“ ผมติดธุระสำคัญจริงๆ ครับ”
ประโยคแรกที่ขจร เอ่ยต่อหน้าอาจารย์พิมพ์คนสวย ที่ตอนนี้ใบหน้านิ่งมองขจรด้วยสายตาเรียบเฉย
“ หายไปสามเดือน เธอคิดว่า ฉันจะเป็นเหมือนที่อาจารย์หมอทุกคน ที่ยอมให้เธอได้สอบโดยที่ไม่ต้องเข้าเรียนอย่างนั้นเหรอ?”
“ แล้วผมต้องทำอย่างไรครับ"
“ เธอมี 2 ทางเลือก หนึ่ง ไปลงเรียนวิชาของฉันใหม่อีกครั้ง แต่ว่า เธออาจจะจบช้ากว่าคนอื่น สอง ต้องไปเป็นผู้ช่วยฉัน เป็นเวลาสามเดือนที่แผนกนิติเวชของโรงพยาบาล”
“ อาจารย์ตั้งใจอยู่แล้วใช่ไหมครับ ที่จะให้ผมไปช่วยงาน”
ขจรเอ่ยออกมาเหมือนเข้าใจความคิดของอาจารย์คนสวยออก
“ ฉันช่วยเธอ เพราะอาจารย์หมอธารินทร์ช่วยพูดให้ ฉันไม่ได้อยากให้เธอไปมาช่วยฉันสักเท่าไรนักหรอก”
“ ตกลง เริ่มทำงานเมื่อไร ก็บอกผมก็แล้วกัน”
“ ดี บ่ายสามโมงนี้เธอเลิกเรียน แล้วไปที่ห้องปฏิบัติการชันสูตรศพ ของโรงพยาบาล ฉันจะรอที่นั่น”
ขจรได้แต่รับคำ แล้วขอตัวไปหาอาจารย์หมอธารินทร์
“ อ้าว กลับมาแล้วเหรอ อาจารย์เทียนของเธอสบายดี”
“ สบายดีครับ ดูอาจารย์หมอแข็งแรง ดูหนุ่มขึ้นมากเลยนะครับ”
“ ก็เพราะยาที่เธอให้มานั่นแหละ ต้องขอบใจเธอจริงๆ ตอนนี้ อาจารย์ที่เขาช่วยเธอ แต่ละคนก็อยากได้กันทั้งนั้น ฉันต้องบอกว่า รอให้เธอกลับมาก่อน”
ขจรยิ้มให้ แล้วมอบยาเม็ดกล้วยไม้วิญญาณ มอบให้ไปอีก 10 เม็ด
“ ต้องรบกวนนอาจารย์หมอ มอบให้ทุกท่านแทนด้วยนะครับ”
“ โอ้ มากไปแล้ว อาจารย์ของเธอมีแค่ 6 คนเอง”
“ ที่เหลือ ก็ให้อาจารย์หมอ เก็บไว้ให้ใครก็ได้เลยครับ”
“ ขอบใจ ขอบใจมากจริงๆ ว่าแต่เธอพบอาจารย์พิมพ์แล้วใช่ไหม?”
“ พบแล้วครับ เราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว”
“ ดีแล้ว ตอนนี้ทางตำรวจส่งศพเข้ามาให้ชันสูตรที่โรงพยาบาลของเรามากผิดปกติ อาจารย์พิมพ์คงเครียด ยังไงก็ฝากเธอช่วยหน่อยก็แล้วกันนะ”
“ ครับ”
ขจรเรียนเสร็จบ่ายสามโมงเย็นก็ไปพบอาจารย์พิมพ์ที่ห้องชันสูตรศพของโรงพยาบาลพอเข้าไปในห้อง ก็พบว่ามีคนอยู่ สี่คน เป็นอาจารย์พิมพ์ และ ชายวัยกลางคน และ ชายหนุ่มและ หญิงสาว กำลังพูดคุยกันอยู่ ในห้องมีศพรอผ่าพิสูตน์ 4 ราย
“ นี่คือลุงหมอโจ เป็นหมอผ่าศพมือ 1 ของเรา ชาลีกับนิดาเป็นผู้ช่วยหมอ ทุกคนนี่คือ ขจร ลูกศิษย์ฉันเอง เขาจะมาช่วยพวกเราทุกวันจันทร์ถึงศุกร์วันละ 2 ชั่วโมง”
“ หืม?” ขจรยังไม่ได้ตอบรับเลยว่าจะมาช่วยทุกวันแบบนี้ อาจารย์พิมพ์มั่วแล้ว
“ วันนี่มีสี่ศพ พวกเราแบ่งการทำงาน กันสองชุด นิดามากับฉัน ส่วนเธอเด็กใหม่คอยดูงานไปก่อน คอยปฏิบัติงานจริง”
“ ไม่ต้องกลัวน้องชาย ที่นี่ไม่มีผีหรอก มีแต่ศพนอนอยู่เท่านั้น” นิดาเอ่ยกับขจรด้วยรอยยิ้ม แล้วนำพากันไปเปลี่ยนชุด เพื่อเตรียมผ่าชันสูตรศพแรก
“ คนตายชื่อนายสุรชาติ อัครเพิ่มพูลไพศาล อายุ 30 ปี ทางตำรวจแจ้งว่า ถูกเด็กสาวคนหนึ่งฟาดด้วยขวดเบียร์ จนผู้ตายเสียหลักร่วงหล่นจากเรือยอร์ช ตกน้ำตาย
ผ่านไปสองวันพบศพลอยมาขึ้นอืดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขอสาเหตุการตายที่แน่ชัด เพื่อจะดำเนินคดีกับฆาตกรต่อไป”
ซากศพหนุ่มคนนี้ถูกทำการตรวจสอบ โดยอาจารย์พิมพ์ เป็นคนตรวจเช็คร่างกายตั้งแต่หัว จรดเท้าด้วยตาเปล่า
“ ผู้ตายถูกตีด้วยขวด ที่หัวมีลักษณะเป็นรอยแผลลึก แต่ไม่ใช่สาเหตุการตายแขน และลำคอมีรอยข่วน เป็นรอยทั่วตัว ลำตัวมีรอยจ้ำ ๆ คล้ายกระทบถูกของแข็ง แต่ไม่เป็นเหตุให้ต้องเสียชีวิต ตอนนี้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไปตรวจสอบว่าเป็นของฆาตรกรหรือไม่ ขจรเธอมานี่ ช่วยกันพลิกศพหน่อย”
ขจรเดินเข้าไปช่วยพลิกศพด้านหลัง สุดท้ายก็เตรียมผ่าตัด เปิดช่องอกออกมา พบว่าไม่มีเศษดิน ทรายหรือโคลนในหลอดลม
“ แสดงว่าผู้ตาย เสียชีวิตก่อนที่จะจมน้ำ?” หลังจากนั้นก็ ตรวจสอบอวัยวะภายในพวกปอด ตับ ม้าม หัวใจ ล้วนแต่เป็นปกติ
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้น อะไรทำให้เขาตายกันแน่?” หมอพิมพ์เอ่ยอย่างสงสัย แล้วแหงนมองหน้าขจรคล้ายอยากจะถาม
“ เขาตายเพราะหัวใจขาดเลือดกระทันหันครับ”
“ เป็นไปได้อย่างไร หัวใจขาดเลือดต้องมีลักษณะซีด เส้นเลือดซ้ายขวาต้องแข็งตัวแต่นี้ไม่ใช่?”
“ ลองดูนี่นะครับ”
ขจรปิดหนังหน้าอกที่ถูกผ่าออกมาให้เข้าที่เหมือนเดิม แล้วชี้จุดที่เป็นรอยจ้ำๆ สองจุดแทบจะมองไม่เห็น
“ ถ่ายรูปเป็นหลักฐานทั้งสองจุดนี้เอาไว้ก่อน”
พอถ่ายรูปเสร็จ ขจรก็ใช้นิ้วกดลงไป พร้อมกันสองจุด แล้วเปิดหน้าอก พบว่าเลือดเส้นเลือดซ้ายขวาทั้งสองเส้น กลับมีรอยยุบตัวลงไปอย่างเห็นได้ชัด
“ ฆาตกรใช้นิ้วหรือของแข็งบางอย่าง จี้ไปที่สองจุดนี้ เพื่อปิดเส้นเลือดไม่ให้ไหล ทำให้เลือดไม่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจกระทันหัน หากเป็นโรคหัวใจขาดเลือดทั่วไป คนไข้จะตายภายใน 1 ชั่วโมงแต่หากโดนจี้จุดสองจุดพร้อมกันแบบนี้ คนผู้นั้นจะตายภายใน 30 นาที ตามหลักแล้วก่อนตาย นายสุรชาติต้องมีอาการแสดงออกมาเช่นแน่นหน้าอก หรือ เวียนหัว ตาลาย แต่เพราะดื่มแอลกอฮอร์มากไป อาจทำให้ผู้อื่นไม่อาจสังเกตได้ชัด คิคว่าเขาคงมีอาการเมามากกว่า แต่สุดท้ายต่อให้ไม่ถูกตีด้วยขวดเบียร์ ก็ต้องตายอยู่ดี”
“ เป็นไปได้อย่างไรนี่ แล้วเธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“ นักชกที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างผม ย่อมรู้จุดมรณะของมนุษย์เป็นอย่างดี”
นิดามองหน้าอาจารย์พิมพ์กับขจร ถึงกับมึนงงกับเรื่องที่ได้ยินแบบนี้
“ แล้วฉันจะเขียนรายงานอย่างไรดี”
“ ก็บอกไปตามตรง ว่าผู้ตายไม่ได้ตายเพราะถูกตีหัวจนจมน้ำตาย ต้องมีใครบางคนที่ฝึกฝนการต่อสู้มาอย่างโชกโชน น่าจะเป็นนักฆ่ามืออาชีพ ได้เข้าไปใกล้และทำร้ายเขามาก่อนหน้านั้นครึ่งชั่วโมง สอบถามพยานใกล้ชิดก็ไม่ยากที่จะหาตัวฆาตกร”
“ อืม นิดาลงบันทึกรายละเอียด แล้วแจ้งให้ตำรวจรู้เรื่องนี้โดยด่วน”
ลุงหมอโจฟังอยู่ข้างๆ ก็เข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า
“ โอ้ แสดงว่าต้องมีจอมยุทธ์โผล่ออกมาจากทีวี แล้วใช้วิชาดัชนีพิฆาต สังหารผู้คนกันแล้วใช่ไหม” ลุงหมอโจเอ่ยพร้อมกับหัวเราะพร้อมกับชาลี คิดว่าเป็นเรื่องตลกที่ได้ยินเรื่องแบบนี้ ขจรไม่พูดอะไร บอกกับอาจารย์พิมพ์ว่า
“ ผมช่วยได้แค่วันละ 1 เคสเท่านั้น วันนี้ผมขอตัวก่อน”
ขจรเอ่ยจบ ก็หยิบเปเปอร์คลิปออกมาจากแฟ้ม และง้างมันออกมา จากนั้นก็ดีดมันออกไปพุ่งเข้าปักแมลงวันตัวหนึ่ง ติดกำแพงนิ่งไม่ไปไหน
“ สิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่ได้หมายความว่า มันจะไม่มีอยู่จริงนะครับ”
ขจรเอ่ยจบก็เดินออกมา ปล่อยให้พวกหมอและผู้ช่วย เข้าไปดูเปเปอร์คลิป ปักเจ้าแมลงวันชะตาขาด ติดกำแพงอย่างตื่นตะลึง
“ จอมยุทธ์ ไอ้หมอนี่ต้องเป็นจอมยุทธ์แน่ๆ อาจารย์พิมพ์ ไปรู้จักเขาได้อย่างไร”
ลุงหมอโจเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ ต่อไปอย่า พูดกับเขาอย่างนี้อีก หากว่าเขาไม่พอใจ เขาอาจเสกเปเปอร์คลิปพวกนี้เข้าท้อง ลุงหมอก็ได้นะ” อาจารย์พิมพ์เอ่ยยิ้ม ๆ แล้ว ก็ไปทำการผ่าชันสูตรศพต่อไป
ขจรขับรถไปที่ค่ายมวยสยามยุทธ์ต่อทันที
“ ขจร นี่เธอหายไหนมา ไหนบอกว่าจะไปแค่เดือนเดียว” มาดามเกรซเอ่ยอย่างดีใจที่เห็นขจรกลับมา
“ พอดีติดธุระสำคัญ เลยกลับมาไม่ทัน”
“ เรื่องคัดตัวไปซีเกมส์ ทางผู้จัดการทีมเห็นว่า เธอไม่มาตามนัด พวกเขาเลยคัดคนอื่นไปแทนแล้ว น่าเสียดายจัง”
“ ผมผิดเองครับ ต้องขอโทษมาดามด้วยจริงๆ”
“ ไม่เป็นไร แต่ว่าเธอก็สามารถต่อยมวยไทย หรือ สากลมืออาชีพได้ เธออยากขึ้นชกไหม ฉันจะจัดไฟต์ชกให้”
“ ได้ครับ ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำอะไร หากได้ขึ้นชกผมคงไม่ต้องคิดฟุ่งซ่านเรื่องอื่นๆ”
“ หือ เป็นอะไร พูดเหมือนคนอกหักเลย”
“ ไม่มีอะไรครับ แค่แฟนไปเรียนต่อต่างประเทศกับคนอื่นแค่นั้น”
“ อะไรนะ เขาไปเรียนต่อต่างประเทศกับ คนอื่น ยังเรียกเขาว่าแฟนอีกเหรอ?”
“ อ้าว แล้วจะให้เรียกว่าอะไรครับ”
“ ซื่อเกินไปแล้ว ฉันจะหาสาวๆ สวยๆ ให้เธอดีกว่าไหม ลูกผู้กำกับนั่นดูแล้ว ไม่น่าใช่เนื้อคู่ของเธอ”
“ รู้ได้ไงครับ”
“ ฉันผ่านชีวิตมามากแล้ว เรื่องรักในมหาลัย ป๊อปปี้เลิฟ แบบนี้มักอยู่กันไม่นาน พอเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็ทำให้ใจคนเปลี่ยนไปง่ายๆ เธอเองก็เหมือนกัน แฟนหนีไปเรียนเมืองนอกแบบนี้ ถ้ารักกันจริง คงต้องบินไปหาเพื่อขอคุยกันให้รู้เรื่อง อเมริกาแค่นี้ บินเครื่องเจ็ตส่วนตัว ไม่ถึงวันก็ถึง”
ขจรได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร ขอไปฝึกซ้อมก่อน พอไปเจอครูทิมก็เข้าสวมกอดกันอย่างดีใจ
“ ไอ้ธงมันมีลูกชายแล้วนะเว้ย ได้ข่าวว่า กิจการก๋วยเตี๋ยวตุ๊กๆ มหานคร ของมันขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปเลย”
“ ก๋วยเตี๋ยวตุ๊กๆ มหานคร มันคือก๋วยเตี๋ยวอะไร?”
“ อ๋อ มันก็คือก๋วยเตี๋ยวเรือหมูกรอบนั่นแหละ แต่ใช้รถตุ๊กๆ มาโชว์หน้าร้าน แทนที่จะใช้ เรือไง”
“ ขายดีขนาดนั้นเลยหรือ สงสัยคงต้องแวะไปลองชิมซะหน่อยแล้ว”
“ แล้วเอ็งล่ะ ได้ยินว่าหนูกิ๊ฟไปเรียนเมืองนอก แล้วต้องห่างไกลขนาดนั้น แล้วต้องเรียนอีกกี่ปีกว่าจะกลับมา เอ็งได้เฉาตายแน่?”
“ หากเราเป็นเนื้อคู่กันจริง ไกลแค่ไหนก็คือใกล้ นานแค่ไหนก็ไม่สำคัญ”
“ ยังไงก็ให้โชคดีเว้ย ตอนนี้มีคนอยากซ้อมมือกับเอ็งแล้ว”
“ หีม?”
ครูทิมไม่ตอบแต่ส่งสายตาไปทางซ้าย เป็นนักมวยMMA ซาซ่านั่นเอง
“ ไฮ้ จร หายไปนานเลยนะ”
“ สวัสดี ดูคุณซาซ่า ยังฟิตเหมือนเดิมเลยนะครับ แล้วเอ็ดการ์ไม่มาด้วยหรือครับ”
ซาซ่าแสดงสีหน้าเครียดทันที
“ เอ็ดการ์ตายไปเมื่อ สองเดือนก่อนแล้วค่ะ”
“ อะไรนะ เขายังหนุ่มขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้น?”
“ เขาไปขึ้นชกที่รายการเดอะแมสค์ไฟเตอร์ ทัวร์นาเม้นท์ แล้วถูกคู่ต่อสู้ฆ่าตาย”
“ เดอะแมสค์ ไฟเตอร์ ทัวร์นาเม้นท์ คือ รายการอะไร?”
“ เมื่อก่อนมันเคยจัด เดอะแมสค์ไฟเตอร์ ที่ตึกกลางกรุงเทพ แต่สุดท้ายไม่รู้เกิดอะไรขึ้น หลังจากได้แชมป์เดอะแมสค์ไฟเตอร์คนสุดท้าย คือ หน้ากากหนุมาน ก็ไม่มีการจัดการแข่งขันขึ้นอีกเลย ได้ข่าวว่า ถูกสันติบาลกวาดล้างไป จนมาจัดการแข่งขันกันใหม่อีกครั้ง เมื่อ สามเดือนก่อน โดยจัดเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ และยังจัดแบบทัวร์นาเม้นทร์ คือ การต่อสู้กัน ครั้ง ละ ประมาณ 20 คนไม่จำกัดการต่อสู้ คู่ต่อสู้สามารถ หาวิธีทำร้ายคู่ต่อสู้วิธีใดก็ได้ แต่ห้ามพกอาวุธเข้าไป เพื่อชิงรางวัล 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เมื่อสองเดือนก่อน เอ็ดการ์ส่งใบสมัครไป แล้วได้รับการคัดเลือก แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ ถูกทำร้ายบาดเจ็บจนเสียชีวิต ไม่รอดกลับมา”
“ เอ็ดการ์มีฝีมือขนาดนั้น ยังไงก็ไม่น่าบาดเจ็บถึงตายได้นะ” ขจรสงสัย
“ เฮ้อ.. เอ็ดการ์นั้นเป็นนักต่อสู้ในสังเวียน แต่พอออกนอกสังเวียนเขาก็เหมือนกับเด็กที่ยังอ่อนหัดต่อโลก ฉันเตือนเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟัง พวกคู่ต่อสู้ของเขา ล้วนมีทักษะที่แปลกๆ ประหลาด การออกอาวุธ ก็ทำร้ายกันทีเดียวถึงตาย ฉันว่า พวกเขาน่าจะถูกฝึกมาเป็นนักฆ่ามากกว่า”
ครูทิมนั่งฟังอยู่ด้วยก็เลยเสริมว่า
“ ก็มีส่วนเป็นไปได้ เพราะตอนนี้ มีข่าวว่า พวกนักฆ่าหลายประเทศ ต่างถูกเซียนคอมพิวเตอร์ ดูดเงินไปเกลี้ยงหลายองค์กร พวกมันไม่อาจทำมาหากินได้แบบเดิมๆ ต้องใช้การเบิกจ่ายเป็นเงินสด ทำให้พวกมันรับงานได้ยากขึ้น พอมีการแข่งขัน ฆ่าคนโดยถูกกฏหมาย พวกมันเลยสนใจแห่มาสมัครต่อสู้กันมากมาย ไม่ใช่มีแค่ รายการเดอะแมสค์ไฟเตอร์ทัวร์นาเม้นท์ เท่านั้น ยังมี สตรีทคิงส์ ไฟเตอร์ เดอะ เบสท์ ออฟคิงส์ และยังมีอีกหลายรายการ”
“ ใช่แล้ว ตอนนี้การต่อสู้ออนไลน์ ทำเงินได้มากมายกว่าที่ผ่านมา เพราะเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า ผู้คนสามารถเลือกชม เลือกจ่ายเงิน เลือกเดิมพันได้จากทางมือถือเครื่องเล็กๆ เครื่องเดียว ตอนนี้อดีตนักชกรุ่นเฮฟวี่เวท หลายคนต่างเข้าร่วมรายการนี้เป็นจำนวนมาก เพราะว่ามันไม่มีการจำกัดน้ำหนัก”
ซาซ่ากล่าว
“ นึกไม่ถึงจริงๆ เดี๋ยวนี้การชกมวยจะกลายเป็นธุรกิจออนไลน์ไปกับเขาด้วย ตำรวจทำอะไรไม่ได้เลยรึ?”
