เหนือท้องฟ้าของสำนักเวิ่นซินถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหนาทึบ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นฟ้ากำลังจะถล่มทลายและโลกกำลังจะถึงจุดจบ
เหล่านกกระเรียนเซียนต่างพากันร่อนลงมาอยู่ข้างกายเซิ่งซี พวกมันเบียดเสียดกันและตัวสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น
จิ้งเฉินหยวนจวินและคนอื่น ๆ ต่างเหินบินออกจากเรือนของตนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังเก็บตัวบำเพ็ญเพียรก็ยังออกมาด้วย
ยวนเซี่ยนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ กลางอากาศ ก่อนจะบินตรงมาหาเซิ่งซี
เหล่านกกระเรียนหลีกทางให้เขาอย่างรู้ความ ยวนเซี่ยนเดินมาหยุดข้างกายเซิ่งซีแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ไม่ต้องกังวลไป เป็ศิษย์พี่สามของเ้าที่กำลังจะบรรลุขั้นแก่นพลังทองคำ"
เซิ่งซีที่กำลังกอดนกกระเรียนสั่นพั่บ ๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางนึกว่าตาแก่ที่อยู่กับเซิ่งหรูเยว่บุกมาล้างแค้นนางที่สำนักเวิ่นซินเสียอีก
ด่านสุดท้ายของการที่ขั้นสร้างรากฐานจะทะลวงสู่ขั้นแก่นพลังทองคำก็คือทัณฑ์อัสนี ขอเพียงผ่านไปได้อย่างราบรื่น ต่อไปเขาก็จะเป็ผู้ฝึกตนขั้นแก่นพลังทองคำอย่างเต็มตัว
แต่หากไม่อาจต้านทานทัณฑ์อัสนีนี้ได้ อย่างเบาก็ระดับพลังร่วงกลับไปสู่ขั้นสร้างรากฐานเพื่อเริ่มใหม่ทั้งหมด อย่างหนักก็คือแก่นพลังแตกซ่านและร่างสลายกลายเป็เถ้าถ่าน
"ทำไมศิษย์พี่สามถึงบรรลุขั้นแก่นพลังทองคำเร็วนักล่ะ? เดิมทีเขาตั้งใจแค่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานระดับสูงสุดเท่านั้นเองนะ"
เซียวหลีลั่วบินจากยอดเขาเจี้ยนอี้มาที่ยอดเขาปลาเค็ม แต่น่าเสียดายที่ไม่มีนกกระเรียนตัวไหนหลีกทางให้เขา เขาจึงต้องเบียดฝูงนกเข้าไปอย่างทุลักทุเล พอมาถึงข้างกายเซิ่งซี บนหัวของเขาจึงเต็มไปด้วยขนอ่อนของนกกระเรียนปักอยู่เต็มไปหมด
ในนิยายต้นฉบับ เมื่อศิษย์พี่สามเหยียนเช่อปรากฏตัว เขาก็อยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนต้นแล้ว แสดงว่าครั้งนี้เขาต้องทำสำเร็จแน่นอน เซิ่งซีจึงไม่กังวลอะไร นางหยิบขนมและน้ำชาิญญาออกมา แล้วชวนศิษย์พี่ทั้งสองมานั่งดูศิษย์พี่สามรับทัณฑ์อัสนีด้วยกัน
ประสบการณ์การรับชมแบบ 5 มิติในระยะประชิดแบบนี้หาได้ยากยิ่งนัก
แม้เซียวหลีลั่วจะกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นจิ้งเฉินหยวนจวินคอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ เขาก็เบาใจลง
แม้ท่านอาจารย์จะเป็เพียงขั้นิญญาต้นกำเนิดตอนต้นที่แสนจะอ่อนแอในสายตาคนนอก แต่ตราบใดที่ท่านอยู่ ทุกคนในสำนักก็รู้สึกอุ่นใจ ต่อให้ศิษย์พี่สามจะพลาดจริง ๆ อย่างน้อยก็คงไม่ถึงขั้นร่างสลาย อย่างมากก็แค่เริ่มใหม่เท่านั้น
ยวนเซี่ยนไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเป็พิเศษ แต่เขากระชับกระบี่ในมือและจับจ้องไปยังทิศทางของเหยียนเช่ออย่างจดจ่อ เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมพร้อมจะเข้าไปช่วยได้ทุกเมื่อ
