TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 17
ยินดีด้วยแชมป์แต่เราต้องกลับบ้านกันแล้ว
เซ็ปตระหนักรู้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน วายุสลาตันของจอสส์ที่ใช้ออกมาตอนก่อนหน้ากับตอนนี้เหมือนกันแค่ตรงชื่อเรียกแต่รายละเอียดและคุณภาพห่างไกลกันเกินกว่าจะเอามาเปรียบเพราะมันช่างยอกย้อนพลิกผันไร้ทิศทางไร้รูปแบบและไม่สามารถจับทางได้อย่างแท้จริง
สองฝ่ามือสองฝ่าเท้าเล็กจ้อยตามวัยที่ดูช่างไร้กำลังแต่กลับเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้าและแฝงอำนาจทำลายล้างประดุจค้อนเหล็ก ที่สำคัญไม่มีใครคาดการณ์การโจมตีนี้ได้ไม่รู้ว่าฝ่ามือหรือฝ่าเท้ากันแน่ที่หมุนควงดุจพายุ แต่มันเล็ดลอดการตั้งการ์ดของนักยูโดและการรุกไล่ของนักมวยคูราชฉับพลันพายุหมุนของจอสส์ถูกส่งเข้าปะทะเป้าหมายที่ปลายคางพวกมันซึ่งเป็จุดตายของมนุษย์อย่างชนิดที่ไม่รู้ว่าโดนหมัดหรือเท้ากันแน่
ในเวลาเดียวกันลมปราณไร้รูปไร้นามที่ใช้ออกด้วยวายุสลาตัน ยังมีเวลาเหลือไปต้านรับฝ่าเท้าจากเซ็ปในคราวเดียวกันมันคือพายุหมุนปะทะพายุหมุนเห็นได้ชัดว่าของเลียนแบบเทียบไม่ได้กับของจริงที่พัฒนาไปไกลแล้ว เซ็ปจึงถูกเผยช่องโหว่ออกมาเต็มไปหมดแต่จอสส์กลับคิดว่ามันอาจมีอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล
“ลงมือเลยศิษย์พี่!!!”
เสียงะโดังลั่นแม้แต่คนนอกเวทียังได้ยินเซ็ปแหกปากตะเบ็งขณะหมุนตัวนับรอบไม่ได้อยู่กลางอากาศ เพราะั้แ่เปิดฉากการต่อสู้ลงทุนกุยทางมาจนถึงบัดนี้ล้วนจ่ายค่าตอบแทนเป็อาการาเ็สาหัสทั้งสิ้น ทั้งหมดก็เพื่อเดิมพันที่จังหวะสุดท้ายนี้เท่านั้นแล้วการที่มันต้องะโออกมาก็เพราะเห็นว่าศิษย์พี่ลงมือช้าไปแล้ว
จอสส์มั่นใจอยู่ก่อนแล้วว่าเซ็ปวางแผนหลอกล่อแสร้งเปิดช่องโหว่เพื่ออำพรางช่องว่างให้เชนได้มีโอกาสลอบโจมตี ซึ่งเป็สิ่งที่จอสส์ได้คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าจึงดึงจังหวะรอทั้งยังจงใจปล่อยให้เซ็ปส่งฝ่าเท้าแทรกทะลุการ์ดเข้ามา จึงค่อยส่งฝ่าเท้าฟาดสวนขึ้นไปในอากาศในลักษณะกลับหัวตามทิศทางการส่งแรงปะทะจากคู่ต่อสู้ ส่งผลให้ฝ่าเท้าของเซ็ปเสียจังหวะลื่นไถลไปตามแรงส่งปลิวละลิ่วลอยตามลมไปทั้งร่างทั้งนี้จอสส์้าดีดร่างเซ็ปให้ขัดขวางทิศทางการโจมตีจากเชนที่จะเล็ดรอดมาในจุดอับสายตาเพื่อดักรอจัดการอัดมันให้คว่ำในกระบวนท่าเดียวตามแผนซ้อนแผน แต่
!!!...
แต่มันกลับว่างเปล่าแล้วเชนก็หายตัวไปจากเวที
ที่หลงเหลือก็มีแค่นักยูโดกับนักมวยคูราชที่สลบเหมือดอยู่บนพื้นเวทีไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาได้ในบัดนี้
แล้วจอสส์ก็เพิ่งรู้ตัวว่าหลงกลเซ็ปเข้าให้แล้วจุดประสงค์ของเขา้าประลองไม่ใช่ให้ใครมายอมแพ้ต่อหน้าต่อตาจอสส์รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ดันเป็คนทำให้เซ็ปหนีรอดไปได้
มันเพิ่งรู้ว่าฝ่าเท้าที่ฟาดสวนไปเต็มแรงนั้น เกิดเป็แรงดีดสะท้อนตามแรงเช่นกัน มันไม่ได้ส่งผลทำร้ายฝ่ายตรงข้ามให้าเ็แต่กลับส่งผลให้ร่างเซ็ปทะยานลอยพ้นรัศมีการโจมตีของตน ลงไปยืนบนพื้นราบนอกเวทีอย่างปลอดภัยโดยห่างไปไม่ถึงสองวา เชนเป็คนที่ยืนรอตรงนั้นเนิ่นนานแล้ว แทบจะทันทีที่ออกคำสั่งให้ลุย
จอสส์ไม่เคยคิดว่าการแข่งขันในระดับนี้จะพบเจอคนปอดแหกขี้ขลาดตาขาวอย่างแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อนคนปลิ้นป้อนที่ใจฝ่อไม่จริงใจต่อการต่อสู้ ยอมแพ้เอาดื้อๆนักสู้ที่ไร้ศักดิ์ศรีละทิ้งการต่อสู้เช่นนี้มันก็เป็แค่คนหน้าด้านไร้ยางอายหาใช่นักยุทธ์ที่แท้จริงไม่ เขาจะไม่มีทางลืมวันนี้ที่พบเจอความอัปยศที่คู่ต่อสู้ทิ้งเอาไว้ไม่ใช่แค่หนึ่งกลับมีถึงสองในเวลาเดียวกัน เวทีแห่งเกียรติยศนี้ต้องมัวหมองลงเพราะมันทั้งคู่
เสียงโห่ร้องแสดงความไม่พอใจจากฝั่งผู้ชมดังขึ้นอึดใจหนึ่งต่อมามันกลับกลายเปลี่ยนเป็เสียงโฮ่ฮาขำขันอย่างแปลกประหลาด บรรยากาศและความรู้สึกย้อนแย้งเช่นนี้ของผู้คนบนอัฒจรรย์เป็สิ่งที่จอสส์งงงันและกำลังทำความเข้าใจ
รู้รักษาตัวรอดเป็ยอดคนเชนรำพึง เอามือไพล่หลังเงยหน้ามองท้าทายจอสส์อย่างสง่าผ่าเผย อดลำพองในใจไม่ได้ว่าขนาดเผชิญหน้ากับสุดยอดลมปราณอย่างไร้รูปไร้นามยังทำอะไรเขาไม่ได้ อย่างน้อยต้องมีมากกว่าหนึ่งที่คิดว่าเขาทำถูกยังไงซะตอนนี้เซ็ปก็มีชะตาเดียวกัน
“แอบหนีมาั้แ่แรกแล้วล่ะซิไหนบอกจะหาจังหวะเผด็จศึกไง ทำกันได้ลงคอนะศิษย์พี่เชน” สีหน้ายังสู้ดีเซ็ปกล่าวกับเชนที่เอาตัวรอดเพียงลำพัง ะโออกนอกเวทีใน่ที่คนอื่นต่อสู้ชุลมุนทิ้งให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด
“แกรอดมาได้...ก็แสดงว่าไม่โง่นี่นา”คำพูดของเชนเหมือนชื่นชมปนดูถูก แทนที่เซ็ปจะโกรธขึ้งที่โดนศิษย์พี่หักหลังแล้วยังเอ่ยคำเย้ยหยันต่อหน้าแต่เขากลับฉีกยิ้มกว้าง แสดงอารมณ์ที่ร่าเริงแจ่มใสออกมาอย่างสบายใจ
เขาคิดว่าศิษย์พี่หาจังหวะลงมือไม่ได้และมองไม่เห็นจุดอ่อนคู่ต่อสู้เลยแอบหนีมาตั้งหลักเอาตรงนี้...เซ็ปคิดหาข้อแก้ตัวให้ศิษย์พี่แทนโดยดีแต่เหตุผลฟังดูข้างๆคูๆไม่มีน้ำหนักพอ เลยสรุปเอาว่าที่ต้องมาลงแข่งขันในมาร์เชียลอาร์ตนี่ก็ลงให้มันเต็มๆโควต้าเพื่อกันท่าสำนักอื่นเท่านั้นไม่ได้จริงจังอยู่แล้ว ยังไงๆคนที่จองตำแหน่งแชมป์ไว้ก็เป็ศิษย์พี่ฟาลโก้ล่ะนะอยากรู้เหมือนกันว่าฟาลโก้เจอกับไอ้หนูนี่จะเป็ยังไง น่าสนุกนักคริคริ...เซ็ปคิดไปแอบขำไป แต่พยายามเก็บอาการไม่ให้ฉายออกทางสีหน้า
