ฮวา....ฮ๊าาา....♪
(เสียงดนตรีนะครับ ฮา...)
ณ ดินแดนห่างไกลทางทิศเหนือ ลมเหมันต์นั้นพัดผ่านตลอดทั้งปี
ทำให้ที่นี่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวสะอาด ทรรศนียภาพล้วนงดงาม
ทั้งเชิงเขาและมีพื้นที่ติดทะเลพร้อมด้วยหาด
ผู้คนล้วนสวมใส่เสื้อผ้ารุ่มร่ามและห่อหุ้มอบอุ่นร่างกายด้วยขนสัตว์
บ้านเรือนล้วนสร้างขึ้นมาอย่างแ่าเพื่อป้องกันความหนาวเหน็บเป็ส่วนสัด
.
กริ๊ง... กริ๊ง...♪
"โอ้... ข้าวเหมันต์ปีนี้ก็ออกรวงสวยอีกแล้วนะเถ้าแก่"
ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งเอ่ยทักเ้าของไร่นาและโรงสี
ซึ่งมีพันธุ์ข้าวประหลาดสีขาวอมฟ้าขึ้นไกลสุดลูกหูลูกตาน่าชมนัก
"ช่ายๆ... ข้าว่าท่านเ้าสำนักต้องพอใจแน่
ปีนี้ข้าวออกรวงอวบสวยถึงเพียงนี้"
กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงกริ๊งๆนั้นเป็เสียงของผลึกเม็ดข้าวัักระทบกันราวกับเสียงดนตรี
มันเป็ลักษณะพิเศษของเมล็ดข้าวเหมันต์แห่งดินแดนนี้
ซึ่งปลูกได้แต่พื้นที่ในถิ่นหนาว
ตัวรวงข้าวนั้นออกรวงมาเป็เม็ดผลึกราวกับเกล็ดหิมะสุกสะกาว
นับเป็อาหารหลักที่ทำให้แดนเหนือแห่งนี้สามารถอยู่รอดมาได้
ทั้งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ยากนักที่จะปลูกผักหรือพืชพรรณไม่ให้เฉา
.
"ต้องขอบคุณเ้าสำนักหม้อจื่อจริงๆ...
ถ้าไม่ได้ท่านคิดค้นพันธุ์ข้าวนี่ขึ้นมา
ดินแดนน้ำแข็งแห่งนี้คงกลายเป็ที่รกร้างไปแล้ว"
"หึหึ... พูดถึงท่านเ้าสำนักหม้อจื่อ นางมีอายุเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย
ข้าได้ยินว่าพันธุ์ข้าวนี่เกิดขึ้นมาร่วมร้อยปีแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ชู่ววว! เ้าบ้า! กล้าพูดถึงอายุของท่านเ้าสำนัก! อยากถูกนางฆ่ารึไง?"
"อ๊ะ... เอ๋ออ?"
ใช่แล้วหม้อจื่อคือชื่อของเ้าสำนักสาวผู้ยิ่งใหญ่
แต่อีกนามหนึ่งฉายาของนางนั้นคือประมุขน้ำแข็ง
นางมารร้ายใจน้ำแข็ง หรือนางมารไร้หัวใจ
ด้วยฝีมือและวรยุทธวิชาอันหนาวเหน็บ
ว่ากันว่านางสามารถสร้างลูกเห็บจากอากาศขึ้นมาได้?
.
วาา.....ฮ๊าา....♪
ในดินแดนเหนืออันงดงาม หากตามทางให้ลึกเข้าไป
ยังมีวังบุปผาน้ำแข็งที่ยิ่งงามล้ำ อบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้
มันคือบุปผาน้ำแข็งสีฟ้าขาวสะอาดใส ขึ้นอยู่ทั่วธารน้ำใสไหลเย็นงดงามจับดวงใจ
เป็ที่ตั้งของหนึ่งในสำนักที่ยิ่งใหญ่
เสาหลักแห่งยุทธภพที่ไม่มีใครสามารถโค่นลงได้
.
พริ๊งง....
"ท่านเ้าสำนัก..."
ณ ทางออกสู่ด้านนอก เหล่าสาวใช้และบริวาร
ต่างยืนเรียงกันโค้งคำนับให้นายใหญ่
"ตามสบายเถิด..."
สตรีผู้หนึ่งสวมหมวกสาน
มีผ้าแพรสีขาวบางคลุมชายหมวกปิดบังหน้าของนาง
ทว่าจากน้ำเสียงที่ได้ฟัง ก็ทำให้เคลิบเคลิ้มเกินจะห้าม
ตึก...ตึก...
ทุกย่างเท้าที่ย่างก้าวมันคงเสียงหนักเบาเท่ากันไปทุกทาง
บ่งบอกถึงวรยุทธอันช่ำชองของเ้าของหุ่นทรงสง่างาม
พรึ่บบ...ฟิ้วว...
