บริษัทฯของปกป้อง
วันนี้ฉันมาทำงานที่นี่ในฐานะของลูกจ้างคนหนึ่งส่วนเขาเองกลับอยู่ในสถานะนายจ้างของฉันความสงสัยที่เกิดขึ้นในสมองของฉันั้แ่เมื่อวานที่ร้านอาหารเขาที่ฉันได้กลับมาเจออีกครั้งและเขาที่ฉันเคยรู้จักในอดีตนั้นแตกต่างกันทุกอย่างเว้นเพียงรูปร่างหน้าตาและความหื่นของเขาที่ยังคงเหมือนเดิม
“แพรเดี๋ยวเข้าไปพบบอสที่ห้องหน่อยนะ”เสียงพูดของหัวหน้าฉันดังขึ้นระหว่างที่ฉันกำลังนั่งครุ่นคิดเื่ของเขา
“อะไรนะคะ” ฉันถามด้วยเสียงใสะดุ้งเมื่อเสียงของหัวหน้าบอกประโยคเช่นนั้นกับฉัน
“บอสให้แพรเข้าไปพบที่ห้องทำงานนะ”หัวของฉันพูดทวนประโยคในความหมายเดียวกันคือ เขาให้ฉันเข้าไปหาที่ห้องทำงานเพื่ออะไรกันนะ
**ห้องทำงานของบอส
ก๊อกก๊อก ก๊อกเสียงฉันเคาะประตูห้องทำงานของเขาก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้องนั้น
“เข้ามา”เสียงทุ้มสุขุมอนุญาตให้เข้าไปหลังสิ้นสุดเสียงเคาะประตูของฉัน
“บอสให้ฉันเข้ามาพบมีอะไรหรือเปล่าคะ”มือทั้งสองข้างของฉันกุมจับประสานกันไว้อย่างเรียบร้อยและถามเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“นั่งก่อนสิ” สายตานิ่งสุขุมบอกฉันพร้อมผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับที่เขานั่งอยู่
“ค่ะ”ฉันตอบรับอย่างมีมารยาทก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ตัวนั้นออกมาและนั่งลงตามคำบอกของเขา
“ทำตัวตามสบายเหมือนเมื่อก่อนไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนั้น คุณไม่ได้เป็ลูกน้องของผมนะ”น้ำเสียงนั้นที่เขาพูดออกมาดูอ่อนโยนและคุ้นหูเหมือนที่ฉันเคยได้ยินน้ำเสียงนี้อยู่บ่อยครั้งในอดีตที่ผ่านมาแล้ว
“บอสหมายความว่ายังไงคะ”ฉันทำเป็ไม่เข้าใจ ก็ไม่เข้าใจจริงๆนั่นแหละและถามเขาด้วยน้ำเสียงปกติใบหน้านิ่งเฉย
แต่เขากลับไม่ได้ตอบคำถามนั้นกลับมาร่างสูงโปร่งในชุดสูทลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ตัวที่เขานั่งเดินอ้อมมายืนที่ด้านหลังของฉันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มือทั้งสองของเขาจับเก้าอี้ตัวที่ฉันนั่งให้หมุนหันหน้ามาที่เขา
ชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าของฉันตอนนี้เขาย่อเข่านั่งลงใบหน้าของเขาอยู่ในต่ำกว่าระดับสายตาของฉันเพียงเล็กน้อย
ตึกตึก ตึก เสียงหัวใจของฉันเต้นแรง
เขากำลังจะทำอะไรของเขามานั่งคุกเข่ามองหน้าฉันด้วยสายตาอาวรณ์แบบนี้ทำไมกันถ้าตอนนี้เราสองคนคือคู่รักมันคงเป็แววตาที่อบอุ่นและบรรยากาศตอนนี้คงโรแมนติกที่สุด
“ไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมผมถึงกลายมาเป็ประธานบริษัทฯ”คำถามที่ดังขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวลของเขา
ฉันส่ายหน้าเบาๆ ไม่ตอบคำถามนั้นแม้ว่าในใจของฉันจะอยากรู้ก็ตาม
“ผมอยากจะเล่าเื่ราวที่ผ่านมาให้คุณฟังช่วยฟังผมหน่อยได้มั้ย คนดีของผม”หื้อ..เสียงละมุนของเขาพูดพร้อมกับมือหนาของเขาจับแก้มทั้งสองข้างของฉันให้มองสบตากับเขาฉันต้องทำตัวนิ่งเฉยเข้าไว้แม้ในใจจะสั่นแรงกว่าแผ่นดินไหวก็ตาม
“จะให้ฉันฟังไปทำไมกัน ในเมื่อฉันถามคุณวันนั้นคุณกลับเลือกที่จะไม่ตอบฉันและหายไปอย่างไร้ร่องรอย” ฉันพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ
“ผม” เขาจะพูดต่อแต่ฉันไม่รอฟังสิ่งที่เขากำลังจะพูด
พรึบ!ฉันผลักเขาออกและลุกจากเก้าอี้ขึ้นยืนตรงหน้าเขา
“ขอตัวไปทำงานนะคะทำแบบนี้มันไม่เหมาะสม” ฉันพูดเสียงเข้มและสีหน้าไร้นิ่งเฉยก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป
“แพร” เขาคว้ามือของฉันเอาไว้ได้ทันทำให้ตัวของฉันถูกดึงเข้ามาใกล้จนติดกับตัวเขา เอวของฉันถูกแขนข้างหนึ่งของเขาโอบเอวไว้แน่นฉันพยายามจะขยับตัวออกจากวงแขนนั้นของเขาแต่ก็ไม่สามารถหลุดออกจากแขนล่ำของเขาได้
จ๊วบส์เขาจูบฉันหนึ่งครั้งโดยไม่ให้ฉันตั้งตัว
“ทำอะไรของคุณ”ฉันทุบอกเขาทั้งที่ตัวของฉันยังถูกเขากอดรัดไว้อยู่
“กลับไปคุยกันที่บ้านให้รู้เื่ดีกว่า”เขาบอกฉันพร้อมโอบรัดเอวฉันไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหลุดจากวงแขนเขาได้พาฉันเดินออกจากห้องทำงานมาด้านหน้าโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่พากันมองจับจ้องมาที่เราสองคนด้วยความใและแปลกใจ
“ประชุมวันนี้เลื่อนออกไปก่อนบอกคนขับรถมารอรับผมที่หน้าตึกเดี๋ยวนี้” เสียงดังเข้มของเขาสั่งเลขาฯที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานและพาฉันเดินออกมาขึ้นรถหน้าตึกที่คนขับรถของเขาได้มาจอดรถรอรับอยู่ตามคำสั่งแต่ก็ไม่วายที่เขาจะคว้าหยิบกระเป๋าของฉันที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานที่เรากำลังเดินผ่านมาถือให้ฉัน
ปัง!!เสียงปิดประตูรถ เมื่อเขาพาฉันขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อย
“นั่งนิ่งๆ”เขาบอกฉันที่กำลังขยับตัวดิ้นหวังจะให้หลุดจากวงแขนที่รัดตัวฉัน
“จะพาไปไหน แล้วทำบ้าอะไรของคุณแบบนี้ฉั” ฉันไม่ทันพูดจบประโยคเพราะเขาตัดบทด้วยการ จูบประกบริมฝีปากของฉันและบดขยี้ริมฝีปากฉันอย่างดูดดื่ม
“อื้อ อื้อ หยุ หยุด”เสียงพูดอู้อี้ของฉันที่พยายามพูดทั้งที่ปากของฉันยังถูกเขาด้วยการจูบไว้อยู่
“ถ้าไม่นั่งนิ่งๆ ผมจะทำมากกว่าจูบ”เขาขยับริมฝีปากออกและพูดกระซิบใกล้กับใบหน้าของฉันด้วยประโยคขู่แต่แววตากลับมองฉันด้วยความอ่อนโยน
จู๊บส์--..พูดขู่ฉันจบเขาก็ยังมาจูบฉันหนึ่งครั้งก่อนจะขยับตัวไปนั่งพิงเบาะรถโดยที่แขนของเขานั้นยังคงโอบไหล่ฉันไว้แน่นเหมือนเดิม
“พูดง่ายแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย”เขาพูดด้วยเสียงหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งฉันใบหน้าของเขายิ้มสดใสมันเป็รอยยิ้มที่ฉันมักจะได้เห็นบ่อยๆ เวลาที่เขาได้แกล้งฉัน
.เพนท์เฮาส์.
ติ๊ดติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด สิ้นเสียงกดรหัสปลดล็อกประตู
มือของฉันถูกเขาจับไว้ไม่ปล่อยั้แ่ลงจากรถและเดินมาถึงห้องใหญ่โตนี้เขาเดินจูงมือฉันตลอดนี่คือครั้งที่สองของฉันกับการมาเพนท์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้ของเขา
ฟึบ!!เดินมาถึงโซฟาสีเทาหม่นสุดหรูเขาทิ้งสะโพกนั่งลงบนโซฟาตัวนั้นพร้อมกับดึงร่างบอบบางของฉันให้นั่งลงบนตักของเขา
“คุณ”ฉันอุทานเรียกด้วยความใตาของฉันลุกโตด้วยความใ
“คิดถึงที่สุด คิดถึงมากรู้มั้ย”เสียงกระซิบพูดผ่านลมที่ััหัวไหล่ของฉันพร้อมริมฝีปากของเขาที่จูบลงบนผิวของฉันราวัั
***