ตอนที่ 44: ผู้ต้องหาร่วมคดีราคะ
ความสั่นสะท้านในหัวใจยามต้องปั้นหน้ายิ้มประสานสายตากับนรินทร์ที่เดินเข้ามาหาในห้องทำงานอัยการ ฉันต้องทนจำใจเป็นนกต่อล่อลวงเพื่อนร่วมงานผู้แสนดีเข้าสู่อาณาจักรบาปของลุงชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่ครอบครองทั้งเรือนร่างและจิตวิญญาณของฉันไปเสียแล้วในห้องศาลจำลองใต้ดินคืนนั้น ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา สมองของฉันคิดถึงแต่สัมผัสร้อนผ่าวป่าเถื่อนของลุงนนท์ รสรักอันหนักหน่วงดิบจัดดังก้องในโสตประสาท ทุกครั้งที่ฉันนั่งพิจารณาคดีหรืออ่านข้อกฎหมาย ฉันกลับเห็นแต่ภาพค้อนไม้พิพากษาของลุงนนท์ที่เคาะดังสนั่น และภาพร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองที่แอ่นรับแก่นกายใหญ่โตของเขาท่ามกลางผนังซับเสียงที่ตัดขาดทุกสิ่งจากโลกภายนอก
มันเป็นความรู้สึกบาปหนาและรัญจวนใจอย่างที่สุด ฉันรู้ตัวดีว่าไม่มีวันหลุดพ้นจากบ่วงราคะนี้ได้อีกแล้ว และตอนนี้... ฉันต้องทำตามคำสั่งบงการของเจ้าชีวิตมืด โดยการดึงนรินทร์เข้ามาร่วมรับบาปด้วยกัน
"ณิชา... มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ เห็นคุณแชตมาบอกว่าพบเบาะแสสำคัญคดีรัฐมนตรีวิทูร" นรินทร์เอ่ยถามเสียงเบาพลางปิดประตูห้องทำงานอย่างระมัดระวัง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนห่วงใยเช่นเคย เขายื่นแก้วชานมไข่มุกร้านโปรดของฉันมาวางบนโต๊ะ ท่าทางแสนดีและดูแลใส่ใจของเขายิ่งบีบคั้นขยี้ความรู้สึกผิดในใจฉันให้ทำงานหนักขึ้น
ฉันแสร้งทำเป็นหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาบังหน้า ทว่าฝ่ามือบางกลับสั่นระริกจนต้องกำปากกาในมือไว้แน่นเพื่อซ่อนความรู้สึกผิดบาป "ค่ะพี่นรินทร์... ณิชาพบว่าสัญญาจ้างปรับปรุงระบบเสียงลับที่คฤหาสน์ของชานนท์มีบันทึกการจ่ายเงินทุจริตนอกระบบซ่อนอยู่ในแผงควบคุมหลักที่บ้านของเขา ชานนท์แอบเก็บไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นไว้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ระบบบ้านอัจฉริยะชั้นใต้ดินของเขาเอง ซึ่งลิงก์ตรงกับบัญชีฟอกเงินของวิทูร"
นรินทร์ขมวดคิ้ว นิ้วเคาะโต๊ะทำงานคิดหนัก สีหน้าเคร่งเครียด "คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ณิชา? มันเสี่ยงมากนะที่คุณเข้าไปพบนัดคุยกับเขาคราวก่อน ชานนท์เป็นคนเจ้าเล่ห์และมีเครือข่ายกว้างขวาง พี่ไม่อยากให้คุณเอาตัวเองเข้าไปยุ่งโดยลำพังอีก"
"ชานนท์เป็นคนเอ่ยปากท้าทายณิชาเองค่ะ" ฉันโกหกคำโตตามบทบาทที่ลุงนนท์สั่งการไว้กึ่งหนึ่ง "เขาอ้างว่าระบบความปลอดภัยของเขาไม่มีใครเจาะได้ ณิชาเลยคิดว่าวันศุกร์นี้ช่วงค่ำ ซึ่งเป็นเวลาที่แม่บ้านและคนดูแลกลับบ้านหมดแล้ว เราสองคนควรจะลอบเข้าไปตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์นั่นด้วยกัน พี่นรินทร์... พี่เคยบอกว่ารักและอยากปกป้องณิชาไม่ใช่เหรอคะ? พี่จะช่วยณิชาจับกุมคนชั่วและก้าวผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันใช่ไหมคะ?"
