จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 158 ค่ายฝึกฝนร่างกายของไป่ฉี 1 Re

            ตี 5 ไป่ฉีตื่นขึ้นมาก็รีบขนของออกไปให้เงียบที่สุดเพราะเมิ่งชิงชิงยังคงหลับอยู่  ของที่เป็นเสบียงนั้นไป่ฉีได้นำมันออกไปก่อน  ส่วนวิธีการเอาออกไปก็คือการนำมันเก็บเข้าแหวนมิติแล้วเดินออกไปตรงจุดที่เขานัดรถให้มาจอด  จากนั้นจึงนำเอาของทั้งหมดออกมาวางกองไว้  ก่อนจะโทรปลุกเมิ่งชิงชิง


            [เว่ย  เมิ่งชิงชิงพูดสายค่า] เมิ่งชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังงัวเงียอยู่


            “นี่มันตี 5 แล้วนะครับ  นัดรถไว้ตอน 6 โมงเช้า  เดี๋ยวเราต้องแวะไปรับเพื่อนของผมอีกน้า” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงสดใส


            [เอ๋ แล้วนี่นายอยู่ไหนเนี่ย] เมิ่งชิงชิงถาม


            “ผมขนของออกมารอข้างนอกแล้วครับ  พวกกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อกับแม่แล้วก็พี่  ผมก็เอาออกมาแล้ว  ฝากปลุกพ่อกับแม่ด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะตัดสายไป


            หลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาจากห้องเช่าที่ครอบครัวไป่ฉีอาศัยอยู่  เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้าพ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงก็ขึ้นรถบ้านที่พวกเขาจ้างมา  ไปรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี  ระหว่างทางทุกคนต่างก็นอนหลับกันต่อเพราะต้องตื่นมากันตั้งแต่เช้า  เมื่อถึงช่วงเที่ยง  รถบ้านก็มาจอดลงที่ตีนภูเขาที่จะใช้ฝึก  พวกไป่ฉีลงมาจากรถบ้านมายืนเส้นสาย  บิดขี้เกียจกันใหญ่


            “จากนี้ฉันจะแบ่งงานกันนะ  คุณพ่อกับคุณแม่  หัวหน้าห้อง กับพี่ชิงชิง ผมขอฝากเรื่องอาหารด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “วางใจเถอะไป่ฉี  เหม่ยเอ๋อทำอาหารอร่อยนะ” ต้าถงยืดอกพูดอย่างภูมิใจ  ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเขาแซวว่าต้าถงเป็นพวกชอบอวดแฟน


            “ต่อไปคือกลุ่มของต้าถง  ซื่อเฉิง  ซีหยาน และไป๋หู่” ไป่ฉีกล่าวจบก็ไปหยิบเอาถังน้ำจำนวนมากออกมา  และยังมีตะกร้าหวายสำหรับสะพายหลังหลายใบอีกด้วย


            “ทุกวันตอน 6 โมงเช้า  สิ่งที่พวกนายต้องทำก็คือไปหาบน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขามาเติมให้เต็มถังน้ำใบใหญ่ทั้ง 10 ใบนี้  จากนั้นก็ไปหาฟืนมาใส่กล่องนี้ให้เต็ม  ถ้าครบแล้วจะเป็นเวลาพักให้พวกนายไปอาบน้ำ และทานข้าว  แล้วเราถึงจะเริ่มฝึกกันถึงเที่ยงก็จะพักทานข้าวเที่ยงแล้วฝึกต่อจนถึงเย็น  เราก็จะพักทานข้าวเย็น  หลังข้าวเย็นพวกนายถึงจะได้พักผ่อนตามสบาย  ทุกคนเข้าใจนะ” ไป่ฉีอธิบายกำหนดการณ์ให้ฟัง


            “หิ้วน้ำ  หาฟืน  มันจะไม่หนักไปเหรอ  พวกเราต้องขึ้นไปยอดเขาเพื่อเอาน้ำลงมาเนี่ยนะ” ต้าถงถาม


            “ฮี่ ฮี่ จะแค่ไหนกันเชียว” ไป๋หู่ยกยิ้มขึ้น


            ‘ห้ามใช้ปราณนะไป๋หู่  นายด้วยซีหยาน’ ไป่ฉีส่งปราณบอกเงื่อนไขนี้ให้กับไป๋หู่และหลี่ซีหยาน


            “เข้าใจล่ะ” หลี่ซีหยานพยักหน้า


            “ไป่ฉี  นายเอาจริงเหรอ” มู่ซื่อเฉิงยิ้มแหยง ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์  เขาเคยเดินขึ้นเขาสูงมาก่อน  ดังนั้นจึงรู้ดีว่ามันเหนื่อยขนาดไหน  ขนาดตอนนั้นเขาเดินขึ้นภูเขาตัวเปล่า และจ้างลูกหาบให้ช่วยขนของให้ยังเหนื่อยแทบตายเลย