“แล้วาเ็หรือเปล่า”เชนถามผ่านๆโดยไม่มองแม้หางตา เหมือนแค่เป็ธรรมเนียมที่ศิษย์พี่ต้องอนาทรศิษย์น้อง
“กระดูกร้าวนิดหน่อยครับคงต้องพักรักษาเป็เดือน นี่ถ้าไม่ได้พวกกระสอบทรายช่วยไว้ ผมอาจจะไม่รอดก็ได้” เซ็ปโชว์ผลงานด้วยแขนสองข้างที่สั่นเทาแต่มันยังอยู่ครบเป็หลักฐานแสดงว่าอาการไม่สาหัสเพื่อให้ศิษย์พี่ได้คลายกังวล
แต่สีหน้าศิษย์พี่เชนกลับเรียบเฉยเ็ายากต่อการตีความ
เมื่อเห็นว่าไร้คู่ต่อสู้แล้วจอสส์รีบสำรวจทบทวนตนเองก็พบว่าไม้ตายที่รวมไว้นิ่งสนิทนานที่สองฝ่ามือมันสลายไปก่อนสิ้นสุดการต่อสู้เพียงไม่กี่อึดใจ ที่แท้ไม้ตายมีจุดอ่อนที่เวลาจู่ๆความเหนื่อยล้ามันแพร่ขยายซึมซ่านไปทั้งร่าง รับรู้ได้ทันที มันเป็ผลจากการใช้ไม้ตายอย่างต่อเนื่องเขาเริ่มหายใจหอบถี่ กับแข้งขาที่เริ่มสั่นคลอนอยากจะทรุดลงไปกองกับพื้นแต่พยายามขืนตัวไว้ไม่ทำตนให้ผิดสังเกตแล้วลอบมองดูคนทั้งสองหันหลังเดินจากไปหลังเวทีอย่างไม่มีทีท่าจะสนใจผลการแข่งขัน
“นี่ถ้าเซ็ปกับเชนตั้งใจต่อสู้จริงๆแล้วยืดเยื้อออกไป เราเองต่างหากที่เป็ฝ่ายโดนน็อก” จอสส์รำพึงในใจเพียงลำพัง
จอสส์เป็คนผ่านโลกมาน้อยไม่เข้าใจตื้นลึกหนาบาง สงสัยว่าการแข่งขันที่นานทีปีหนไม่ได้จัดกันทุกวันและยังเป็การแข่งระดับประเทศด้วยซ้ำ ทำไมจึงมียอดฝีมือที่ใจเสาะละทิ้งโอกาสขี้ขลาดตาขาวได้ถึงเพียงนี้ ทั้งๆที่โอกาสชนะยังมีมากกว่า จอสส์ยิ่งขบคิดยิ่งไม่เข้าใจ
เมื่อสำรวจตัวเองเสร็จก็เริ่มสำรวจอาการาเ็ของคู่ต่อสู้นักยูโดกับนักมวยคูราชอาการดูสาหัสไม่ใช่น้อย ใบหน้าแขนขาข้อศอกข้อเข่าอยู่ในสภาพผิดรูปผิดร่างไม่รู้ต่อไปมันจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหรือฟื้นมาเป็คนพิการตลอดชีวิตหรือไม่จอสส์รู้สึกใในการกระทำของตน ไม่รู้มาก่อนว่าตนเองก็โเี้ได้ปานนี้
สุดท้ายจอสส์เป็คนที่เหลืออยู่เขายืนโดดเดี่ยวกลางเวที ท่ามกลางเหล่านักสู้ที่หมดสภาพ
“ผู้ชนะเข้ารอบ8คนสุดท้ายได้แก่ ไฟอิ้ง เทอร์นาโด” กรรมการชูมือให้จอสส์เพื่อประกาศผล
แน่นอนว่านั่นคือชื่อที่จอสส์ใช้มันลงทะเบียนไฟอิ้ง เทอร์นาโด เป็ฉายาที่ทางสมาพันธ์มาเชี่ยลอาร์ตตั้งให้เนื่องจากเป็นักกีฬาดาวเด่นน่าจับตามองจอสส์จึงมีสิทธิ์อย่างถูกต้องจะเรียกใช้หรือไม่ก็ได้แล้วั้แ่เป็แชมป์เยาวชนก็ใช้มาตลอด แต่ที่น่าปวดใจคือคนที่บ้านมันมักจะจำผิดจำถูกเรียกเป็ จอสส์เทอร์นาโด บ้างล่ะ เทอร์นาโดไฟเออร์บ้างล่ะ...
