กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 การต่อสู้ของสองสาวงาม

            น่าสนใจไม่น้อย!

            แววตาของเซียวหลิงอวิ๋นเต็มไปด้วยความสนใจมากขึ้น!

            ดูเหมือนว่าเจ้าพวกนี้จะเก็บซ่อนฝีมือไว้ตอนที่อยู่บนหอคอยวิญญาณเมฆาสวรรค์เก้าชั้น!

            พวกเจ้าทุกคนคงจะออมแรงเอาไว้เพื่อมาใช้สู้ในรอบสิบคนสินะ!ฮ่าๆ เจ้าพวกนี่ช่างไร้เดียงสาเสียจริง! จ้าวหมิงเจี้ยนแม้ว่าเจ้าจะมีพลังที่ไม่เลว แต่เมื่อมาเจอกับข้าข้าก็จะอัดเจ้าอย่างไม่มีการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น! ยิ่งเจ้าแสดงฝีมือมากเท่าไรความแค้นในใจตอนที่ข้าป่นกระดูกของเจ้าก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น!

            ข้าแทบทนรอที่จะได้สู้กับเจ้าไม่ไหวแล้ว!

            การต่อสู้นัดที่สามระหว่างเยี่ยเฟิงและหม่าไข่จบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดิม!โดยเยี่ยเฟิงเป็นฝ่ายชนะ!

            เซียวหลิงอวิ๋นผู้ได้ประลองในนัดที่สี่จับฉลากได้พบกับหยางลู่  สาวน้อยขี้อายที่ชื่นชอบเขา!

            เซียวหลิงอวิ๋นไม่มีปัญหาอะไรกับผลของการจับฉลากนี้และไม่ได้คิดอะไรมากนัก เพราะในรอบสิบคนนี้ย่อมต้องได้สู้กับอีกเก้าคนที่เหลือทั้งหมดอยู่แล้วไม่ช้าหรือเร็วตัวเขาก็ต้องสู้กับหยางลู่อยู่ดี!

            แต่สาวน้อยขี้อายหยางลู่คนนี้ดูจะกระวนกระวายเหมือนไม่ทันตั้งตัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพบว่าการต่อสู้ครั้งนี้มาเร็วเกินไป!

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ต่อให้เป็นการต่อสู้จริงหรือแบบกึ่งสู้กึ่งสอนแบบตอนหวังอี้ก็ไม่ดีทั้งนั้นเพราะเซียวหลิงอวิ๋นไม่ต้องการรังแกเด็กสาวที่ชื่นชอบเขาต่อหน้าคนอื่น!

            ทั้งสองคนจึงตกลงกันเป็นการส่วนตัวโดยให้หยางลู่ยอมแพ้ก่อนแล้วเซียวหลิงอวิ๋นถึงให้สัญญาว่าจะประลองฝีมือกันกับนางเป็นการส่วนตัวในช่วงเวลาที่นางคิดว่าเหมาะสม!

            เพื่อเป็นการรักษาใบหน้าให้สาวน้อยขี้อายหยางลู่เซียวหลิงอวิ๋นจึงได้รับชัยชนะในนัดที่สองนี้อย่างราบรื่น!

            ...

            ในนัดสุดท้ายหลิวหมิงเฉวียนสามารถเอาชนะหลิวฉงเฉวียนได้อย่างง่ายดาย

            รอบสิบคนในรอบที่สองนี้จบลงอย่างราบรื่น!

            หลังจากได้พักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามกว่าๆการประลองในรอบที่สามก็เริ่มขึ้น!

            ในการจับฉลากรอบนี้มีผลดังนี้...จ้าวหมิงเจี้ยนพบหลิวฉงเฉวียน จางอวิ๋นพบหวังอี้ เยี่ยเฟิงพบหลิวหมิงเฉวียน ตงฟางไฉ่อวิ๋นพบหยางลู่และเซียวหลิงอวิ๋นพบกับหม่าไข่!

            การประลองอันเป็นที่สนใจมากที่สุดในรอบที่สามเห็นได้ชัดว่าเป็นการพบกันระหว่างแม่นางตัวสูงกับสาวขี้อาย!

            จ้าวหมิงเจี้ยนยังคงรักษาสถิติชนะรวดเอาไว้ได้เอาชนะหลิวฉงเฉวียนได้อย่างง่ายดายในขณะที่หวังอี้ต่อสู้อย่างดุดันจนเอาชนะจางอวิ๋นไปได้ส่วนเยี่ยเฟิงก็แสดงให้เห็นถึงพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งใช้เพียงเจ็ดกระบวนดาบก็เอาชนะหลิวหมิงเฉวียนซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสี่อัจฉริยะได้!