สายลมต้องผิวกายสยายผมสีดำขลับและชายผ้าให้ลอบเห็นใบหน้านาง
แม้ได้เห็นเพียงแค่่ริมฝีปาก นางหาได้คล้ายคนอายุเกินร้อยปี
ในเมื่อริมฝีปากยังอวบอิ่มชุ่มนุ่มขนาดนี้
กลับละม้ายคล้ายสตรีวัยกำลังเปล่งปลั่งมากกว่านัก
เครื่องแต่งกายด้วยชุดขาวผ้าไหมพรมบรรจงถัก
ไม่รุ่มร่ามหรือแ่าเกินความจำเป็
เพราะนางทานทนความหนาวเหน็บได้ด้วยความเหนือล้ำของพลังวัตร
ชิ้ง...
ดวงตางดงามคมคาย สายตาโฉยเฉี่ยวมองจ้อง
จากด้านหลังผ้าบังราวกับจะทะลุทะลวงทุกสิ่งในเป้าหมาย
อยู่บนใบหน้างดงามคล้ายกับจะเป็ภาพวาดมากกว่า
ที่จะเป็ใบหน้าของมนุษย์จริงๆได้
หนุบ...หนับ...
เอื๊อก...
และรูปร่างแม้ที่แม้จะบอบบางอ้อนแอ้นอรชร
แต่มีน้ำมีนวลใหญ่แน่นและงามงอนโดยเฉพาะ่บั้นท้าย
มันทำให้บ่าวไพร่ผู้ชายผู้ใดเห็นต้องแอบเล็งและลอบกลืนน้ำลาย
.
"เ้าบังอาจมองสิ่งใด!"
เฮือกก!
"ขะ... ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ท่านเ้าสำนักโปรดอภัย!"
ทว่านางผู้งดงามถึงขนาดนั้นกลับเกลียดนักพวกผู้ชาย
ในวังบุปผาน้ำแข็งนั้น จะมีแต่เพียงลูกศิษหญิง
และผู้ชายทั้งหมดมีอยู่เพื่อเป็บ่าวใช้แรงงาน
ชายหนุ่มผู้นี้มีหน้าที่ตกแต่งสวน เขาอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
เมื่อเห็นบั้นท้ายเ้าสำนักที่กลมกลึงแม้อยู่ใต้ผ้าอาภรอย่างสำรวม
ต้องรีบคุกเข่ากราบกรานขอขมา เพราะอาญาของเ้าสำนักสาว
หากถึงคราวที่นางเอาจริงขึ้นมา เขาอาจไม่ได้มีเหลือแม้แต่เงาหัว!
.
ฟุ่บ! ฉัวะ!! อ๊ากก!
แค่เพียงหญิงสาวอาภรขาวตะวัดปลายนิ้ว
สายลมเบื้องหน้าของชายหนุ่มก็บิดผัน
เกิดรอยบาดขึ้นฉับพลันตรงหัวคิ้วโดยไม่ทันได้ตั้งตัว!
"ดี... ครั้งนี้พอแค่นี้! เ้าเก็บของออกไปจากวังของข้าได้!
อย่าให้ข้าได้เห็นหน้าเ้าอีก! ไม่งั้นครั้งต่อไปจะเป็ตาของเ้า!!"
"ขะ... ขอบคุณครับเ้าสำนัก!"
หนุ่มคนสวนต้องหมอบคารวะ และจากไปด้วยความกลัว
นางมารร้ายใจน้ำแข็ง หาได้เป็ฉายาที่ตั้งขึ้นมามั่วๆ!
.
.
.
"ท่านเ้าสำนัก..."
"ท่านเ้าสำนัก..."
(ชาวบ้านยิ้มคำนับ)
ทว่าแม้อุปสัยใจคอของนางนั้นดูร้ายกาจและน่ากลัว
แต่นางกลับได้รับความเคารพรักยำเกรงจากผู้คนแดนเหนืออย่างถ้วนถั้ว
ในแดนเหนือแห่งนี้ ประมุขวังบุปผาน้ำแข็งก็เหมือนกับราชินีของชาวบ้าน
คนของวังทั้งปราบโจร และป้องกันดินแดนอื่นมารุกราน
จะเรียกว่าวังบุปผาน้ำแข็งคือปราการ ปราการหนึ่งก็ไม่ปาน
นอกจากนั้นยังมีการเก็บภาษี และทำการค้าอย่างจัดสรรการสร้างงาน
.
"ท่านเ้าสำนักดูสิครับ ข้าวเหมันต์ปีนี้งดงามถึงเพียงนี้"
"หึหึ... ข้าคาดหวังกับท่านสูงอยู่นะเถ้าแก่"
"ขะ... ขอบคุณมากครับ"
หืมม...?
ดวงตาของชายหนุ่มรูปงามดูเ้าเล่ห์
เมื่อได้เห็นชายแก่นอบน้อมต่อเ้าสำนักสาวที่มาเดินตรวจการ
ไม่ว่าจะปลอมตัวอย่างไร แต่เขาไม่อาจปกปิดท่าทางบุคลิคอันน่าเกรงขาม
รูปร่างที่สูงใหญ่ และร่างกายที่แข็งแกร่ง แม้แต่งกายแบบเรียบง่าย
ก็ยังสามารถมองเห็นรูปทรงของมัดกล้ามตามวงแขน
อุ๊ย... ดูคุณชายท่านนั้นสิ...
ฮึ...?
แม้แต่สาวรับใช้ของประมุขหญิง ก็ยังระรี้ระริกซุบซิบพูดจาให้ได้ยิน
จนนางหมั่นใส้แทน?
ชิ้ง...
ดวงตาของชายหนุ่มนั้นคมกริบ
คิ้วเข้มตั้งชันบ่งบอกถึงพลังวัตรสูงส่งอันซ่อนเร้น
สองยอดยุทธสบตากันอย่างหาได้มีกริ่งเกรง
.
"ยอดยุทธท่านนี้ ท่านเดินทางมาถึงดินแดนเหมันต์ด้วยเหตุผลอันใดกัน?"
"โอ๊ะ? ข้าหรือ?"
เขาใเล็กน้อย
เมื่อเ้าสำนักสาวที่ปิดบังใบหน้าไม่รอคอย
ถึงกับเอ่ยทักถามเขาตรงๆไปเช่นนั้น
"มิได้... ท่านเ้าสำนัก
ข้าน้อยเฉินอัน เพียงชอบเดินทางไปที่นี่ที่นั่น"
หึ...
ชายหนุ่มเอ่ยวาจาเรียกตนเองว่าผู้น้อย
แต่กลับเผยรอยยิ้มอันมั่นใจในตัวเองว่าไม่ด้อย
ว้ายย...
เสน่ห์นั้นเรียกว่าทำเอาสาวรับใช้เคลิบเคลิ้มกันไปตัวแทบลอย
"ฮึ...หากชอบเดินทางงั้นก็ดี ข้าหวังว่าท่านจะอยู่ที่นี่ไม่นาน..."
อุ้ย?
แต่สเน่ห์นั่นกลับถูกประมุขสาวปฏิเสธแบบไม่มีจะใยดี
นางพูดแล้วก็เบือนหน้าเดินจากไปอย่างทันที
.
"ดะ... เดี๋ยวก่อนท่านประมุข!!"
"อะไร?"
น้ำเสียงคนเรียกนั้นร้อนรน
แต่น้ำเสียงของคนหันกลับมาดูเบื่อหน่ายไม่อยากทน
"เอ่อ...เนื่องจากข้าเดินทางมาหลายที่จึงได้รู้ข่าวสารอยู่บ้าง
ดินแดนวสันต์้าขยายตัวมาดินแดนของท่าน
อาจจะยกทัพมาในเร็ววัน..."
"หึ... นึกว่าเื่อะไร? จะคิมหันต์ วสันต์ หรือว่าสารท
ล้วนอยากได้ดินแดนเหมันต์ของข้ามาก แล้วตลอดกว่าร้อยฤดูกาลมานี้
มีสักครั้งที่พวกมันทำสำเร็จหรือไม่?"
น้ำคำของนางมารประมุขสาวปราศจากความหวั่นเกรงมีแต่เพียงความมั่นใจ
"หึหึ... ถ้าเช่นนั้นข้าคงยุ่งไม่เข้าเื่เสียแล้วสิ"
"เป็เช่นนั้น..."
ซึก...ซึก...
ประมุขสาวเผยยิ้มแล้วเพียงเดินจากไป
.
"จะ...เ้าหนุ่ม... เ้าเป็ใครกันแน่
ไฉนกล้าตีฝีปากกับท่านเ้าสำนักเช่นนั้น?"
"ฮ่าฮ่า... ก็บอกแล้วไงเถ้าแก่ ข้าเป็เพียงแค่นักเดินทาง
วันนี้ข้าแค่มาเยี่ยมดูไร่ข้าวเหมันต์
ไหนๆก็ไหนแล้ว จัดข้าวให้ข้าหน่อยนะ!"
"เอ๋... อะ... ได้!"
ชายหนุ่มปริศนา พูดจาเหมือนง่ายๆ
แต่สายตาลอบจ้องมองประมุขหญิงผู้จนลับหลังออกไปไกล
เขามีบางอย่างภายในใจ แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยให้ใครได้ยิน...
--------
ก็ว่าจะกลับมาทำเื่ยาวสักหน่อยนะครับ
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้นานแค่ไหน
ตอนนี้ผมเหมือนฮีโร่ที่สูญเสียพลังไปแล้วน่ะครับ 5555