เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสอง ตอน ซูซันยมทูตปราบมาร(จบแล้ว)

    ตอนที่ 67 ฝังเข็มรักษาครั้งแรก

    เวลาเช้าศิษย์พี่สี่ ให้อาซันมาทดสอบกับคนจริงๆ ที่มารักษาที่โรงพยาบาล

    เพื่อจะลองดูว่าที่ไปศึกษาแล้วนั้น ใช้ได้แค่ไหน คนไข้ที่มารักษาโดยการฝังเข็มส่วนใหญ่เป็นคนไข้ประจำ พอเข้ามาถึงก็จะให้ไปนอนที่เตียงทุกคน มีทั้งหมด50 เตียง คนไปไข้ไปนอนรอครบทุกเตียง คนไข้ที่มารักษาส่วนใหญ่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขาลีบ เลือดลมติดขัด เดินไม่ได้ พอมารักษาดีขึ้น ชั่วคราวต้องมารักษาใหม่อีกเพราะจุดลมปราณกลับแฟบเช่นเดิมเป็นเพราะอายุมากแล้วด้วย จึงต้องมาฝังเข็มกันบ่อยๆ

    ศิษย์พี่ให้อาซันลองตรวจจับชีพจรคนไข้คนแรกของวันนี้ คนไข้เป็นชาย วัน 60 ปี ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ มา 4 ปี เริ่มจากเส้นเลือดอุดตันที่บริเวณใกล้สมอง เนื่องจากมาหาหมอช้า เลยทำให้กลายเป็นอัมพฤกษ์ แล้วก็ค่อยรักษากินยา แล้วฝังเข็ม แล้วที่อาการค่อยๆดี ขึ้นแล้ว แต่ต้องมาหา

    หมอทุก เดือน เพื่อมาฝังเข็ม พร้อมกับทำกายภาพบำบัด เดินได้แต่ไม่สะดวก มือข้างหนึ่งยังงอเข้าไม่ได้ ปากยังมีอาการเบี้ยว ไม่ตรงนัก อาซันเริ่มจับชีพจร

    ครั้งแรก ก็สัมผัสได้ถึงจุดที่ลมปราณ ไหลเวียนเข้าไปติดขัดตั้งแต่บริเวณ เท้า เอว แขน ปาก และสมอง อาซันสามารถลองใช้พลังเพ่งมองก็ เห็นจุดที่อุดตันด้วยตาเปล่าอย่างง่ายดาย ซึ่งก็ตรงกับวิธีที่จับชีพจร สาเหตุที่ทำให้หลังจากฝังเข็มไปแล้ว ทำให้อาการกลับมาเป็นเหมือนเดิมคือ อาซันมองเห็นพังพืด ที่ยืดติดตามเส้นเลือดมันหนา แล้วเริ่มกดทับเป็นช่วงๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สม่ำเสมอ

    อาซันเริ่มทำการรักษาทันที เริ่มฝังเข็มตามจุดที่ร่ำเรียนมา แล้วใช้มือ ค่อยปล่อย

    คลื่นความร้อนไปช่วยทำให้พังพืดที่ยึดตามที่ต่างๆ คลายตัวออกจากเส้นลมปราณไปด้วย จากนั้นก็ก็ใช้พลังจากสายฟ้าปล่อยไปตามเข็มทันที เปรี้ยะๆ ๆ ๆ ๆ

    เลือดลมถูกระตุ้นทันที เลือดลมไหลเวียนไปมา คนไข้ลืมตาทันที อาซันถอนเข็มออกไม่ต้องรอ ถึง ครึ่งชั่วโมง คนไข้เมื่อลมปราณไม่มีติดขัดอีกแล้ว ปากที่เคยบิดเบี้ยว ก็กลับมาเป็นปกติ มือที่เคยงอไม่ได้ ก็งอพับได้ดั่งเดิม ขาที่เหยียดตรงได้อย่างเดียว กว่าจะงอได้ ต้องใช้เวลานาน ก็กลับมางอได้เป็นปกติ มีเพียงกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง เนื่องจากเดินไม่ได้มานาน จึงต้องค่อยๆ ทำการกายภาพบำบัดกันต่อไป แต่ไม่ต้องมาฝังเข็มอีกต่อไปแล้ว

    “ เรียบร้อย “ อาซันบอกคนไข้ และศิษย์พี่สี่ ที่ยังยืนมองดูอาซันด้วยความสนใจ

    “ เก่งมาก นี่เป็นครั้งแรกของเจ้า ก็ฝังเข็มได้ถูกจุดถูกต้องตามตำราไม่มีพลาดเลย ทำให้ลมปราณของคนไข้กลับมาเป็นปกติได้ทันที แต่ว่าเจ้าถอนเข็มเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะเจ้าใส่กระแสไฟเจ้าไปด้วยใช่ไหม” ศิษย์พี่สี่ดูออก อาซันพยักหน้า

    “ ดีมากเจ้ามีพลังธาตุอัสนีแบบนี้ ก็ง่ายแล้วก็เร็วมาก แต่ต้องมั่นใจก่อนนะว่าฝังเข็มถูกตำแหน่ง แล้วค่อยปล่อยพลังไฟฟ้าเข้าไป” ศิษย์เอ่ยชม แต่ก็ต้องเตือนให้ระวัง

    จากนั้นอาซันเริ่มชำนาญ แล้วใช้จับชีพจร และเพ่งมองด้วยสายตาไปด้วยเพื่อความมั่นใจ จากนั้นก็เริ่มฝังเข็มคนไข้พร้อมกระตุ้นด้วยพลังไฟฟ้าที่บริสุทธิ์เข้าไป

    ทำให้คนไข้ หายอย่างรวดเร็ว อาซันทำแบบนี้ไม่นานคนไข้ทั้ง 50 คนก็เลือดลมเดินดีกว่าทีเคยเป็น ทำให้การมาหาหมอครั้งนี้ คนไข้รู้สึกได้ว่า แข็งแร็งขึ้นมาก

    ศิษย์พี่สี่บอกให้อาซันมารักษาแบบนี้ทุกวันในช่วงนี้ เพราะยิ่งรักษามากเท่าไร

    เราก็ยิ่งชำนาญมากเท่านั้น อาซันรู้สึกได้ถึงความสุขของคนไข้ที่อาการดีขึ้นแบบนี้ แต่อาซันยังรู้สึกว่า เขายังไม่ค่อยชำนาญเท่าไร คงต้องหมั่นตรวจรักษาแบบที่ ศิษย์พี่สี่ได้บอก ศิษย์พี่สี่ให้อาซันนอนที่โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ต้องกลับไปที่สำนัก

    ศิษย์พี่แปดเลยต้องกลับไปเพียงคนเดียว กลางคืนอาซันนำหยกตำราเทพมิติมาทบทวน อาซันหยิบเอาหินมิติเวลาออกมา แล้วใช้พลังจากต้นกำเนิดโลกดึงหินมิติเข้าไปไว้ที่ในหินต้นกำเนิดโลกให้มันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน จากนั้นแค่กระพริบตา2ที เวลาที่อยู่ไม่เกิน 10 เมตรก็หยุดนิ่ง อาซันเดินมาเห็นยุงค้างอยู่กลางอากาศ เห็น เป็นทุกสิ่งอยู่นิ่งรอบๆ ตัว นับได้ 5 วินาที ก็กลับเป็นเหมือนเดิม

    นี่หรือระดับแรก ของ เพลงยุทธเทพมิติ สามารถทำให้ เวลาหยุด 5 วินาทีระยะ 10เมตร ถ้าระดับสองนี่ ได้ถึง 10 วินาทีได้ถึง 50 เมตร ถ้าระดับสาม ถึง 30 วินาทีได้ถึง 500 เมตร ระดับสี่ 1 นาที ได้ 1พันเมตร อืม ฝึกวันแรกได้แค่นี้ก็ดีแล้ว อาซันคิด จากนั้นอาซันก็ไปฝึกในหินมิติที่ซื้อมาใหม่ที่ใหญ่ประมาณ 1 สนามฟุตบอล

    อาซันสั่งให้มีภูเขา แม่น้ำ บ้าน และน้ำตก แล้วใช้พลังจากเทพมิติ สร้างเวลาภายในมิติ 100 วันให้เท่ากับ 1 วันจากภายนอก โดยใช้เพียงจิตนึกคิดเท่านั้น