ในเวลาเดียวกันกับที่กรรมการประกาศผลจอสส์ก็เหลือบไปมองผลการแข่งขันเวทีด้านข้าง
สภาพแวดล้อมไม่แตกต่างจากเวทีที่จอสส์ยืนอยู่สักเท่าใดนักสู้7คนที่นอนเกือกกลิ้งระเนระนาดบนพื้นเวทีนั้น บ้างร้องครวญครางโอดโอยอย่างทรมานบ้างสลบไสลไม่ได้สติ อาการาเ็แต่ละคนดูหนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน
ถึงแม้ว่าจอสส์จะไม่มีโอกาสได้จับตาดูเหตุการณ์ระหว่างการต่อสู้ของเวทีนี้เพราะระหว่างการแข่งขันเขาต้องเพ่งสมาธิพัวพันคู่ต่อสู้ตลอดเวลาแทบไม่มีโอกาสได้พักหายใจอย่าว่าแต่แค่ละสายตาแต่เป็ใครก็สามารถคาดเดาได้ไม่ยาก ร่องรอยหลักฐานการต่อสู้เป็แบบ1สู้7เพราะดูจากแนวทิศทางนักสู้แต่ละคนที่ล้มคว่ำล้มหงายกระจายกันออกเป็รัศมีโดยที่กลางเวทีเหลือนักสู้ที่กำชัยชนะไว้ในมือยืนอยู่เพียงลำพังนักสู้คนนี้มีดีกรีเป็ถึงแชมป์คนปัจจุบันไม่แปลกที่จะโดนนักสู้ทั้ง7ร่วมมือกันโค่นล้ม แต่ที่สุดแล้วมันก็ไม่สำเร็จเป็ผลประการใด...
ผู้ชนะของเวทีนั้นคือฟาลโก้
ศัตรูหมายเลข1 คู่แข่งที่จอสส์ล็อกเป้าไว้แล้วว่าต้องเอาชนะให้ได้
จอสส์รู้ดีว่าฟาลโก้เป็แชมป์คนปัจจุบันของรุ่นประชาชนทั่วไปและยังเป็ศิษย์เอกเ้าแห่งศิลปะการต่อสู้ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็อันดับ1‘สำนักบูเทนโดชิ’รู้ข้อมูลขนาดนี้จอสส์จึงสำคัญตนว่าเสียเปรียบฟาลโก้ในทุกกรณีแต่เมื่อมาถึงจุดนี้จะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ฟาลโก้ดูไม่แยแสต่อชัยชนะอาจเป็เพราะแลกมาด้วยรอยฟกช้ำบนใบหน้าเพียงเล็กน้อยเขาหันมาสแหยะยิ้มที่มุมปากให้จอสส์เหมือนมีนัยยะบางอย่างที่ไม่บอกก็รู้ว่าไม่ได้ประสงค์ดีแค่ทิ้งท้ายไว้เท่านี้ก็ยั่วอารมณ์ของจอสส์ให้ปั่นป่วนเดือดพล่านอีกครั้ง
หลังจากกรรมการประกาศชื่อผู้ชนะผ่านเข้ารอบฟาลโก้ก็รีบเดินเข้าไปคุกเข่าที่หน้าอัฒจันทร์ เพื่อแสดงการคาราวะต่อบุคคลสำคัญทีหนึ่งแล้วพูดคุยกันสองสามคำก่อนที่ฟาลโก้จะขอตัวไปห้องพักนักกีฬา
บุคคลสำคัญที่ว่าไม่ใช่สำคัญต่อฟาลโก้เพียงผู้เดียวแต่ยังเป็บุคคลสำคัญในโลกวงการยุทธ์ มีตำแหน่งสำคัญทั้งเบื้องหน้าและเื้ั ที่มีอำนาจต่อรองกับองค์กรของรัฐอย่างได้เปรียบขนาดกลุ่มผู้นำของประเทศยังต้องให้ความยำเกรงไม่น้อยกว่าห้าในสิบส่วน
บุคคลผู้นี้นั่งแท่นเป็เ้าสำนักบูเทนโดชิคนปัจจุบันเป็เพราะไม่ค่อยมีความยินยอมพร้อมใจที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือแม้แต่ชื่อจริงต่อสาธารณะชนน้อยคนนักที่จะรู้ และคนภายนอกจึงมักเอ่ยนามเขาสั้นๆว่า ‘เกล’
เพราะเป็ถึงเ้าสำนักยุทธ์อันดับ1จึงไม่แปลกที่จะถูกแวดล้อมด้วยลูกศิษย์นับร้อยนับพัน และผู้รับใช้ระดับบอร์ดี้การ์ดมืออาชีพอีกนับสิบเอาแค่จำนวนพ่ายพลเวลาออกงานแต่ละครั้ง สร้างความกดดันที่เป็แรงขับภัยคุกคามภายในรัศมีมากมายยิ่งกว่ามาเฟียหรือกลุ่มสมาพันธ์อิทธิพลมืดแก๊งใดๆในโลกเสียอีก
แม้เป็่ระหว่างพักการแข่งขันเกลยังไม่ยอมลุกไปไหน พวกเหล่าผู้ติดตามก็ไม่ยอมลุกเช่นกันเกลไม่ขยับเหล่าผู้ติดตามก็ไม่ขยับสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ความพร้อมเพรียงความเคร่งครัดต่อระเบียบวินัยแม้จะดูน่าเกรงขามแต่ก็ดูน่าอึดอัดไม่น้อย
ต่อให้จอสส์โง่เง่าขนาดไหนก็ไม่มีทางเลยที่จะไม่รู้ตัวว่าถูกสายตาเพ่งเล็งของเ้าสำนักคนนั้นจับตามองอยู่ตลอดเวลา
เ้าสำนักมองที่ไหนผู้ติดตามมองที่นั่น
เพียงแต่จอสส์ไม่เข้าใจว่าเขา้าอะไรการถูกระรานด้วยสายตาขนาดนี้มันสร้างความอึดอัดคับข้องใจไม่น้อย
เขาสูดหายใจลึกถึงก้นกบหลายรอบแล้วรู้สึกว่าพละกำลังจะเริ่มฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเรี่ยวแรงมาต่อมหงุดหงิดทำงานมากขึ้น ความอดกลั้นเลยลดลง แล้วเส้นอดทนมันก็ขาดผึง
‘หรือยังข้องใจที่พวกลูกศิษย์ตัวเองแพ้’ ถ้าอย่างนั้นต้องคุยให้รู้เื่พวกนั้นต่างหากที่เล่นตุกติก...คิดได้ดังนั้นหัวคิ้วของจอสส์ก็ย่นเข้ามาชนกันแล้วเดินอาดๆเข้าไปทางทิศเบื้องหน้าอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้
เท็ดดี้เพิ่งจะโล่งอกที่จอสส์รอดพ้นจากการถูกรุมฆ่าไม่งั้นคงไม่มีหน้ากลับไปพบไมท์กับเจทได้อีกแต่เพียงเบาใจได้ไม่นานเขาก็รู้สึกว่าเื่หนักหนาสาหัสจะมาถึงอีกแล้วหลังจากเสิร์ฟน้ำและเช็ดเหงื่อให้จอสส์ไม่ทันเสร็จ นายน้อยกลับคว้าผ้าไปเช็ดเองทิ้งให้เขาต้องรู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่ แล้วทิศทางที่นายน้อยพุ่งไปแล้วสีหน้าท่าทางแบบนั้น นั่นมันกำลังไปหาเื่เขาชัดๆ
“อั๊ยย่ะ!!!” เท็ดดี้ต้องร้องอุทานคล้อยหลัง หลังการคาดคำนวณ
เพราะรู้นิสัยนายน้อยตัวเองเป็อย่างดีเขาเป็คนใจร้อน เวลาเจรจากับใครแล้วขัดหูขัดตาจะเป็ฝ่ายลงไม้ลงมือก่อนไม่เคยกลัวใคร ไม่มีสัมมาคารวะั้แ่เด็ก ด้วยเหตุนี้ทำให้จอสส์เป็คนไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว
เหงื่อเย็นเริ่มซึมออกจากใบหน้าอย่างรวดเร็วทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อน แม้เท็ดดี้จะทำงานเป็แค่บ่าวไพร่ในบ้านแต่ก็รู้ดีว่าเื่ไม่เป็เื่กำลังจะเป็เื่เื่เล็กกำลังจะกลายเป็เื่ใหญ่ เื่เกิดง่ายแต่จบยากกำลังจะเกิดขึ้น เขาทำงานติดตามไมท์กับเจทมานานอะไรที่เป็เื่สำคัญ อะไรเป็เื่ที่ต้องระวังอะไรเป็เื่ต้องห้ามที่ไม่ควรเกี่ยวข้อง แน่นอนบูเทนโดชิเป็อันดับหนึ่งในนั้นเ้านายรู้เท่าไร เขาก็พลอยรู้ไม่น้อยกว่าครึ่ง ‘บูเทนโดชิ’ เบื้องหน้าเป็สำนักยุทธ์คุณธรรม เื้ัไม่ต่างจากกลุ่มมือสังหารหากหมายหัวใครว่าเป็ศัตรูแล้วยากที่ผู้นั้นจะมีชีวิตยืนยาวไม่เว้นกระทั่งเด็กสตรีหรือคนชรา แม้กระทั่งมนุษย์ที่แยกเพศไม่ได้อย่างเขา
การเอ่ยปากทัดทานห้ามปรามเป็ไปไม่ได้เลยที่นายน้อยนิสัยเสียของเขาจะเงี่ยหูฟังและเขาไม่เคยถามเ้านายว่าเคยสั่งสอนลูกตัวเองหรือเปล่าว่าห้ามไปมีเื่กับสำนักยุทธ์โดยเฉพาะบูเทนโดชิยิ่งคิดเท็ดดี้ยิ่งทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นเปะปะจนแทบจะควบคุมไม่ได้พลันคิดได้อย่างเดียวต้องรีบรายงานเื่นี้ให้เ้านายรู้โดยด่วนที่สุด!!!แต่แล้วเขาต้องเลิกควานหาโทรศัพท์เพราะจอสส์ยึดไปเก็บไว้ทั้งหมดั้แ่ก่อนการแข่งขัน
เท็ดดี้สำรวจจำนวนสมาชิกบูเทนโดชิคร่าวๆไม่ต่ำกว่าร้อยคน และทุกคนต่างสงบนิ่งอย่างระแวดระวัง เตรียมพร้อมจะมีเื่ได้ทุกเวลา
ความฉิบหายกำลังมาเยือนอย่างไม่มีทางเลี่ยงเท็ดดี้สูดลมหายใจลึกถึงก้นกบเตรียมความพร้อมทำใจไว้ว่าไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ทิ้งนายน้อย อย่างมากก็ตายพร้อมกันล่ะวะเมื่อฝืนปลงอย่างไม่เต็มใจ เหงื่อเย็นเท่าเม็ดโป้งก็ทยอยผลุดเต็มใบหน้า
เอี๊ยด..ดดดดด....
แต่ก่อนที่จอสส์จะทันไปก่อเื่เสียงห้ามล้อรถที่บดขยี้กับผิวคอนกรีตจนเกิดเสียงดังเสียดแทงแก้วหูคล้ายเป็สัญญาณเตือนสั่งให้ทุกอย่างหยุดลง เป็สิ่งนี้เองที่ปรามจอสส์ไว้จนต้องชะงักงัน
รถสปอร์ตพอร์ช 918สไปเดอร์สีแดงสดจอดนิ่งสนิทขวางหน้าระหว่างจอสส์กับบูเทนโดชิชนิดพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกิน
แต่แรงเหวี่ยงที่เกิดจากการเบรกกะทันหันมันแทบจะโยนผู้โดยสารปลิวออกนอกตัวรถที่เปิดประทุนเคราะห์ดีที่ทุกคนมือเหนียวพอใช้
“ยินดีด้วยแชมป์แต่เราต้องกลับบ้านกันแล้ว”
ฟิวท์ทักทายจอสส์ขณะเปิดประตูก้าวลงจากรถ