เมฆทัณฑ์อัสนีก่อตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนรอบข้างมืดมิดราวกับเข้าสู่ยามค่ำคืน
เซิ่งซีดีดนิ้วทีหนึ่ง จุดเพลิงเฟิ่งหวงขึ้นเพื่อให้แสงสว่าง ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็มีเสียง 'เปรี้ยง!' ดังสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าขนาดมหึมาที่ดูน่าหวาดหวั่นพุ่งตรงเข้าใส่ยอดเขาว่านฝูทันที
สายฟ้าขนาดั์ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า บนยอดเขาว่านฝู เด็กหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิงคนหนึ่งถือยันต์ไว้ในมือโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว
เมื่อสายฟ้าฟาดลงมา เด็กหนุ่มก็ขว้างยันต์ออกไป ทั้งสองสิ่งปะทะกันกลางอากาศจนเกิดการะเิอย่างรุนแรง
สำนักเวิ่นซินทั้งสำนักสั่นะเืจากการะเิราวกับแผ่นดินไหว เซิ่งซีต้องคว้าตัวศิษย์พี่ใหญ่ที่ยืนนิ่งเป็ูเาไว้ถึงจะทรงตัวอยู่ได้ นางอดไม่ได้ที่จะอุทานว่า "เมฆทัณฑ์อัสนีนี่เก่งจังเลยนะเ้าคะ ถ้าเก็บเอาไว้ใช้ได้ก็คงดี"
ยวนเซี่ยนและเซียวหลีลั่วหันมามองนางพร้อมกัน "?"
เซิ่งซีจำได้ว่าก่อนจะทะลุมิติมานางเคยอ่านเจอมาว่า พลังงานในสายฟ้าหนึ่งสายมีค่าเท่ากับพลังงานที่เกิดจากน้ำมันเบนซินหนึ่งร้อยกิโลกรัมเลยทีเดียว
นั่นขนาดสายฟ้าธรรมดานะ สายฟ้าจากทัณฑ์อัสนีย่อมมีพลังงานมากกว่านั้นแน่นอน การปล่อยให้เสียเปล่าไปเฉย ๆ แบบนี้มันคืออาชญากรรมชัด ๆ !
เซิ่งซีผู้รักการประหยัดมัธยัสถ์ อดไม่ได้ที่จะหยิบเปลือกไข่ขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ
นี่คือไข่เฟิ่งหวงที่ได้มาจากแดนลับอันสุ่ยซาน ของเหลวข้างในถูกเซิ่งซีแยกเก็บไว้แล้ว ส่วนเปลือกไข่นี้ ไม่ว่าจะเป็ความแข็งหรือความทนทานก็เพียงพอจะต่อกรกับสายฟ้าเหล่านี้ได้ เป็ของดีที่เหมาะจะเอามาใช้เก็บพลังงานที่สุด
บนยอดเขาว่านฝู ยันต์ในมือของเด็กหนุ่มปลิวว่อนราวกับโปรยดอกไม้เพื่อสกัดกั้นสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่เขาอย่างไม่ขาดสาย
พลังของทัณฑ์อัสนีรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยันต์ที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้น
เด็กหนุ่มใช้ยันต์ในมือเป็สื่อกลาง สองมือร่ายมุทราเพื่อจัดวางค่ายกลอย่างรวดเร็ว
สายฟ้าที่เดิมทีพุ่งเข้าหาเขาถูกชักนำเข้าไปในค่ายกล ค่ายกลส่งเสียงครางกระหึ่มก่อนจะพังทลายลงเพราะแรงกระแทกของสายฟ้า เศษหินปลิวกระจายไปทั่ว แม้แต่ยอดเขาปลาเค็มก็ยังมีเศษหินปลิวมาถึง แต่ถูกยวนเซี่ยนฟันจนแหลกละเอียดด้วยกระบี่เดียว
แต่สายฟ้ายังคงไม่หยุด มันยังคงฟาดลงใส่เด็กหนุ่มร่างผอมบางบนยอดเขาอย่างถี่ยิบและรุนแรง เด็กหนุ่มกระอักเืออกมาคำหนึ่ง แต่ยังคงฝืนร่ายมุทรากางค่ายกลต่อไป
ในตอนนั้นเอง เขาได้ยินเสียงหวานใสะโมาว่า "ศิษย์พี่สาม ตัวช่วยมาแล้วเ้าค่ะ!"
