War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 54

    หลังจากหลิงเถียนอี้ทักแล้ว เยี่ยหลงจึงตัดสินใจเป็นคนไปดูให้เองว่ามีอะไร


    เมื่อไปดู คนจึงเพื่อกับแมวน้อยสีส้มตัวหนึ่งกับแจกันที่ตกแตก


    พอเยี่ยหลงทราบดังนั้น คนก็กลับมาบอกอาจารย์ตน " แค่แมวชนแจกันตกมาแตกเท่านั้นอาจารย์ "


    " งั้นหรอ " หลิงเถียนอี้กล่าวรับทราบเข้าใจ


    " อาจารย์มีอะไรจะถามข้าอีกหรือไม่ " เยี่ยหลงถาม


    หลิงเถียนอี้บอก " ไม่มีแล้วล่ะ " พลางยื่นถ้วยชามที่คนกินข้าวเสร็จให้เยี่ยหลง


    เมื่อเยี่ยหลงได้ฟังดังว่าคนไม่มีอะไรจะถามแล้ว คนก็รับถ้วยชามของอาจารย์ที่ยื่นให้มา


    จากนั้นจึงค่อยไปเก็บถ้วยชามของศิษย์พี่ทั้งเจ็ด จนครบทุกคน และนำไปล้าง


    พอล้างเสร็จ คนก็ทำการมุ่งไปยังห้องสมุดส่วนกลาง เพื่อไปสืบหาสายลับของนิกายมารฟ้าต่อ


    วันที่ สิบ มิถุนายน ทางด้านโอม เมื่อคนทำงานที่ร้านรับจ้างสารพัดเสร็จแล้ว คนก็กะจะไปหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลไป๋ที่ห้องสมุดของร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด เพราะคนคิดว่าเผื่อมี


    เพราะหลังจากที่คนได้รู้ข้อมูลผ่านความทรงจำที่

    แบ่งปันกัน ของร่างแยกและร่างหลัก มาตั้งแต่วันที่ สี่ คนก็อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลไป๋มาตลอด จนถึงวันนี้ค่อยมีเวลาหา


    แต่ก่อนที่จะได้ไปหา คนก็พบกับฟีนิกซ์ที่เดินเข้ามายังตัวร้านเสียก่อน คนที่อยากทราบว่าในห้องสมุดมีข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลไป๋มั้ย คนจึงกล่าวถามฟีนิกซ์ " เออ คุณฟีนิกซ์ครับ ผมอยากรู้ว่าในห้องสมุดเรา มีข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลไป๋รึเปล่าครับ "


    ฟีนิกซ์ถามกลับ " ตระกูลไป๋จากไหนวะ "


    โอมบอก " จากทวีปอัคคีสุริยันน่ะครับ "


    ฟีนิกซ์ครุ่นคิด ก่อนจะกล่าว " ถ้าจำไม่ผิด ก็มีอยู่นะ แต่ไม่รู้ว่าวางไว้ตรงไหนนะ ลองไปหาดูก็แล้วกัน "


    " งั้นหรอครับ ได้ครับ เดี๋ยวผมจะลองไปหาดูเดี๋ยวนี้แหละครับ " โอมกล่าว


    พอโอมบอกเสร็จ คนก็ทำการเดินออกมาจากสถานบริการเครื่องดื่มภายในร้าน และจะมุ่งไปยังประตูมิติที่เชื่อมไปยังห้องสมุด


    แต่พอโอมออกมาจากสถานบริการเครื่องดื่มได้แล้ว เท่านั้น คนก็ต้องหยุดชะงัก เพราะฟีนิกซ์ทักขึ้นก่อน

    " เฮ้ยไอ้โอม "


    โอมที่หยุดชะงัก และกล่าวถาม " มีอะไรหรอครับ คุณฟีนิกซ์ "


    ฟีนิกซ์บอก " ไม่มีอะไรมากหรอ แค่อยากบอกว่า อย่าหาจนเพลิน จนลืมเวลาล่ะ ว่าต้องไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา ถ้าพวกกูถูกเจ๊เพ็ญด่า กูจะหักเงินเดือนมึง เข้าใจนะ "