ฉันช้อนสายตาปรือหวานฉ่ำแฝงรอยอ้อนวอนสบตานรินทร์ตรงๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ฉันรู้ดีว่ารุ่นพี่คนนี้ไม่มีวันปฏิเสธได้เลย นรินทร์จ้องมองดวงตาของฉัน แววตาของเขาสั่นไหวรุนแรงด้วยความรักที่เก็บซ่อนมานานปี เขาเอื้อมมือมากุมมือที่สั่นเทาของฉันไว้แน่นช้าๆ สัมผัสอุ่นร้อนผ่าวจากมืออัยการผู้แสนดีทำเอาหัวใจของฉันบีบรัด
"ตกลงครับณิชา... พี่จะไปกับคุณด้วย เราจะเข้าไปเอาเบาะแสนั้นมาทำคดีวิทูรด้วยกัน พี่สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้คุณเผชิญอันตรายคนเดียวเด็ดขาด" นรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสัตย์ซื่อเด็ดเดี่ยว
ความรู้สึกผิดบาปแล่นพล่านในตัวฉัน ทว่าความเสียวซ่านและไฟราคะลับที่จินตนาการถึงเหตุการณ์ค่ำวันศุกร์กลับยิ่งกระตุ้นเร้าจนช่องท้องของฉันสั่นเกร็ง ร่องรักตื่นตัวเปียกชื้นจนฉันต้องลอบสูดลมหายใจเพื่อข่มอารมณ์ใคร่
ในที่สุด ค่ำคืนวันศุกร์แห่งคำตัดสินสวาทก็มาถึง
สายลมหนาวพัดโชยใบไม้ไหวส่งเสียงซวนเซอยู่ภายนอกคฤหาสน์หรูทรงโมเดิร์นยามวิกาล ฉันและนรินทร์ใช้กุญแจคีย์การ์ดสำรอง (ที่ลุงนนท์จงใจตั้งระบบอนุมัติผ่านเข้ามาราวกับการลอบเร้นอย่างแนบเนียน) ก้าวเดินผ่านประตูข้างบ้านเข้าสู่ความเงียบงันสลัวรางภายในคฤหาสน์ นรินทร์เดินถือไฟฉายคอยระแวดระวังภัยให้ฉันอยู่เบื้องหน้า แสงไฟฉายสไลด์เป็นเส้นตรงฝ่าความมืดสลัว
"เงียบเกินไปนะณิชา... บ้านระดับนี้ไม่มีรปภ. เลยเหรอ ระบบเตือนภัยก็นิ่งสนิทแปลกๆ" นรินทร์กระซิบถามเสียงสั่น แขนของเขาเกร็งกุมข้อมือฉันไว้แน่น
"ชานนท์เขาชอบความเป็นส่วนตัวค่ะ ค่ำวันศุกร์เขาจะปิดระบบแจ้งเตือนและปล่อยให้ระบบเสียงอัตโนมัติทำงานอย่างเดียว" ฉันตอบเสียงแผ่วเบา นำทางนรินทร์ก้าวลงบันไดวนสู่ชั้นใต้ดินจนมาหยุดยืนหน้าประตูเหล็กบานหนาหนักของห้องศาลจำลอง
ประตูไฮดรอลิกเลื่อนเปิดออกช้าๆ ราวกับอ้าปากรับเหยื่อ ทั้งสองก้าวเดินเข้าไปในห้องพิจารณาคดีสลัวรางที่มีแต่โครงสร้างไม้สีดำและผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้มดูลึกลับ นรินทร์รีบเดินเข้าไปส่องไฟฉายหาเซิร์ฟเวอร์ระบบคอมพิวเตอร์หลังแท่นพิจารณาคดีอย่างร้อนรน
ทันใดนั้น... ประตูเหล็กกลไกบานหนาด้านหลังก็ดิ่งเลื่อนปิดล็อกตัวเองเสียงดัง ฉับ!