เซิ่งซีเหยียบเมฆสีทองพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและโยนไข่เฟิ่งหวงเข้าไปในค่ายกลที่เขายังสร้างไม่เสร็จ
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาโดนไข่เฟิ่งหวงพอดิบพอดี แต่ทั้งไข่เฟิ่งหวงและค่ายกลกลับไม่เป็อะไรเลย มีเพียงกระแสไฟฟ้าเล็ก ๆ วนเวียนอยู่รอบเปลือกไข่เท่านั้น
เหยียนเช่อชะงักไป เขามองดูคนทั้งสามบนฟ้าด้วยความประหลาดใจ
ยวนเซี่ยนและเซียวหลีลั่วยืนคุมเชิงหน้าหลังอย่างระแวดระวัง โดยมีเด็กสาวตัวน้อยที่ถูกปกป้องไว้ตรงกลางกำลังโบกมือให้เขาอย่างร่าเริง "ศิษย์พี่สาม สวัสดีเ้าค่ะ ข้าชื่อเซิ่งซี"
เหยียนเช่อเพิ่งออกจากด่านมาก็ต้องรับทัณฑ์อัสนีทันที เขาจึงยังไม่รู้ว่ามีศิษย์น้องเล็กเพิ่มมาอีกคน เมื่อเห็นว่าทั้งอาจารย์และศิษย์พี่คนอื่น ๆ ไม่ได้คัดค้านอะไร เขาก็รู้ว่าเป็เื่จริง จึงโบกมือให้เซิ่งซีด้วยท่าทางเขิน ๆ "ศิษย์น้องเล็ก สวัสดี"
พูดยังไม่ทันขาดคำ ทัณฑ์อัสนีก็ฟาดลงมาอีกสาย เหยียนเช่อใจนเกือบจะขว้างยันต์ออกไป แต่กลับพบว่าสายฟ้านั้นถูกไข่เฟิ่งหวงดูดกลืนเข้าไปจนหมด ไม่สร้างความระคายเคืองให้เขาเลยแม้แต่น้อย
ทัณฑ์อัสนีเริ่มบ้าคลั่งขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังโกรธจัดที่ฟาดไม่โดนเหยียนเช่อเสียที แต่ไม่ว่าสายฟ้าจะฟาดมาจากทิศทางไหน สุดท้ายมันก็จะถูกไข่เฟิ่งหวงที่ตั้งอยู่กลางค่ายกลดูดเข้าไปทั้งหมด
เหยียนเช่อที่เมื่อครู่ยังต้องสู้ตายกับทัณฑ์อัสนี จู่ ๆ ก็กลายเป็คนว่างงานขึ้นมาทันที เขายืนอยู่ข้าง ๆ ไข่เฟิ่งหวงพลางรู้สึกว่าตัวเองดูเป็ส่วนเกินยังไงชอบกล
แม้ว่าทัณฑ์อัสนีตอนทะลวงขั้นแก่นพลังทองคำจะเป็ทัณฑ์อัสนีครั้งแรกบนเส้นทางการฝึกตน แต่มันก็อันตรายที่สุด หลังจากเหยียนเช่อบรรลุขั้นสร้างรากฐานระดับสูงสุด เขาก็รู้สึกถึงแรงกระตุ้นจึงได้ถือโอกาสสร้างแก่นพลังทันที
เดิมทีเขาเตรียมตัวไม่พร้อม ต่อให้ทะลวงขั้นได้สำเร็จก็คงไม่อาจรับมือทัณฑ์อัสนีได้อย่างราบรื่น และน่าจะเกิดอาการาเ็ภายในที่ต้องใช้เวลารักษาอีกนาน
คาดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะสลายทัณฑ์อัสนีไปได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
เมื่อเวลาผ่านไป ทัณฑ์อัสนีที่เคยบ้าคลั่งก็ค่อย ๆ เบาบางลง ดูเหมือนมันจะเริ่มยอมรับความจริงได้แล้ว เมฆทัณฑ์อัสนีส่งเสียงคำรามอยู่บนฟ้าอย่างไม่ยินยอมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ สลายตัวไปในที่สุด
ท้องฟ้ากลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง แสงแดดสาดส่องลงมาพร้อมเมฆมงคลที่ลอยเกลื่อนฟ้า เสียงดนตรีเซียนดังแว่วมาพร้อมกับเสียงนกกระเรียนที่ร้องกังวาน ท่ามกลางหมู่เมฆมงคลเ่าั้ จิ้งเฉินหยวนจวินร่อนตัวลงมาอย่างสง่างาม
เขามองดูไข่เฟิ่งหวงที่อยู่กลางค่ายกลแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มให้เหยียนเช่อ "สร้างแก่นพลังสำเร็จแล้ว ทำได้ดีมาก"
เหยียนเช่อรู้สึกเขินเล็กน้อย เขาเกาหัวที่ยุ่งเหยิงเหมือนรังนก "ทัณฑ์อัสนี่สุดท้ายได้ศิษย์น้องเล็กมาช่วยไว้แท้ ๆ เลยขอรับ"
"การฝึกตนก็คือการเดินสวนทางกับวิถี์ ทัณฑ์อัสนีเดิมทีก็มีไว้เพื่อขัดขวางการเติบโตของผู้ฝึกตนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ขอเพียงก้าวข้ามไปได้ก็นับว่าดีทั้งนั้น" จิ้งเฉินหยวนจวินหยิบถุงวิเศษออกมาจากแหวนมิติ
"นี่คือของขวัญแสดงความยินดีจากอาจารย์"
"ขอบคุณท่านอาจารย์มากขอรับ!" เหยียนเช่อรับมาด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่าบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องมากันครบแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปหาเซิ่งซีทันที
"ศิษย์น้องเล็ก ไข่ของเ้าใบนั้นเอามาจากไหนน่ะ? ทำไมมันถึงได้เก่งกาจขนาดนี้?"
เซิ่งซี "..." ถ้านางบอกว่ามันเป็ของที่ติดตัวมาตอนเกิด ศิษย์พี่จะเชื่อหรือไม่?
"เก็บมาได้เ้าค่ะ" เซิ่งซีบอก
เซียวหลีลั่วตาเป็ประกาย "ต้านทานทัณฑ์อัสนีได้สบายขนาดนี้ ต้องเป็ไข่ของสัตว์เทพโบราณแน่ ๆ เลย ศิษย์น้องเล็กไปเก็บมาจากที่ไหนรึ? ข้าอยากไปเก็บสมบัติบ้างจัง"
เมื่อพิจารณาจากระดับความอับโชคของเซียวหลีลั่วแล้ว เซิ่งซีคิดว่าต่อให้เขาลบความทรงจำแล้วเกิดใหม่ก็คงเก็บไข่เฟิ่งหวงไม่ได้หรอก "ศิษย์พี่ห้าเ้าคะ การที่ท่านเก็บข้ามาได้ ก็เหมือนท่านเก็บสมบัติล้ำค่ามาได้แล้วนะเ้าคะ"
เซียวหลีลั่ว "..." จนปัญญาจะโต้แย้งจริง ๆ !