“ การเผยแพร่ออกอากาศไม่ได้ทำที่ประเทศไทย และสถานที่จัดก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะถูกจับได้ เจ้าของรายการก็อยู่ต่างประเทศ ไม่มีทางทำอะไรพวกเขาได้ และยิ่งเงินรางวัลที่จ่ายให้กับ ผู้ตายมีมูลค่า ถึง 1 แสนเหรียญสหรัฐ ญาติของผู้ตายก็ไม่กล้าแจ้งความ เพราะมิเช่นนั้นก็จะไม่ได้เงินจำนวนนี้”
“ ซาซ่า ช่วยสมัครให้ผมหน่อย ผมอยากเข้าร่วมรายการ เดอะแมสค์ไฟเตอร์ ทัวร์นาเม้นท์”
“ จริงดิ มันอันตรายมากเลยนะ”
ขจรไม่ตอบ แล้วพาซาซ่า เข้าไปในห้องแต่งตัว แล้ว หยิบหน้ากากหนุมานออกมสวมใส่
“ หน้ากากหนุมาน โอ้ ….จอนนนที่รัก คุณคือ หน้ากากหนุมาน”
ซาซ่า ถึงกับเสียอาการ โผเข้ามากอดหน้ากากหนุมานด้วยความดีใจ
“ ใจเย็นๆ ซาซ่า”
“ เฮ้ ฉันเป็นแฟนคลับของคุณมานานแล้ว ฉันดูการต่อสู้ของคุณทุกครั้ง ไม่อยากเชื่อเลย ว่าจะเป็นคุณ” ซาซ๋า เข้าจูบปากหน้ากากหนุมานด้วยความคลั่งไคล้
จนขจรต้องรีบถอดหน้ากากหนุมานออก ซาซ่า เลยเข้าโหมดอารมณ์ปกติได้
“ ตกลง ฉันจะติดต่อรายการเดอะแมสไฟเตอร์ ว่าหน้ากากหนุมานกลับมาแล้ว อยากเข้าร่วม การต่อสู้ครั้งต่อไป”
ซาซ่าดีใจรีบออกจากห้อง รีบไปสมัครแข่งขันให้ขจรทันที
ครูทิมเข้าห้องมาเห็น ซาซ่ารีบเดินออกไป ก็เข้ามาถามขจรด้วยความสงสัย
“ นี่เอ็งจะเข้าร่วมต่อสู้จริงๆ หรือวะ”
“ ทีแรกก็ไม่สนใจ แต่พอรู้ว่า เอ็ดการ์ต้องตายไปเพราะพวกมัน ผมอดไม่ได้จริงๆ ที่จะปล่อยให้คนชั่วพวกนั้นฆ่าคนที่เคยเรียกผมว่า อาจารย์ ให้ลอยนวลไปง่ายๆ แบบนี้”
“ ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน พวกมันไม่ฝึกฝนมาเพื่อชนะ แต่พวกมันฝึกฝนมาเพื่อฆ่าเท่านั้น”.....