นรินทร์สะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปวิ่งผลักประตูแต่ไร้ผล ความเงียบงันระดับห้องซับเสียงปิดกั้นเสียงภายนอกบีบคั้นประสาทสัมผัสจนอื้ออึง ก่อนที่แสงไฟสปอตไลท์สีเหลืองนวลบนแท่นพิจารณาคดีจะสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นร่างสูงภูมิฐานของชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีที่นั่งพิงเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ของตุลาการ สวมแว่นตาดูดี สวมเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินสีแดงเข้มจ้องมองพวกเราด้วยรอยยิ้มละมุนทว่าทรงอำนาจเหนือกว่าดุจราชา
"ยินดีต้อนรับครับคุณอัยการนรินทร์... และยินดีต้อนรับกลับบ้านครับหนูณิชาคนสวยของอา" เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นของนนท์เอ่ยขึ้นเบาๆ
"ชานนท์! ปล่อยพวกเราออกไปเดี๋ยวนี้! คุณกำลังทำอะไร!" นรินทร์ตวาดก้าวขึ้นบังหน้าฉันอย่างปกป้อง ยื่นไฟฉายชี้หน้าสถาปนิกใหญ่
นนท์กระตุกยิ้ม หยิบลำโพงคอนโทรลขึ้นมากดปุ่มเบาๆ ทันใดนั้น หน้าจอแอลอีดีขนาดใหญ่ด้านหลังก็ฉายภาพเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้ง... มันคือภาพของฉัน ณิชารีย์ อัยการสาวตงฉินเปลือยเปล่าแอ่นสะโพกครางระเส่าเสียงหวานครวญครางลามกยอมจำนนสยบแทบเท้าลุงนนท์ โดนกระแทกกระทั้นอย่างดิบเถื่อนอยู่บนแท่นศาลจำลองนี้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ภาพความร่านร้อนรักร่วมเพศของฉันถูกฉายซ้ำต่อหน้าสายตาของนรินทร์อย่างชัดเจนทุกท่วงท่า
นรินทร์จ้องมองจอตาค้าง ตัวแข็งทื่อราวกับโดนสายฟ้าฟาด ไฟฉายในมือล่วงหล่นลงพื้นพรมกำมะหนี่สีแดงเข้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ช็อก และผิดหวังแสนสาหัส "ณิชา... นี่มัน... คุณ... กับชานนท์..."
นรินทร์หันกลับมามองฉันด้วยแววตาปวดร้าว ฉันแสร้งทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นพรม ปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นแสร้งยอมรับความจริงสั่นสะท้าน "พี่นรินทร์... ณิชาขอโทษ... ณิชาสู้ความเสียวซ่านสัมผัสบงการของคุณอาชานนท์ไม่ได้... มันเสียวร่องรูเหลือเกินพี่... ณิชายอมจำนนสยบรักให้ลุงนนท์หมดแล้ว..."
"ณิชา! คุณทำแบบนี้ได้ยังไง! คุณเป็นอัยการนะ!" นรินทร์ตวาดเสียงสั่นน้ำตาคลอเบ้า มือหนาสองข้างกุมขมับอย่างสับสน
นนท์ก้าวลงจากแท่นพิพากษาช้าๆ ถอดแว่นตาออกเผยแววตาคมกริบของเสือร้าย กระซิบเสียงทุ้มพร่าข้างหูนรินทร์ "ยอมรับความจริงเถอะนรินทร์... ณิชาเขาโหยหาความดิบเถื่อนและการสยบยอมในเงามืดนี้มานานแล้ว และคุณเอง... ก็แอบรักแอบโหยหาเรือนร่างสวยร่านร้อนของเธอคนนี้มาตลอดไม่ใช่หรือครับ? อาขอเสนอทางเลือก... เข้ามาร่วมเครือข่ายสมาคมลับเพื่อความก้าวหน้า และร่วมครอบครองเสพสุขกับเรือนร่างของณิชาในความมืดนี้ชั่วนิรันดร์ดีกว่าปฏิเสธแล้วจบอนาคตอัยการในตึกนี้ครับ"
คำชักชวนแฝงตัณหากิเลสบวกกับภาพเคลื่อนไหวสุดเสียวซ่านบนจอภาพ ปลุกปั่นอารมณ์รักแรงใคร่ของนรินทร์ที่สะสมมาหลายปีให้ระเบิดออก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่ระทึก แววตาสั่นไหวแปรเปลี่ยนจากโกรธแค้นเป็นตัณหาพลุ่งพล่านจับจ้องสะโพกกลมกลึงเต่งตึงของฉันที่บิดส่ายระริกอยู่บนพื้นพรม
"ถ้านรินทร์อยากเข้าร่วมสมาคมและได้กอดณิชา... จงหยิบเชือกเส้นนี้มัดข้อมือของเธอขึงกับแท่นพยานเพื่อแสดงการจำยอมต่อกติกาของอาสิคะ" นนท์ยื่นม้วนเชือกไหมสีแดงเข้มปะทะสายตา
นรินทร์สั่นเทิ้มกุมมือแน่น กลิ่นคาวตัณหาความต้องการแล่นเข้าครอบงำจิตสำนึกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ นรินทร์ก้าวเดินมาหาฉันด้วยแววตาคลั่งหึงและตัณหาร้อนแรง เขาฉุดกระชากตัวฉันขึ้นมาด้วยแรงผู้ชาย ดันตัวฉันพิงกับเสาไม้คอกพยาน จับรวบข้อมือเรียวสวยของฉันมัดโยงขึงตึงแน่นด้วยความตึงเครียดปนตัณหาป่าเถื่อนพุ่งพล่าน!
"อ๊า... พี่นรินทร์... มัดแน่นเกินไป... ณิชาเจ็บข้อมือ... อื้อ... เสียวเหลือเกิน..." ฉันครางกระเส่าเสียวซ่านสะบัดสะโพกรับสัมผัสรุนแรงดิบจัดของรุ่นพี่ แรงมัดบีบรัดข้อมือทำให้ร่างกายร้อนผ่าวราวกับโดนไฟแผดเผา นรินทร์โน้มใบหน้าชิดซอกคอฉัน ลมหายใจหอบถี่ร้อนแรงสะท้อนกิเลสตัณหาในหัวใจอันหวั่นไหวของเขา
"มัดขึงตึงแน่นไว้แบบนั้นแหละค่ะนรินทร์... มัดเงื่อนตายโยงไว้กับคอกพยานเลยค่ะเด็กดี" ลุงนนท์กระซิบสั่งเสียงทุ้มพร่าบงการเกมรักสะใจ นรินทร์ปฏิบัติตามอย่างเชื่องช้าทว่าดุดัน ขึงแขนสองข้างของฉันตึงแยกออกกว้าง ร่างเปลือยเปล่าของฉันที่ไร้สิ่งใดปกปิดนอกจากชุดชั้นในลูกไม้สีดำสั่นระริกท้าทายสายตาชายทั้งสอง
นนท์ขยับก้าวเข้ามาเบื้องหลัง ปลดเข็มขัดและสลัดเสื้อผ้ากางเกงหลุดร่วงไปกองกับพื้น เผยท่อนเอ็นใหญ่โตอุ่นร้อนขึงขังตื่นตัวตระหง่านเด่นชัดสมกับเป็นผู้คุมอำนาจราคะวัย 52 ปี ก้าวขึ้นประชิดแผ่นหลังเนียนขาวและสะโพกงอนงามขาวผ่องของฉันที่เตรียมพร้อมรับศึกพายุราคะ 3P ในความมืดใต้ร่มเงามืดมิดของสมาคมอย่างลุ้นระทึกเสียวเกร็ง!