            “แต่ว่าพวกฟืนกับน้ำพวกนี้มีอยู่ก่อนแล้ว  นายเตรียมไว้เหรอไป่ฉี” ต้าถงถาม


            “ใช่ ฉันแบกน้ำเอง  หาฟืนเอง  เพราะจะได้รู้ว่าจะเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของพวกนายได้รึเปล่าหากให้ฝึกแบบนี้ อีกอย่างที่ลืมบอกไป  ฉันคนนี้จะร่วมฝึกกับพวกนายด้วย  ป้องกันพวกนายอู้การฝึกยังไงล่ะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนอื่น ๆ ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก


            “อาหารกลางวันก็กินกันมาแล้ว  เรามาเริ่มฝึกกันดีกว่านะ” ไป่ฉีปรบมือ  ส่งยิ้มใจดีที่ชวนขนลุกออกมา


            “เริ่มเลย....เหรอ” ต้าถงกล่าว


            “เอาจริงดิ” กลุ่มเพื่อนของต้าถงพูดขึ้นพร้อมกัน


            “ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา” มู่ซื่อเฉิงยิ้มกว้าง


            “แล้วเราจะเริ่มฝึกจากอะไรกันก่อนล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม


            “สำหรับนักกีฬาทุกคนความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน  วันนี้ฉันจะเตรียมร่างกายของพวกนายให้พร้อม” กล่าวจบไป่ฉีก็โยนถังน้ำให้แต่ละคน  โดย 1 คนต้องรับผิดชอบถังน้ำ 2 ใบ


            “จะให้พวกเราไปตักน้ำเหรอ” ต้าถงถาม


            “ใช่  พวกนายต้องเอามาใส่ถังน้ำใบใหญ่ฉันที่เขียนชื่อของพวกนายแต่ละคนเอาไว้ให้เต็ม  ของใครของมันด้วยนะ” ไป่ฉีกล่าว


            “ทำไมมันเหมือนหม้อต้มคนเลยล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม


            “เพราะพวกนายต้องลงไปแช่ในนั้นไงล่ะ หึ หึ” ไป่ฉีตอบ


            “พี่ทำผมกลัวนะ” ไป๋หู่กล่าว


            “น่าสนุกดีแฮะ  จะได้แช่น้ำด้วยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงดูตื่นเต้นมาก  เขาอยากรู้ว่าไป่ฉีจะทำอะไร


            “ไปกันดีกว่า” ไป่ฉีไม่รอช้า  เขาทำการถือถังน้ำที่มีชื่อตัวเอง 2 ใบแล้วเดินขึ้นเขาทันทีโดยไม่รอพวกเพื่อน ๆ ของเขาแม้แต่น้อย  มู่ซื่อเฉิงเองก็คว้าถังน้ำเดินตามไปไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ


            “ฉันไปด้วยสิ” ต้าถงคว้าถังน้ำเดินตามไปบ้าง


            “พวกเราด้วย” พวกเพื่อนของต้าถงต่างก็คว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามไปเช่นกัน


            “ไปได้แล้วไป๋หู่ นายจะอิดออดทำไม” หลี่ซีหยานคว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามพวกต้าถงไป


            “หงะ  เอาจริงดิ  แต่มันเหมือนหม้อต้มคนจริง ๆ นะ” ไป๋หู่เมื่อเห็นทุกคนไปหมด  เขาก็คว้าถังน้ำของตนตามหลี่ซีหยานไป


            เมื่อพวกไป่ฉีเดินทางขึ้นเขาไปกันหมดแล้ว  เหมยเหม่ย(หัวหน้าห้อง)  เมิ่งชิงชิง และพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเย็นเช่นกัน


            ทางด้านไป่ฉีได้เดินนำเพื่อนของเขาและขึ้นมาถึงต้นน้ำบนเขาเป็นคนแรก  เขาทำการตักน้ำจนเต็มถังแล้วเริ่มหิ้วกลับทันที  ระหว่างทางไป่ฉีเดินสวนกับพวกหลี่ซีหยาน  ไป๋หู่  มู่ซื่อเฉิงและพวกต้าถง


            “สมกับที่ฝึกร่างกายมาจริง ๆ  ร่างกายของนายกับซีหยานแข็งแรงกว่าพวกต้าถงและซื่อเฉิงเยอะเลย  ดูซื่อเฉิงสิ  ตามฉันมาแท้ ๆ ตอนนี้ตามหลังพวกนายซะงั้น  แต่ว่าพยายามจัดสรรค์พลังให้ดีล่ะ  จนกว่าน้ำในถังจะเต็มพวกนายต้องไปกลับอีกหลายเที่ยวนะ  ตอนลงก็อย่าให้น้ำหกเยอะละ ไม่งั้นนายอาจจะต้องเพิ่มเที่ยวในการขึ้นไปตักเพิ่มนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงเขาไป


            “เอ๋ ไม่ใช่ว่าเที่ยวเดียวเหรอ” ไป๋หู่ถาม


            “จะบ้ารึไง  ถ้ารอบเดียวน้ำจะเต็มถังที่พวกนายใช้แช่ตัวรึไง  ถ้าอยากตักแบบเที่ยวเดียวนายคงต้องเอาถังแช่ตัวมาตักแล้วแบกลงไปนั่นล่ะ” ไป่ฉีกล่าวขณะที่เดินลงเขาไป  ไป๋หู่ชี้ไป่ฉีอ้าปากค้างพยายามจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก  พอไป่ฉีสวนกับพวกต้าถงและบอกพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงว่าต้องตักน้ำไปเติมจนเต็มถัง  ไม่ใช่ตักแค่เที่ยวเดียว  ทำให้พวกต้าถงโอดครวญกันใหญ่  แต่มู่ซื่อเฉิงกลับจ้องไป่ฉีตาค้างราวกับสิ่งที่เขาได้ยินมันชวนช็อกเอามาก ๆ


            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พยายามกันเข้าล่ะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงภูเขาไป


            การตักน้ำที่พวกต้าถง  ไป๋หู่  หลี่ซีหยานและมู่ซื่อเฉิงทำนั้นเป็นที่พูดคุยกันระหว่างพวกเขาไปตักน้ำว่ามันคือการฝึกนรก  หนทางที่เดินนั้นแม้จะเป็นทางเดินที่ถูกปรับให้เรียบแล้ว  แต่ความชันทำให้พวกเขาต้องใช้แรงมากในระหว่างเดินขึ้นไป และต้องทรงตัวให้ดีระหว่างเดินลงมา  หากน้ำหกระหว่างทางมาก  นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเพิ่มจำนวนรอบในการขึ้นไปตักน้ำนั่นเอง  คนที่ทำได้ดีที่สุดคือไป๋หู่  รองลงมาคือหลี่ซีหยาน  ตามมาด้วยพวกต้าถง และมู่ซื่อเฉิงนั้นตักน้ำได้เต็มถังช้าที่สุด


            “โอย.....แฮก ๆ โหดชะมัด” ต้าถงนั่งลงที่พื้น


            “เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เพื่อนกลุ่มต้าถงเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน


            “ขาไม่มีแรงเลย” เพื่อนกลุ่มต้าถงอีกคนนึงกล่าว


            “แฮก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ผมล้าได้ขนาดนี้” ไป๋หู่กล่าวพลางยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา


            “แฮก ๆ ๆ นั่นสิ  ร้อนชะมัดเลย” หลี่ซีหยานกล่าว  เขาใช้มือพัดเพื่อหวังว่าจะหายร้อน


            “ช่วยด้วย” มู่ซื่อเฉิงนอนคว่ำหน้าอย่างหมดสภาพ


            “ฉันเตรียมน้ำให้พวกนายแล้ว  ลงไปแช่ซักหน่อยสิ  ฉันใส่สมุนไพรลงไปด้วย  มันจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ  ให้พวกนายแช่สัก 1 ชั่วโมง  ระหว่างนั้นพวกนายจะนั่งจะนอนในถังนี้ก็ได้  แต่ว่าต้องตั้งสมาธิและมีจิตจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออก  หากใครไม่มีสมาธิ  ฉันจะตีด้วยดาบไม้นี่” ไป่ฉีหยิบดาบไม้ออกมาถือไว้


            “ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ  แค่แช่ธรรมดาไม่ได้เหรอ” ต้าถงถาม


            “การกำหนดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ  จะช่วยคลายความเหนื่อยล้า และการฝึกสมาธิก็จำเป็นอย่างมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องมีสมาธิในการแข่งขัน  นายเข้าใจใช่ไหมต้าถง” ไป่ฉีอธิบายเหตุผล