    " เข้าใจแล้วครับ วางใจได้เลย มันจะไม่เสียงานแน่นอนครับ " โอมบอก


    พอโอมบอกมาแบบนั้น ฟีนิกซ์ก็ทำท่าทางแสดงให้ดูว่าจะจับตาดูพร้อมกับกล่าว " แล้วจะจับตาดู " พลางเดินออกจากร้านไป


    เมื่อเยี่ยหลงไม่มีธุระกับใครแล้ว คนก็มุ่งไปหาข้อมูลของตระกูลไป๋ที่ห้องสมุดของร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดในทันที


    คนใช้เวลาหาถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ในที่สุดคนก็เจอสมุดที่ระบุว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลไป๋แห่งทวีปอัคคีสุริยัน


    ครั้นคนพบสมุดแล้วนั้น คนก็ไม่รีรอช้ารีบเปิดอ่านดู " จากที่พวกเราสังเกตตระกูลไป๋แห่งทวีปอัคคีสุริยันมา พวกเราจึงพบว่า ตระกูลนี้เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีความสำคัญต่อทวีปอัคคีสุริยัน กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในเสาหลักของทวีปอัคคีสุริยันก็ว่าได้ โดยคนของตระกูลนี้นั้นจะมีความพิเศษตรงที่ พวกเขาจะมีวิญญาณยุทธ์เป็นสายพิเศษกันเกือบทั้งหมด และพวกเขาจะพกสร้อยคอเกล็ดน้ําแข็งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่มีความเหมือนกับรูปเกล็ดน้ําแข็งทั่วไป "


    เยี่ยหลงอ่านมาถึงจุดนี้ก็จบหน้ากระดาษพอดี คนจึงเปิดหน้าต่อไปดู ปรากฏว่าหน้าต่อไปไม่มีอะไรเขียนเอาไว้เลย


    คนจึงอ่านหน้ากระดาษแบบผ่านๆไปเรื่อยๆจนถึงหน้าสุดท้าย พอมาถึงหน้าสุดท้ายคนจึงพบกับประโยคที่ว่า " ไม่มีความจำเป็นต้องเฝ้าดูหรือบันทึกสิ่งใดต่อไปแล้ว เพราะไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว ลงนามฟีนิกซ์ "


    เมื่อเยี่ยหลงพบว่าข้อมูลจบแค่นี้แล้ว คนก็กล่าวขึ้น " หาตั้งนาน แต่มีข้อมูลแค่นี้ มันคุ้มเวลาเราไม่เนี่ย "


    พอเยี่ยหลงกล่าวจบ คนก็เก็บสมุดข้อมูลของตระกูลไป๋เข้าชั้นหนังสือไป และกล่าว " ไปนั่งรอที่ร้านนั่งเล่นเพื่อรอไปยังร้านบอสกุ้งเผาดีกว่า ไม่คุ้มเวลาจริงๆ "


    ครั้นเยี่ยหลงกล่าวจบ คนก็มุ่งไปยังร้านนั่งเล่นในทันที และไม่นานก็ถึงเวลาไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา


    วันที่ สิบสี่ มิถุนา ทางด้านเยี่ยหลง ตั้งแต่วันที่สามที่คนไปสืบหาคนที่น่าสงสัยที่น่าจะเกี่ยวข้องกับนิกายมารฟ้า ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ คนก็เจอคนที่น่าสงสัยเรื่อยๆ แต่พอสืบดีๆกลับพบว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย


    และเช้านี้ หลังคนกินข้าวเช้าเสร็จและล้างชามล้างถ้วยอาหารเสร็จ


    คนก็กำลังจะออกจากห้องครัวไป เพื่อไปทำตามแบบเดิม แต่หลิวหลี่เจี๋ยก็ปรากฏตัวให้เยี่ยหลงเห็นก่อน และคนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปด อาจารย์เรียกเจ้าให้ไปพบที่ตำหนักกลางน่ะ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็กล่าวถาม " อาจารย์เรียกข้าทำไมฤา แล้วไอ้ตำหนักกลางที่ว่ามันอยู่ตรงไหนหรอศิษย์พี่ "


    หลิวหลี่เจี๋ยบอก " ศิษย์พี่ก็ไม่รู้ว่าเรียกทำไม บอกได้แค่ว่า ข้ามสะพานเข้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ไป และข้ามสะพานตรงกลางไปต่อ ก็เจอกับตำหนักแล้ว พอไปถึงเจ้าก็ถามเองแล้วกัน "