            จนเมื่อถึงคราวที่เด็กสาวทั้งสองต้องต่อสู้กันเองอารมณ์ของเหล่าผู้ชมโดยรอบก็พลุ่งพล่านทันที!

            ในรอบก่อนสองสาวต่างก็พากันยอมแพ้โดยไม่สู้ทำให้ได้เวลาพักฟื้นแรงกายมากกว่าศิษย์คนอื่นๆ ที่เหลือเกือบสองชั่วยาม!

            ทั้งสองต่างก็เป็นศิษย์หญิงที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาศิษย์ระดับกลางของเขตใต้และต่างก็มีทั้งแฟนๆ และผู้ชื่นชมเป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งคู่ต่างก็แอบทะเลาะกันบ่อยๆโดยเฉพาะหลังจากที่ว่านฮวนได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นศิษย์ระดับสูงแล้วทั้งสองสาวก็ยิ่งทะเลาะกันหนักขึ้นไปอีกเพราะทั้งคู่ต่างก็ต้องการแย่งชิงตำแหน่งเทพธิดาอันดับหนึ่งของศิษย์ระดับกลางในเขตใต้การประลองรอบสิบคนครั้งนี้จึงเป็นตัวตัดสินว่าใครจะเหนือกว่าใคร!

            คนหนึ่งสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรอีกทั้งยังตัวใหญ่ไหล่กว้างกว่าศิษย์ชายหลายคนเสียอีก ถือดาบใหญ่ยาวเกือบห้าฉื่อในขณะที่อีกคนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร หน้าตาน่ารักน่าหลงใหลถือดาบสั้นยาวไม่ถึงสองฉื่อ

            แม่นางทั้งสองที่มีทั้งบุคลิกและอารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อยืนอยู่ด้วยกันแล้ว ทำให้ผู้ชมรู้สึกน่าขันอย่างบอกไม่ถูก!

            “เทพธิดาเทพธิดาลู่ลู่ สู้เขา เอาชนะนางยักษ์โง่ตงฟางไฉ่อวิ๋นให้ได้!”ศิษย์ชายคนหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นเต้นเพื่อเชียร์เทพธิดาเทพธิดาในดวงใจของเขา!

            “กล้าว่าศิษย์พี่ไฉ่อวิ๋นเหรอ พวกเราอัดมันเลย!”ศิษย์น้องของตงฟางไฉ่อวิ๋นหลายคนต่างก็พากันกรูเข้ามาและซ้อมศิษย์ชายคนนั้นจนน่วม!

            สุดท้ายศิษย์ชายที่น่าสงสารก็ถูกรุมซ้อมจนต้องร้องขอชีวิตแต่ผู้ชมโดยรอบกลับไม่มีใครที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาเลย: เจ้าโง่เอ๊ยไปด่าตงฟางไฉ่อวิ๋นว่านางยักษ์โง่ได้อย่างไร? ถึงนางจะตัวสูงใหญ่ก็จริงแต่นางไม่ได้โง่ไม่รู้หรืออย่างไรว่านางยักษ์คนนั้นของเจ้าก็มีแฟนคลับมากมายเหมือนกันน่ะ?

            หาเรื่องใส่ตัวเองจะโดนซ้อมก็สมควรแล้ว!

            ...

            เหล่ากรรมการผู้ตัดสินในสนามไม่ได้สนใจเรื่องตลกที่นอกสนามแต่อย่างใดประกาศเริ่มการประลองที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลามนี้ “เริ่มสู้ได้!”

            ไม่มีใครคาดคิดว่าฝ่ายแรกที่เริ่มโจมตีจะเป็นหยางลู่ตัวน้อยที่ถือดาบหลอมสายรุ้ง

            ร่างเล็กๆของนางพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนดาบหลอมสายรุ้งในมือกลายเป็นแสงสีเงินพุ่งไปข้างหน้า!

            ทางด้านตงฟางไฉ่อวิ๋นที่ร่างกายสูงใหญ่ก็มีสีหน้ามืดดำเล็กน้อยดวงตาเปล่งประกายแสงออกมา เผชิญหน้ากับการโจมตีด้วยดาบสั้นอันรวดเร็วของหยางลู่!

            นางยกดาบใหญ่ในมือขึ้นง้างกวาดออกไปเป็นครึ่งวงกลมกลางอากาศแล้วฟาดฟันลงมา!

            ไม่ว่าตรงหน้าจะฟาดฟันเข้ามากี่ดาบนางก็จะใช้พละกำลังเข้าสู้! ทำลายมันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว!

            หยางลู่รู้จักกับตงฟางไฉ่อวิ๋นที่ตัวสูงแขนขายาวนี้เป็นอย่างดีจึงไม่รับการโจมตีตรงๆ แต่หมุนตัวเพื่อหลบหลีกแทน!

            ร่างเล็กๆของนางเป็นเหมือนดั่งผีเสื้อที่กำลังโบยบิน เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่รอบๆตงฟางไฉ่อวิ๋นด้วยความเร็วสูง ดาบสั้นในมือก็กลายเป็นลำแสง หายไปอย่างลึกลับทั้งจ้วงแทง ทั้งเจาะทะลวง ทั้งฟาดฟัน!

            “แกร๊ง แกร๊ง แกร๊ง...”

            เสียงของดาบสั้นและดาบใหญ่กระทบกันดังขึ้นมาไม่ขาดสาย!

            ทั้งลมและพลังปราณจากดาบกระจัดกระจายไปทั่วดาบสั้นพุ่งทะยานเข้ามาปะทะกับดาบใหญ่ที่ปัดป้องทั้งซ้ายขวาอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงจนทำให้สายตาพร่ามัวเสียงของดาบกระทบกันดังสนั่นราวกับเสียงประทัด!

            ต่อหน้าสายตาที่ตื่นเต้นของบรรดาศิษย์โดยรอบสตรีทั้งสองที่อยู่บนเวทีประลอง คนหนึ่งเป็นเหมือนดั่งผีเสื้อที่โบยบินอย่างว่องไวอีกคนหนึ่งเป็นเหมือนดั่งต้นสนที่ยืนตระหง่านทนทานต่อพายุที่พาดผ่านมา!

            หนึ่งเคลื่อนไหวหนึ่งอยู่นิ่งแต่กลับทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้นและพึงพอใจอย่างที่สุดมีเพียงแสงจากดาบที่เปล่งออกมาและเสียงของดาบกระดับที่ดังสนั่นเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่การแสดงของนักเต้นรำแต่เป็นจอมยุทธ์สองนางที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดต่างหาก

            ไม่ว่าต้นสนจะยืนตระหง่านทนทานสักเพียงไหนก็ไม่สามารถทนทานต่อลมฝนลมหิมะไปตลอดกาล!

            สิ้นเสียงดัง ”ฉัวะ!” เลือดพลันพุ่งกระจายออกมา!

            ตัวของหยางลู่ยิ่งว่องไวและพริ้วไหวมากขึ้นบุกเข้าโจมตีและถอยกลับ ดาบสั้นของนางไม่ได้ปะทะเข้ากับดาบใหญ่ของอีกฝ่ายโดยตรงเลยนางจะถอยหนีทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะเคลื่อนไหวไม่ปล่อยให้ตงฟางไฉ่อวิ๋นมีโอกาสได้ฟาดฟันเต็มแรง!

            “ฉัวะ!”เลือดพุ่งกระจายออกมาอีกครั้ง!

            แววตาของตงฟางไฉ่อวิ๋นเย็นยะเยือก!ด้วยความที่อีกฝ่ายว่องไวเกินไปทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองมีพลังแต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้!

            หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปบาดแผลเล็กๆ ของนางก็จะกลายเป็นบาดแผลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆและการต่อสู้ครั้งนี้ก็จะจบลง! ไม่ได้ จะต้องฝ่าสถานการณ์นี้ไปให้ได้!

            แผนปรากฏขึ้นในหัวของนางทันที!

            เห็นช่องโหว่ที่ตรงระหว่างเอวและสะโพกปรากฏขึ้น!

            พร้อมด้วยเสียงดัง“ชิ้ง!”ดาบหลอมสายรุ้งก็ฟันเข้าที่เอวซ้ายของตงฟางไฉ่อวิ๋นจนกลายเป็นแผลยาวสองชุ่น!

            แต่แล้วดาบใหญ่ก็ฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว!

            ดวงตาน่ารักของหยางลู่เบิกโตขึ้นเล็กน้อย!นางโลภเกินไปจนปล่อยให้อีกฝ่ายได้จังหวะตอบโต้กลับ!

            นางจึงฟันดาบหลอมสายรุ้งตัดเป็นแนวนอนจากนั้นตัวของนางก็ถอยร่นออกมาอย่างรวดเร็ว!

            “แกร๊ง!”พร้อมด้วยเสียงดังสนั่นด้วยพลังอันมหาศาลทำให้ตัวของหยางลู่ถึงกับสั่นเทาในขณะที่กำลังถอยออกมาดาบสั้นก็แทบจะหลุดออกจากมือ!

            ทันทีที่ลงมายืนที่พื้นปลายเท้าก็ถีบพื้นเต็มแรง ถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง!

            “ฟิ่ว!”ร่างสูงใหญ่ของตงฟางไฉ่อวิ๋นพุ่งไปข้างหน้า ฟาดดาบใหญ่ออกไปอย่างรวดเร็วฟันตัดหน้าอกของหยางลู่ที่อยู่ห่างออกไปแค่สามชุ่น!

            “ฟู่!”หยางลู่ที่หนีรอดจากหายนะมาได้ถอนหายใจออกเบาๆ นางใช้ทักษะทางกายจนถึงขีดสุดแล้วไม่กล้าเข้าไปเสี่ยงอีก!จึงกลับเข้าไปสู้แบบเดิมอย่างรอบคอบและมั่นคงตามแผนเดิมของตัวเองต่อ!

            “ตงฟางไฉ่อวิ๋นหมดโอกาสแล้วการต่อสู้ครั้งนี้หยางลู่เป็นฝ่ายชนะ!”เซียวหลิงอวิ๋นที่ยืนดูอยู่ข้างสนามได้ข้อสรุปแล้ว!

            ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนั้นหยางลู่ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ตงฟางไฉ่อวิ๋นอีก!

            หลังจากฟันตงฟางไฉ่อวิ๋นไปอีกสามแผลตงฟางไฉ่อวิ๋นที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ประกาศขอยอมแพ้!

            ...

            “เทพธิดาลู่ลู่เทพธิดาลู่ลู่!”แม่สาวขี้อายหยางลู่ได้รับชัยชนะในการประลองอันเป็นที่สนใจครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงของนางพุ่งสูงขึ้นไปอีก!

            ต่อมาก็เป็นการต่อสู้ระหว่างเซียวหลิงอวิ๋นและหม่าไข่ซึ่งผลลัพธ์นั้นก็อยู่ในใจของทุกคนอยู่แล้ว

            หม่าไข่นั้นต้องการที่แสดงฝีมือตัวเองออกมาอย่างเต็มที่แต่ไม่ได้ต้องการชัยชนะแต่อย่างใด เขาเพียงต้องการสู้กับเซียวหลิงอวิ๋นสุดยอดอัจฉริยะที่ปรากฏตัวสักครั้งในรอบหมื่นปีให้ได้หลายดาบหรือฟันอีกฝ่ายให้โดนสักหนก่อนแล้วค่อยยอมแพ้ ถือได้ว่าเป็นการพ่ายแพ้อย่างมีเกียรติแล้ว!

            ดังนั้นเมื่อร่างที่สูงใหญ่ของหม่าไข่ปรากฏขึ้นเขาก็ทุ่มพลังทั้งหมดของเขาบุกเข้าโจมตีเซียวหลิงอวิ๋นด้วยกระบวนท่าโจมตีที่รุนแรงปานสายฟ้าฟาด!ซึ่งแตกต่างไปจากสไตล์การต่อสู้ที่ดูนุ่มนวลของเขาในสองรอบแรกอย่างเห็นได้ชัด!

            “เจ้าหมอนี่พอเจอข้ากลับยิ่งคึกขึ้นมาเสียอย่างนั้น!”แม้แต่เซียวหลิงอวิ๋นก็รู้สึกงุนงงเช่นกันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ต้องการยืมตัวเขาเพื่อดึงดูดความสนใจหรือไม่ก็คาดหวังว่าจะเข้าตาเหล่าผู้อาวุโสในสำนักด้วยซ้ำกระนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะอยู่เฉยๆ และไม่แม้แต่จะชี้นำอีกฝ่ายด้วยซ้ำ!

            ด้วยการใช้ก้าวลวงวิญญาณตัวเขาไม่ถอยหลบ แต่กลับพุ่งตรงไปข้างหน้า เกียจคร้านเกินกว่าจะใช้ดาบจึงเรียงนิ้วมือขวาทั้งห้าชิดติดกันเป็นดาบ ฟันลงไปตรงช่องโหว่ที่เปิดอยู่!

            “เปรี้ยง!”

            ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณนั้นราวกับค้อนขนาดใหญ่ที่คมกริบสามารถทำลายการโจมตีอันรุนแรงของหม่าไข่ผู้ซึ่งต้องการแสดงฝีมือได้ในทันที!

            ตุบตุบ ตุบ ร่างสูงใหญ่ของหม่าไข่ลอยกระเด็นถอยออกไป ภายใต้แรงกระแทกอันทรงพลัง!

            ก่อนที่เขาจะได้ลุกขึ้นมาตั้งหลักฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว!

            ชั่วขณะต่อมาแรงอันอันมหาศาลกระแทกเข้ามาที่ไหล่แล้วตัวของเขาก็ลอยอยู่ในอากาศราวกับก้อนเมฆทันที!

            “ตุบตุบ ตุบ” หลังจากหม่าไข่ตกลงมาที่พื้นแล้ว ตัวของเขาก็กระเด็นถอยไปอีกสามก้าวใหญ่ๆก่อนจะกระเด็นตกขอบเวทีประลองไป

            “ซู้ด!”การโจมตีครั้งนี้ของเซียวหลิงอวิ๋นไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ชมโดยรอบต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เท่านั้น!แต่ยังกลายเป็นที่โจษจันอีกด้วยถึงแม้ว่าหม่าไข่จะไม่ใช่ศิษย์ดาวเด่นเหมือนอย่างจ้าวหมิงเจี้ยนหรือหวังอี้แต่การที่เขาสามารถเข้ามาถึงรอบสิบคนจากบรรดาศิษย์ระดับกลางหลายพันคนได้นั้นแสดงว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นเป็นของจริงไม่มีน้ำเจือปน แต่ใครจะคิดว่าภายใต้น้ำมือของเซียวหลิงอวิ๋น เขาจะต้านทานไม่ได้แม้แต่สองกระบวนท่าโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ใช้ดาบด้วยซ้ำ เซียวหลิงอวิ๋นคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ!

            “เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะมองเห็นช่องโหว่ของกระบวนท่าของอีกฝ่ายได้ในพริบตาเดียวเท่านั้นยังสวนกลับได้ในครั้งเดียว! ด้วยวัยและพลังยุทธ์เท่านี้นอกจากจะเป็นบุตรแห่งสวรรค์ ยังจะมีใครในโลกทำได้อีก?!” ชายชราผอมแห้งที่อยู่ตรงกลางอัฒจันทร์มีประกายอยู่ในแววตา!

            หม่าไข่ที่อยู่ข้างเวทียืนงงอยู่สามถึงสี่ชั่วอึดใจก่อนที่จะตั้งสติได้และลูบคลำทั่วตัว แต่ก็ไม่พบร่องรอยบาดแผลใดๆ เลยเขาจึงรู้ว่าอีกฝ่ายเมตตาเขามากแล้วหม่าไข่ที่ตั้งสติได้จึงทำมือคารวะแล้วกล่าวกับเซียวหลิงอวิ๋นว่า “ศิษย์พี่เก่งกาจยิ่งหม่าไข่ขอคารวะ!”

            วันแรกของการประลองรอบสิบคนของศิษย์ระดับกลางในเขตใต้จึงจบลงด้วยชัยชนะของเซียวหลิงอวิ๋น!

            เซียวหลิงอวิ๋นเยี่ยเฟิง จ้าวหมิงเจี้ยน หวังอี้ รวมถึงหยางลู่สาวงามขี้อายกลายเป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดหลังจากจบการประลองรอบสิบคนในวันแรก

            เมื่อกลับถึงที่พักก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว

            หลังจากทานอาหารค่ำเสร็จเซียวหลิงอวิ๋นก็ครุ่นคิดถึงการประลองรอบสิบคนเมื่อตอนกลางวันอย่างละเอียดรอยยิ้มกรุ้มกริ่มปรากฏบนริมฝีปาก ในขณะที่เขากำลังจะนั่งลงเพื่อฝึกวิชาอยู่นั้น “ก๊อกๆๆ!”ก็มีเสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น!

            เมื่อเปิดประตูออกมาก็พบสตรีงามสองคนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเซียวหลิงอวิ๋น!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】 ที่คุณอ่าน