จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 131 คนขุดหลุมศพ

            เมื่อมีฉินอวี่อยู่ด้วยหวังจงและหลิวเจ๋อก็โล่งใจขึ้นมาก พวกเขากลับไปขุดหลุมฝังศพตามปกติและความเร็วในการขุดก็ช้าลง หลิวเจ๋อเป็นคนตรงไปตรงมานึกอะไรขึ้นได้เขาก็ถามไปทั้งหมด

            “พี่หลี่ เจ้าเปิดใช้รอยผนึกฝ่ามือแล้วทำไมจึงมาอยู่ที่นี่ใช้ชีวิตระดับต่ำเช่นนี้เล่า? เจ้าไปล่วงเกินใครมาหรือ?”หลังจากหลิวเจ๋อนำดินออกมาแล้วก็ถามขึ้นทันที

            “พูดตามตรงนะ ตอนข้ามาที่นี่ข้าอยู่ในสภาพที่เกือบตาย เมื่อฟื้นขึ้นมาความทรงจำก็ปนกันยุ่งเหยิงไปหมด เพียงแต่ ข้าจำได้ว่าข้าไปทำอะไรใครสักคนหนึ่งหรือพูดได้ว่า การเปิดรอยผนึกฝ่ามือไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยคนเปิดรอยผนึกฝ่ามือมีตั้งมากมาย แต่หากเหนือขึ้นไปไม่มีผู้ใดก็ไม่มีประโยชน์?”ฉินอวี่กล่าวอย่างเรียบเฉยและส่งสายตากลับไปยังใบหน้าของทั้งสองคนอีกครั้ง

            ทั้งสองคนต่างมีความรู้สึกเช่นเดียวกันต่อคำพูดของฉินอวี่และหวังจงก็พูดออกไปอย่างปลงใจ “พี่หลี่พูดถูก หากมีใครเหนือขึ้นไปพวกเราคงไม่ถูกส่งตัวมาที่นี่ และไม่รู้ว่าจะต้องอยู่เดียวดายไปถึงเมื่อไรโชคดีที่พี่หลี่มาที่นี่ ไม่เช่นนั้น คงมีหวังต้องแก่ตายอยู่ที่นี่เป็นแน่”

            “พวกเจ้าเป็นคนที่ไหนกัน? ทำไมจึงมาอยู่ที่นี่?”ฉินอวี่เอ่ยปากถามพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย

            “พวกเราล้วนเป็นคนของเมืองจุ้ยโหมว เฮ้อ เป็นเพราะไม่มีทรัพยากรในการฝึกฝนจึงต้องกลายมาเป็นคนขุดหลุมศพ” หลิวเจ๋อถอนหายใจ

            “ในตอนนั้นที่ต้าโหมวเทียนขาดแคลนทรัพยากรฝึกฝนอีกทั้งความถนัดของพวกข้าก็ไม่โดดเด่น จึงได้แต่ทำงานหยาบๆ เท่านั้น”หวังจงตอบอีกครั้ง

            “อย่าเพิ่งโกรธไปเลย รอให้ระดับฝึกฝนเพิ่มขึ้นเดี๋ยวก็มีพื้นที่ให้ได้ออกหน้าเอง” ฉินอวี่ปลอบทั้งสองคน สิ่งที่สงสัยอยู่ในใจคือต้าโหมวเทียนคือชื่อของเหวลึกแห่งนี้หรือ? และเหวลึกแห่งนี้มีขนาดใหญ่ขนาดไหนกันถึงต้องถูกแบ่งออกเป็นเขตเช่นนี้

            “คงเหลือแต่ให้เป็นเช่นนี้แล้วล่ะ รอให้ระดับการฝึกฝนของข้าถึงขั้นกุมารทิพย์ข้าจะไปยังสนามรบปรโลกเพื่อจะลองดูว่าข้าจะสามารถครอบครองสายเลือดของเผ่าประหลาดที่อยู่ในร่างกายได้หรือไม่หากสามารถได้มันมา ข้าก็จะได้ไปแดนโหมวโต้วจะได้ลองดูให้รู้กันว่าข้าจะสามารถเป็นหนึ่งในสิบสองอสูรธรณีได้หรือไม่” หวังจงกัดฟันและพูดอย่างหนักแน่น