    " อ๋อ เข้าใจแล้ว งั้นข้าขอฝากศิษย์พี่นำถังน้ำล้างถ้วยชามไปทิ้งหน่อยนะ ขอบคุณมาก " เยี่ยหลงกล่าวเสร็จก็ยัดถังน้ำใส่มือหลิวหลี่เจี๋ยทั้งสองข้าง และตนก็เดินจากไป


    ไม่นานเยี่ยหลงก็มาถึงยังตำหนักกลาง เมื่อมาถึง คนก็พบกับเจ้าดอยต่างๆ 


    และก็พบกับลู่ขุยอัน โม่เฉิงฟู่ หลัวถานจิ้น หลิงคุนหลุน หรือคือคนกลุ่มเดียวกันที่ไปยังแดนเวทลี้ลับด้วยกันนั่นเอง


    เมื่อเยี่ยหลงมาถึง เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่จึงกล่าวบอกว่าทำไมพวกคนถึงต้องมารวมตัวที่นี่ " ศิษย์ที่มีคุณภาพแห่งสำนักเมฆาอรุณ ในที่สุดก็มากันครบแล้ว "


    หลิงคุนหลุนที่อยากรู้ว่าพวกอาจารย์ตน เรียกพวกคนมารวมตัวกันทำไม จึงกล่าวถาม " ท่านอาจารย์ ศิษย์ขอถาม ว่าพวกท่านอาจารย์เรียกพวกเรามารวมตัวกันทำไมฤา "


    หลินจิงอวี่หรือเจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ที่ถูกถามแบบนั้น ก็ตอบ " เมื่อสองวันก่อน ศิษย์ของดอยหญ้าเขียวใหญ่หรือศิษย์พี่ของพวกเจ้า ที่ไปทำภารกิจของที่ป่าวิมานอสูร พวกเขาส่งข่าวมาว่า คนของนิกายมารฟ้าพบที่ซ่อนของคัมภีร์สวรรค์ซึ่งระบุวิธีคืนชีพเทพอสูรโบราณแล้ว หนึ่งส่วน และต้องใช้เวลาปลดผนึกประมาณหกวัน "


    หลิงคุนหลุนที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าว " อาจารย์จะให้พวกเราไปชิงคัมภีร์สวรรค์ของพรรคมารใช่มั้ยอาจารย์ "


    หลินจิงอวี่ หรือ เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ตอบ " ใช่แล้ว "


    " และจะให้พวกเราเริ่มเดินทางกันตอนไหนฤา ผู้อาวุโส " โม่เฉิงฟู่ถาม


    " อีกสองชั่วยามเริ่มออกเดินทางได้เลย " เจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าว


    " เอาล่ะ พวกเจ้าไปเตรียมตัวกันได้แล้ว และอีกสองชั่วยามไปเจอกันที่จุดรวม ที่เดิมที่เคยรวมตัวไปยังช่องผาร้อยศพ " หลิงเถียนอี้


    เมื่อหลิงเถียนอี้กล่าวบอกมาแบบนั้นจบ พวกคนที่ถูกเลือกให้ไปชิงคัมภีร์สวรรค์ก็พากันแยกย้าย


    เมื่อลู่ขุยอันเริ่มเดินจาก เยี่ยหลงที่เห็นลู่ขุยอันเดินจากไปโดยไม่มองหน้าคนเลย คนก็รู้สึกอยากเข้าไปทักอยู่ แต่คนก็ไม่กล้าเข้าไปพูดคุยด้วย เพราะกลัวว่าลู่ขุยอันจะอึดอัดและทำตัวไม่ถูก และกลัวว่าเรื่องระหว่างตนที่เคยทำกับลู่ขุยอันจะถูกเผยแพร่ไปด้วย ด้วยเหตุผลทั้งมวลนี้ คนก็เลือกไม่ทักและเดินจากไปตามทางของตน


    และเวลาสองชั่วยามก็มาถึง พวกคนที่ถูกเลือกให้ไปชิงคัมภีร์สวรรค์ก็มารวมตัวกันครบแล้ว


