[New Life] อิสระของชีวิต

[129] สร้างความมั่นใจด้วยของจริง

[129] สร้างความมั่นใจด้วยของจริง “ดูจะไม่มีข่าวเรื่องพวกเราเลยนะ?”“คนก็ลืมกันง่ายงี้ล่ะ กับเพื่อน ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าจะมีใครยังจำฉันได้บ้าง”“เฮ้อ มีชีวิตชิวๆ มันก็สบายดี แต่มันก็น่าเบื่อเนอะ”“เห็นด้วยอย่างแรงเลยฟ่ะ”ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่รวมกัน แต่ละคนพูดคุยกันเองชิวๆ อยู่ด้านหลังกระท่อมที่ตั้งเรียงกัน บรรยากาศร่มรื่นมีร่มไม้บังแดดยามเย็นให้ ทิวทัศน์ไม่ใกล้ไม่ไกลเป็นภูเขาสูงชวนให้ผ่อนคลาย พวกเขาล้วนนั่งเหยียดนอนเหยียดบนแคร่ไม่ไผ่ตัวยาวด้วยความเกียจคร้านหากที่ตั้งอยู่ตรงกลางไม่ใช่น้ำผลไม้สด บรรดาชายหนุ่มกลุ่มนี้ก็คงไม่ต่างจากพวกคุณลุงข้างบ้าน ที่มาร่วมวงก๊งเหล้าเมาหัวราน้ำกันตั้งแต่หัววันมือถือในมือใครสักคนถูกโยนลงมากลางวง มีคนชะโงกหัวมามอง แต่พอดูแล้วไม่น่าสนใจก็หันกลับไปกระดกน้ำผลไม้กับจิ้มไก่ทอดเข้าปากตามเดิม ไม่ลืมเอ่ยปากเตือนเจ้าของมือถือ ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเพลินจนละเมิดกฏที่มีเพียงไม่กี่ข้อของทุกคนที่นี่ไป“สนใจอยากจะไปกูก็ไม่ห้ามหรอกนะ แต่อย่าลืมล่ะว่าตอนนี้เรายังไปไหนไม่ได้ แล้วถึงใช้แอคปลอมที่ลูกพีชทำให้ ก็อย่าเผอเรอโพสต์อะไรลงไปล่ะ”“รู้หรอกน่า กูถึงได้โยนมือถือทิ้งไงสัด เฮ้อ... คอนท้ายปี เทพนักกดบัตรอย่างกูไม่ได้ไปดูเฉยเลย”ใครสักคนในวงว่าเสียงเศร้า เพื่อนข้างๆ ก็พร้อมใจกันตบบ่าให้กำลังใจ ต่างคนก็มีสิ่งที่อยากออกไปทำ ขนาดพวกเหี้ยหน่อยที่อยากไปตีหรี่ยังต้องทน เพราะกลัวจะเงาหัวหายไม่รู้ตัว“เอาน่า อยู่กับพวกกูนี่แหละ ไว้มาเปิดคอนกันเองก็ได้”“ไม่เอา กูไม่อยากหูแตก เออ แล้วพวกผู้หญิงเขาทำไรแก้เบื่อกันวะ?”“ก่อนนี้เห็นสุมหัวดูของช็อปปิ้งออนไลน์กันอยู่ อ่า พึ่งจะสี่เดือนกว่าๆ เองเหรอวะ แม่งยังกับอยู่ยาวมาสามปี อา...คิดถึงร้านเหล้าจังเลยโว้ย”ชีวิตที่ห่างไกลจากตัวเมือง มีเพื่อนแค่ครอบครัวที่มีชะตากรรมแบบเดียวกัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นอกเหนือจากฝึกที่นานๆ จะปางตายแล้ว ส่วนมากก็ไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวาย วันๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ตกปลา หาของป่ากินบ้างเป็นบางครั้ง สิ่งบันเทิงก็มีเล่นเกมส์ด้วยกันบ้าง โดยรวมแล้วคงเป็นชีวิตดีๆ ที่หลายคนใฝ่หาแต่ถึงหลายๆ คนจะใฝ่หา ทว่ากับวัยที่ยังไม่ถึงช่วงเกษียณ มีเอนเนอจี้เหลือล้น ยังมีความปรารถนาและแรงผลักดัน การใช้ชีวิตเรื่อยเอื่อยแบบนี้ไปนานๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ทำให้เหงาหงอย“ดูจะสบายดีกันนี่?”“เชี่ยยยย!!”เหล่าผู้นอนระเกะระกะนับทั้งสิ้นสิบห้าชีวิต ทั้งอยู่ใกล้และอยู่ไกลพร้อมใจกันสะดุ้งตัวโยน ต่างคนต่างตาลีตาเหลือกหันซ้ายหันขวากันยกใหญ่ ไม่ต้องหันไปไหนไกล บริเวณหัวแคร่ไม้ไผ่ก็มีร่างสูงในชุดสีดำแบบเดิมๆ มองมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ ที่พวกเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบใดระยะนี้เห็นหายไปนาน ก็คิดว่าคงไม่โผล่มาแล้วซะอีก บัดซบเอ๊ย!เหล่าชายฉกรรจ์อยากจะนอนเบื่อเป็นปลาตายแบบเดิมมากกว่าจะต้องมาเจอเจ้าของเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ ที่พวกเขาต่างก็คุ้นเคยจนเข็ดขยาดจำฝังใจคนนี้“สะ-สบายดี-เอ๊ย...ไม่สิ แค่...เรื่อยๆ ทรงๆ แบบว่า...”“ในเมื่อสบายดีขนาดนั้นก็ขอดูความก้าวหน้ากันหน่อย ไปเปลี่ยนชุด หยิบอาวุธ ตามพวกผู้หญิงมาด้วย แล้วมาเจอกันหน้าบ้านในห้านาที ถ้าสาย...”“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ!!”ขวดน้ำผลไม้ แก้วและกับแกล้มถูกกวาดเรียบในสิบวิ ทุกคนต่างหน้าตั้งวิ่งเข้าบ้านอย่างเป็นระเบียบหากแต่เร่งรีบยิ่งนัก คนที่ใส่ผ้าขาวม้าเกือบเหยียบชายผ้าตัวเองล้มหน้าทิ่มก็มี...งานนี้ใครเป็นนักวิจัยก็ถือว่ารอดตัว ส่วนผู้มีกิ๊ฟของคงนักหน่อย คำว่าเละคงอยู่ไม่ห่างไกล...ปัง!!“...หายไปไหนอีกแล้ว อ๊ะ!?”ดวงตารีที่มองภาพหลังสโคปเบิกตากว้าง เมื่อเป้าหมายที่เธอเล็งยิงขยับตัวออกจากวิธีกระสุนจนกระสุนที่เธอยิงไปพลาดเป้าไปแบบไม่น่าจะเป็น เธอกวาดตามองหาเป้าหมายแต่กลับหาไม่เจอ ยิ่งไปกว่านั้นเธอรู้สึกเสียวสันหลังจนขยับกายหลบ จนร่างของเธอเสียสมดุลร่วงตกลงมาจากต้นไม้ และแม้จะขยับตัวหลบทันแต่แขนข้างหนึ่งของเธอก็ถูกแรงกระทบกระแทกจนเจ็บไปหมดยังไม่ทันหายเจ็บที่ตกจากต้นไม้ ดวงตารีก็ต้องเบิกกว้างเมื่อปลายท่อนไม้หนาห่างจากคอเธอไม่ถึงห้าเซ็นต์ คนที่ถือสิ่งไร้คมกล่าวสั่งสอนเสียงเรียบจนเธอได้แต่กัดฟันกลั้นความเจ็บตอบรับเสียงเข้ม“ใช้ปืนซุ่มยิง ถ้ายิงไม่โดนเท่ากับเป็นการบอกตำแหน่ง ถ้าศัตรูชักช้าก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ ต้องตอบสนองให้เร็วกว่านี้ หลบให้หมดจดแล้ววิ่งหนีให้ไกล นอกจากจะจำใส่ใจ ให้ร่างกายจดจำซะด้วย”“อึก...ค่ะ!”คนที่มีกิ๊ฟไร้ประโยชน์ต่อการต่อสู้แบบเอามาประยุกต์ใช้ใดๆ ไม่ได้ แบบหญิงสาวคนนี้ที่มีกิ๊ฟเปลี่ยนสีสิ่งของ ก็จะได้ทำหน้าที่จากระยะไกลหรือทำหน้าที่อื่นๆ คล้ายกับเด็กสาวที่มีกิ๊ฟบินก็จะได้ตำแหน่งสอดแนม คนประเภทนี้จะได้เรียนรู้คล้ายๆ กับพวกนักวิจัยคือเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองไว้เป็นหลัก...ถือว่าโชคดีที่โดนยำไม่หนักหนาเท่าพวกแนวหน้าครบเครื่องที่มีกันแค่สิบกว่าคนโป๊ก!ท่อนไม้ฟาดลงบนอากาศที่ว่างเป้า ทันใดนั้นร่างเพรียวของหญิงสาวในชุดดำก็ปรากฏขึ้น มือเรียวยกขึ้นจับรอยปูดที่ศีรษะ สองขาย่อตัวลงเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติด้วยความเจ็บ“โอ๊ย!”“ต่อให้เธอไม่ส่งเสียงแต่ก็ต้องดูรอบข้างนะ เห็นมั้ยว่าหญ้ามันโดนเหยียบเป็นรอยเท้า จิตมุ่งร้ายนั่นก็สัมผัสได้ง่ายไป อย่าคิดอะไรจนกว่าเป้าหมายจะตาย แล้วถึงจะถูกเจอก็ต้องมีสมาธิ แต่โดยรวมก็พอใช้”“ขะ-ขอโทษค่ะ แล้วก็ขอบคุณ!”หนิงซีหลินเป็นไม่กี่คนที่เป็นได้ทั้งแนวหน้าและแนวหลัง กิ๊ฟของเธอประยุกต์ใช้ในการแอบลอดเข้าไปหาข้อมูลได้ สอดแนมได้ และยังเหมาะจะใช้ในการลอบสังหาร แต่ในขณะเดียวกันก็ใช่ว่าจะใช้สู้จริงจังไม่ได้ เธอเลยเป็นหนึ่งคนที่ถูกฝึกเข้ม หากแต่อาหมวยชาวจีนก็ยังฮึดสู้ ทั้งยังมีฝีมือที่พัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ขีดจำกัดของกิ๊ฟเองก็เพิ่มขึ้นมากปุ้งๆ ปุ้ง!ระเบิดควันและระเบิดกลิ่นเหม็นแตกกระจายไปบนพื้น ทว่าเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวกลับพุ่งหลบออกมาจากควันได้ง่ายๆ จะเหลือก็แต่พวกเดียวกันที่พากันหลงอยู่ในดงควันดำ เซ็ทเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าพลางส่งเสียงบ่นกึ่งให้คำแนะนำแบบที่ทำกับทุกคน“เลือกใช้อาวุธให้มันดีๆ สิ เห็นมั้ยว่ามันส่งผลกระทบกับพวกเดียวกัน?”“ยี้ รู้หรอกน่า ก็แค่จงใจแกล้งนายเท่านั้นเอง”“เธอเหมาะจะเป็นพวกสายก่อความวุ่นวายมากกว่านะ”ไม่ทันว่าจบประโยคดีท่อนไม้ก็ถูกขว้างขึ้นไปด้านบน เด็กสาวที่ระวังตัวอยู่แล้วบินเบี่ยงทิศทางพอหลบพ้นก่อนจะหันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตายียวนใส่ผู้ฝึกสอน แต่ไม่ทันได้ยอกย้อนอะไร หลังหัวของเธอก็ถูกกระแทกจนเจ็บแปล๊บ สมาธิหายเกือบร่วงตกจากอากาศ“โอ๊ย! บ้าอะไรเนี่ย!”“หลบได้หน่อยเดียวอย่าทำเป็นได้ใจ ถ้ามันเป็นอาวุธมีคมมันจะปักเข้าหัวเธอตายคาที่”“ฮึ่ยยย!!”ท่อนไม้กระเด็นร่วงลงไปด้านล่างซึ่งมือหนาก็รับได้ทัน เด็กสาวที่เจ็บหัวแต่เถียงอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงกระทืบเท้ากับอากาศอย่างขัดใจก่อนจะบินหลบไปรวมกลุ่มกับคนอื่นแทน“ทำดี เสริมพลังให้ถูกจุด ใช่ ใช้เฉพาะช่วงเวลา นั่นแหละ พัฒนาไปเยอะ” เซ็ทชื่นชมคนที่ตัวเองกำลังรับมือก่อนจะกระโดดถอยหลัง ซึ่งไม่กี่วินาทีต่อมาพื้นที่เซ็ทพึ่งยืนก็ถูกหมอกสีเขียวเข้าปกคลุมอยู่จางๆ “พิษไอ้จ้อนเหี่ยว แปลงเป็นไอใช้ได้เลย แต่ใช้ให้เร็วกว่านี้ จับจังหวะคอมโบกับเพื่อนให้ได้”“ไอ้จ้อนกูไม่เหี่ยวโว้ย!!”คนที่ถูกแซวเรื่องเดิมๆ หน้าแดงด้วยความอับอายระคนโกรธเคือง แต่เพราะโดนแซวบ่อยแล้วเจ้าตัวจึงไม่วอกแวก เพื่อนที่มักจะหลุดขำก็ยังสู้ต่อได้อยู่ เพราะขืนเผลอขำมีหวังโดนหนักกว่าเดิมแหงๆ...กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ทุกคนโดนยำอยู่ฝ่ายเดียว หากไม่เหนื่อยจนขยับไม่ไหว กิ๊ฟไม่ถึงขีดจำกัด ก็ต้องมีรอยฟกช้ำดำเขียวฝากไว้บนร่างกายสักแห่งแต่ละคนแทบนอนแผ่ไปกับพื้นหญ้าอย่างหมดสภาพ ทว่ายังไม่ทันได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ก็ถูกเสียงจากนรกฉุดกลับให้ดำดิ่งลงไปอีกหน“เอ้า สู้แบบไม่ใช้กิ๊ฟต่อ อย่ามัวเหลาะแหละ”“...เดี๋ยวก่อน...ไซท์...ขะ-ขอพักหน่อย”“คิดว่าถ้าเป็นของจริงจะมีโอกาสให้พักสบายๆ มั้ยล่ะ?”“...อึก”เกิดความท้อขึ้นมาในใจของทุกคน ขนาดสู้ด้วยทุกอย่างที่มี ในขณะที่อีกฝ่ายใช้แค่ร่างกายและท่อนไม้ ยังสร้างแผลให้คนตรงหน้าไม่ได้ แล้วถ้าให้สู้แบบมีแต้มต่อแค่อาวุธ จะเอาอะไรไปชนะได้อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นไม่รู้หรอกว่า หากเซ็ทอยู่ในโหมดระวังตัวเอง ไม่ได้ไร้การป้องกัน แถมยังตั้งใจสอนสั่งแบบถึงแก่น การที่คนพึ่งเริ่มฝึกใหม่มาแค่สี่เดือนกว่าๆ จะเอาชนะหรือสร้างบาดแผลให้อดีตสุดยอดเจ้าหน้าที่พิเศษได้นั้น ถือว่าต้องมีปาฏิหารย์เข้าช่วยเท่านั้นแหละทว่าสำหรับการฝึกแบบไม่มีกิ๊ฟเกี่ยวข้องก็เท่ากับว่า ทุกคนรวมถึงพวกนักวิจัยที่ไร้กิ๊ฟเองก็ต้องเข้าร่วมด้วย คนที่ยืนดูการฝึกอยู่วงนอกมาตลอดได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ...จริงอยู่ว่าอีกฝ่ายลงมือกับพวกเขาเบากว่า แต่เบาแล้วก็ใช่ว่าจะเบาจริงๆ ท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นนอนแผ่บนพื้นแบบคนอื่นๆ นั่นแหละนะ“เอ้า อย่ามัวถ่วงเวลา เข้ามากันให้หมดนั่นแหละ”“เออ! เอาก็เอาวะ!!”...“ขาไม่มั่นคง ออกแรงส่งไปที่ช่วงเอวหน่อย เล็งจุดสำคัญให้แม่น ขยับร่างกายให้สัมพันธ์กับการมอง อย่าเอาแต่คิดจนตัวตามไม่ทัน ใช้สัญชาตญาณเข้าช่วยซะ”“คิดไว้รึเปล่าว่าถ้าขยับมาแบบนี้ตอนโดนสวนจะหลบแบบไหน ถ้าไม่ได้คิดก็ร่วงไปซะ”“เข้ามาซ้อนให้ไวกว่านี้ แต่ถ้าตั้งใจถือว่ายังทำดีที่ถอยออกไปแบบนั้น ประเมิณสถานการณ์ให้เร็วว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าถูกต้อง อะไรที่ช่วยไม่ได้ก็อย่าดันทุรังช่วย แล้วก็อย่ายึกๆ ยักๆ ตัดสินใจขยับแล้วห้ามลังเล”ตึง!!“อึกกกก!!!”แล้วสภาพแบบเดิมๆ ก็ย้อนกลับคืนมา ทว่าครั้งนี้จำนวนคนนั้นคือทั้งหมด คนสามสิบแปดคนนอนกองอยู่กับพื้น ในขณะที่ผู้รับมือเพียงคนเดียวยังคงยืนหน้านิ่ง เหงื่อบางๆ ที่ไรผมเองก็มาจากการที่อากาศร้อน ไม่ใช่เหนื่อยจากการออกหมัดออกเท้ากระทืบคนจนหมดสภาพ“ไม่แวะมาไม่นาน เอื่อยเฉื่อยกันไปเยอะนี่”“...แฮ่ก...แฮ่ก”ไร้เสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก เนื่องจากบรรดาคนที่ตอบได้ลงไปนอนกองกันบนพื้นหมดแล้ว แม้จะไม่ได้เซ็ทมาคอยชี้แนะทุกวัน แต่ช่วงเวลาสี่เดือนพวกเขาทุกคนก็ฝึกมาหนักกว่าคนทั่วไปฝึกศิลปะการต่อสู้เยอะมาก ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถสร้างรอยแผลให้ผู้ฝึกสอนได้ ไม่ว่าจะตัวต่อตัวหรือว่าหมาหมู่ก็ตามที“แต่ก็ถือว่ายังพอมีพัฒนาการ ยืนอยู่ได้นานกว่าคราวที่แล้วสิบนาที นับว่าไม่เลว”“...เหอะ...สุดท้ายก็โดนเละ ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนสักหน่อย”“...ใช่...แล้วจะไปได้เรื่อง...ได้ยังไง?”{...ดูท่าพวกเขาจะอยากเตะตูดคุณมากเลยนะเนี่ย}เซ็ทกรอกตากับคำหยอกเย้าของโร ด้วยรู้ดีว่าบรรดาคนที่นอนอยู่พูดสนทนาด้วยความรู้สึกแบบไหน ความอยากช่วยอยากเป็นพลังก็ส่วนหนึ่ง ในขณะที่แรงผลักดันอีกส่วนมาจากการอยากเอาคืน ที่โดนเซ็ทหยอกแรงๆ หรือไม่ก็โดนจับฝึกจนลุกไม่ขึ้นแบบตอนนี้“อย่าเอามาเทียบกับมืออาชีพแบบฉัน พวกนายทุกคนควรมองว่าจากตัวเองที่เป็นมือใหม่หมาดๆ ที่มีพื้นฐานเบๆ บ้างไม่มีเลยบ้าง ใช้เวลาแค่สี่เดือนก้าวหน้ามาได้ขนาดนี้ก็นับว่าเยี่ยมแล้ว ถ้าลงแข่งตามเกมส์มีกติกาการจะกวาดเหรียญถือว่าไม่ยากเลยรู้รึเปล่า?”“...ไม่เชื่ออ่ะ...เราโดนยำเละข้างเดียวตลอด ...จะไปชนะใครได้”“...ถ้าแค่ตบกันแย่งผู้ชายอ่ะ น่าจะชนะอยู่แหละ ...ฮ่าๆ”หญิงสาวว่าขำๆ ในขณะที่รอบข้างหัวเราะฝืดเฝื่อน เหมือนจะขำ แต่ก็เศร้าไปพร้อมๆ กัน...การที่ไม่เคยสร้างบาดแผลให้เซ็ทได้เลยสักครั้ง กลายเป็นการทำลายความมั่นใจที่ปกติก็ไม่ได้มีอยู่แล้วของพวกเขาเข้า ดีไม่ดีคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับกำแพงสูงชันที่ไม่อาจข้ามและไม่อาจทำลาย รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอและไร้ความสามารถ ทว่ามันไม่ใช่สิ่งที่สมควรรู้สึก“ความมั่นใจไม่มีเลยแบบนี้จะไปทำอะไรได้?”คนฟังสะอึก ความคิดด้านลบที่เก็บไว้มานานเริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง ...กับคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้ กำลังอันน้อยนิดของพวกเขาคงไม่จำเป็น... แต่ก่อนจะได้คิดไปไกล เสียงทุ้มก็เรียกสติพวกเขาเอาไว้...รอยยิ้มมุมปากนั่น ทำเอาคนไม่มั่นใจในตัวเองทั้งหลายอยากจะเปลี่ยนคำพูด เพราะไม่กล้าเดาว่าอนาคตของตัวเองจะต้องไปเจอกับอะไร“ถ้าไม่มีก็ต้องสร้างล่ะนะ ฉันจะให้ภารกิจที่เหมาะกับทุกคนไปทำ” 

{จะส่งพวกนั้นไปทำงานแทนคุณจริงๆ เหรอ?}“แน่สิ เปลืองแรงฝึกให้ทั้งที จะไม่เอามาใช้ก็กระไรอยู่ พวกนั้นก็ตั้งใจแบบนั้นไว้อยู่แล้ว แถมคนงานเยอะแบบฉันก็ไม่ได้ว่างปลีกตัวไปทำงานยิบย่อยตลอดด้วย”{คุณไปทำข้อตกลงไว้เองนะ อีกอย่างพวกเขาเป็นแค่ประชาชน}“แล้วไงล่ะ ยังไงพวกนั้นก็อยู่ในโลกเบื้องหลังมาครึ่งตัวแล้ว ยังไงก็ต้องให้ได้สัมผัสของจริงไว้”เซ็ทในบทบาทไซท์ยังคงยักไหล่แบบโนสนโนแคร์ ไม่ได้รู้สึกผิดที่โยนงานที่ตัวเองรับไว้ให้ใคร ยังไงซะงานที่รับจากเฉินเฟิงอวี๋ก็ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วส่งผลดีต่อคนหมู่มาก แถมยังสอนให้พวกนั้นเห็นความจริงของสังคมอีกส่วน บวกกับสร้างความกล้าที่จะลงมือกับคนจริงๆ ด้วย...พวกนั้นจะได้รู้ซึ้งถึงทรวงในเลยแหละว่าอาวุธที่ใช้กับเขาไม่ได้ผลสักแผลนั่น เอาไปใช้กับคนจริงๆ ได้มีเลือดสาดกระเด็นแขนขาขาดกันให้ง่ายๆ เลยล่ะ“...ไซท์ สะดวกคุยรึเปล่า?”หนิงซีหลินมีทีท่าเกรงอกเกรงใจในขณะที่เดินมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างประตู ใจจริงอยากจะเรียกชื่อจริงของเขา แต่ก็กลัวจะสร้างความลำบากให้กระท่อมส่วนตัวสำหรับเซ็ทไม่ได้ถูกใช้บ่อยนัก เพราะปกติแล้วพอฝึกให้เสร็จ เจ้าตัวก็จะแว้บหายกลับบ้านเลยมากกว่า ในขณะเดียวกันผู้มาเยือนที่จะมาหาเซ็ทถึงในกระท่อมก็มีน้อยยิ่งกว่า แขกหลักๆ มีแค่หลินกับลูกพีชที่ต้องเข้ามาฟังเซ็ทสั่งงานหรือตอบคำถามเกี่ยวกับความเรียบร้อย“มีอะไร?”“...งานนั้นน่ะ เอาจริงเหรอ?”เธอเป็นคนที่สองที่ถามแบบนี้ เซ็ทคิดในใจก่อนหลุดหัวเราะน้อยๆ เมื่อเสียงโมโนโทนบ่นขัดมา มือหนาโบกมือเบาๆ แล้วเอ่ยปฏิเสธสาวหมวยที่ทำหน้าสงสัยด้วยรอยยิ้ม“ไม่มีอะไรหรอก... เรื่องงานฉันเอาจริง งานที่สั่งก็สั่งให้เหมาะกับแต่ละคน ใครที่คิดว่าไม่ไหวจะถอนตัวฉันก็ไม่ว่า แล้วก็ไม่ได้บังคับให้ทำ แต่ถ้ารับแล้ว จะจัดการยังไงให้เหมาะสมกับงานก็ตามใจเลย”“...ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ”หนิงซีหลินยังคงมีสีหน้าหนักใจ แม้งานที่ได้รับมาจะเป็นแค่การถล่มแก๊งค์เล็กๆ แต่เมื่อนึกว่าตัวเองเคยโดนพวกเฮยอันซาไล่ล่ามาแบบไหน แล้วพวกนี้จะมีคนแบบเดียวกันรึเปล่า ในใจก็พลันรู้สึกเครียดขึ้นมาให้ลงมือยังไงก็ได้ให้แก๊งค์สลายไป แต่ถ้ากลุ่มคนยังอยู่ จะสร้างแก๊งค์ใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ นี่ไม่เท่ากับสั่งให้กวาดล้างฆ่าทุกคนในแก๊งค์รึยังไง ถึงแม้พอเห็นข้อมูลแล้วทำให้รู้สึกว่าพวกนั้นอยู่ไปก็รกโลก แต่เธอก็ไม่เคยฆ่าใครสักหน่อย แล้วคนอื่นที่ได้รับหน้าที่ที่ต่างจากเธออีกล่ะ?“ฉันจะตามดูอยู่ห่างๆ แต่จะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง พยายามเข้าล่ะ”“เข้าใจแล้ว”สาวจีนสุดหมวยที่เก่งภาษาไทยขึ้นมาแบบก้าวกระโดดพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น ไม่ว่ายังไงในฐานะโพลาริสคนนึง ก็ไม่อยากทำให้ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบผิดหวัง อ๊ะ...สถานะนี้มันไม่เข้ากับสถานการณ์เท่าไหร่สินะ?...เอาเป็นว่าเธออยากตอบแทนบุญคุณเขาแบบถวายชีวิตก็ได้...กลุ่มคนที่มีร่างกายแข็งแรงและมีกิ๊ฟที่เหมาะสมกับการต่อสู้ทั้งแบบซึ่งๆ หน้าและลอบโจมตี จะได้ภารกิจเป็นการบุกทำลายแก๊งค์เล็กแก๊งค์น้อยตามที่เฉินเฟิงอวี๋ขอให้ช่วย คนที่เป็นหน่วยสนับสนุนก็จะรับบทเสริม คอยช่วยยามเกิดเหตุไม่คาดฝันกลุ่มแนวหลังบางคนก็จะได้รับหน้าที่เล็ดลอดสืบหาข้อมูลหรือเอกสาร ปะทะเท่าที่จำเป็น ในขณะที่นักวิจัยจะเป็นคนประสานงานคอยสั่งการ หรือทำหน้าที่เจาะระบบป้องกันต่างๆ ให้“ไหวแน่นะ ถ้ายังไงอยู่ที่นี่กับพี่ก็ได้ มายด์ไม่ต้องไปด้วยหรอก”“ไม่เป็นไร หนูจะไปกับทุกคนด้วย พี่ลูกพีชไม่ต้องห่วง”สาวน้อยตัวเล็กวัยมัธยมว่าอย่างจริงจัง ก่อนจะเดินไปจับมือกับคู่หูของตัวเองที่ยืนรออยู่ไม่ไกล ไม่ลืมที่จะเอ่ยเสียงใสให้พี่สาวผู้เป็นหัวหน้าขี้กังวลคลายใจขึ้น ซึ่งก็คงไม่ช่วยอะไร ถ้าชายหนุ่มอีกคนไม่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ“มีพี่ลูกพีชคอยเป็นเนวิเกเตอร์ให้ก็หายห่วง หนูไม่ได้เข้าไปบู๊เหมือนคนอื่นๆ อยู่แล้ว ฝากด้วยนะคะ”“ไม่เป็นไรลูกพีช ฉันดูแลแทนเอง”“...ถ้าเกิดจะถอนตัวกลางคันไซท์ก็ไม่ว่า ดังนั้นจะเปลี่ยนใจก่อนเริ่มก็ทันนะ ...เฮ้อ”ลูกพีชที่ดูท่าทีคนฟังแล้วเห็นว่าไม่ได้อย่างที่ใจหวังแน่ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ สองตากวาดไล่มองทุกคนที่อยู่ร่วมกันด้วยความอึดอัด เธอเดินไปกอดเพื่อนทุกคนที่อยู่ร่วมกันมาทีละคน“จากที่ถามมาถึงเขาจะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ถ้าไม่ไหวเขาก็จะเข้าไปช่วย เพราะงั้นต้องปลอดภัยกลับมาทุกคนนะ ฉันที่อยู่ที่นี่ก็จะพยายามทำเต็มที่”“ฝากด้วยนะคุณจีพีเอส”“เดี๋ยวเถอะ!”เหล่าคนที่ถูกจัดหมวดหมู่ให้เป็นแนวหน้าหกคน กับแนวหลังอีกเจ็ดคนตอบรับกันคนละทิศคนละทาง ก่อนที่จะก้าวขาขึ้นรถตู้เพื่อจะมุ่งหน้าไปทำภารกิจที่ไซท์มอบให้ นักวิจัยจะอยู่ที่เดิมคอยดูแลจากระยะไกล ในขณะที่พวกที่เหลือนั้นจะได้ทำในภายหลัง เพื่อที่เซ็ทจะได้คอยเฝ้าดูและยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้สะดวกทุกคนต่างก็กังวล แต่ก็ไม่มีใครขอถอนตัว เพราะนอกจากจะอยากช่วยคนที่ช่วยพวกเขาแล้ว ลึกๆ ในใจของแต่ละคนก็อยากจะทดลองสิ่งที่ตัวเองฝึกมาตลอดหลายเดือน เป็นความรู้สึกของนักสู้ ที่อยากจะทดสอบฝีมือตัวเอง บางคนแม้อยากถอนตัว แต่ก็โดนเพื่อนลากไปด้วยกัน...ต่อให้ทำได้ไม่ดี แต่ก็ต้องไม่เอาชีวิตไปทิ้ง“ทุกคนดูข้อมูลที่ไซท์ให้มาแล้วนะ ถึงจะไม่ได้เข้าไปก็จำไว้ให้แม่นล่ะ แล้วถ้าทางลูกพีชกับคนอื่นๆ ยืนยันมาอีกทีก็ค่อยลุยเข้าไป เราจะใช้ทุกอย่างที่เรามีสร้างความได้เปรียบ อย่าใช้กิ๊ฟจนเกินขีดจำกัด ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้เฉพาะตอนจวนตัวไว้เป็นไพ่ตายเท่านั้นพอ เข้าใจนะ”“เออ เข้าใจ แต่ทำไมมึงคึกจังวะฟุ้ง”“กูกำลังจริงจังต่างหากไอ้เหี้ย” คนที่รับหน้าที่เป็นหัวหน้าชั่วคราวหันไปด่าเพื่อน ก่อนจะเหล่ตามองไปยังอีกคนที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่ที่เบาะข้างคนขับ “นี่เป็นงานที่ไซท์ให้ เราเห็นข้อมูลแล้ว และพวกเราทุกคนก็รู้ถึงความเลวร้ายนั่น หลินที่มีประสบการณ์หนีพวกนี้มานานก็บอกว่าถ้าปะทะกันก็อาจจะเลี่ยงการตายไม่ได้ เพราะงั้น...เตรียมใจกันพร้อมแน่นะ?”“ไม่แน่หรอก แต่ว่าก็จะทำ เพื่อที่จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดแบบเราอีก”ความเงียบที่ปกคลุมอย่างกดดันในตอนแรก กลายเป็นความเงียบแห่งความเข้าใจและคอยให้กำลังใจกันและกัน พวกเขานั่งทบทวนแผน ตะโกนคุยกันจากทั้งหน้ารถและท้ายรถ คุยกับคนที่อยู่ที่บ้านที่กำลังพยายามช่วยแฮ็กหาแผนที่และข้อมูลแบบเรียลไทม์สำหรับเดินทางและสำหรับเวลาจริงความวุ่นวายทุกอย่างนั้นอยู่ในสายตาของเซ็ทที่ไม่แม้แต่จะหันกลับไปออกความเห็น แม้ว่าหากพวกเขาทำพลาดก็อาจจะหมายถึงการเอาชีวิตไปทิ้ง แต่เขาก็ยังเงียบ{ฝั่งลูกพีชเปิดทางการจราจรเกือบทั้งหมดแล้ว การควบคุมกล้องวงจรปิดตามทางมีผิดพลาดอยู่บ้างแต่ผมแก้ไขเรียบร้อย ความเร็วปัจจุบันจะถึงที่หมายในอีกหนึ่งชั่วโมง}‘อ่า ฝากด้วยล่ะ’เซ็ทเก็บเรื่องที่จำเป็นต้องตักเตือนในภายหลังไว้ในใจ จากนั้นก็นั่งเงียบมองความมืดเบื้องหน้าภารกิจคือการถล่มแก๊งค์เล็กๆ แก๊งค์หนึ่งที่เริ่มกร่าง และช่วยเหลือคนบริสุทธิ์ที่ถูกลักพาตัวไปออกมาอย่างปลอดภัย กำลังพลของพวกนั้นมีไม่มาก และสถานที่ตั้งก็ค่อนข้างลับตา โดยปกติหากเป็นเซ็ทลงมือเองคงจัดการเก็บเรียบได้ภายในสิบนาที เป็นแค่ภารกิจระดับต่ำที่มีอัตราความสำเร็จแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เมื่อคนลงมือเป็นกลุ่มคนไร้ประสบการณ์ การเตรียมตัวเตรียมใจก่อนเริ่มงานจึงกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย เพราะถึงแม้พวกนั้นจะเป็นแก๊งค์เล็กๆ แต่ก็เป็นพวกบ้ากลุ่มเล็กที่มีอาวุธครบมือ ทั้งยังกล้าที่จะลงมือทำร้ายประชาชนโดยไม่เกรงกลัวกฏหมาย หากปะทะกันตรงๆ พวกนั้นก็คงไม่ลังเลที่จะยกปืนขึ้นมายิงในเมื่อเอาตัวเองเป็นเกณฑ์ไม่ได้ และในฐานะผู้ฝึกสอน เขาควรจะบวกคะแนนความรอบคอบจนแทบเป็นความระแวดระวังจนเป็นบ้านี้สักหน่อยก็แล้วกันคะแนนลบก็มีเยอะ ส่วนใครจะใช้การได้หรือไม่ได้ ไว้ค่อยรอตัดสินตอนเจอของจริง แต่ในเมื่อตั้งใจหาคนมาช่วยงาน ผลลัพธ์ในคืนนี้อย่างน้อยที่สุดเซ็ทก็หวังไว้ว่าจะไม่เพิ่มงานให้เขา ได้แค่นั้นก็พอใจแล้วล่ะ ‘มองว่าตัวเองไม่เก่ง นั่นเอาตัวเองไปเทียบกับใครล่ะ แทนที่จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น ไม่สู้แข่งกับตัวเอง ดูการพัฒนาของตัวเองไม่ดีกว่าเหรอ?’
--------------ได้กลับบ้านแล้วววว เหมือนไม่ได้ทำไรเยอะ แต่หายไปนานเนอะ ไม่มีข้อแก้ตัวเลยค่ะ ใครที่ยังรอตามอยู่ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ ในเพจอุ้งเท้าแมว ก็จะเห็นว่าแมวมาอัพเดตชีวิตเล็กๆ น้อยๆ ตลอด ไม่ได้หายวับ ไม่ได้จะเททุกคนเลยเน่อ แมวจะเข็นเรื่องนี้ให้จบให้ได้ ถ้าจะทิ้งทุกคนก็มีแค่เหตุผลเดียวคือตายก่อนเท่านั้นแหละค่ะ (ก็ผ่านช่วงยุ่งยากนึงของวัยนี้ไปแล้ว เกือบไม่ได้เข้ารับปริญญาแล้วมั้ยล่ะ เหนื่อยขาพังไปเป็นอาทิตย์เลยงับ) หลังจากนี้คงไม่ได้เดินทางไปไหนยาวๆ เป็นพิเศษ? (มั้ง) ก็น่าจะไม่หายหน้าหายตายาวๆ แบบนี้แล้วแหละอนึ่งว่า...พล็อตที่วางเอาไว้ รวมกับเนื้อหาที่ตั้งใจจะเขียนหลังจากนี้นั้น ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงกับการโดนแบนหรือโดนอุ้มไปปรับทัศนคติ ดังนั้นขอความกรุณาเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า แมวไม่ได้มีความคิดล้อเลียนหรือเสียดสีสังคมการเมืองใดๆ นิยายเป็นแค่นิยายเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ //คิดหนักมากในการลงมือเขียน ตอนนี้แมวก็ตัดเนื้อหาเดิมที่เขียนไว้ทิ้งไปพอสมควรเลย//ก่อนนี้คุณอ่านเอามันส์เคยถามว่าแพลนไว้กี่ตอนจบ ขออภัยที่มาตอบช้า อีกทั้งยังตอบแบบแน่นอนไม่ได้ เพราะแนวทางในช่วงหลังจะต่างจากช่วงแรก ตัวละครจะเพิ่มขึ้น การดำเนินเรื่องจะต่างออกไป แต่คิดว่าไม่น่าลากยาวจนเกินสองร้อยตอนหรอกเนอะ ...เนอะ??แมวขออภัยอีกครั้งที่หาย แต่หากให้อภัยก็กรุณาอย่าทิ้งแมวเลยนะคะ อ้อนแล้วนะ เมี้ยวววerror loaded
พิมพ์คำอธิบายที่นี่