            “อสูรธรณี... หากต้องการเป็นอสูรธรณีอย่างน้อยที่สุดก็มีโอกาสหนึ่งในหมื่นทั้งชีวิตข้าก็เป็นได้แค่อสูรอารักขาทั่วไปก็จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรของการฝึกฝน” หลิวเจ๋อขุดดินอย่างดุเดือดบ้วนน้ำลายลงพื้นและพูดอย่างหนักแน่น

            ฉินอวี่หรี่ตาลงรู้สึกดีใจอยู่ในใจ ได้สายเลือดจากร่างของเผ่าประหลาด? หรือว่า เผ่าประหลาดที่เขาพูดถึงจะเป็นเผ่าหยาจื้อ? ฉินอวี่จำได้ว่าผู้นำเผ่าหยาจื้อส่งตัวอันดับหนึ่งไปยังสนามรบปรโลกและฉินอวี่ก็พูดขึ้นทันที “จะสามารถได้รับสายเลือดของเผ่าประหลาดจากในสนามรบปรโลกได้จริงหรือ?ข้าได้ยินมาว่า เผ่าประหลาดนั่นแข็งแกร่งมากเลยทีเดียวดูเหมือนจะเป็นพวกเผ่าหยาจื้อ สายเลือดพวกนั้นเอามาได้ยากมากเลยทีเดียว”

            “ใช่ ยากมากๆ แต่ก็มีคนเคยทำได้มาแล้วได้ยินมาว่าในครั้งนี้มีคนหนึ่งในเจ็ดสิบสองอสูรธรณีที่กระตุ้นสายเลือดประหลาดนี้ขึ้นมาได้แล้วพละกำลังแข็งแรงจนไม่อาจมีใครเทียบได้ได้ยินมาว่ามีโอกาสได้กลายเป็นหนึ่งในสามสิบหกขุนพลสวรรค์เลยทีเดียว”หวังจงถอนหายใจ ในดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง

            ฉินอวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกแม้ว่าเขาจะยังไม่ได้กระตุ้นสายเลือดของหยาจื้อและเสวียนอู่แต่เขาก็มีพลังปราณของหยาจื้อและเสวียนอู่อยู่กับตัวเดิมทีก็กลัวว่าตัวตนของตนเองจะถูกเปิดเผยแต่เมื่อดูจากตอนนี้แล้วก็รู้ว่าตนเองอาจคิดมากเกินไป

            สามสิบหกขุนพลสวรรค์เจ็ดสิบสองอสูรธรณี?

            ดูเหมือนว่าเหวลึกแห่งนี้จะมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิดไว้หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง ฉินอวี่ก็พูดต่อไป “จริงสิพวกเจ้าเปิดรอยผนึกอะไรกันมาหรือ?”

            “รอยผนึกตันเถียน ข้าเปิดได้เท่านี้ก็ดีมากแล้วล่ะ”หลิวเจ๋อมองฉินอวี่อย่างอิจฉาในความสามารถ

            “ข้าไปล่วงเกินคนคนหนึ่งมา ต่อให้เปิดผนึกฝ่ามือแล้วจะอย่างไร?” ฉินอวี่ถอนหายใจเล็กน้อย แต่กำลังใช้ความคิดเรื่องเหล่านี้ตามที่อันดับสองเคยบอกไว้ คนของฝ่ายต้าโหมวจะมีรอยฝ่ามืออยู่กลางระหว่างคิ้วแต่หวังจงกับหลิวเจ๋อกลับไม่มี หรือว่า รอยฝ่ามือของพวกเขาจะอยู่ที่หน้าอก?และพวกที่มีรอยผนึกฝ่ามืออยู่ระหว่างคิ้ว คือคนที่เปิดจุดผนึกทะเลทุกข์หรือ?

