อาณาจักรนิรันต์

    ปฏิบัติการฮาเวียร์

    “ข้อมูลที่เราได้รับมาเร็วๆ นี้ เป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เราได้เปรียบอย่างมากในการโจมตีที่กำลังใกล้เข้ามา” คาย่าพูด น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความลังเล เธอกัดริมฝีปาก “แรกๆ ข้าก็ดีใจที่สืบได้ข้อมูลเหล่านี้มา แต่พอคิดดูดีๆ …” เธอถอนหายใจ “ทุกอย่างมันง่ายเกินไป ราวกับมีใครจงใจป้อนข้อมูลให้เรากิน”

     

    “ราวกับเราเป็นหมากบนกระดานของใครสักคน?” อาเธอร์พูดพึมพำ น้ำเสียงดูสงสัยแต่แววตากลับฉายแววรู้ทัน เขาลอบมองเดวิด ซึ่งใบหน้ายังนิ่งราวหินผา

     

    ทันใดนั้น ผ้าเต็นท์ด้านหน้าสะบัด วาลาสก้าวเข้ามา ถือกองม้วนกระดาษในมือ เขาวางม้วนกระดาษลงตรงหน้าอาเธอร์และเดวิดด้วยท่าทางเงียบขรึม ก่อนก้าวไปยืนข้างคาย่า สายตาคมกริบจ้องทั้งสอง

     

    “นี่คือข้อมูลและรายงานที่เราได้รับในช่วงสองสามเดือนนี้” คาย่าอธิบาย มือชี้ไปที่กองกระดาษ “ตำแหน่งเสบียง แผนเคลื่อนทัพ ชื่อนายทหารคาร์ทุซ…ทั้งหมดนี้”

     

    อาเธอร์หยิบม้วนกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา เขากวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนส่งต่อให้เดวิด เดวิดรับมา เริ่มอ่านด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์ ดวงตาสีเงินกวาดผ่านตัวอักษรราวเครื่องสแกน คาย่าและวาลาสขมวดคิ้ว มองเดวิดด้วยสายตางุนงง ‘เขาอ่านเร็วขนาดนั้นได้ยังไง?’

     

    เพียงไม่กี่นาที เดวิดวางม้วนกระดาษใบสุดท้ายลง หลับตาครู่หนึ่งราวกำลังประมวลผลข้อมูล วาลาสเอียงศีรษะเล็กน้อย สายตายังจับจ้องเดวิด “เจ้า…อ่านจบแล้วจริงๆ หรือ?” เขาถาม น้ำเสียงแหบต่ำ

     

    “ได้เรื่องยังไงบ้าง?” อาเธอร์หันไปถามเดวิด น้ำเสียงแฝงความตื่นเต้น “สรุปมาให้ชัดๆ”

     

    เดวิดลืมตาขึ้นแล้วเปิดปากพูดกับอาเธอร์ โดยที่เขาเลือกที่จะใช้ภาษาสหพันธรัฐแทนภาษาของที่นี้ เพื่อรวดเร็วและความแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถใช้ศัพท์ทางทหารเพื่อให้อาเธอร์เข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว

     

    คาย่าและวาลาสมองไปที่เดวิดที่กำลังพูดภาษาที่พวกเขาทั้งสองคนไม่เคยได้ยินมาก่อน ‘ไม่ใช่ภาษาของถิ่นไหนในมิดทรอรา ไม่ใช่ของอาณาจักรไหนของทวีปตะวันตก แม้แต่ตะวันออกก็ไม่ใช่ เจ้านั้นพูดภาษาอะไรกัน?’

     

    เมื่อเดวิดพูดจบ อาเธอร์นั่งตัวตรง มือลูบคาง ใบหน้าครุ่นคิด “ถ้าข้อมูลนี้แม่นยำขนาดนี้…” เขาหยุด หันไปหาคาย่า “เจ้ามีแผนที่ละเอียดของแถวนี้ไหม? ที่เห็นทารอนและคาร์ทุซชัดๆ”

     

    คาย่าที่กำลังจองทั้งสองอยู่สะดุ้งเล็กน้อย ตื่นจากภวังค์ เธอหันไปสบตาวาลาสและพยักหน้า วาลาสก้าวไปที่หีบไม้เก่าข้างกำแพง หยิบม้วนกระดาษขนาดใหญ่ขึ้นมา เขากางมันออกตรงหน้าอาเธอร์ มันเป็นแผนที่วาดด้วยมือของแถบตะวันตกเฉียงใต้ของมิดทรอรา เนินทราย ภูเขาหิน แม่น้ำ และโอเอซิสถูกขีดเขียนด้วยหมึกจางๆ แต่ยังอ่านได้ชัดเพียงพอสำหรับการวางแผน

     

    อาเธอร์ก้มลง ใช้นิ้วลากบนแผนที่ “หุบเขานี้…เส้นทางพายุ…จุดโอเอซิส” เขาพึมพำ ข้อมูลที่ได้จากเดวิดในหัว

     

    เดวิดขยับเข้าใกล้อาเธอร์ พร้อมกับยืดหน้าเข้าไปใกล้แผนที่ขึ้นเล็กน้อย ชี้ตำแหน่งบนแผนที่ เสริมรายละเอียดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “จุดนี้เป็นช่องทางแคบ ส่วนนี้คือที่ราบสูง”

     

    ทั้งคู่สลับพูดภาษาสหพันธรัฐอย่างเมามัน เสียงพูดของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและสมาธิ เหมือนเด็กน้อยสองคนกำลังวางแผนหนีเที่ยวในค่ำคืนที่พ่อแม่เผลอ

     

    คาย่ามองทั้งสองด้วยความหงุดหงิด ‘ไอ้สองคนนี้พูดอะไรกันอีกแล้ว?’ เธอกัดฟัน

     

    “ถ้ารวมเข้ากับข้อมูลที่ว่ากำลังหลักของพวกมันขนาดสามหมื่นคน การเคลื่อนย้ายกำลังพลขนาดนี้ ต้องมีจุดพักตามโอเอซิสพวกนี้แน่” อาเธอร์พูดขึ้นจริงจังอีกครั้ง “อีกทั้งทางฝั่งทารอนเองที่มีกำลังร่วมกับทหารรับจ้างราว ๆ สองหมื่นห้า การจัดขบวนทัพก็ไม่ต่างกันมาก” เขาหันไปมองเดวิดพร้อมรอยยิ้ม “นายคิดเหมือนที่ฉันคิดรึเปล่า เดวิด?”

     

    “หมายถึงคิดว่าจะหนียังไงนะหรอ?” เดวิดตอบเสียงเรียบ สีหน้าเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยความยียวน

     

    “ไม่ใช่โว้ย!” อาเธอร์โวยกลับทันควัน “กองทัพทั้งสองฝ่ายไม่มีทางเลือกการเคลื่อนพลมากนัก โครงสร้างภูมิประเทศบีบให้พวกเขาต้องใช้เส้นทางเดียวกัน โดยเฉพาะแนวโอเอซิสและหุบเขา”

     

    “นั่นก็เป็นข้อมูลพื้นฐานที่แม่ทัพทั่วไปควรรู้ดีอยู่แล้ว” เดวิดถาม

     

    “ใช่ แต่ปัญหาคือ ‘ทุกคนคิดแบบนั้นหมด’ และนั่นแหละคือกับดัก” อาเธอร์ยกนิ้วชี้ “พวกเราคิดว่าได้ข้อมูลของศัตรู แต่ศัตรูก็คิดว่าได้ข้อมูลของเราเช่นกัน”

     

    เดวิดฟังที่อาเธอร์อธิบายแล้วก็เริ่มเข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงอะไร “หรือนายกำลังหมายถึงเรื่องนั้น?”

     

    อาเธอร์ยิ้มเหมือนคนที่กล่อมเพื่อนให้แอบหนีเที่ยวด้วยกันแทนที่จะเข้าเรียนได้ “ใช่แล้ว มันก็คือสิ่งนั้นแหละ!”

     

    เดวิดพยักหน้า “อืม..นึกไม่ถึงว่านายจะคิดถึงเรื่องนั้นได้”

     

    “อย่าดูถูก ที่หนึ่งของรุ่นเตรียมทหารสถานีอวกาศเวย์พอยท์ นะโว๊ย” อาเธอร์ยืดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

     

    “เอ๋…เดี๋ยวนี้มาตรฐานตกลงขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย” เดวิดมองอาเธอร์ด้วยสายตาเหยียดๆ เล็กน้อย เมื่ออาเธอร์ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มโมโหขึ้น “แกว่าไงนะ!…”

     

    “พอได้แล้ว!” คาย่าตะโกน ฝุ่นฟุ้งเมื่อมือเธอทุบลงบนพื้นทราย “พวกเจ้าพูดอะไรกัน พูดให้ข้าเข้าใจด้วย!” น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิด

     

    อาเธอร์หันกลับมาที่คาย่า “มันคือ ‘ปฏิบัติการฮาเวียร์’ (Operation Javier) ”

     

    “ปฏิบัติการฮาเวียร์?” คาย่าและวาลาสต่างงงกับสิ่งที่อาเธอร์พูด

     

    “ตามปฏิทินสหพันธรัฐปี …. เออไม่ๆ ข้าหมายถึง” อาเธอร์กำลังจะเริ่มเล่าแต่ลืมนึกถึงว่าจะเล่าเวอร์ชั่นเดิมไม่ได้ เพราะมีอีกหลายอย่างที่พวกเขาไม่รู้ความหมาย อาเธอร์คิดพักหนึ่งก่อนจะเล่าใหม่ “สมัยก่อน…มีแม่ทัพชื่อนายพลแม็คอาเธอร์ เขานำทัพบุกถึงพรมแดนศัตรู ได้ข้อมูลจากสายลับว่าศัตรูจะบุกในสามวัน และแนวหลังของศัตรูมีช่องว่าง เขาจึงนำทัพหลักอ้อมไปตีแนวหลัง โดยทิ้งกองกำลังเล็กๆ ไว้ที่ฐาน”

