รองแม่ทัพกล่าวถามทหารนายหนึ่งทันที เมื่อเดินมาถึง "เกิดเรื่องอะไรกัน?""ท่านรองแม่ทัพ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนท่านแม่ทัพซานกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่ากลัวอะไร""หืม..ท่านแม่ทัพซาน ท่านช่วยสงบสติอารมณ์ของท่านลงก่อนได้ไหม ช่วยอธิบายให้พวกข้าเข้าใจที ว่าท่านกำลังหวาดกลัวเรื่องอันใดอยู่"เมื่อแม่ทัพซานได้ยินก็เริ่มหลับตาลงก่อนจะกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่1ครั้ง และกล่าวกับรองแม่ทัพว่า"ข้าขอโทษที่ทำให้พวกท่านต้องกังวลใจ ข้าละอายใจจริงๆ"ท่านไม่ต้องคิดมาก พวกข้าไม่กล่าวโทษท่านแม่ทัพเลย แล้วท่านพอจะบอกกล่าวแก่พวกข้าได้หรือไม่ว่าท่านตกใจกลัวสิ่งใดกัน""เจ้าเห็นคนที่กำลังปะทะกันกับผู้นำสัตว์อสูรนั่นหรือเปล่า""แน่นอนว่าพวกข้าเห็น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ล่ะ""ข้าจำมันได้ดีเสมอเกี่ยวกับการโจมตีของเจ้าเด็กต้องห้ามนั่น ยิ่งเป็นลูกไฟสีครามนั่นข้าก็รู้ได้ทันทีว่าใช่แน่นอน""หืม..ท่านว่าอะไรนะ เด็กต้อมห้าม อย่างนั้นรึ"แม่ทัพซาน พยักหน้าตอบเบาๆ ในที่สุดพวกเขาก็ได้ข้อสรุปทันที ฉายาที่เหล่าตระกูลทั้งหลายตั้งให้ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งได้มาเห็นกับตาแบบนี้ ทำให้พวกเขาแปลกใจที่ท่านแม่ทัพซานไปสร้างศัตรูที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ได้อย่างไร"ท่านแม่ทัพซานข้าว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ถึงแม้ท่านแม่ทัพจะเคยบาดหมางกับเขาก็เถอะ แต่เมื่อยามคับขันเช่นนี้เขาก็ยังมาปกป้องอาณาจักรต้าหลัวที่เขาอยู่เอาไว้ ถ้าไม่มีเขาข้าก็ไม่รู้ว่าอาณาจักรนี้และครอบครัวของพวกเราจะรอดพ้นจากสถานะการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร""ไม่ใช่ว่าข้าไม่เสียใจกับการกระทำในครั้งนั้น เพราะข้าล้มเหลวในฐานะบิดาและล้มเหลวในการสั่งสอนบุตรให้เป็นคนดีไม่ได้ ทำให้ข้าละอายใจจริงๆ คำกล่าวของเจ้าเด็กนั่นทำให้ข้าตาสว่างและชื่นชมเขาเหมือนกัน แต่ความกลัวลึกๆในใจของข้าก็ยังมีอยู่"ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ผู้นำทัพสัตว์อสูรโจมตีด้วยฝ่ามือเพลงนรกโลกันต์อย่างต่อเนื่องเมื่อเห็นว่า การโจมตีของตนไม่อาจจะทำลายปราการน้ำแข็งลงได้ ยิ่งทำให้ผู้นำทัพสัตว์อสูรเดือดดาลเป็นอย่างมาก "เป็นไปได้ยังไง ข้าทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีไป แต่ก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของเจ้าเด็กนั้นได้เลย เห็นที ข้าต้องใช้ของสิ่งนั้นแล้วสินะ ถึงแม้ข้าจะเสียดายมันก็เถอะ ผู้นำทัพสัตว์อสูรหยุดการโจมตีของเขาลงก่อนจะหยิบผลึกคริสตัลออกมาจากแหวนมิติ มีขนาดเท่าฝ่ามือสีฟ้าสดใส เปล่งประกายเมื่อกระทบกับแสงระยิบระยับ ข้างในคริสตัลมีพลังงานบางอย่างอัดแน่นอยู่ เมื่อผู้นำทัพยกขึ้นมาแล้วชี้ไปทางชิงหลงก็เกิดแสงสีฟ้าขึ้นที่ผลึกคริสตัลก่อนจะมีลำแสงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ฟิ้ววว!! เปรี้ยงง!! ปราการน้ำแข็งเกิดเสียง แกร๊ก!! ขึ้นก่อนจะขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ชิงหลงขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหายวับไป เมื่อชิงหลงปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้งก็จ้องมองไปยังผู้นำทัพอสูรทันที ก่อนจะกล่าวออกด้วยความแปลกใจ"เห๋...มีของดีเหมือนกันนี่ เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่ทำลายปราการน้ำแข็งของข้าได้""ฮ่าๆ ฮ่าๆ จะมานึกเสียใจตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ เจ้าหนู "ผู้นำทัพสัตว์อสูรกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับหัวเราะออกมาเมื่อสามารถทำลายปราการน้ำแข็งลงได้ ชิงหลงยังคงจ้องมองไปที่มือของผู้นำทัพสัตว์อสูรก็เห็นผลึกคริสตัลกำลังส่องแสงอยู่ ก็รับรู้ได้ถึงพลังเวทย์ที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้น รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา รอยยิ้มนั้นทำให้ผู้นำทัพสัตว์อสูรรู้สึกเสียวสันหลังวูบขึ้นมาทันที พร้อมกับตะโกนออกไปอย่างว่าจะตายอยู่แล้วยังจะมายิ้มอยู่ได้ ลองรับพลังนี่อีกครั้งหน่อยเป็นไงเมื่อชี้คริสตัลมาที่ชิงหลงอยู่ก็จะปรากฎแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากคริสตัลอย่างรวดเร็ว ชิงหลงก็สร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาต้านรับไว้ แล้วใช้เวทย์เคลื่อนย้ายหลบหนีออกมา การโจมตีครั้งนี้ทำให้ชิงหลงมั่นใจได้ทันทีว่า มันเป็นคริสตัลพลังเวทย์ ถ้าหากเขาได้มันมาล่ะก็การจะเลื่อนระดับคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เมื่อชิงหลงรับการโจมตีอีกครั้ง แสงของคริสตัลก็หม่นแสงลง ทำให้ชิงหลงแสดงอาการร้อนรนออกมา ถ้าขืนปล่อยให้เจ้านั้นใช้ผลึกคริสตัลนั่นโจมตีเรื่อยพลังเวทย์นั่นคลงหมดไปแน่นอน "เดี๋ยวๆ!!! หยุดโจมตีก่อน อย่าใช้คริสตัลนั่นโจมตีอีกเลย"เมื่อผู้นำทัพสัตว์อสูรได้ยิน ก็หัวเราะชอบใจคิดว่า ชิงหลงไม่อาจจะต้านทานการโจมตีจากคริสตัลนี้ได้ ก็ยิ่งกระหนำโจมตีถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟิ้ววๆๆ!! ตู้มๆ!! เสียงการปะทะกันดังไม่ขาดสายและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ"ฮ่าๆ ฮ่าๆ ตายซะ ตายซะ ตายซะ" เมื่อการห้ามไม่ได้ผล ยิ่งทำให้ผู้นำทัพยิ่งได้ใจ ใช้พลังจากคริสตัลนั้นโจมตีรัวๆ ในที่สุดชิงหลงก็หมดความอดทน ร้องตะโกนออกมาด้วยความเดือดดาล"เห้ย!! ไอ้ผู้นำงี้เหง้า ข้าบอกให้หยุดใช้คริสตัลยังไงเล่า อยากตายนักรึไงถึงไม่ฟังที่ข้าบอก""ไม่ต้องมาขู่ข้าซะให้ยาก ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อาจต้านทานการโจมตีจากคริสตัลนี้ได้"ปึดด!! เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของชิงหลงขาดสะบั้นลง บรรยากาศแปลกๆปกคลุมรอบๆชิงหลง ความผันผวนนี้สร้างความเย็นเยียบอันไร้สิ้นสุดออกมา ผู้นำทัพสัตว์อสูรสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสได้กับพลังแปลกๆที่แพร่กระจายไปตามบรรยากาศ จากนั้นก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาขยับไม่ได้ ชิงหลงใช้เทย์เคลื่อนย้ายไปที่ด้านข้างก่อนจะฉกผลึกคริสตัลจากมือของผู้นำทัพสัตว์อสูร เพราะเขามัวแต่ตกใจที่ตัวเองขยับไม่ได้จึงไม่ระวังตัวจนทำให้ต้องเสียคริสตัลไป "หืม..เกิดอะไรขึ้นกับข้ากัน ทำไมข้าถึงขยับไม่ได้" ผ่านไป 1 ลมหายใจก็กลับมาขยับได้อีกที แต่ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อคริสตัลที่อยู่ในมือของเขาหายไป"แว๊กกก!! คริสตัลของข้า คริสตัลของข้าหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกัน" ผู้นำทัพสัตว์อสูรลุกลี้ลุกลนกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อผลึกคริสตัลไม่อยู่กับเขาชิงหลงยิ้มก่อนจะกล่าวเยาะเย้ยไปทางผู้นำทัพสัตว์อสูรทันที"เห๋...เมื่อไม่มีคริสตัลอยู่เจ้าก็ไม่ต่างจากสัตว์อสูรทั่วไปเลยซักนิด มีดีแค่นี้เองหรอ"เจ้า...!! "หืม...นั่นมัน...ผลึกคริสตัลของข้านิ เจ้าเอาไปได้ยังไงกัน""อ๋อ ข้าก็ไปหยิบมาจากมือของเจ้าไง ตอนที่เจ้าขยับตัวไม่ได้ แต่ก็ขอบคุณนะสำหรับผลึกคริสตัลก้อนนี้ ข้าถือว่าเป็นค่าเหนื่อยก็แล้วกัน"เจ้าคิดว่าเจ้าเอาผลึกคริสตัลไปจากข้าแล้วคิดว่าข้าจะกลัวเจ้ารึไง เมื่อกล่าวจบผู้นำทัพสัตว์อสูรก็หยิบผลึกคริสตัลอีกก้อนออกมาจากแหวนมิติ ชิงหลงเห็นก็อุทานออกไปด้วยความตกใจเห้ย! เจ้ายังมีผลึกคริสตัลนี้อีกอย่างนั้นรึ ฮ่าๆ ฮ่าๆ แน่นอน หยุดพล่ามได้แล้ว ตายไปซะเจ้าหนู ที่บังอาจมาทำให้ข้าต้องอับอายฟิ้วว!! เปรี้ยง!! โล่น้ำแข็งถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ยังต้านรับพลังจากผลึกพลังเวทย์ไม่ไหวอยู่ดี รุนแรงจริงๆ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ ปล้นแหวนเจ้านั่นเลยก็แล้วกัน ชิงหลงใช้เวทย์เคลื่อนย้ายอีกครั้งก่อนจะไปโผล่ที่ด้านหลังของผู้นำทัพสัตว์อสูร แล้วร่ายเวทย์ตรึงวิญญาณอีกครั้ง อึก!! อีกแล้วรึ ข้าไม่ยอมแพ้หรอกน่า ผู้นำทัพสัตว์อสูรร้องตะโกนออกมาเสียงดัง ก่อนจะรีดเค้นพลังทั้งหมดออกมา"ย๊ากกก!!! สลายไปซะ" แปะ! แปะ! แปะ! เสียงปรบมือดังขึ้นที่ด้านหลังของผู้นำทัพสัตว์อสูร ควับ!! ผู้นำทัพสัตว์อสูร หันกลับหลังอย่างรวดเร็วก่อนจะยกผลึกคริสตัลชี้ไปทางชิงหลง"ตายไปซะ ไอ้เด็กปีศาจ"ฟิ้ววว!! เปรี้ยงง! โล่น้ำแข็งสลายไป ชิงหลงก็หายไปด้วยเช่นกันอึก!! อีกแล้วรึ? นี่มันทักษะอะไรกันว่ะเนี้ย! มันจะโกงเกินไปแล้วนะ ผู้นำทัพสัตว์อสูรเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีชิงหลงใช้เวทย์คุกน้ำแข็งขึ้นมากักขังเอาไว้ แต่ก็ถูกทำลายลงไปเหมือนเดิม "อืม..ยุ่งยากจังแหะ คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดซะแล้ว"ชิงหลง ใช้เวทย์ตรึงวิญญาณอีกครั้ง จากนั้นก็ต่อด้วยเวทย์ลูกไฟวิญญาณทันที ผู้นำทัพสัตว์อสูร เดือดดาลเป็นอย่างมากเมื่อต้องเจอกับทักษะแปลกๆทำให้เกิดความรำคาญอยู่ตลอดเวลา "อึก!! อีกแล้วรึ โธ่เว้ย! แบบนี้เมื่อไหร่ข้าจะสังหารเจ้าเด็กนี่ได้กัน" เมื่อเห็นลูกไฟวิญญาณพุ่งเข้ามาแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้ พลังปราณก็ไม่เหลือพอที่จะสร้างเกราะปราณป้องกันได้ เป็นเพราะเขาต้องค่อยสลายเวทย์ตรึงวิญญาณของชิงหลงอยู่หลายครั้ง พลังปราณย่อมหมดไปเช่นกัน เขาจึงรับการปะทะลูกไฟวิญญาณเข้าที่หน้าอกเต็มๆโดยไม่เหลือปราณไว้ป้องกัน เปรี้ยงงง!! อึก! อ๊ากกก!! นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำทัพสัตว์อสูร กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ที่หน้าอกของเขาเกิดเป็นไฟลุกไหม้ขึ้น ไม่มีท่าทีว่าจะดับลงเลย ความหวาดกลัวเริ่มเกิดขึ้นภายในจิตใจ"หืม..ไฟนี่มันอะไรกันทำไมมันถึงยังลุกไหม้ต่อล่ะ ไม่ว่าเขาจะทำยังไงไฟนี่ก็ไม่ดับลงซะที ความสิ้นหวังเกิดขึ้นมาในดวงตาผู้นำทัพสัตว์อสูร ไม่นานไฟก็ลุกลามอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องโหยหวน อ๊ากกกก!!จากนั้นก็ล้มลงไปนอนเกลือกกลิ้งที่พื้นดิน ดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาน เสียงขอร้องอ้อนวอนให้ชิงหลงสังหารเขาดังไปทั่วฆ่าข้าเถอะ อย่าให้ข้าต้องทรมานแบบนี้ต่อไปอีกเลย ฆ่า..ข้า..เถอะ เสียงร้องขอเริ่มแผ่วเบาลงจนหายไปในที่สุด ชิงหลงก็เดินเข้าไปดึงแหวนมิติที่นิ้วของผู้นำทัพสัตว์อสูร ก่อนจะใช้เวทย์ลมเสริมให้กลับตนเอง บินขึ้นไปบนฟ้า แล้วไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรที่อยู่ด้านล่างอย่างบ้าคลั่ง ทุกที่ที่ชิงหลงเคลื่อนตัวผ่านไปสัตว์อสูรต่างตกตายกันไปอย่างน่าอเนจอนาถ เหล่าแม่ทัพที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับอกสั่นขวัญแขวนกันเลยทีเดียว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับไปไหน ก่อนจะสะดุ้งเฮือกมีสติกลับมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงสั่งให้พวกเขาเคลื่อนทัพโจมตีเหล่าสัตว์อสูรที่กำลังล่าถอยหลบหนีกันวุ่นวาย "พวกท่านจะยืนนิ่งเฉยแบบนั้นไปอีกนานไหม ถ้าคิดว่าตัวเองยังพอที่จะสู้ไหวก็แสดงพลังออกมาซะสิ ถ้ายังอยากปกป้องครอบครัวของพวกเจ้าอยู่"เพียงได้ฟัง แม่ทัพและเหล่าทหารมากมายต่างเข้าใจในสิ่งที่ตนเดินทางมาถึงที่นี่ทันที ความฮึกเหิม ขวัญกำลังใจก็กลับมาอีกครั้ง แม่ทัพทั้ง4ตะโกนสั่งการทันที "สังหารอย่าให้เหลือ เคลื่อนทัพได้"เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากชิงหลงอาณาจักรต้าหลัวก็รอดพ้นจากสถานะการณ์อันเลวร้ายไปได้ การไล่ล่าสังหารสัตว์อสูรที่บาดเจ็บจากการโจมตีของชิงหลงนั้นง่ายเป็นอย่างมาก แถมพวกเขายังได้รับแก่นสัตว์อสูรที่ตายจากการสังหารอีกด้วย 1 ชั่วยามผ่านไป เหล่าทหารก็ได้ทำการเก็บกวาดซากสัตว์อสูรทั้งหลาย ซึ่งสามารถนำไปแลกได้ที่คลังรับแลกชิ้นส่วนสัตว์อสูรที่ได้มา เหล่าแม่ทัพและทหารต่างยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กต้องห้าม แต่เมื่อพวกเขาจะกล่าวคำขอบคุณเขาก็หายไปแล้วเหล่าทัพก็ได้เดินทางกลับไปที่ค่ายของแต่ละกองทัพ ส่วนแม่ทัพก็เดินทางไปเข้าเฝ้าพระราชาที่ท้องพระโรงว่าสัตว์อสูรถูกสังหารและล่าถอยไปแล้ว