    เมื่อคนมาครบแล้ว หลินจิงอวี่หรือเจ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ก็มอบแผนที่ ที่อยู่ของคัมภีร์สวรรค์ให้กับหลิงคุนหลุน เพื่อเป็นการบอกว่า ให้หลิงคุนหลุนเป็นหัวหน้าในภารกิจครั้งนี้


    หลิงคุนหลุนที่เห็นแบบนั้น ก็รับมาอย่างเต็มใจยิ่ง เพราะคนเชื่อว่าตนเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้ามากที่สุดด้วยนั่นเอง


    เมื่อหลิงคุนหลุนรับแผนที่มาแล้ว คนก็แสดงความเป็นผู้นำเลย โดยการเริ่มเดินนำพวกคนไปก่อน


    และในระหว่างทางคนก็สอบถามระดับพลังของพวกตนไปด้วย " ศิษย์น้องทั้งหลาย พวกเจ้าอยู่ระดับใดกันแล้ว ทั้งพลังวิญญาณและพลังเวท ส่วนศิษย์พี่ระดับเขตแดนวิญญาณคือ มหาวิญญาจารย์ขั้นหก ระดับพลังเวทห้าสิบ "


    โม่เฉิงฟู่ตอบ " ศิษย์พี่ ข้าอยู่ระดับ มหาวิญญาจารย์ขั้นสามแล้ว ส่วนระดับพลังเวทอยู่ระดับ สี่สิบสองแล้ว "


    หลัวถานจิ้นบอก " ข้าระดับเขตแดนวิญญาณระดับ มหาวิญญาจารย์ขั้นสามเช่นกัน และระดับพลังเวทก็คือ ระดับสี่สิบ "


    ลู่ขุยอันบอก " ข้าระดับเขตแดนวิญญาณคือระดับ มหาวิญญาจารย์ขั้นสี่ ส่วนระดับพลังเวทคือ ห้าสิบ "


    เยี่ยหลงกล่าวบอก " ส่วนข้าระดับเขตแดนวิญญาณคือระดับอัคราจารย์วิญญาณขั้นสาม ส่วนระดับพลังเวทคือสามสิบห้า "


    เมื่อหลิงคุนหลุนได้ฟังข้อมูลของทุกคนครบแล้ว คนจึงกล่าว " จากที่ข้าฟังระดับพลังของพวกเจ้า ศิษย์น้องเยี่ยไป๋ เจ้าอ่อนแอที่สุด ฉะนั้นหากเกิดการปะทะกัน เจ้าคอยสนับสนุนพวกข้าก็พอ เข้าใจนะ "


    และแล้ววันที่ ยี่สิบ มิถุนา ก็มาถึง ซึ่งเป็นวันที่พวกเยี่ยหลงมาถึงจุดที่คัมภีร์สวรรค์อยู่ 


    และจุดที่คัมภีร์สวรรค์อยู่ก็เป็นถ้ำแห่งหนึ่งในป่าวิมานอสูร


    เมื่อพวกคนมาถึงแล้ว พวกคนก็ไม่รีรอช้า พากันจุดคบเพลิงและพากันเข้าไป


    ในที่สุดเมื่อเข้าไปจนเกือบสุดถ้ำ พวกคนก็เจอกับกลุ่มคนที่มีอยู่ยี่สิบคน โดยสิบคนกำลังทำการใช้พลังปลดผนึกคัมภีร์สวรรค์อยู่ ส่วนอีกสิบคนทำการคุ้มกัน


    พอหลิงคุนหลุนเห็นดังนั้น คนก็ว่าแผนการที่จะชิงคัมภีร์สวรรค์กับพวกตน " แผนการชิงคัมภีร์สวรรค์มีดังนี้นะพวกเรา รอจนกว่าพวกมันจะปลดผนึกคัมภีร์สวรรค์ได้ และเราใช้ช่วงในชั่วพริบตานั้น เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปหยิบคัมภีร์มา เอาตามนี้นะ "


    พวกเยี่ยหลงพยักหน้าเข้าใจ ทันทีที่คนพยักหน้าเข้าใจ หนึ่งกลุ่มของคนผู้เฝ้าระวัง คนก็ได้รับการติดต่อมาจากใครสักคน


    เมื่อการสนทนาจบแล้วนั้น คนก็ตะโกนกล่าวบอกแก่พวกตนขึ้น " มีคนจะมารอชิงคัมภีร์สวรรค์แล้ว "

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน