สองปีผ่านไป
จากเฟรชชี่วัยใสวันนี้ใบหลิวกลายเป็นนักศึกษาชั้นปีสามไปแล้ว
ชีวิตในมหาวิทยาลัยยังคงเต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งจากการเรียน งานกลุ่ม การสอบและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เธอทุ่มเทสุดตัวจนหอพักกลายเป็นสถานที่ที่เธอใช้เวลาอยู่มากกว่าบ้านเสียอีก
ใช่... การกลับบ้านก็ค่อย ๆ ลดลงตามภาระหน้าที่ที่มากขึ้น
จากเดือนละสองสามครั้งก็เหลือเพียงแค่ช่วงปิดเทอมเพื่อให้ได้ไปเที่ยวพักร้อนด้วยกัน ก่อนจะเหลือเพียงแค่ปีละครั้งในวันเกิดของต้นน้องชายคนเล็กที่ยังคงเฝ้ารอพี่สาวให้กลับมาเป่าเค้กด้วยกันเสมอ
ใบหลิวไม่คิดว่าการกระทำของตัวเองเป็นการตีตัวออกห่างจากครอบครัว เธอก็แค่ใช้ชีวิตไปตามจังหวะไม่ฝืนทำอะไรเกินตัว
กระทั่งวันหนึ่งขณะที่กำลังนั่งทำรายงานอยู่ในห้องสมุดโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่น มันมาจากหมายเลขที่ขาดการติดต่อไปนาน
“ฮัลโหลว่าไงคะพี่” เป็นพี่ชายต่างพ่อที่นาน ๆ จะได้คุยกันสักที เพราะนับตั้งแต่อีกฝ่ายเข้ามหาวิทยาลัยก็แทบไม่เคยกลับบ้านอีกเลย
“มีอะไรรึเปล่าคะ” เธอถามย้ำอีกครั้งเมื่อปลายสายยังคงเงียบ
“หลิวรู้เรื่องรึยัง” ต่อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง และนั่นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“รู้... รู้เรื่องอะไรคะ” เธอคิดไปในแง่ร้ายทันที “ป๊าเกิดเรื่องกับป๊าเหรอคะ หรือว่าแม่...”
“ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรหรอก แค่พวกเขา... หย่ากันแล้วน่ะ”
ปลายสายเงียบงัน อันที่จริงใบหลิวก็พอเดาปลายทางชีวิตคู่ของพวกเขาได้นานแล้ว มันร้าวฉานมานาน เพียงแต่เมื่อวันนี้มาถึงจริง ๆ เธอก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของ... พ่อเลี้ยงไม่ได้ เพราะแม่ของเธอมีน้องชายไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ขณะที่เรวัตไม่มีใคร
เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ ผู้ชายคนนั้นที่คอยเฝ้ามองและดูแลเธออยู่ห่าง ๆ มาตลอดปลายปีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
“หลิว หลิว... เงียบไปเลย ตกใจมากเหรอ” คนเป็นพี่ชายถามด้วยความเป็นห่วง
“หลิวไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ต่อเป็นห่วงป๊าเถอะ หลิวออกมาจากที่นั่นได้แล้ว... ทำใจได้ตั้งนานแล้ว”
ฟังน้องสาวต่างสายเลือดพูดถึงตรงนี้ต่อก็ละอายใจเหลือเกิน “พี่ขอโทษนะที่ปล่อยให้เราอยู่คนเดียวมาตลอด”
“...”
แรก ๆ ใบหลิวก็นึกโทษเขาจริง ๆ ที่ทิ้งเธอเอาไว้คนเดียวและไม่เคยกลับมาเลยหลังจากที่ได้ออกจากบ้านไปเรียนที่มหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร แต่พอถึงคราวตัวเองเมื่อเธอได้สัมผัสอิสระที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเธอก็เข้าใจ... ตัวเธอเองก็ทิ้งน้องชายคนเดียวเอาไว้เหมือนกัน
“หลิวเข้าใจพี่” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว “อิสระมันหอมหวานจริง ๆ หลิวเองก็...”
ใบหลิวหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มเจือน “ช่วงหลังหลิวเองก็กลับบ้านแค่ปีละครั้งเหมือนกัน”
ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พี่กลับไปเมื่อเดือนก่อน ตอนแรกทุกอย่างก็ดูปกติดี แม่ก็ไม่พูดอะไร ป๊าก็ทำตัวเหมือนเดิมจนใกล้จะกลับถึงได้รู้ว่าพวกเขาหย่ากันหลายเดือนแล้ว”
ใบหลิวเม้มปากแน่น “ต้นรู้เรื่องนี้รึเปล่าคะ”
“น่าจะไม่นะเพราะน้องยังร่าเริงเหมือนเดิม พี่คิดว่าที่ป๊ากับแม่ยังอยู่ด้วยกันทั้งที่หย่ากันแล้วก็เพื่อน้องนี่แหละ”
“อ่า งั้นเหรอคะ”
“อืม แม่เราแข็งแกร่งมากพี่นับถือเลย มีแต่ป๊านี่แหละที่ดูไม่จืดแถมผอมลงไปตั้งเยอะ”
หลังจากวางสายเธอก็นั่งเหม่อมองหน้าจอมือถืออยู่พักใหญ่ ก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินใจเปิดแชทที่ไม่มีความเคลื่อนไหวมาหลายเดือน
ป๊าสบายดีมั้ยคะ
อีกฝั่งเปิดอ่านแทบจะทันทีจนใบหลิวปวดใจ
ป๊าสบายดี หนูล่ะเรียนหนักรึเปล่า
ร่างเล็กสูดหายใจเข้าลึก ก่อนส่งข้อความต่อ
เสาร์นี้ป๊าว่างมั้ยคะ
คราวนี้เขาตอบเร็วกว่าเดิม รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว
ว่างสิ หนูมีอะไรรึเปล่า
นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน
เจอกันที่เดิมนะคะ
เรวัตไม่ได้ตอบกลับในทันทีเหมือนสองสามข้อความแรก เขาเงียบไปนานจนใบหลิวเริ่มลังเล เธอไม่เคยโดนปฏิเสธมาก่อนเลย
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น แต่สุดท้ายข้อความสั้น ๆ ที่ปรากฏขึ้นก็ทำให้เธอโล่งใจ
ได้สิ ป๊าจะไปรอนะ
...
เช้าวันเสาร์
ใบหลิวมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ห้องที่พวกเขานัดเจอกันยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ระหว่างรอเธอเลือกนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่ในใจอดตื่นเต้นไม่ได้
ไม่นานเกินรอเรวัตก็มาถึง หนุ่มใหญ่ลงจากรถแล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าเร่งรีบจนสามารถไปถึงห้องได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที
“ก๊อก ๆ ๆ” คนในห้องสะดุ้งโหยง เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปข้างหน้า แต่ไม่ได้ไปเปิดประตูเพราะรู้ดีว่าเขาจะเปิดเข้ามาเอง อย่างที่เคยทำ
“หนู...” เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นตามด้วยการปรากฏตัวของเขา
หัวใจของใบหลิวหล่นวูบ
เขาผอมลง
ไม่ใช่แค่นิดหน่อย แต่ผมจนเสื้อเชิ้ตที่เคยพอดีตัวหลวมโพรก สองแก้มตอบ รอยคล้ำใต้ตาชัดขึ้น นี่มันต่างจากคำว่าสบายดีชนิดฟ้ากับเหวเลย มันกลายเป็นคำโกหกที่เฉลยตัวเองโดยที่เธอไม่ต้องเค้นถามเขาด้วยซ้ำ
เรวัตส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ใบหลิว “รอนานมั้ย”
ใบหลิวส่ายหน้าไปมา ขณะที่สายตาจ้องไปที่ใบหน้าของเขาเขม็ง “ป๊าไม่สบายรึเปล่าคะ”
“หืม? ทำไมถามป๊าอย่างนั้น”
“ป๊าผอมลง... เยอะมาก”
เรวัตหัวเราะเบา ๆ เหมือนมันเป็นเรื่องเล็ก จากนั้นก็เดินเลี่ยงไปนั่งตรงโซฟาแล้วตอบ “คงเพราะช่วงนี้งานยุ่งน่ะ”
ร่างเล็กกัดปากด้วยท่าทางอัดอั้น “ป๊าจะบอกหนูเมื่อไรคะ”
คนเป็นพ่อเลี้ยงชะงัก “...”
“พี่ต่อบอกหนูหมดแล้ว ป๊ากับแม่หย่ากันนานเท่าไรแล้วคะ”
“...”
“ทำไมไม่บอกหนู ทำไมถึงเก็บเงียบไว้คนเดียว”
“...”
“ก็...” เรวัตลังเลเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจพูดต่อ “ก็หนูกำลังตั้งใจเรียน ป๊าไม่อยากให้หนูต้องมาเสียสมาธิเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
“แต่มันสำคัญนะคะ” ใบหลิวทรุดตัวลงบนพื้นข้าง ๆ เท้าคนเป็นพ่อเลี้ยงแล้วซบหน้าลงไปบนตักเขา ขณะที่เรวัตก็วางมือลงบนหัวของเธอแล้วลูบไปมาอย่างเป็นธรรมชาติ เวลาที่ห่างกันไปไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้
“ป๊าไหวมั้ยคะ อยากกลับมาเจอกันเหมือนเมื่อก่อนรึเปล่า”
ตอนเธอไม่มีใครเขาก็รับเธอเอาไว้แม้จะรู้ว่าผิดแล้วยังตามดูแลจนถึงทุกวันนี้ มาวันนี้พอเป็นเขาที่ต้องอยู่ตามลำพังบ้างเธอก็พร้อมที่จะเป็นคนคนนั้นบ้าง
“ให้หนูช่วยป๊าบ้างนะคะ”
เรวัตเข้าใจคำพูดนี้ของลูกเลี้ยงสาวทันทีโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่ม ในใจเขาซาบซึ้งและคิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันรวมถึงเซ็กซ์พวกนั้น แต่...
“ไม่เป็นไร”
หัวที่ซบอยู่นานผงกขึ้นทันที ใบหลิวหันไปมองเรวัตด้วยสายตาไม่เข้าใจ “ทำไม”
“มันไม่ใช่หน้าที่ของหนู ป๊าเคยบอกไว้ว่ายังไงลืมไปแล้วเหรอ”
ใบหลิวส่ายหน้าไปมาแล้วทวนสิ่งที่เธอจำจนขึ้นใจให้เขาฟัง “ให้ตั้งใจเรียนและใช้ชีวิตช่วงมหาลัยให้คุ้มที่สุด”
“ใช่” มือหนาวางลงบนหัวของใบหลิวอีกครั้ง “ป๊าขอโทษที่ไม่ดูแลตัวเองจนทำให้หนูเป็นห่วง แต่หลังจากนี้มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว โอเคมั้ย”