ตอนที่ 45 กบฏที่เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
ในขณะนี้ถ้าใครเปิดเว็บบอร์ดของเกม LC อ่านจะพบว่ากระทู้เต็มไปด้วยข่าวสงครามตีเมืองที่กำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วันแต่ทว่าหากสังเกตให้ดีจะเห็นกระทู้อีก 2-3 กระทู้ที่เขียนเกี่ยวกับการก่อกบฏของเหล่าNPC ในเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวที่เดิมเป็นของกิลมังกรผงาดโดยให้กิลหมีดุเป็นคนดูแลแต่แล้วโคล่าหัวหน้ากิลหมีดุเกิดโลภต้องการเป็นใหญ่ในเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวเสียเองจึงไม่ค่อยทำตามคำสั่งของกิลมังกรผงาดอยู่บ่อยครั้งและสุดท้ายโคล่าต้องการแย่งอาวุธเกรด S จากกลุ่มของทีชทั้งๆที่กิลมังกรผงาดให้โคล่าดึงตัวมาเข้าร่วมจนเกิดการปะทะกันขึ้น เมื่อกลุ่มของทีชหนีรอดไปได้โดยมีแค่ดาร์คที่เสียชีวิตโคล่าที่กำลังอารมณ์เสียจึงมีปัญหากับปรางจีจนทำให้มอนจีบุกไปพังโรงเตี้ยมด้วยตัวคนเดียวจนทำให้ชื่อเสียงเสียหายกระทบถึงกิลมังกรผงาด
ในภายหลังสำนักงานใหญ่กิลมังกรผงาดจึงส่ง 1 ใน 2คนที่เป็นรองหัวหน้ากิลมังกรผงาด ‘เรด’ที่มาพร้อมกับขุนพลคู่ใจของเขา ‘กวนเป๋ง’ทั้งคู่ถูกส่งมาเคลียปัญหาที่กิลหมีดุก่อขึ้น ซึ่งทำให้กิลหมีดุต้องถูกยุบโดยที่‘เบ้งตัด’ ขุนพลคู่กายของโคล่าต้องเสียชีวิตส่วนตัวของโคล่าหลังจากที่เสียชีวิตจนเกิดใหม่แล้วนั้นก็หายตัวไปอย่างลึกลับจนมีข่าวว่าอาจเลิกเล่นไปแล้วหรือไม่ก็หนีไปที่ทวีปตะวันตก
เรดได้ทิ้งป้ายประกาศเอาไว้ที่หน้าโรงเตี้ยมโดยอ้างว่ากิลกำลังเตรียมตัวทำสงครามกับกิลมังกรทะยานฟ้าจึงไม่มีเวลาดูแลเมืองแต่ในความเป็นจริงแล้วเรดเขียนเช่นนั้นเพราะเป็นแผนของกิลมังกรผงาดที่ต้องการรักษาหน้าตาเอาไว้เนื่องจากในเวลานั้นกิลกำลังถูกล้อเลียนในเว็บบอร์ดค่อนข้างมากซึ่งมาจากการปั่นกระแสของอริอย่างกิลมังกรทะยานฟ้าจนส่งผลกระทบด้านชื่อเสียง
ทางกิลมังกรผงาดจึงต้องเขียนป้ายประกาศว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางกิลหมีดุอีกและทำให้ดูเหมือนกับว่าเป็นฝ่ายจงใจทิ้งเมืองไปเองทำให้การต่อสู้ที่เกิดกับกิลหมีดุจนพ่ายแพ้นั้นไม่เกี่ยวกับกิลมังกรผงาด
แต่ต่อมา ‘โทคุโตะ’ กลับมาพ่ายแพ้ให้กับกลุ่มของทีชอีกครั้งและยังเป็นการพ่ายแพ้ที่ตัวเองต้องเสียชีวิตต่อหน้ารายการถ่ายทอดสดอีกด้วยจนทำให้ชื่อเสียงกิลตกจากอันดับ 6 ไปอยู่อันดับที่ 9 ของทวีปตะวันออก โดยที่การต่อสู้ในครั้งนี้กิลมังกรผงาดไม่มีข้อแก้ตัวใดๆออกมาเลย นอกจากการประกาศท้าสู้กับกิลมังกรทะยานฟ้าในเว็บบอร์ดที่ ‘จิ้งหยาง’หัวหน้ากิลมังกรผงาดเป็นคนพูดด้วยตัวเองแต่ก็เป็นเพียงประกาศผ่านเว็บบอร์ดเท่านั้น บรรดาผู้เล่นและนักข่าวที่พยายามสืบกลับไม่พบว่ากิลมังกรผงาดมีการยื่นเรื่องขอทำสงครามตีเมืองกับกิลมังกรทะยานฟ้าแต่อย่างใด
เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวที่กิลมังกรผงาดทอดทิ้งเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็เริ่มย่ำแย่เพราะกลุ่มโจรและอันธพาลเริ่มออกมาทำมาหากินในเมืองเยอะขึ้นผลมาจากการขาดคนบริหารดูแลบ้านเมืองเมื่อไร้เจ้าเมืองชาวบ้านก็พึ่งพาได้แต่ทหารแต่ทว่าทหารที่ไร้ความรู้ในการบริหารบ้านเมืองย่อมทำได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือการส่งทหารออกประจำการรอบเมืองเพื่อป้องกันโจรและอันธพาลก่อความเดือดร้อนเท่านั้น
สุดท้าย NPC ที่เป็นอดีตเจ้าเมืองได้มายึดอำนาจกลับคืนทำให้เมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวหลุดออกจากรายชื่อเมืองที่อยู่ในการครอบครองของกิลมังกรผงาด
แต่ทว่าอดีตเจ้าเมืองเป็น NPC ที่นิสัยไม่ดีชอบคดโกงภาษีและไม่มีความยุติธรรมชอบเข้าข้างคนรวยโดยการรับเงินสินบนจึงทำให้ชาวบ้านเริ่มไม่พอใจจนในสุดก็เกิดกบฏขึ้น
เพียงแต่การก่อกบฏในครั้งนี้ถ้าใครสังเกตสักนิดจะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างเพราะอดีตเจ้าเมืองที่พึ่งจะกลับมาบริหารเมืองได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนนั้นไม่น่าจะส่งผลให้ชาวบ้านก่อกบฏได้ไวแบบนี้กบฏที่เกิดขึ้นทันทีในเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่อดีตเจ้าเมืองกลับมาดูแลนั้นคล้ายกับมีใครคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
.......
ในเวลานี้กุยแกที่เดินทางมาถึงเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวกำลังมองสภาพที่เละเทะรอบกำแพงเมืองกลุ่มกบฏนั้นได้ก่อตั้งค่ายชิดกำแพงเมืองอยย่างไม่เกรงกลัวทางฝั่งเจ้าเมืองเองก็สั่งปิดประตูเมืองห้ามคนเข้าออก
เมื่อกุยแกมองไปบนกำแพงเมืองปรากฏทหารยืนอยู่บนกำแพงเมืองหลายคนทุกคนกำลังคอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏ กุยแกใช้สายตาเพื่อกะจำนวนคร่าวๆของกลุ่มกบฏที่มารวมตัวกันอยู่ในค่าย กลับพบว่ามีจำนวนมากจนเกือบถึง 1,000 คนซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมือง มีตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้าเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ จนถึงเหล่าขอทาน ในจำนวนกลุ่มคนทั้ง 1,000 กว่าคนนั้นมีทหารที่เป็นคนนำการก่อกบฏรวมอยู่ด้วยประมาณ 300 คน โดยหัวหน้าของกลุ่มกบฏนั้นเป็นทหารยศนายกองที่มีหน้าที่คุมทัพรักษาการเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว300 คนซึ่งทุกคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของนายกองคนนี้นั้นต่างเข้าร่วมฝ่ายกบฏทั้งหมด
กุยแกได้แอบมองอยู่นอกเมืองเป็นเวลาถึง 3 วันก็ตัดสินใจส่งจดหมายทางนกพิราบโดยการยืมนกพิราบจากชาวบ้านที่ไม่สามารถกลับเข้าเมืองได้จนต้องติดอยู่ในละแวกนั้นกุยแกได้เขียนจดหมายถึง ‘องค์หญิงผิงหยาง’โดยในจดหมายมีเพียงคำเดียวคือคำว่า ‘ฟ้า’
.......
หมู่บ้านหยู่เปิง
หลังจากที่บินอย่างต่อเนื่องมา 1 วันนกพิราบก็มาถึงค่ายทหาร มันบินลงมาหาองค์หญิงผิงหยางอย่างรวดเร็วเมื่อองค์หญิงเปิดจดหมายก็พบกับรหัสลับคือคำว่า ‘ฟ้า’เธอที่เห็นคำว่าฟ้าก็ยิ้มขึ้นที่มุมปากพร้อมกับหันหน้าไปพูดกับหัวหน้าของค่ายทหารหมู่บ้านหยู่เปิงที่ยืนอยู่ข้างๆว่า
“จงไปเตรียมตัว!ในวันพรุ่งนี้พวกเราจะเคลื่อนทัพตั้งแต่เช้าตรู่”
“ขอรับ...ท่านแม่ทัพ”หัวหน้าค่ายทหารรับคำพร้อมกับวิ่งออกจากกระโจมไปสั่งการเหล่าทหารให้เตรียมตัว
‘เวลาในการเดินทัพขนาดเล็กแบบนี้น่าจะใช้เวลาไม่มากนักเพราะเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวเองก็ไม่ได้อยู่ไกลจากหมู่บ้านหยู่เปิงมากเท่าไหร่คิดว่า 2-3 วันน่าจะไปถึง...ท่านกุนซือช่างกะเวลาของแผนการได้แม่นยำเหลือเกิน’องค์หญิงผิงหยาง คิดในใจ
ในเวลานี้ทุกคนที่เป็นสมาชิกกิล Admiration ย่อมล่วงรู้แผนการของกุยแกหมดแล้วว่าจะทำสิ่งใดในขั้นตอนต่อไปแต่มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่เข้าใจแผนของกุยแกทั้งหมดจริงๆซึ่งคนทั้ง 2 ย่อมไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ ฮิเดโยชิและองค์หญิงผิงหยางนั่นเอง ทั่งคู่เข้าใจแผนการ ‘มือเดียวบังฟ้า’ของกุยแกอย่างละเอียดจนรู้สึกทึ่งที่กุยแกสามารถจัดเตรียมแผนการระยะยาวได้นานขนาดนี้ราวกับล่วงรู้อนาคตก็มิปาน
.......
“เว่ยเถียนกับปรางจีออกเดินทางไปกับองค์หญิงผิงหยางแล้วเหรอ” ทีชถามมอนจี
“ใช่ ดูเหมือนทุกสิ่งกำลังเป็นไปตามที่ท่านกุนซือบอกเอาไว้ข้าว่าพวกเราต้องเร่งสร้างบ้านกิลให้เสร็จเร็วๆ แล้วสิ” มอนจี ตอบ
“อืม...ข้าไปขอให้ชาวบ้านมาช่วยดีกว่า” ทีชพูดจบก็เดินออกไป
ในเวลานี้สมาชิกกิล Admiration ยกเว้นเว่ยเถียนกับปรางจีที่ออกเดินทางไปพร้อมกับบองค์หญิงผิงหยางและสมิทที่อยู่ที่โรงตีเหล็กหมู่บ้านฮูซาคนที่เหลือต่างกำลังช่วยกันสร้างบ้านไม้หลังหนึ่งซึ่งจะกลายเป็นบ้านกิลและในอนาคตทีชมีแผนจะพัฒนาจากบ้านไม้ให้กลายเป็นพระราชวัง!
สมาชิกทุกคนนั้นต่างไม่มีใครปริปากบ่นการใช้แรงงานเหล่านี้เลยทุกคนถือว่านี่เป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งโดยเฉพาะหมิงที่ตลอดเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาฝึกฝนจนสามารถควบคุมลมปราณได้ละเอียดอ่อนขึ้นและยังมีความคล่องแคล่วว่องไวและพละกำลังที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเกิดจากการขนไม้ไปกลับหลายกิโลเมตรทุกวัน และหมิงยังขนไม้ในจำนวนที่มากกว่าชาวบ้านทั่วไปถึง3 เท่า
ส่วนทีชเองที่ฝึกตัดไม้ด้วยปราณกระบี่ของวิชากระบี่เจ็ดชีพจรในเวลานี้นอกจากจะควบคุมได้แม่นยำขึ้นแล้วกำลังภายในที่สะสมในร่างกายก็คล้ายกับจะเพิ่มมากขึ้นทำให้ในเวลานี้ทีชสามารถใช้วิชาดรรชนีหกชีพจรและกระบี่เจ็ดชีพจรได้ติดต่อกันหลายครั้ง
ดาร์คที่ฝึกควบคุมพลังจิตมาตลอดในเวลานี้สามารถบังคับให้พลังจิตครอบคลุมไปที่ดาบทั้งสองมือพร้อมกันและยังครอบคลุมได้แม้กระทั่งร่างกายเพื่อเป็นเกราะป้องกันได้แล้วถึงแม้จะเทียบกับเกราะพลังจิตที่โทคุโตะใช้ยังไม่ได้ก็ตาม
ส่วนสมาชิกคนอื่นต่างก็พัฒนาฝีมือมากขึ้นทุกคนโดยเฉพาะมอนจี เพราะคลาสจอมยุทธเมื่อถึงเลเวล 200 ค่าพลังปราณจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมคล้ายกับการเลื่อนสถานะของอาชีพรองอย่างช่างตีเหล็กขั้นสูงเพียงแต่สายอาชีพหลักอย่างคลาสจอมยุทธจะไม่มีคำว่าขั้นสูงตามหลัง
แต่ที่มอนจีพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดดนั้นสาเหตุมาจากลมปราณธาตุหยินของมอนจีที่ได้มาจากหยดเลือดของมังกรฟ้าทำให้ในเวลานี้มอนจีสามารถสร้างฝนน้ำแข็งได้ไวขึ้นแถมยังกินแรงน้อยลงกว่าแต่ก่อนมากและที่สำคัญมอนจีได้คิดค้นเพลงฝ่ามือขึ้นใหม่เพื่อใช้กับพลังลมปราณธาตุหยินของตัวเองโดยเฉพาะทำให้ในเวลานี้มอนจีอาจเป็นคนเดียวในกิลที่สามารถรับมือกับอิจิโนเสะตอนเอาจริงได้
…….
สมาชิกกิล Admiration ที่กำลังก่อสร้างบ้านกิลและฝึกฝนวิชาไปในตัวจนเหมือนกับเป็นชีวิตประจำวันของพวกเขานั้นในขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองอยู่นั้นกลับได้ยินเสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมกัน
[ประกาศจากระบบโลก :สงครามตีเมืองระหว่างกิลโอเอซิสที่เป็นฝ่ายโจมตี และกิลอดาเลียที่เป็นฝ่ายป้องกันจะเริ่มในอีก 24 ชม.ผู้เล่นทุกท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ศูนย์เซอร์วิสเซนเตอร์ของทุกเมืองและยังสามารถรับชมผ่านช่องทางอื่นๆ ได้อีกมากมายในโลกภายนอกทุกท่านสามารถตรวจสอบรายการทีวีที่ถ่ายทอดสดสงครามตีเมืองได้ที่เว็บไซต์ของเกม LegendaryCombination]
[แจ้งเตือนจากระบบ : ผู้เล่นทุกท่านที่อยู่ในเมือง ‘หังโจว’โปรดออกจากเมืองภายในเวลา 24 ชม.หากผู้เล่นท่านไหนยังอยู่ในเมือง ‘หังโจว’ระบบจะทำการล็อกเอ้าท์ออกให้อัตโนมัติและบล็อกการล็อกอินของท่านเอาไว้จนกว่าสงครามตีเมืองจะจบ]
“สงครามตีเมืองจะเริ่มแล้ว พี่ทีชว่าใครจะชนะงั้นเหรอครับ”หมิง หันมาถามทีช
“กิลโอเอซิส” ทีช ตอบ
“ทำไมถึงคิดงั้นละครับ อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะนักวิเคราะห์พูดไว้ในทีวี”หมิง ถามอีกครั้ง
“หืม...ไม่ใช่หรอก...เป็นเพราะกุนซือของพวกเราบอกเอาไว้ต่างหากละ”ทีช หันมาตอบพร้อมกับยิ้มให้
เมื่อหมิงได้ยินคำตอบก็หัวเราะออกมาอย่างเห็นด้วยเมื่อทุกอย่างดำเนินมาจนถึงตอนนี้สมาชิกทุกคนในกิลย่อมไม่มีใครสงสัยในการวิเคราะห์ของกุยแกอีกแล้ว
ถึงกุยแกจะเป็น NPC ที่ไม่รู้ว่าโลกภายนอกมีการแข่งขันลีกอีสปอร์ตและมีผู้เล่นในตำนานอย่างซีโร่แต่กุยแกสามารถสืบข่าวได้จากผู้เล่นที่มักคุยกันในเมืองรวมถึงภูมิประเทศของเมืองที่ใช้ในสงครามและจำนวนกองทัพหรือแม้กระทั่งสายอาชีพ
สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เพียงพอสำหรับใช้ในการวิเคราะห์ของกุยแกไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของกิลโอเอซิสที่มีกองทัพที่สมดุลในหลายสายอาชีพและยังมีซีโร่ที่หลายคนบอกว่าเก่งกาจที่สุดในโลกส่วนทางด้านกิลอดาเลียที่มีแต่กองทัพจอมเวทเป็นหลักถึงแม้ว่าจอมเวทจำนวนมากจะโดดเด่นในการป้องกันแต่ภูมิประเทศของเมืองหังโจวนั้นสามารถบุกได้จากหลายทิศทางกุยแกจึงไม่คิดว่ากิลโอเอซิสจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
‘แต่ว่าถึงเราจะตอบหมิงไปแบบนั้นแต่เราเองก็อยากเห็นการต่อสู้ระหว่างจอมเวทอันดับหนึ่งของทวีปตะวันออกเจอกับผู้เล่นในตำนานของโลกคงเป็นการต่อสู้ที่สนุกไม่แพ้การแข่งขันในลีกเลยสินะอย่างน้อยนี่ก็เป็นสงครามจริงๆ ไม่ใช่แค่การประลองเหมือนในลีก’ ทีชอดคิดอย่างตื่นเต้นไม่ได้