    มีเวลาแสดงขึ้นมาเป็นระบบดิจิตอล ลอยอยู่บนท้องฟ้า เป็นเวลาระหว่างในมิติแห่งนี้ กับ เวลาของโลกภายนอก เป็นตัวเลข 100 ต่อ 1 แล้วค่อยๆลดลงมาโอ้ ต่อไปฝึกฝนวิชา เข้ามาฝึกในนี้ประหยัดเวลาไปได้เยอะทีเดียว

    อาซันลองฝึกวิชาเทพมิติหยุดเวลา ระดับสองต่อ โดยอาซันกินเม็ดยาตานเซินม่วงแดงเข้าไปอีก 2 เม็ด ทำให้พลังในร่างกายเพิ่มขึ้นสูงไปอีกแต่ระดับพลังไม่เพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะยังไม่ครบ สามเดือน ไม่สามารถใช้ต่อเนื่องได้ แต่ก็สามารถทำให้การฝึกพลังเทพมิติได้ง่ายขึ้นไปอีก อาซันฝึกใช้พลังวันแล้ววันเล่าไม่หลับไม่นอน

    ในที่สุดอาซันก็สามารถก้าวข้ามขั้นมาสู้พลังเทพมิติระดับสอง สามารถหยุดเวลา10 วินาที ระยะทางเกือบ 50 เมตร เวลาในมิติผ่านไป 45 วันเท่ากับเวลาภายนอกแค่ 1 คืนเท่านั้น อาซันออกไปโลกภายนอกทันที

    เช้านี้อาซันใช้เวลาฝังเข็มรักษาคนไข้ 50 คนในเวลาแค่ 2 ชม. ก็เสร็จ เพราะปกติ

    ศิษย์พี่สี่ จะใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อวันในการรักษาวัน ละ 50 คน มีอาซันมาช่วยทำให้ลดเวลารักษาลงไปเกือบครึ่ง ทำให้มีเวลาไปทำอย่างอื่น อาซันเลยลงไปช่วยศิษย์พี่ห้า อยู่ในห้องฉุกเฉิน ต่อ อีก 3 ชั่วโมง อาซันทำเช่นนี้จนเป็นเรื่องปกติ

    จนมาวันที่สุสานทางช้างเผือกเปิด อาซันกับศิษย์พี่แปด ศิษย์พี่เจ็ด และศิษย์พี่สาม ได้ชวนกันเดินทางเข้าไปในสุสานทางช้างเผือกด้วยกันทั้งสี่คน

    ทั้งหมดอยู่ด้านหน้ามิติแห่งหนึ่งมีประตูทรงโบราณคล้ายประตูเมืองใหญ่ มีรูปดวงดาวกาเลคซี่ แกะสลักเอาไว้ ทำให้อาซันคิดว่า เป็นไปได้ว่าที่แห่งนี้ในอดีต

    คงเป็นประตูที่เชื่อมไปในอวกาศอันไกลโพ้น มีดวงดาวอยู่นับร้อยนับพัน แต่คงถูกปิดไปไม่รู้ด้วยสาเหตุใด จึงทำให้กลไกค่ายกลทำงาน พอครบ 100 ปี จึงหยุดทำงาน 1 เดือน จึงเป็นโอกาสให้คนทั่วไปได้ เข้ามาในสถานที่แห่งนี้

    อาซันสังเกตว่าใน กลุ่มคนที่มาในที่นี้ มีทั้งมนุษย์ และ พวกมนุษย์เทพเซียนที่มีพลังฝึกตน แต่ยังสงสัย ทำไมมนุษย์พวกนี้ไม่กลัว เทพเซียนกันบ้างเลยหรือ ถึงได้กล้าเข้ามาแย่งชิง กับพวกเทพเซียน

    “ อาซันเจ้าอาจไม่รู้อาวุธปืนที่มนุษย์ทุกคนถือสามารถทำร้ายได้แม้กระทั่ง จอมเทพระดับ 12 ในกระสุนปืนมันมีส่วนผสมของคิวคาร์บอน ที่ว่าแม้แต่เพชรยังถูกทำลายได้ ถ้าหากถูกหัวใจต่ำกว่าระดับจอมเทพ ต้องตายแน่นอน ส่วนจอมเทพถึงไม่ตายแต่กว่าจะฟื้นตัวต้องเวลาหลายชั่วโมง แล้วพวกมันยังมีกำไลรัดมือเป็นคิวคาร์บอนไว้จับพวกเทพเซียนอีกด้วย พวกเจ้าทุกคนต้องระวังอย่าประมาท”

    ศิษย์พี่สาม อธิบายให้ทุกคนได้ฟัง อาซันฟังเสร็จก็มองไปฝั่งมนุษย์ เห็นพวกสำนักล่าอสูร รวมกลุ่มกันเกือบ สามสิบคนมีทั้งเทพเซียน และมนุษย์ปะปนกัน

    แต่ทุกคนมีอาวุธปราบเทพเซียนกันทุกคน มีบางคนมองมาที่อาซัน อย่างโกรธแค้น อาซันนึกขึ้นได้ มันเป็นคนที่โดนตบจนหน้าเหมือนหมูนั่นเอง

    อาซันมองไปที่กลุ่มอื่นๆ มีธงประจำสำนัก อาซันไม่รู้จักสักสำนักเลย

    แต่มองเห็นสำนักนารีสวรรค์ก็มา เห็นซินซิน กับศิษย์พี่เกือบ ยี่สิบคนมากันเต็มไปหมด อาซันสงสัยว่าพวกสำนักนารีสวรรค์ยังคิดจะฆ่าเขาอีกหรือเปล่านะ

    คนที่เตรียมจะเข้าไปในครั้งนี้มองดูแล้วเกือบหมื่นคน ไม่รู้ด้านในจะมีสถานที่ให้พอกับจำนวนคนที่มากขนาดนี้หรือเปล่า อาซันสงสัย ไม่ทันคิดอะไร

    ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก ทุกคนต่างก็รีบเข้าไปในดินแดนสุสานทางช้างเผือก กันเต็มไปหมด ศิษย์พี่ห้า มีพลังจอมเทพระดับ 10 บอกให้ทุกคนตามหลังเขามา ห้ามแตกแถวไปไหน พอเข้าไปก็มีหมอกลงจนไม่สามารถมองไปข้างหน้าได้เลย อาซันเปิดตาแอกซ์เรย์ไป แล้วรีบบอกพี่สามทันที

    “ พี่สามหยุดก่อนอย่าเพิ่งเดินไป ข้างหน้าเป็นทางขาด พวกเราต้องไปทางซ้ายมือ” ศิษย์พี่สามชะงักทันที ไม่ทันไรก็มีคนส่งเสียงร้องลั่น แล้วเสียงก็ค่อยหายไป มีคนตกลงไปแนวหน้าผาจริงๆ อาซันใช้พลังวายุเปิดทางไล่หมอกออกไปจน เห็นทางเดินที่ปลอดภัย อาซันกับพวกเลยเดินทางมาทางซ้ายมือ ทุกคนต่างก็เดินตามหลังพวกอาซัน ไม่มีใครกล้าเดินตรงไปอีก พอทุกคนเดินมาถึงจุดที่เป็นลานกว้าง จะเห็นสะพานใหญ่แยกออกไป นับ สิบสะพาน โดยแต่ละสะพานไม่มีใครรู้ว่า สะพานจะพาไปที่ใด

    “ ไปทางไหนดีอาซัน” พี่สามคราวนี้หันมาถามอาซัน ทั้งหมดจึงต้องมองหน้าอาซันเพื่อรอคำตอบ อาซันสั่งให้อีกาสามขาออกไปสำรวจทันที

    “ ทุกคนโปรดรอก่อน” อาซันนั่งสมาธิรอให้อีกาสามขากลับมา แล้วลองตรวจสอบที่บริเวณนี้มีสมบัติอะไรไหมไม่นานอีกาก็มาแจ้งข่าว อาซันพยักหน้า

    “ ศิษย์พี่ทุกท่าน ทางเดินนี้พอเข้าไปทุกคนจะถูกแยกกระจายออกไป ไม่อยู่รวมกัน โดยใช้สะพาน เป็นตัวกำหนดสถานที่ พวกเราเข้าไปกันเถอะ”

    อาซันแจ้งทุกคนให้เข้าใจ ทุกคนเดินขึ้นสะพานไปถึงปลายทาง ร่างทุกคนก็ถูกเครื่องเคลื่อนย้ายส่งมาที่ชายป่าแห่งหนึ่ง อาซันสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของวิญญาณ

    มีอยู่ทั่วไป เข็มล่าปีศาจหมุนวนไปทั่ว บอกว่าไม่ว่าไปทิศไหน ก็มีวิญญาณอยู่เต็มไปหมด ก็นี่มันคือสุสาน ก็ต้องมีวิญญาณ อยู่มากมายอยู่แล้ว อาซันให้อีกาสามขาบินไปสำรวจให้ทั่ว แล้วมารายงาน

    “ ศิษย์พี่สาม มีบันทึกเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ ว่าอย่างไรบ้าง” อาซันเดินไปถามศิษย์พี่สามไป

    “ มีบันทึกแค่เพียงว่า ด้านในนี้มีสมบัติ มีสมุนไพรล้ำค่า แค่นั้น คนที่เข้ามามีชีวิตรอดออกไปไม่ถึง ครึ่ง บางคนเคยได้ทองคำ สมบัติแปลกๆ หินจากต่างดาว บันทึกมีแค่นั้น” ศิษย์พี่สามอธิบาย ทั้งหมดเดินทางมาถึงที่แห่งหนึ่งมีคนจำนวนมากต่างเข้าไปแย่งชิงของบางอย่างกันวุ่นวายไปหมด อีกาสามขาส่งเสียงทางจิตบอกว่า ด้านหน้ามีทุ่งทานตะวันทองคำ ทุกต้นล้วนมีดอกทานตะวันที่มีสีทองคำ และตรงกลางมีดอกทานตะวันดอกใหญ่สูงเท่าตัวคน

    “ พวกเขาดูทุ่งทานตะวันทองคำ มีอยู่ต้นหนึ่งออกดอกใหญ่สูงเท่าตัวคน” อาซันบอกทุกคน แต่ในบันทึกสมุนไพรไม่มีบอกว่าทานตะวันทองคำมีสรรพคุณอะไร

    “ จำได้ว่าเมื่อร้อยปีก่อนมีคนนำดอกทานตะวันทองคำนี้ออกไป ทำเป็นยาเพิ่มพลังธาตุไฟได้ แต่ดอกทานตะวันดอกใหญ่ น่าจะเพิ่มพลังได้มากกว่าหลายเท่า เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องพลังหยินมากไป หรือ พวกหยินบกพร่อง”

    ศิษย์พี่สามบอกกันทุกคน แล้วพุ่งตัวไปแย่งต้นทานตะวันออกมาได้ เกือบ10ต้น

    แต่อาซันใช้พลังเทพมิติ หยุดเวลา 10 วินาทีเข้าไปนำต้นใหญ่ที่สุด มาเก็บเอาไว้โดยที่ไม่มีใครรู้เลยสักคน หลังจากอาซันเก็บมาแล้ว ก็ชวนทุกคนเดินทางต่อ ทิ้งให้ผู้คนต่างสงสัย ว่าทำไมต้นทานตะวันยักษ์ต้นนั้นมันหายไปไหน

    พอมาถึงบึงน้ำแห่งหนึ่ง กลุ่มของอาซันก็พบโครงกระดูกมนุษย์มากมาย กองอยู่รอบบึงน้ำ โดยที่โครงกระดูกไม่มีหัวเลยแม้แต่คนเดียว คนที่มามุงดูเริ่มขวัญเสียบ้างแล้ว ไม่คิดว่าในสุสานนี้จะมีโครงกระดูกนับพันกองอยู่แถวนี้ อาซันเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่าคนตายพวกนี้ ตายมาเป็นร้อยปี กลายเป็นวิญญาณปีศาจ กระจัดกระจาย ไปทั่วสุสานทางช้างเผือก รอคืนนี้ก่อน ข้าจะส่งพวกเจ้าไปสู่สถานที่ ที่พวกเจ้าควรอยู่

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสอง ตอน ซูซันยมทูตปราบมาร(จบแล้ว) ที่คุณอ่าน