คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 30 ทำลายชื่อเสียงเขาเท่ากับสังหารข้า

            นี่เป็นครั้งแรกหลังหลอมจิตสำเร็จที่ซูฉางอันระเบิดพลังทั้งหมดที่มีออกไปอย่างเต็มที่เช่นนี้

            พลังดาบที่ทรงพลังราวกับมีตัวตนและจับต้องได้หมุนวนอยู่รอบตัวซูฉางอันพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            ซูฉางอันมีสีหน้าราบเรียบและใจเย็นแม้ตรงหน้าจะเป็นกลุ่มคนที่พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยความทรงพลังราวกับสัตว์ร้ายก็ตาม

            เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นทั้งเจ็ดก็อยู่ห่างจากซูฉางอันเพียงไม่ถึงเมตรแล้ว ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ซูฉางอันก็เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายในที่สุดเขากระโดดขึ้นสูงแล้วยกดาบขึ้นเหนือหัวขณะที่ตัวดาบก็เกิดประกายแสงที่แสนแสบตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “คำราม!” เขาระเบิดเสียงดังลั่นพลันพลังแห่งคมดาบและเปลวเพลิงก็ถูกดูดกลับไปรวมกันปานถูกพลังบางอย่างร้องเรียกอย่างกะทันหันเช่นนั้น เพียงชั่วพริบตาเดียวพลังเหล่านั้นก็เรียงซ้อนกันอยู่บนคมดาบของซูฉางอันราวกับมีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

            แสงที่เปล่งประกายออกมาจากคมดาบของเขาสว่างเจิดจ้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม...

            วินาทีนั้น คล้ายกับว่าเวลาถูกหยุดลงทุกคนในห้องโถงต่างก็แหงนหน้าขึ้นไปมองชายหนุ่มที่ยกดาบขึ้นสูงด้วยความตกตะลึงร่างของเขาค่อนข้างผอมบาง ใบหน้าแฝงไปด้วยกลิ่นอายของการเป็นหนอนหนังสือแต่ในขณะเดียวกัน คนผู้นี้ก็ช่างสว่างไสวเหลือเกินเจิดจ้าราวกับดวงดาวบนท้องนภาเลยก็ว่าได้

            ภาพเหตุการณ์กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งร่างของซูฉางอันดิ่งลงบนพื้นดินอย่างรุนแรง เขารวดเร็วมากเหลือเกินคล้ายกับฝนดาวตกที่พุ่งตัดผ่านท้องนภาเช่นนั้นยังไม่ทันที่การโจมตีของคนทั้งหลายจะถึงตัวซูฉางอันก็เหวี่ยงดาบลงบนพื้นดินเบื้องหน้าทั้งเจ็ดอย่างแรงแล้ว

            ถูกต้องแล้วเป้าหมายของซูฉางอันไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งในบรรดาศิษย์ทั้งเจ็ดที่กำลังพุ่งฝ่าอากาศเข้ามาโจมตีแต่เป็นพื้นดินต่างหาก

            ตู้ม!

            เสียงหนึ่งระเบิดขึ้นกลางโถงใหญ่

            คลื่นพลังที่สุดแสนจะมหาศาลกระจายออกไปทั่วบริเวณพื้นโถงที่ทำมาจากหินอ่อนแตกออกจากกันอย่างต่อเนื่องรอยแยกมากมายพุ่งเลื้อยไปรอบด้านปานงูอสรพิษ

            ตู้ม!

            เกิดเสียงดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝูงคนภายในห้องโถง พื้นหินที่อยู่ในรัศมีสิบเมตรรอบตัวซูฉางอันแหลกสลายกลายเป็นผุยผงไปในพริบตาทันใดนั้น โถงขนาดใหญ่ก็มีฝุ่นธุลีลอยคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมดเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างของคนทั้งหลายลอยถลาออกมาจากฝุ่นละอองแล้วร่วงลงในฝูงชนด้วยสภาพสะบักสะบอมอย่างต่อเนื่อง

            ร่างที่ลอยถลาออกมามีทั้งหมดเจ็ดร่างอย่างพอดิบพอดี เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นยอดอัจฉริยะทั้งเจ็ดที่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของอันดับมนุษย์ ซึ่งประลองกับซูฉางอันเมื่อครู่นั่นเอง

            ฝูงชนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความตื่นตะลึงกันถ้วนหน้าเอาชนะหยวนต้งคุนมาได้ ยังอ้างว่าเป็นเพราะหยวนต้งคุนมีฝีมือไม่สมกับระดับพลังได้แต่แม้ยอดฝีมือทั้งเจ็ดจะลงมือพร้อมกันก็ยังถูกซูฉางอันโจมตีจนล่าถอยออกมาได้ภายในกระบวนเดียวเท่านั้นเรื่องนี้จะอธิบายว่าอย่างไร?

            ฝุ่นควันสลายหายไปทุกคนเพ่งมองเข้าไปอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่กลางโถงได้อย่างชัดเจนเสียที

            เขาถือดาบเอาไว้ในมือขณะสองขาก็ยืนตระหง่านอยู่บนพื้นที่เสียหายยับเยิน

            พลังแห่งคมดาบลอยวนเวียนอยู่รอบตัวเปลวเพลิงลุกโชน ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันร่างกาย

            เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองมาที่คนทั้งหลายด้วยดวงตาที่เปล่งประกายไปด้วยความใสสะอาด

            “ถึงตาเจ้าแล้ว!” เขาชี้ดาบไปที่ตู้หงฉาง แล้วกล่าวขึ้น

            ตู้หงฉางถึงกลับเผลอก้าวถอยกลับไปโดยสัญชาตญาณก่อนหน้านี้เขายังมั่นใจว่าตนสามารถเอาชนะคนตรงหน้าไปได้อย่างแน่นอน ทว่าบัดนี้ความทรงอำนาจขณะเอาชนะยอดฝีมืทั้งเจ็ดของซูฉางอันทำให้เขาสูญเสียความกล้าที่เคยมีไปเสียสิ้น

            “เจ้าไม่สู้กับข้ารึ?” ซูฉางอันมองดูตู้หงฉางด้วยคิ้วขมวดมุ่นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมตู้หงฉางถึงไม่กล้าสู้กับตน ทั้งๆที่ทุกคนล้วนอยากจะสู้กับตนทั้งนั้น

            สายตาของฝูงชนต่างพากันจับจ้องไปที่ตู้หงฉางเป็นตาเดียวซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกอับอายเหลือทน จากการถามตัวเอง เขารู้ว่าหากเมื่อครู่คนที่เผชิญหน้ากับยอดฝีมือเจ็ดคนนั้นเป็นตน ตนย่อมไม่มีทางเอาชนะมาได้เป็นแน่ทว่าซูฉางอันกลับเอาชนะคนเหล่านั้นได้ในกระบวนท่าเดียวเท่านั้น มันเร็วมากเร็วจนเขาไม่มีเวลามาครุ่นคิดด้วยซ้ำว่าเพราะเหตุใดผู้ที่มีพลังเพียงระดับหลอมจิตถึงมีพลังแข็งแกร่งเช่นนั้นได้ บัดนี้สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในใจของเขามีเพียงความหวาดกลัวจากห้วงลึกสุดของหัวใจเท่านั้น

            ถูกต้อง เขาไม่กล้ารับศึก คำถามของซูฉางอันเป็นเหมือนคมดาบที่พุ่งเข้ามาทิ่มแทงอย่างจังเขาไม่มีความกล้ามากพอจะมองหน้าซูฉางอันตรงๆ ด้วยซ้ำได้แต่ก้มหน้าก้มตาและปิดปากเงียบมีสภาพไม่ต่างไปจากไก่ชนที่สั่นกลัวหลังแพ้ศึกไม่ผิดเพี้ยน

            ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้ชายชราถอนหายใจแล้วส่ายหน้าขึ้น ตู้หงฉางเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักปาฮวงในยามปกติ เขาที่มีนิสัยผยองและไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตามักจะข่มขู่ รังแกศิษย์รุ่นเดียวกันอยู่เป็นนิจทว่าในตอนนี้ซูฉางอันที่มีพลังเพียงระดับหลอมจิตกลับทำให้เขามีสภาพน่าสมเพชได้ถึงเพียงนี้อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องพละพลังและการฝึกฝนวิชาเลย ลำพังแค่ความใจกล้าของซูฉางอันก็เอาชนะตู้หงฉางไปได้มากแล้ว ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าสำนักปาฮวงแข็งแกร่งพอที่จะชิงตำแหน่งสำนักอันดับหนึ่งของเมืองฉางอันมาจากสำนักเทียนหลานที่ครองตำแหน่งนี้มานานนับร้อยปีได้หรือไม่

            ก่อนหน้านี้เป็นมั่วทิงอวี่ตอนนี้ก็เป็นซูฉางอันอีก สำนักเทียนหลานช่างเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ...ชายชรานึกชื่นชมอย่างอดไม่ได้

            เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วพูดกับซูฉางอัน “คุณชายซูมีฝีมือเก่งกาจศิษย์หยาบช้าจากสำนักปาฮวงของเราจะกล้าช่วงชิงตำแหน่งกับคุณชายได้อย่างไร” แม้จะรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่ตู้หงฉางแสดงออกมาแต่อย่างไรเสีย เขาก็เป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักปาฮวงชายชราจึงจำต้องพูดช่วยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงนั่นเอง

            เมื่อได้ยินดังนั้นตู้หงฉางก็ก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิม เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าสายตาที่คนรอบด้านมองมามีความหยามเหยียดและดูถูกแฝงอยู่มากมายขนาดไหนเขาเป็นถึงบุตรของเทพนักรบแห่งแผ่นดินต้าเว่ยเคยต้องอัปยศเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน เขากำหมัดแน่นจนเกิดเสียงดังจากกระดูกแต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีความกล้าที่จะรับคำท้าประลองจากซูฉางอันอยู่ดี

            “ข้าต้องสู้กับเขาให้ได้” หลังฟังจบ ซูฉางอันก็ส่ายหน้าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาจ้องไปที่ตู้หงฉางซึ่งขณะนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาและปิดปากเงียบไม่แม้แต่จะปรายตามองชายชราเลยด้วยซ้ำ

            “เจ้า!” ชายชราระเบิดความโกรธขึ้นมาทันที เขามีตำแหน่งสูงส่งถึงเพียงนี้ที่ผ่านมา เขาเคยพูดกับเด็กรุ่นหลังด้วยน้ำเสียงและคำพูดเช่นนี้เสียที่ไหน ตอนนี้ทั้งที่เขาอุส่าห์ยอมอ่อนข้อเป็นครั้งแรกของชีวิตแล้วแต่ซูฉางอันก็ยังไม่ยอมความอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาเลยด้วยซ้ำ

            “เจ้าหนุ่ม! อย่าบีบคั้นกันมากเกินไป” สายตาของเขาเย็นยะเยือกลงในพริบตาน้ำเสียงเองก็เช่นกัน

            ผู้คนรอบๆ มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปตามๆกัน พวกเขารู้เรื่องความอำมหิตของชายชรากันหมดทุกคนคนผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความลำเอียงแก่พวกเดียวกันและรักหน้าตาตัวเองเป็นที่สุดทั้งๆ ที่เขายอมอ่อนข้อให้แล้วแต่เจ้าหนุ่มซูฉางอันก็ยังไม่พอใจแล้วจบเรื่องลงเพียงเท่านี้เกรงว่าเรื่องในวันนี้จะจบไม่สวยเสียแล้ว

            เมื่อได้ฟังดังนั้นซูฉางอันจึงหันหน้าไปหาชายชราในที่สุดเขามองเข้าไปในดวงตาคมเฉียบของชายจมูกอินทรีอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยงพลันแสงที่ประกายอยู่ในดวงตาของซูฉางอันก็ทำให้ชายชรารู้สึกอึ้งไปอย่างประหลาด

            “อาจารย์ของข้าจากไปแล้ว” ซูฉางอันพูดขึ้น เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันของเขาคล้ายกับหิมะที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องนภา ทั้งใสสะอาดและเย็นเยียบ

            “คนตายไปแล้วที่เหลืออยู่ก็มีเพียงชื่อเสียงเท่านั้น “

            “หยามเกียรติเขา ก็เท่ากับปลิดชีวิตข้า!” เสียงของเด็กหนุ่มดังกระหึ่มไปทั่วโถงเขามองไปรอบๆ พลางพูดด้วยเสียงทรงพลัง

            จากนั้น เขาก็มองไปที่ชายชราแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง “ดังนั้นข้าต้องสู้กับเขาให้ได้” ครั้งนี้เขายกดาบในมือขึ้น พลันพลังแห่งคมดาบและเพลิงศักดิ์สิทธิ์ก็หมุนวนอยู่รอบตัวดาบในที่สุด ชายหนุ่มที่มีรูปร่างผอมบางคนนี้ก็เผยเขี้ยวเล็บต่อหน้าทุกคนเป็นครั้งแรก

            ชายชรามีสีหน้าบูดบึ้งลงเรื่อยๆเขาสัมผัสได้ว่าซูฉางอันไม่ได้อ่อนแออย่างที่เห็น ดูจากภายนอกแล้วเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีส่วนที่โดดเด่นไปจากคนอื่นเลยคล้ายเป็นเพียงหนอนหนังสือธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น หากไปยืนรวมอยู่ในฝูงคนไม่มีทางที่ใครจะสังเกตเห็น หรือมองเขาเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอนทว่าความจริงแล้ว เขาอ่อนนอกแข็งใจ นิสัยลึกๆ ของเขามีความดื้อรั้นที่ยากจะควบคุมแฝงอยู่

            เขาพูดอีกครั้งด้วยเสียงต่ำ “งานหลอมดาวมีกฎระเบียบของงานที่ผ่านมา มีเพียงคนอื่นๆ เท่านั้น ที่สามารถท้าประลองกับจอมดาราได้ ไม่เคยมีจอมดาราคนไหนท้าประลองกับผู้มาร่วมงานสักคนอีกอย่าง เรื่องการประลองเป็นเรื่องที่ต้องยินยอมกันทั้งสองฝ่ายแล้วเจ้าจะดื้อด้าน ทำตามใจตัวเองได้อย่างไร”

            เขากัดฟันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นดุดัน เห็นได้ชัดว่าคนชราพยายามเก็บกลั้นความรู้สึกโกรธของตัวเองอย่างสุดความสามารถแล้วหากซูฉางอันยังไม่รักดี ไม่ยอมอ่อนข้ออีกล่ะก็ เช่นนั้นเขาจะไม่สนเรื่องกฎระเบียบและจัดการสั่งสอนเจ้าหนุ่มคนนี้อย่างสาสมเลย

            “ศิษย์น้อง!” เพราะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่น่าตึงเครียดราวกับลูกระเบิดที่อาจถูกจุดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ เซี่ยโหวฟ่งอวี้จึงเดินแหวกออกมาจากฝูงคนนางต้องการจะกล่อมให้ซูฉางอันยอมความนั่นเอง ตาแก่คนนี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะต่อกรได้ ด้วยพลังที่มีในตอนนี้หรอกนะ

            ยังไม่ทันที่นางจะได้พูดอะไรซูฉางอันก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อน

            เขาพยักหน้าแล้วพูดเสียงแผ่วราวกำลังพึมพำอยู่กับตัวเอง “ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล” ราวกำลังเคร่งเครียดกับอะไรบางอย่างซูฉางอันเกาหลังหัวตัวเอง จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “ดูเหมือนนั่นจะผิดกฎจริงๆ ”

            เซี่ยโหวฟ่งอวี้เบาใจได้ในที่สุดนางล่ะกลัวว่าศิษย์น้องคนนี้จะใจร้อนจนไปมีเรื่องมีราวกับชายชราตรงหน้าเสียจริง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นความโกรธบนใบหน้าชราจึงทุเลาลงในที่สุด

            “แบบนี้ก็แสดงว่าข้าเป็นจอมดาราแล้วใช่ไหม?” จู่ๆซูฉางอันก็ประกายความสดใสขึ้นทางใบหน้า แล้วกล่าวถามขึ้น

            “อืม ในเมื่อไม่มีใครกล้าท้าประลองอีกเจ้าก็คือจอมดาราอย่างแท้จริงแล้ว” ชายชราตอบออกไปอย่างไม่ได้คิดทว่าทันทีที่พูดจบ เขาก็หัวใจกระตุกวูบ แย่แล้ว...

            “ในเมื่อได้เป็นจอมดารา ตามกฎแล้วสำนักปาฮวงต้องทำตามคำข้อของข้าหนึ่งข้อใช่หรือไม่?” 

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399