บทที่ 21 เ้าจงใจ
หลังชั่งน้ำหนักหินธาตุดิบจนครบครันต่างคนก็ต่างจ่ายเงินค่าหินของตนออกไป องค์ชายสามหมดกับการซื้อหินครั้งนี้ไปห้าพันตำลึงทอง เพราะการเลือกหินดิบขนาดค่อนไปทางใหญ่
ไป๋ลี่เฟยที่ให้ศิษย์พี่และสหายเลือกมาแทนจ่ายออกไปห้าร้อยตำลึงทอง ฉือจี้ผ่าจ่ายในส่วนตนไปสองร้อยตำลึงทอง และท้ายสุดคือตงหม่าจางที่จ่ายออกไปสิบห้าตำลึงทองเท่านั้น เพราะเลือกขึ้นมาเป็ก้อนขนาดกลางเพียงชิ้นเดียว ด้วยเ้าตัวพึ่งเบิกมาจากสำนักชุดหนึ่ง
ลี่เฟยตัดสินใจจ่ายค่าตัดหินให้กับกลุ่มของตน เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ทั้งสองออกมาด้วยกันกับนาง ขณะนี้ในลานหินธาตุดิบจึงแบ่งออกเป็สองฟาก มีคนงานนำโต๊ะตัดหินออกมา
“ตัดของสหายข้าก่อนก็แล้วกัน” ไป๋ลี่เฟยบอกกล่าวกับช่างผ่าหิน ก่อนเดินกลับมานั่งบนเก้าอี้ที่ร้านนำมาจัดวาง ด้านหลังมีชาวเมืองที่มารอชมการเปิดกล่องประมูล เลือกออกมาดูการผ่าหินระหว่างรอด้วยเช่นกัน “คนออกมาเยอะจริง”
“พอผู้คนรู้ว่ามีการผ่าหินจำนวนมากก็อยากมาสอดส่องนั่นแหละ อย่างไรก็ร้านเปิดใหม่ หากดูแล้วมีธาตุมากก็คงพากันจับจ่ายซื้อหาตาม” ไป๋ซินหยานยิ้มแย้มคล้ายว่าเจอเื่สนุก
“เหตุใดนางยิ้มเช่นนั้น” ไป๋ลี่เฟยหันไปถามศิษย์พี่ของตน
“นางวางเงินพนันกับคนด้านหลังว่าฝ่ายเราจะได้ธาตุรวมกันมากกว่า” ตงหม่าจางกล่าวจบก็ส่ายหน้าเสมือนว่าระอา แต่มุมปากกลับยกยิ้ม
“ยี่สิบต่อหนึ่ง หากเราได้มากกว่าจริง วันนี้ถือว่าหินธาตุเหล่านี้ได้เปล่ามาเชียวนะ” ซินหยานป้องปากขบขัน
ไป๋ลี่เฟยไม่รู้จะร้องไห้หรือขบขันออกมาดี ไม่มีใครลงข้างนางแม้แต่ผู้เดียว หากผลออกมาพลิกผันลี่เฟยคงสาแก่ใจไม่น้อย
“นั่นๆ เริ่มแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเมื่อช่างเตรียมการเรียบร้อยแล้ว
“เป็ของศิษย์พี่ กับก้อนกลางขององค์ชายสาม ก้อนที่ถูกตัดหน้าไป” ไป๋ลี่เฟยกล่าวออกมา ค้อนทุบลงไปบนแท่งโลหะปลายแหลม ทำให้หินด้านนอกหลุดออก การตอกครั้งนี้เผยให้เห็นพื้นผิวแวววาวจากหินทั้งสองก้อน แตกต่างกันเพียงแค่สี ซึ่งสื่อถึงธาตุของหินเ่าั้
“ธาตุไฟนี่นา สำหนักศึกษาไม่ค่อยมีให้เบิกใช้ เช่นนี้ดียิ่ง” ตงหม่าจางพยักหน้ารับรู้เมื่อเห็นสีแดงส่องประกายออกมา
ส่วนฝั่งของจ้าวหลินไฉ่ก้อนแรกผ่าออกมาเป็ผลึกธาตุมืด ความเข้มข้นสูงสุด ลี่เฟยอดลอบกำมือระบายอารมณ์ไม่ได้ เพราะนั่นคือสิ่งจำเป็ที่ต้องใช้กับแผนขั้นต่อไปของนาง
ข้ายอมซื้อผลึกธาตุมืดเองก็ได้…
หงุดหงิดได้เพียงไม่นานก็เป็คราวให้ไป๋ลี่เฟยแย้มยิ้ม บัดนี้ฝั่งของไป๋ลี่เฟยผ่าหินทั้งของตงหม่าจาง และฉือจี้ผ่าครบถ้วนแล้ว ทั้งสองได้หินธาตุ เกล็ดธาตุ และผลึกธาตุ คละกันไป รวมแล้วเกินจากตำลึงทองที่จ่ายออกไปพอชม นับว่าการลงทุนนี้ได้กำไรงาม โดยเฉพาะตงหม่าจางที่ชั่งน้ำหนักดูแล้วได้หินธาตุไฟกับผลึกไฟ รวมดูแล้วอยู่ในหลักเกือบร้อยตำลึงทอง บุตรชายคนโตของสกุลวานิชผู้นี้จึงแย้มยิ้มอย่างสุขใจ ลี่เฟยจึงพลอยสุขใจไปด้วย
ผิดกับฝั่งขององค์ชายสามที่มีเื่น่าตื่นตาเพียงแค่สามก้อนแรก หลังจากนั้นก็เจอสิ่งมีค่าเพียงน้อยนิด นำหินที่ตัดแล้วมาผ่าดูเพิ่มก็พบเพียงแค่สายธาตุที่ไม่คุ้มค่ากับการสกัดมาใช้ประโยชน์
“อะไรกัน! เหตุใดจึงมีเพียงสายธาตุไร้ค่า” จ้าวหลินไฉ่ตวาดเสียงด้วยอารมณ์โมโห สายธาตุเกิดอยู่รอบหิน แต่เมื่อผ่ามาแล้วกลับมีแต่ความว่างเปล่า
“ดีเสียจริงที่ข้าหยิบมาไม่ทัน จะนำไปแต่งสวนยังเกรงใจต้นไม้ คิกคิก” ลี่เฟยหัวเราะคิกคักอยู่กับฉือจี้ผ้าเรียกให้องค์ชายสามหันควับมามอง
“เ้า! จงใจใช่หรือไม่” องค์ชายสามตวาด ก่อนจะจ้ำอ้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ไม่เคยมีใครท้าทายตัวเขาซึ่งหน้าเช่นนี้ จึงทำให้จ้าวหลินไฉ่หลุดแสดงอาการเลวร้ายเช่นนี้ออกมา
“จงใจอันใดเพคะ” ลี่เฟยเอ่ยถามแต่ตัวกลับชะเง้อออกมาด้านข้างเพื่อมองการตัดหินของตน
“เ้าจงใจเลือกก้อนที่ไม่มีหินธาตุภายในให้เปิ่นหวาง” จ้าวหลินไฉ่กดเสียงต่ำ
“องค์ชายสามเพคะ หม่อมฉันจะไปทำเช่นนั้นได้อย่างไร” นางเงยหน้ากระพริบตาปริบๆ
หากไป๋ลี่เฟยรู้ั้แ่ชาติก่อนว่าเมื่อทำตัวไม่มีประโยชน์แล้ว จะได้เห็นนิสัยที่แท้จริงเช่นนี้ นางอาจได้เห็นความจริงและไม่พบจุดจบน่าสมเพชเช่นนั้น
ชาติก่อนข้ามองว่าชายผู้นี้หน้าเกรงขามได้อย่างไรกัน…นิสัยไม่ต่างกับเด็กเอาแต่ใจ
“…”
“องค์ชายเป็ผู้สั่งให้องครักษ์มาหยิบหินเ่าั้ หม่อมฉันจะเป็ผู้จงใจเลือกให้ได้อย่างไรเพคะ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมตอบ ไป๋ลี่เฟยจึงตอกย้ำว่าจ้าวหลินไฉ่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าอภิรมย์ด้วยตัวเขาเอง
“ไม่ได้เื่ เห็นชัดๆ ว่ามีเพียงสายแร่ ไม่เห็นจะมีสิ่งใดให้นำไปใช้ประโยชน์” เสียงโวยวายดังขึ้น เรียกให้เถ้าแก่เนี้ยต้องออกมาดูด้วยตนเอง
องค์ชายสามหันไปสั่งให้คนเก็บหินดิบกลับวัง ก่นด่าว่าหินของโรงประมูลไร้คุณภาพ เรียกร้องเถ้าแก่เนี้ยให้ชดเชย ด้วยอาหารและสุราไม่จำกัดไปหนึ่งรอบพระจันทร์ บีบคั้นจะเอาอำนาจที่มีมาปิดโรงประมูล วุ่นวายเป็ละครให้คนรอบข้างรับชมสนุกสนาน สุดท้ายแม่นางอูมู่เฉียวจึงต้องเปิดห้องรับรองชั้นบนให้องค์ชายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แม้จะถูกองค์ชายสามก่นด่าไปดังลั่น แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้คนรู้สึกคล้อยตาม เพราะเมื่อมองไปข้างกันที่กลุ่มของไป๋ลี่เฟย ล้วนเป็หินธาตุ ผลึกธาตุมากมายจนตาลาย
เมื่อความวุ่นวายจบลงก็เป็ยามที่ไป๋ลี่เฟยกำลังตรวจนับจำนวนของที่ได้มาพอดิบพอดี สรุปแล้วคุณหนูไป๋เองก็ได้หินธาตุมาครบครันจนเปิดร้านขายได้ แต่เพราะองค์ชายสามมิได้ผ่าจนหมด วงพนันจึงแตกสิ้น ส่งให้จี้ผ่าหงุดหงิดใจนัก เพราะดูอย่างไรแล้ว นางย่อมต้องเป็ผู้ชนะ
“คุณหนูคุณชายเ้าคะ การเปิดกล่องประมูลใกล้เริ่มแล้วเ้าค่ะ ขอเชิญทุกท่านด้านใน ของเหล่านี้คนของข้าจะคัดแยกเป็หมวดหมู่ตามค่าความบริสุทธิ์ให้เองเ้าค่ะ”
“นำทางไป” ตงหม่าจางเอ่ย
.
.
.
ไป๋ลี่เฟยเข้ามาในโรงประมูลอีกครา ยามนี้ทั้งร้านแน่นขนัดไปถึงภายนอก ยังดีที่แม่นางอูมู่เฉียวจัดหาที่ทางบนชั้นลอยที่มองเห็นหน้าเวทีชัดเจนไว้ให้โดยเฉพาะ ผู้ประมูลรายใหญ่เช่นคุณหนูไป๋จึงมีที่นั่งดื่มกิน ดูของรางวัลที่ตนได้จากกล่องประมูล
“เป็คุณหนูท่านนี้เองหรือที่ประมูลกล่องไปถึงเก้าสิบอัน ร่ำรวยเช่นนี้ ซื้ออากาศจากข้าดีหรือไม่ ข้าขายให้ถูกๆ ใช้เงินโง่เง่าเช่นนี้ หากบอกให้ซื้อก็คงไม่ขัด” เสียงชายผู้หนึ่งดังขึ้นมาลอยๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
“เสี่ยวเอ้อ ร้านนี้ไม่คัดคนหรือไร เหตุใดมีพวกชั้นต่ำมาปะปน” แม้จะพูดกับเสี่ยวเอ้อ แต่ลี่เฟยกลับหันไปจ้องคนผู้นั้นไม่วางตา
“นี่! มากเกินไปแล้ว สหายข้าแค่ล้อเลียนด้วยความเอ็นดู พ่อแม่ไม่สั่งสอนพูดจากับผู้ใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร” ชายด้านข้างกล่าวออกมา ก่อนจะเรียกก้อนกลมของธาตุไฟให้ผุดขึ้นในมือปามายังโต๊ะของไป๋ลี่เฟย
ตงหม่าจางใช้ธาตุน้ำส่งออกไปห่อหุ้มไว้ทันที รอจนไฟดับ แล้วจงใจโยนกลับไป ให้น้ำตกลงไปผสมในจอกเหล้า เรียกเสียงโวยวายจากคนกลุ่มนั้นได้ไม่น้อย
“นี่มันอันใดกันเหล้าพวกข้าเสียหายแล้ว อยากตายหรือ!”
