บทที่ 22 เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็มีจนได้ (1/2)
เกรเทลค่อย ๆ ลืมตาตื่นมาในสภาพที่เรียกได้ว่าไม่โอเคเป็นอย่างยิ่ง เธอยังรู้สึกมึนงงกับปวดหัวเล็กน้อย แถมยังเหมือนว่าดวงตาของตนเองหนักอึ้ง จะลืมตาก็ทำได้ยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองด้านบนปรากฏเป็นเพดานที่ไม่คุ้นเคยจนใบหน้าหวานต้องขมวดคิ้วมุ่น
…คราวนี้ฉันตื่นมาที่ไหนอีก…
เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเธอเองไม่มีความมั่นใจ ว่าจะตื่นขึ้นมาในสถานที่แปลกประหลาดอีกครั้งหรือเปล่า
เธอหันไปมองรอบห้องจึงพบว่ามันเป็นห้องนอนที่เรียบง่าย นอกจากเตียงที่เธอนอนอยู่ก็มีของเพียงไม่กี่ชิ้นอย่าง เช่น ตู้เสื้อผ้า กล่องเก็บของที่ทำจากไม้ โต๊ะที่มีเก้าอี้นั่งหนึ่งตัว โต๊ะข้างเตียงที่มีโคมไฟเล็ก ๆ ค่อยให้แสงส่องสว่างภายในห้องดูอบอุ่น
พอปรับตัวเข้ากับพื้นที่แปลกใหม่ได้เธอจึงตัดสินใจลุกจากเตียง เพื่อจะออกไปดูข้างนอกว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ภาพความทรงจำสุดท้ายที่พอนึกออกคือเธอขี่บนหลังวอลล็อคกลับบ้านพักและก็ความฝันนั้น…
เมื่อขาเล็กก้าวลงจากเตียงได้ไม่นานภาพในฝันก็เข้าโจมตีทันทีจนเข่าทรุดลงไปนั่งกองที่พื้นห้อง สภาพจิตใจเธอในตอนนี้นั้นกลับมาแหลกสลายไม่มีชิ้นดี มันชัดเจนมากเหมือนเพิ่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นไปเมื่อครู่ด้วยซ้ำ
เกรเทลไม่สามารถตอบคำถามภายในใจได้อีกต่อไปว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่าคำตอบนั้นจะออกมาแบบใดก็ตาม
ตอนนี้เธอก็เหมือน ‘คนตายทั้งเป็น’ ข้างในมันเจ็บปวดจนอยากกรีดร้องตะโกนออกมาว่าไม่จริง
แต่ลึก ๆ สัญชาตญาณบอกว่าตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่ ยังมีลมหายใจ จงมีสติควบคุมอารมณ์ตนเองกลับมา ณ ปัจจุบันเป็นอันดับแรก ต่อให้เธอตายไปแล้วจริง ๆ เวลานี้สิ่งที่เธอต้องทำคือการเอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่รู้จัก ไม่มีเวลาให้เธอมานั่งโศกเศร้าโอดครวญทั้งนั้น
พอสติสตังเริ่มเข้าที่เข้าทางเธอหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ สงบอารมณ์เกือบ 10 นาทีถึงจะลุกขึ้นยืน แล้วก้าวขาเดินสำรวจห้องนอนนี้โดยรอบ แม้ว่าหลายอย่างในหัวยังฟุ้งซ่านก็ตาม
…ใครจะไปทำใจได้ลง…
ร่างบางยกมือขึ้นลูบหน้าตนเองแล้วตบข้างแก้ม 3 ทีเพื่อเรียกสติกลับมา ความเจ็บเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอตื่นจากฝันร้ายมาแล้ว ถ้าจะมีอะไรทำร้ายเธอได้ในตอนนี้ก็คงมีแต่ความจริงเท่านั้น
เกรเทลกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องจึงพบว่าห้องนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวและบานประตูปิดสนิท ไม่มีหน้าต่างสักบาน แต่มีช่องระบายอากาศขนาดหนึ่งฝ่ามืออยู่บนกำแพงเหนือหัวเธอไปเกือบเมตร เหมือนว่าห้องนี้จะเป็นห้องที่ไม่ค่อยถูกใช้งานนัก เพราะทุกอย่างยังดูสภาพใหม่และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
กริ๊ก!
เสียงกลไกทำงานบางอย่างดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาเกรเทลสะดุ้งตกใจหันไปมองยังบานประตูที่เป็นแหล่งที่มาของเสียง บานไม้ค่อย ๆ เปิดอ้าออกปรากฏเป็นร่างสูงของคนคุ้นเคยกำลังเดินเข้ามาในห้องพร้อมถือแก้วน้ำในมือ
…อีตาหัวเขียว…
และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ตกใจไม่ต่างกันที่เห็นเธอยืนอยู่กลางห้องนอน วอลล็อคไม่คิดว่าเธอจะรู้สึกตัวตื่นแล้วลุกลงมาจากเตียงแบบนี้ ร่างสูงคิดว่าเธอจะใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่านี้เสียอีก
ขณะที่เขากำลังจะเดินไปหาเธอนั้นขายาวเป็นอันต้องชะงักค้างอยู่กับที่ พลันรู้สึกใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ ทั้งที่อุณหภูมิภายในห้องก็ไม่ได้ร้อนอะไร เนื่องจากสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ามันช่างเป็นอะไรที่ลำบากใจจะพูดออกมา
วอลล็อครีบเอียงหน้าหันไปทางด้านข้างทันทีส่วนมือก็กำแก้วน้ำแน่น เพราะท่าทางนั้นพานทำให้เกรเทลงงเป็นไก่ตาแตกกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของชายหนุ่ม ปากอยากจะถามออกไปว่าเป็นอะไรแต่อีกใจก็เกิดความลังเล
ไหนจะสีหน้าที่ดูเลิ่กลั่กไม่ยอมมองมาทางเธออีก แต่ทว่าใบหูนั้นดูจะแดงขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนลูกมะเขือเทศ
“เออคือว่านาย…ข้าเป็นอะไรหรือขอรับ?”
สุดท้ายเธอเลือกที่จะไม่สนใจท่าทางแปลกประหลาดของเจ้านายตนเอง แล้วกลับมาเรื่องที่ตนเองสลบไปแทนเพราะเธออยากรู้ว่าตอนที่เธอหลับไปมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าไม่นับเรื่องแผนหลบหนีที่ล้มเหลวเธอก็ไม่อยากกลับไปนึกถึงมันเท่าไร
สถานการณ์นี้ทำให้เธอลืมนึกถึงฝันที่เกิดขึ้นไปโดยทันที
“...”
คนถูกถามยังคงเงียบปากไม่พูดไม่จา แถมเอาแต่หันหน้าหนีมองกำแพงอยู่อย่างนั้น จนต้องเป็นเธอเองที่ต้องเดินขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแล้วส่งเสียงถามซ้ำอีกครั้ง
“นายขอรับ”
ใจของชายหนุ่มแทบหล่นไปที่ตาตุ่ม เมื่อเกรเทลปุ๊บปั๊บเดินเข้ามาประชิดใกล้กว่าเดิม ใบหน้าเลิ่กลั่ก ตาโตเบิกกว้าง ขาเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง เพราะเกรเทลตอนนี้อยู่ในสภาพที่อืม…
…ข้าไม่คิดว่ามันจะบางแบบนี้…
เขานึกด่าตนเองภายในใจว่าเขาก็หยิบเสื้อตัวที่ดีที่สุดในตู้เสื้อผ้าตนเองแล้วนะ แต่ทำไมมันถึงเห็นไปถึงไหนต่อไหนได้ขนาดนี้ ซึ่งเสื้อผ้าในตู้มันก็ของเขาทั้งนั้นเวลาสวมใส่เองมันก็ไม่ได้บางแบบนี้เลย
เด็กสาวเอียงคอเล็กน้อยใบหน้ายับยู่ขมวดคิ้วสงสัยกับสายตาของอีกฝ่าย เธอจึงหันมาสำรวจร่างกายตนเองดูดี ๆ แต่ผลลัพธ์ที่เธอเห็นนั้นเกือบลมจับ มือไม้ปิดแทบไม่ทัน
“เฮ้ย!”
เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางซึ่งมองเห็นสิ่งที่หลบอยู่ภายใต้ร่มผ้าได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารูปร่างเธอจะยังผอมแห้งแต่หน้าอกก็พอมีให้เห็นอยู่ จึงไม่แปลกถ้าจะเห็นว่ามีอะไรนู้นออกมา เนื่องจากปกติเธอจะเอาผ้าพันหน้าอกเอาไว้ แต่ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่บนตัวเธอแล้ว
เกรเทลรีบยกมือปิดบังส่วนบนของตนเองแล้วเปลี่ยนเป็นยืนหันหลังกอดอกเอาไว้แน่น เธออายเพราะไม่รู้ตัวเลยว่าเสื้อที่ตนเองสวมใส่อยู่มันบางขนาดนี้ อยากจะมุดแทรกแผ่นดินหนีที่ดันมายืนเปลือยหน้าอกให้เจ้านายเห็น
…แล้วผ้าพันหน้าอกฉันหายไปไหน…
เหมือนเขาจับสัญญาณจากเด็กสาวได้ว่ากำลังสงสัยเรื่องชุด เขาจึงพูดออกมาทั้งที่ใบหน้ายังไม่หันมามอง
“พวกเสื้อผ้าข้าเป็นคนเปลี่ยนให้ อะแฮ่ม! แต่ข้าหลับตาตลอดเจ้าสบายใจได้”
------
กดหัวใจ ❤️ หรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ได้นะคะ
หากพบคำผิด แก้ไขหรือติชม โปรดคอมเมนต์อย่างสุภาพไรต์ยินดีปรับปรุงแก้ไขค่ะ
Talk with writer
ไม่อยากจะแหม่ไปดาวอังคารเลยพ่อหนุ่ม ไม่ได้แอบดูจริง ๆ ใช่ไหม?! บางทีไรต์แต่งเองยังหมั่นไส้นิสัยนางวอลล็อคเองเลยค่ะ55555
แวะมาพูดคุยเล่นหรือดูอัปเดตเกี่ยวกับนิยายไรต์ได้ที่
Facebook : C.T.Tiana
X (Twitter) : @Ccttiana