            ต้องเป็นเช่นนี้แน่นอน

            จากนั้นฉินอวี่ก็ชวนพวกเขาคุยเรื่องเกี่ยวกับเหวลึกแห่งนี้อีกเล็กน้อย

            แม้ว่าทั้งสองคนจะรู้อะไรไม่มากนักแต่ทั้งคู่ก็รู้เรื่องโดยทั่วไปของเหวลึกเป็นอย่างดี และหลิวเจ๋อก็เป็นคนที่มักพูดทุกอย่างที่รู้และค่อยๆ เปิดเผยความลึกลับของเหวลึกให้ฉินอวี่ได้รับรู้

            หากเทียบกับเผ่าหยาจื้อเหวลึกแห่งนี้เป็นเหมือนโลกอีกใบหนึ่ง แผ่นดินถูกแบ่งออกเป็นเก้าดินแดน สิบสองเขตและในตอนนี้ฉินอวี่อยู่ในเขตที่เรียกว่าเขตจุ้ยโหมว ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้เผ่าหยาจื้อมากที่สุด

            จากที่ฟังทั้งสองคนพูดมานั้นการให้ผู้ที่เหมาะสมเป็นคนจำกัดความเหวลึกแห่งนี้นับเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้วในเหวลึก คนที่ไม่มีการเปิดรอยผนึกล้วนต้องตาย หรืออาจพูดได้ว่าผู้เปิดรอยผนึกตันเถียนขึ้นไปถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะมีชีวิตรอดแต่รอยผนึกตันเถียนนับว่าเป็นผนึกระดับชั้นที่ต่ำที่สุดเหนือกว่านั้นคือรอยผนึกฝ่ามือ รอยผนึกทะเลทุกข์ และรอยผนึกอมตะ

            สิ่งที่แตกต่างไปจากผนึกฝ่ามือและผนึกทะเลทุกข์ก็คือผนึกอมตะนี้มีความพิเศษที่สุดแต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่าแข็งแกร่งกว่าผนึกฝ่ามือและผนึกทะเลทุกข์ แต่อย่างไรก็ตามหากทำการเปิดผนึกอมตะก็จะสามารถสร้างพยนต์มรณะขึ้นมาได้แต่ผู้ที่เปิดผนึกอมตะทุกคนล้วนแต่ต้องกลายเป็นผู้บ่มเพาะอย่างหนักในเหวลึก

            แม้ว่าจะเปิดผนึกระดับต่ำสุดอย่างผนึกตันเถียนก็ยากที่จะอยู่รอดในเหวลึก หากไม่มีทรัพยากรฝึกฝนผู้เปิดผนึกตันเถียนแทบทุกคนต่างต้องไปยังชั้นลึกที่สุดของเหวลึกเพื่อทำงานบางอย่างเลี้ยงชีพอาศัยความเหนื่อยยากแลกกับทรัพยากรฝึกฝน

            แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าผู้เปิดผนึกตันเถียนจะถูกกำหนดให้อยู่ล่างสุดพวกเขาสามารถขยับขั้นขึ้นมาได้ตามพละกำลังและความสามารถของแต่ละคน

            เพื่อเป็นการกระตุ้นผู้ฝึกตนทุกคนเหวลึกจึงต้องควบคุมทรัพยากรฝึกฝนอย่างเคร่งครัด หากต้องการทรัพยากรฝึกฝนก็จะต้องเข้าร่วมการทดสอบที่เข้มงวดมาก เพื่อให้ได้เป็นอสูรอารักขา

            ระดับขั้นในเหวลึกแบ่งได้ดังนี้อสูรอารักขา อสูรธรณีอารักขา เจ็ดสิบสองอสูรธรณี อสูรสวรรค์อารักขาสามสิบหกขุนพลสวรรค์ โห่วเหย่ หวัง จวิน และตี้

            “พวกเจ้าบอกว่าร่างนี้คือร่างของโห่วเหย่หรือ?” ฉินอวี่มองไปยังร่างไร้ศีรษะทางด้านข้างและพูดอย่างแปลกใจ

            “ใช่แล้วล่ะ เหมือนจะได้ยินมาว่าชื่อวั่งเทียนโห่วอะไรนี่ล่ะอยากจะก้าวไปอีกขั้น แต่กลับพ่ายแพ้ให้จ้านหวังที่หนุ่มที่สุดในการประลองยุทธ์ถูกหมัดของจ้านหวังระเบิดศีรษะ ช่างน่าเสียดาย กว่าจะได้เป็นโห่วเหย่ก็ยากแสนยากแต่สุดท้ายก็ถูกฝังอยู่ที่นี่ สู้อยู่เป็นโห่วเยว่ของเขาให้สบายไม่ดีกว่าหรือ?”หลิวเจ๋อพูดตามความรู้สึก โห่วเหย่ ระดับเช่นนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะคิดถึงเลย

            ฉินอวี่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปรอให้หลิวเจ๋อได้เป็นโห่วเหย่เสียก่อน ถึงตอนนั้นคงไม่คิดเช่นนี้

            ฉินอวี่พิจารณาดูซากศพนี้และแอบตกตะลึงอยู่ในใจ แม้วั่งเทียนโห่วผู้นี้จะตายในสงครามแต่ในร่างกายยังเต็มไปด้วยสัมผัสแห่งเต๋าเห็นได้ชัดว่าตอนมีชีวิตอยู่เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเขตแดนเต๋านี่ยังเป็นเพียงแค่โห่วเหย่ แล้วหากเป็นระดับสูงขึ้นอย่าง หวัง จวิน ตี้ จะมีความแข็งแกร่งถึงเพียงไหน?

            พลังอำนาจอันแข็งแกร่งส่วนที่เหลือของจอมอสูรนี้มีความแข็งแกร่งกว่าเผ่าหยาจื้อมากยิ่งนัก!

            หากไม่ใช่เพราะเคยเผชิญมาด้วยตนเองฉินอวี่ก็คงก็คงยากจะจินตนาการได้ถึงแดนขัดเกลาของสำนักยุทธ์ว่านจ้งมันครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง มีผู้ทรงกำลังอันแข็งแกร่งถึงสองส่วนซึ่งแม้เป็นหนึ่งในนั้นก็สามารถก่อกวนได้ทั้งแดนคุ่นหลงซิงเฉิน

            “เอ๊ะ แล้วทำไมหลุมศพถึงถูกขุดเช่นนี้?” ขณะฉินอวี่กำลังครุ่นคิดเขาก็เหลือบมองไปยังหลุมศพอย่างไม่ตั้งใจเขารู้สึกแปลกใจที่เห็นหลุมฝังศพดูแปลกไปเล็กน้อยหากดูจากด้านบนก็เหมือนเป็นผนึกฝ่ามือซึ่งก่อนหน้านี้ที่สุสานร้างเขายังไม่ได้ใส่ใจมัน

            “เหอะๆ เรื่องนี้เจ้าคงไม่รู้สินะ? หลุมผนึกสะสมเมื่อนำศพฝังที่นี่แล้ว พลังผนึกในร่างของพวกเขาจะไม่สูญสลายไปไหนและเมื่อถึงเวลาขุดค้น สามปีจากนั้น ก็จะสามารถนำขึ้นมาปรับแต่งเป็นพยนต์มรณะได้โดยยังไม่สูญเสียพลังไปมากนัก”หลิวเจ๋อพูดอธิบาย

            ฉินอวี่จดจำลักษณะของหลุมฝังศพเหล่านี้ไว้โดยละเอียด

            หลังจากทั้งสองคนฝังศพของโห่วเหย่ทั้งสองเรียบร้อยแล้วทั้งสามคนก็ออกไปจากสุสานร้าง

            “อย่างข้าที่เข้าสู่ขั้นกุมารทิพย์แล้ว จะต้องฝึกฝนผนึกฝ่ามืออย่างไรอีก?”ฉินอวี่เดินไปถามไป ในเมื่อได้มาถึงเหวลึกแล้วเขาก็ต้องการทำความเข้าใจกับวิชาลับของผนึกฝ่ามือเอาไว้บ้างหากสามารถฝึกฝนผนึกฝ่ามือนี้ได้ นั่นนับเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

            “พวกเราก็มีเพียงวิชาฝึกฝนของผนึกตันเถียนระดับต้นเท่านั้นหากต้องการจะฝึกในระดับที่สูงขึ้นไป ก็จะต้องได้เป็นอสูรอารักขาเสียก่อนมีเพียงอสูรอารักขาเท่านั้นที่จะมีวิธีการฝึกฝนหลังจากนั้นได้”หวังจงพูดพลางถอนหายใจ ในแดนต้าโหมวเทียน แม้ว่าจะไม่มีข้อจำกัดอะไรมากนักแต่หากต้องการจะได้อะไร ก็จำเป็นต้องเป็นอสูรอารักขาเสียก่อนและต้องเป็นอสูรอารักขาเท่านั้นจึงจะมีทรัพยากรฝึกฝนและสามารถฝึกฝนกลวิชาต่างๆ ได้

            ฉินอวี่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากมายส่วนที่เหลือของจอมอสูรคงพยายามที่จะออกไปจากที่นี่มาโดยตลอดและที่นี่ก็มีทรัพยากรฝึกฝนที่จำกัดหากต้องการมีทรัพยากรฝึกฝนก็จำเป็นต้องพิสูจน์ตนเอง

            ส่วนที่เหลือของจอมอสูรจำเป็นต้องเป็นผู้แข็งแกร่ง มิใช่ผู้อ่อนแอ

            “ที่แห่งนี้คือที่พำนักของพวกข้า ปกติแล้วก็ไม่มีใครอื่นเมื่อรวมกับคุณปู่เฝ้าสุสานแล้ว รวมทั้งหมดก็มีกันอยู่ห้าคน เดิมทีมีทั้งหมดเจ็ดคนแต่นึกไม่ถึงว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนนี้ พวกเขาเพิ่งถูกผู้เฒ่าร้องไห้จับตัวไป”หลิวเจ๋อเดินไปพูดไป

            ทันทีที่ถึงบริเวณรอบนอกของสุสานร้างฉินอวี่เงยหน้ามองตรงไปเบื้องหน้าก็พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเหาะเข้ามาจากระยะไกลสุดสายตา

            “ช่างเป็นกองกำลังที่ยิ่งใหญ่...กองกำลังของต้าหลัวเต้าจวินเป็นไปได้อย่างไรกัน ไป ไปเร็วเข้า!”หวังจงพูดอย่างประหลาดใจ จากนั้นจึงเหาะขึ้นไปในอากาศ

            “มานี่เร็ว!” เสียงอันดังกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน

            พวกฉินอวี่ทั้งสามคนจึงรีบเหาะตรงไปด้านหน้า

            “ข้าต้องการหลุมวัฏสงสารหกวิถีที่ดีที่สุด หากมีอะไรผิดไปแม้แต่น้อยระวังชีวิตอันไร้ค่าของพวกเจ้าไว้เถอะ!”หญิงสาวงดงามในชุดคลุมดำอุ้มร่างอันโชกไปด้วยเลือดของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาและพูดด้วยน้ำเสียงที่คมชัดและแหบแห้ง

            นี่คือหญิงสาวที่สวยงามอย่างยิ่งกระโปรงสีดำเบาบางปกคลุมร่างกายที่งดงามได้สัดส่วนทำให้ผู้คนต่างตื่นเต้นด้วยความหลงใหล สะกดจิตใจจนสั่นไหวแต่ใบหน้าของนางกลับมีรอยบาดแผลที่ดูน่ากลัวอยู่รอยหนึ่งจนทำลายรูปลักษณ์อันงดงามหมดลงไปทันที

            หวังจงสูดลมหายใจเข้าลึกๆและเหมือนจะคาดเดาสถานะของหญิงสาวคนนี้ได้ ในใจก็เกรงกลัวขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบพยักหน้า

            “เหล่าทหารจงฟังคำสั่ง ต่อให้ต้องขุดแดนต้าโหมวเทียนลงไปก็ต้องหาคนนอกผู้นั้นมาให้ได้ เป็นต้องพบตัว ตายต้องเห็นศพ!”หญิงสาวชุดดำตวาดกร้าว ส่งผลให้แผลเป็นบนใบหน้าด้านขวาของนางดูน่ากลัวยิ่งขึ้นเผยให้เห็นความอาฆาตและพยาบาทที่รุนแรง

            ฉินอวี่ตกใจขึ้นทันทีคนนอกหรือ?

            หรือจะเป็นหยางเต้า?

            ไม่สิแม้คนผู้นี้จะตายแล้ว แต่ดูจากพลังปราณที่เหลืออยู่เขาน่าจะไม่ใช่คนที่หยางเต้าจะเอาชนะได้แม้ว่าคนผู้นี้จะไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งขั้นเขตแดนเต๋าแต่อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะอยู่ในขั้นทลายวิถี

            หากไม่ใช่หยางเต้า

            แล้วจะเป็นใครได้อีก?

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน