บทที่ 50
ตอนนี้กิตติรู้แล้วว่าเรื่องราวมันเริ่มจะทำให้เขาซวยอีกครั้งแล้วนั้น เขาก็หน้าซีดเตรียมรับผลจากปากพาจนของเขาได้เลย และมันเป็นขณะเดียวกันที่อีกฝั่งหนึ่งก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ณ ร้านเจ๊หมึก เพราะตอนนี้เจ๊หมึกกำลังสวดยับๆกับโอ๊ตผู้ที่เป็นลูกค้าของเธออยู่“แกจะทดลองสูตรอะไรนักหนาของแก วันนี้จะเอา 10 ชุด พรุ่งนี้ไม่เอา 20 ชุดเลยหรือยังไงกัน แกมีเงินมากมายขนาดทำแป้งแพนเค้กเล่นๆ แล้วเททิ้งเลยหรือยังไง..เฮ้ออ.” เจ๊หมึกบ่นกับโอ๊ตที่วันนี้โอ๊ตนั้นมาขอสั่งสินค้าจากเธอถึง 10 ชุด เธอเห็นตาโอ๊ตมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ใจจริงก็นึกว่าโอ๊ตเป็นลูกเป็นหลาน การที่เห็นเขาพลาญเงินราวกับสูบน้ำอย่างนี้มันก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้“แฮ่ๆ ผมคงจะสั่งแค่วันละ 10 ชุดนี่แหละครับเจ๊.. อีกอย่างนะครับ เรื่องสูตรใหม่ผมทำสำเร็จแล้ว และมันบังเอิญเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้า ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยล่ะครับ นี่ลูกค้าผมยังบ่นอยู่เลยว่าขายน้อยเกินไป 10 ชุดผมคิดว่าน่าจะกำลังดี ไม่ได้เหนื่อยมากจนเกินไป..”โอ๊ตตบหัวตัวเองเบาๆก่อนจะกล่าวเหตุผลของเขากับเจ๊หมึก แม้ว่าในตอนแรกบอดี้การ์ดเตรียมตัวจะบวกกับเจ๊หมึกแล้วที่บังอาจกล่าววาจาไม่ดีกับผู้เป็นนายตั้งแต่คำแรก แต่ยังโชคดีที่โอ๊ตได้กล่าวห้ามเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะวุ่นวายกว่านี้เป็นแน่ เจ๊หมึกที่ได้ยินเหตุผลนั้นก็มองดูเจ้าโอ๊ตอย่างพิจารณาว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่า และเท่าที่ดูๆเหมือนว่าโอ๊ตจะไม่ได้โกหก“เข้าใจแล้ว แกขายดีมันก็ดีแล้ว.. 10 ชุดนะ 5,400 บาท.. แล้วแกจะเอาอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่า ฉันเองก็ต้องสต็อกสินค้าเอาไว้ด้วย แกคงเข้าใจ” เจ๊หมึกกล่าว“ผมเข้าใจครับ นี่ครับ 5,400 บาท ผมจะสั่ง 10 ชุดในเย็นวันอาทิตย์-วันพฤหัสครับ ส่วนวันศุกร์กับวันเสาร์ขอเป็นวันละ 25 ชุดก็แล้วกัน แต่เย็นวันศุกร์นี้ไม่สั่งนะครับ พอดีว่ามีธุระวันเสาร์พอดี เลยกะว่าจะหยุดขายไปเลย 1 วันครับ” โอ๊ตกล่าว“เข้าใจละ.. แต่ว่านะ แกต้องเข้าใจด้วยว่า 25 ชุดที่แกสั่งน่ะมันก็ไม่ใช่ราคาน้อยๆเลยนะ ราคามันหมื่นกว่าบาทเลย แกต้องมัดจำเอาไว้บ้าง สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี..” เจ๊หมึกกล่าวตามความเป็นจริง สินค้าในร้านของเธอมีตั้งหลายชิ้นหลายส่วน เงินทุนที่จะสต็อกสินค้าก็ไม่ได้มีมากขนาดนั้น จำเป็นที่จะต้องให้ลูกค้าที่สั่งจองจำนวนมากจ่ายมัดจำเอาไว้ก่อน“เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นผมมัดจำเอาไว้ที่ 10,000 บาทเลยก็แล้วกันครับในส่วนของวันเสาร์ตอนเย็น..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยื่นเงินอีกหนึ่งหมื่นบาทให้กับเจ๊หมึกไปอย่างไม่ติดใจอะไร เจ๊หมึกมองหน้าของโอ๊ตเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มนี้จะจ่ายเลยในทันที“โอเคๆ แกจะได้ของตามที่แกต้องการ.. ถึงเวลาก็มีรับล่ะ ส่วนอีก 10 ชุดนั้นฉันจะเตรียมเอาไว้ให้ตามที่ตกลงกัน.. เสร็จแล้วก็ไปได้แล้ว ฉันจะปิดร้าน” เจ๊หมึกกล่าว เพราะวันนี้มันค่อนข้างจะเย็นมากแล้วด้วย มันเป็นเวลาที่แกจำเป็นต้องปิดร้านแล้ว โอ๊ตก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะให้บอดี้การ์ดที่มาด้วยยกสินค้าออกไป และมุ่งตรงกลับไปยังหอพักทันที และทันใดนั้นเองที่โอ๊ตกลับมาถึงหอพัก เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันแปลกประหลาด กิตติที่ดูเลิ่กลั่ก คุณหมอพลอยที่กำลังก้มหน้าก้มตา ส่วนคุณหมอหญิงอีกท่านที่กำลังจ้องมองหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ด้วยความไม่แน่ใจ และไม่รู้อะไรเลย เขาก็เอ่ยปากหวังเพื่อที่จะสอบถามกับทุกคน“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ.. ทำไมทำหน้าตากันแปลกๆอย่างนั้นล่ะ” โอ๊ตกล่าวถาม“จะอะไรซะอีกล่ะ นายเป็นหมอแผนจีนทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ทำไมต้องปิดบังฉันคนเดียวด้วยล่ะ” หญิงกล่าวตะโกนอย่างโมโห ก่อนที่เธอจะหรี่ตามองไปที่รุ่นพี่ของเธอ ราวกับว่าหมอพลอยเป็นคนบอกเรื่องนี้กับเธอ โอ๊ตที่เห็นนั้นก็เดาได้ไม่ยาก เขามองไปที่พลอยตรงๆ แน่นอนว่าพลอยก็สะดุ้งตัวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตาไปยังผู้ที่มีท่าทางพิรุธที่สุด“ขออภัยขอรับคุณโอ๊ต ผมไม่ทราบว่ามันเป็นความลับของคุณ..” กิตติกล่าวพร้อมกับทำท่าทางเหมือนกับเด็กที่กำลังจะร้องไห้ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาไม่เข้าใจเลยว่าเขาไปทำกรรมอะไรกับกิตติเอาไว้มากมายขนาดนี้ ทำไมกิตติถึงได้พยายามหางานให้เขาแก้ไขตลอดเวลา“เฮ้อออ ถ้าไม่จำเป็นนายไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องฉันกับใครอีก รู้ไหมว่าฉันขี้เกียจตามแก้ไขแล้ว.. ส่วนคุณหมอหญิง คุณกำลังสำคัญตัวเองผิดหรือเปล่าครับ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แล้วทำไมผมต้องบอกอะไรกับคุณด้วยล่ะครับ..” โอ๊ตกล่าว“แล้วทำไมพี่พลอยถึงรู้ล่ะ แล้วทำไมฉันถึงไม่รู้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่ฉันพยายามถามกับนายตรงๆแล้วแท้ๆ แค่มันรู้สึกว่านายมันลำเอียง หรือว่าจะเป็นเพราะพี่พลอยมีหน้าอกที่ใหญ่ นายเป็นคนประเภทนี้อย่างนั้นสินะ.. เชอะ” หญิงกล่าว และด้วยคำพูดนั้นมันเล่นเอาโอ๊ตถึงกับต้องมองบนด้วยความคิดของเธอเลยทันที“คุณหมอพลอย คุณเอาคลิปนั้นให้กับเธอดูหรือยังครับ.. ถ้ายังก็โปรดเอาให้เธอดูด้วย เธอจะได้ไม่เข้าใจผิดอะไรขนาดนี้.. อยากจะบ้าตายจริงๆ” โอ๊ตกล่าว และมันเป็นจังหวะเดียวกันที่พลอยส่ายหัวอย่างสุดกำลัง ส่วนหญิงที่ได้ยินก็ยิ่งมองรุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะใช้สายตากดดันโทรทำนองว่า ‘มีอะไรอีกที่รุ่นพี่ยังไม่ได้บอกกับเธอ’ พลอยเองก็ได้แต่จนใจหยิบมือถือของเธอขึ้นมาเปิดคลิปวีดิโอเจ้าปัญหาให้กับรุ่นน้องของเธอได้รับชม โดยมีกิตติรับชมไปพร้อมๆกัน ส่วนโอ๊ตที่เห็นว่าปิดบังอะไรไปมันก็เท่านั้น ยิ่งถ้าปิดเป็นความลับกับคนอย่างนี้ สักวันมันอาจจะเกิดเรื่องก็เป็นไปได้ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องเพื่อเตรียมแป้งแพนเค้กที่จะทำในตอนเย็นหัวค่ำนี้ “ทำสัก 5 ชุดก็พอแล้วมั้ง” โอ๊ตกล่าว และคำนวณในหัวของตัวเอง จากเท่าที่ทำมันมานั้น 1 ชุดสามารถทำแพนเค้กได้ราวๆ 50 ชิ้นใหญ่ ราคาตกเฉลี่ย 30-40 บาท หากขายทั้งหมดผลตอบแทนจะอยู่ที่ 1,500-2,000 บาทเลยทีเดียว แต่พักหลังนี้มีแต่คนสั่งเฉพาะราคา 40 บาท นั่นก็เท่ากับว่าผลตอบแทนต่อ 1 ชุดจะอยู่ที่ 2,000 บาทเลยทีเดียว หากหักราคาต้นทุนต่อชุดเป็นค่าวัตถุดิบ 540 บาทต่อหนึ่งชุด ค่าบรรจุภัณฑ์ประมาณ 2 บาทต่อชิ้น(1ชุด 80 ชิ้น) ก็ 160 บาทต่อหนึ่งชุด ค่าแก๊ส และอื่นๆอีกเล็กน้อยเหมาเป็นชุดเลยก็ราวกับ 20 บาท รวมราคาต้นทุนทั้งหมด 720 บาทเท่านั้นเอง เท่ากับว่าค่าแรงของเขาคือ 2,000-720 = 1,280 บาทต่อชุดเลยทีเดียว ยิ่งคิดว่าตัวเองจะขายทั้งหมด 10 ชุด มันก็เท่ากับผลกำไรสุทธิที่มากถึง 12,800 บาทแล้ว มันก็ทำให้เขาแทบจะยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว ในขณะที่โอ๊ตกำลังลงมือผสมแป้งแพนเค้กของตัวเองอยู่นั้นเอง หญิง และกิตติที่ได้เห็นความอัศจรรย์พลังแห่งการรักษาของโอ๊ตก็ทำให้พวกเขาอึ้งจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ทั้งหลักฐานการตรวจเลือดเสียนั้นมันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีเลยว่าของเสียที่เกาะกินร่างกายของชุนตงมันถูกพ่นออกมาด้วยจนหมด“มันเป็นความจริงอย่างนั้นเหรอเนี่ย.. มันเป็นไปได้ยังไงที่เขาทำให้เชื้อโรค หรือสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกมาพร้อมกับเลือดเสียอย่างนี้ ดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาซะเลย..” หญิงก้มหน้าก้มตากล่าว เรื่องนี้มันเหนือสามัญสำนึกของเธอจริงๆ“ตอนแรกเองฉันก็ตกใจเช่นกัน ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ ก็เลยจะลองเชิงกับเขาดู.. แต่ก็โดนขู่ให้ปิดเป็นความลับน่ะ เฮ้อออ” พลอยกล่าวพร้อมกับมองไปที่กิตติอย่างหวาดระแวง เธอกลัวโดนอุ้มฆ่าจริงๆตอนนี้“ขู่แล้วยังไงล่ะรุ่นพี่ นี่คือเรื่องที่ยิ่งใหญ่ทางการแพทย์เชียวนะ เขาสามารถช่วยเหลือคนไข้ติดเตียงได้มากมาย ทั้งยังต่อชีวิตให้กับมนุษย์ที่ป่วยได้อีกหลายร้อยคนเพียงแค่เขาวาดมือเหมือนกับที่ทำให้คุณชุนตง และก็คนไข้บันยา..” หญิงกล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้พลอยนึกถึงตัวเองเมื่อชั่วโมงที่แล้วเลย มันไม่ต่างกันเลยจริงๆ นับว่าจิตวิญญาณแห่งแพทย์พวกเธอทั้งสองคนมีเหมือนกัน“ฉันก็พูดอย่างนั้นแหละ.. แต่ว่านะแพทย์แผนจีนนั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับ มีอีกหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้ เขาบอกกับฉันว่าเขาจะต้องแลกอายุขัย 1 ปีเพื่อรักษาคนไข้ 1 คน ไม่ว่าจะร้ายแรงหรือเบาบางแค่ไหนก็ตาม ฉันก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีน่ะ..” พลอยกล่าวเช่นนั้น หญิงก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ“มันจะมีเรื่องอย่างนั้นได้ยังไงกันเล่า หญิงว่านายนั่นต้องโกหกอย่างแน่นอน..”มันเป็นเรื่องที่ฟังยังไงก็ไม่ขึ้น เธอไม่ใช่คนหัวอ่อนเหมือนกับรุ่นพี่ของเธอ อะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ เธอก็จะไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด กิตติที่ได้ยินเช่นนั้น เขาเองก็ไม่มีข้อมูลในด้านนี้เลย ดังนั้นเขาต้องถามเอาจากผู้รู้ นั่นก็คือชุนตงนั่นเอง เขาไม่รอช้ากดสายไปหาชุนตงในทันที แน่นอนว่าผู้ยิ่งใหญ่โทรไปทั้งที มีหรือที่ชุนตงจะรับสายช้า“สวัสดียามเย็นขอรับท่านกิตติ.. ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้ตาแก่คนนี้รับใช้ขอรับ”ชุนตงเอ่ยอย่างสุภาพ ถึงมันจะเป็นอะไรที่น่าสงสัยสำหรับสองสาวก็ตาม พวกเธอยังไม่รู้ว่ากิตตินั้นเป็นใคร จึงได้แต่ขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมคนอย่างชุนตงที่ใหญ่คับเมืองขนาดนั้นถึงได้กล่าวสุภาพกับชายคนนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เวลาที่พวกเธอจะต้องมาสนใจอะไรเรื่องนั้น เพราะคำถามที่ถูกยิงไปโดยกิตตินั้นมันน่าสนใจมากกว่า“ชุนตง.. แกรู้ใช่ไหมว่าการรักษาของคุณชายนั้น เขาต้องแลกอายุขัยของเขา 1 ปีเพื่อรักษาแกน่ะ” กิตติกล่าวถาม และเหมือนว่าเขาจะเข้าใจแล้วว่าทำไมชุนตงถึงได้ยอมสาบานเป็นข้ารับใช้ให้กับคุณหนูของเขา มันเป็นเพราะสิ่งแลกเปลี่ยนที่หาที่ใดเปรียบไม่ได้อย่างนี้นี่เอง“ครับ.. ผมเองก็พอจะทราบเรื่องนี้เช่นกัน.. แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะกินอายุขัยของคุณชายไปมากถึง 1 ปีเช่นนี้ ชุนตงผู้นี้ช่างน่าละอายจริงๆที่ยังไม่ได้ตอบแทนคุณชายให้เป็นชิ้นเป็นอันเลยขอรับ..”