็สะใภ้เช่นเดิม เหตุใดจะต้องแสดงอาการพึงพอใจผู้หญิงคนใหม่ของลูกชายด้วยเล่า
“ครับ เพราะผมกับบัวปิดเื่นี้เป็ความลับ ไม่อยากให้เป็ประเด็นพูดคุยในออฟฟิศ มันจะพานทำให้การบริหารคนลำบากขึ้น” เขาพยายามเสริมความน่าเชื่อถือให้กับเื่ที่ช่วยกันกุขึ้น
“คบกันนานเท่าไหร่แล้วนะ” หญิงวัยกลางคนถามย้ำ
“2 ปีค่ะ” กณิกนันท์ตอบไปตามบทที่ท่องจำมาอย่างดี
มารดาของชายหนุ่มกระตุกยิ้มตรงมุมปาก
“รู้ใช่มั้ยว่าตาภรีมเคยแต่งงาน เธอก็ทำงานที่บริษัทมาตั้งนมนานแล้วนี่”
“หนูทราบค่ะ”
“ไม่พอรู้ข่าวคราวบ้างเหรอว่าฉันกับพ่อของตาภรีมอยากให้พวกเขากลับมาคืนดีกัน”
“แม่!” ภัทรกรปรามมารดา