เสี่ยวเอ้อรีบเข้ามาห้ามทัพหลังจากลูกพลังชุดแรกถูกส่งออกไปแล้ว ชนชั้นแรงงานส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้มีพลังติดตัวมา จึงไม่อาจเข้าห้ามได้ทันที เพราะหากถูกลูกหลงย่อมเป็อันตรายมากกว่าผู้มีพลังปราณ
“พวกเ้านั้นแหละที่จะตาย พี่หม่าจางมีพลังปราณสีเขียวขั้นต่ำ เ้าพวกโง่” ฉือจี้ผ่าโวยวายออกมาบ้าง พร้อมๆ กันนั้นตงหม่าจางก็ส่งพลังปราณกดดัน ทำให้ชายกลุ่มนั้นสงบเสงี่ยมขึ้น
มีหลายคนที่ความจริงแล้ว ก็ต่างมารอขบขันผู้ประมูล แต่เมื่อเห็นว่ามีผู้คิดทำร้ายกลุ่มคนที่ดูอย่างไรก็ยังไม่เป็ผู้ใหญ่ ทั้งยังมิได้เริ่มก่อน จึงเปลี่ยนมาเอาใจช่วย
เมื่อแม่นางอูเริ่มหยิบใบรางวัลออกมาจากกล่อง รายการของล้ำค่าก็ถูกประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเปิดกล่องเสียงร้องดีใจยิ่งดังขึ้นต่อเนื่อง จนผู้คนบนชั้นสองต้องชะโงกหน้าออกมาดู
“ตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทอง ทองคำหนึ่งชั่ง ลำดับต่อไปผลึกธาตุขนาดหนึ่งชั่งความบริสุทธิ์เก้าส่วน ครบทั้งหกธาตุ กล่องที่สามสิบโอสถทะลวงปราณ กล่องที่สามสิบเอ็ดยังคงเป็ของคุณหนูไป๋…”
ไป๋ลี่เฟยเงยหน้าขึ้นไปเห็นจ้าวหลินไฉ่ที่ชะโงกหน้าออกมาจากระเบียงชั้นสองฝั่งตรงข้าม นางจ้องจนชายผู้นั้นรู้ตัว และเลื่อนสายตามองมาที่คุณหนูใหญ่ไป๋ ลี่เฟยแสยะยิ้มคราหนึ่ง
ดูไว้ซะ…ของเหล่านี้จะช่วยให้ข้าขัดขวางเส้นทางขึ้นสู่อำนาจของเ้า
คุณหนูไป๋หันกลับมายิ้มแย้มให้กับตงหม่าจาง และฉือจี้ผ่า จากนั้นหันไปขอกระดาษจากเสี่ยวเอ้อที่ยินดีทำให้ เนื่องด้วยเถ้าแก่เนี้ยกำชับมาอย่างชัดเจนให้ตามใจโต๊ะพิเศษนี้ เพราะนอกจากจะใช้ชื่อไปป่าวประกาศสร้างข่าวได้แล้ว ยังมีการเปิดพนันว่าคุณหนูไป๋จะขาดทุน หรือกำไรเท่าใด นับว่าหาตำลึงเข้ากระเป๋าจากชื่อของนางได้อีกทาง
ไป๋ลี่เฟยรับกระดาษมาเขียนข้อความฝากเสี่ยวเอ้อให้นำไปส่งยังห้องรับรองขององค์ชายสาม นาง้าไปเยือนวังของจ้าวหลินไฉ่ หากจะทำสำเร็จได้ ลี่เฟยจำเป็ต้องมีคนในวังเมฆาแสงจันทร์ร่วมด้วย