     

    อาเธอร์ใช้นิ้วลากเป็นเส้นโค้งบนแผนที่หน้าตัวเอง ชี้จากฐานแนวหน้าอ้อมไปด้านหลัง “พวกเขาเดินทางอ้อมไปทางตะวันออก ในเวลากลางคืน ใช้เส้นทางที่ไม่มีใครคาดคิด เพื่อให้เข้าไปโจมตีค่ายทัพหลังของศัตรูโดยตรง”

     

    “ทุกอย่างดูจะเป็นไปได้สวย…แต่ว่าก็มีเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด” อาเธอร์หยุดแล้วถอยหายใจ “ศัตรู…ก็ได้รับข้อมูลที่ ‘เหมือนกันเป๊ะ’ จากสายของตัวเองเหมือนกัน”

     

    วาลาสขมวดคิ้ว “หมายความว่า…ศัตรูก็วางแผนตีแนวหลังของนายพลแม็คอาเธอร์เหมือนกัน?”

     

    อาเธอร์พยักหน้า “ใช่ พวกเขาก็คิดว่าแนวหลังของนายพลแม็คอาเธอร์เปิดโล่งเหมือนกัน จึงวางแผนให้กองทัพหลัก อ้อมไปตีทัพหลังของนายพลแม็คอาเธอร์เหมือนกัน”

     

    “แล้วผลคืออะไร?” คาย่าถามเสียงเรียบ

     

    “ทั้งสองฝ่ายบุกตีแนวหลังของกันและกันสำเร็จ” อาเธอร์ตอบ “พวกเขาต่างทำลายเส้นทางลำเลียง เสบียง ฐานบัญชาการ แนวป้องกัน…ทุกอย่างพินาศ”

     

    วาลาสพึมพำขึ้น “กลายเป็นว่าทัพหลังของทั้งคู่…ถูกทำลายพร้อมกัน”

     

    อาเธอร์พยักหน้า “ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าแนวหลังตัวเองแตก”

     

    เดวิดกล่าวเสริม “ความตื่นตระหนกเริ่มขึ้น นายพลแม็คอาเธอร์ต้องถอยกลับ แต่เส้นทางที่ใช้อ้อมมานั้นช้าเกินไป” เขาลากนิ้วเป็นเส้นตรงกลางแผนที่ “เขาจึงเลือกเส้นทางเร็วที่สุด…และศัตรูก็เลือกเหมือนกัน”

     

    อาเธอร์เสริมต่อ “แถมถ้าพวกเขาช้า กำลังเสริมของอีกฝ่ายก็จะตามมาได้อีก”

     

    อาเธอร์ใช้นิ้วลากเส้นตรงกลางแผนที่ลากไปตัดกับเส้นอีกเส้นหนึ่ง “สองกองทัพที่หนีกลับ…เผชิญหน้ากันกลางเส้นทาง ไม่มีป้อม ไม่มีเสบียง มีแต่ทหารที่เหนื่อยล้าและหวาดกลัว”

     

    “และไม่มีใครกล้าถอยหลัง เพราะข้างหลังที่รออยู่ก็มีเพียงเถ้าถ่านกับทัพเสริมศัตรูที่พร้อมจะบุกมาทุกเมื่อ” เดวิดกล่าวนิ่งๆ

     

    “กองทัพทั้งสองฝ่ายถูกบีบให้สู้กันซึ่งๆ หน้า” อาเธอร์หัวเราะแห้ง “ผลคือทั้งคู่ปะทะกันตรงๆ สูญเสียเกือบทั้งกองทัพ เหลือรอดไม่ถึงร้อยจากคนเป็นหมื่น”

     

    “ปฏิบัติการฮาเวียร์” เดวิดพูดนิ่ง “คือบทเรียนว่า…ข้อมูลที่ได้มา ถึงจะถูกต้อง แต่ศัตรูอาจรู้เหมือนกัน”

     

    “และยิ่งต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเหนือกว่า ก็ยิ่งพากันตายเร็วขึ้น” อาเธอร์วางมือลงบนแผนที่ สบตาคาย่า “ถ้าทารอนและคาร์ทุซถูกป้อนข้อมูลแบบนี้…มันเหมือนมีคนที่สามอยากให้ทั้งสองฝ่ายพินาศ”

     

    “เจ้าคิดว่าตอนนี้พวกเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับนายพลแม็คอาเธอร์?” วาลาสถามขึ้น

     

    “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” อาเธอร์พูด น้ำเสียงจริงจัง “ข้อมูลที่เจ้าได้ มันชี้ให้บุกแนวหลังคาร์ทุซ ข้าพนันได้เลยว่าคาร์ทุซก็ได้ข้อมูลของทารอนเหมือนกัน ราวกับมีใครโยนข้อมูลเข้าปากทั้งสองฝ่าย” เขาหยุด สายตาคมกริบ “คนที่สาม…คนที่อยากให้ทารอนและคาร์ทุซฆ่ากันเองให้ได้มากที่สุด”