            “แบบนี้นี่เอง” ต้าถงพยักหน้า


            “แล้วที่ให้พวกเราขึ้นเขาไปตักน้ำบนภูเขาเนี่ยมันช่วยอะไรล่ะคร้าบ” ไป๋หู่ถาม


            “ฝึกกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขนของพวกนายยังไงล่ะ  นอกจากนี้ในช่วงที่พวกนายเดินลงเขามาพร้อมกับน้ำเต็มถังทั้ง 2 ข้าง  พวกนายต้องคอยรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อไม่ให้น้ำในถังหกด้วย  นั่นคือการฝึกให้พวกนายรู้จักการปรับสมดุลร่างกายระหว่างเคลื่อนไหว” ไป่ฉีกล่าว


            “สุดยอดเลยพี่ฉี” ไป๋หู่มองไป่ฉีด้วยสายตาชื่นชม


            “นายคิดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงลุกขึ้นมานั่ง  แต่อาการเหนื่อยยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน


            “แล้วกล่องเข็มเงินที่วางไว้ใกล้ถังที่พวกเราต้องลงไปแช่นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานสังเกตเห็นมันตอนเขานั่งพัก  เขามองเห็นกล่องใส่เข็มเงินจำนวนเท่ากับพวกเขาวางอยู่ข้างถังน้ำของแต่ละคน


            “แน่นอนว่าต้องเอามาใช้ฝังเข็มให้พวกนายอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว


            “ดะ...เดี๋ยวก่อนสิไป่ฉี  จะฝังเข็มได้นายต้องมีความรู้และประสบการณ์นะ  ใบอนุญาตก็ต้องมีด้วย” เพื่อนกลุ่มต้าถงคนหนึ่งพูดขึ้น  เขาไม่ได้กลัวเข็มหรอกนะ  แต่การฝั่งเข็มถ้าไม่ทำโดยผู้ชำนาญเฉพาะทาง  อาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้


            “ไม่ต้องห่วงหรอก  เห็นสิ่งนี้รึเปล่า” ไป่ฉีหยิบใบรับรองการเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านการฝั่งเข็มขึ้นมา


            “มะ...มีด้วยเหรอเนี่ย” เพื่อนกลุ่มต้าถงต่างพูดขึ้นพร้อมกัน  พวกเขาไม่คิดว่าไป่ฉีจะมีใบรับรองด้วย


            “เหอะ ๆ นายมีอะไรทำให้ฉันแปลกใจเรื่อยเลยนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว


            “พี่ฉี  ฝังเข็มให้ผมก่อนเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก  เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกฝนร่างกายเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 5 ขวบ


            “สุดยอดเลยไป๋หู่  ทำยังไงถึงมีลายกล้ามเนื้อสวยงามขนาดนั้นได้น่ะ” ต้าถงถาม  ถึงเขาจะออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าคนอื่น  แต่ผลที่ได้ยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าที่ควร


            “ฝึกวิชาหมัดมวย  กับออกกำลังกายตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ” ไป๋หู่ตอบหน้าซื่อ ๆ ทำให้ต้าถงที่ถามถึงกับสะอึก


            “ฉันมันโง่เองที่ถามคำถามแบบนั้น” ต้าถงกล่าว


            “หือ งั้นฉันต่อจากนายก็แล้วกัน  ไป๋หู่” หลี่ซีหยานก็ถอดเสื้อกับกางเกงของเขาเช่นกัน  แม้กล้ามเนื้อของเขาจะไม่ชัดเท่ากับไป๋หู่  แต่ก็เรียกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาอยู่ในระดับเดียวกับพวกนายแบบทีเดียว  พวกต้าถงต่างมองด้วยความความอิจฉา


            “ทำยังไงถึงจะมีรูปร่างแบบนี้บ้างเนี่ย” ต้าถงถาม


            “ฉันทำให้ได้นะ  ในเวลา 6 วันนี้  แต่พวกนายคงต้องเหนื่อยหน่อยน่ะ” ไป่ฉีกล่าว  พวกต้าถงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานต่างก็ฝังเข็มกันเสร็จเรียบร้อย และลงไปแช่ในถังน้ำที่ผสมสมุนไพรแล้ว


            “เร็วโคตร” เพื่อนในกลุ่มของต้าถงไม่อยากเชื่อ  ปกติพวกที่ฝังเข็มเขาจะค่อย ๆ ฝังลงตามจุดต่าง ๆ ช้า ๆ  แต่นี่ไป่ฉีกลับฝังเข็มคน 2 คนเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น


            “รู้แล้วก็รีบ ๆ ถอดเสื้อให้ฉันฝังเข็มได้แล้ว  ตารางการฝึกของพวกนายแน่นจนไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ” ไป่ฉีเร่งเพื่อนของเขา


            “เข้าใจแล้ว ๆ ฉันต่อเอง” มู่ซื่อเฉิงถอดเสื้อกับกางเกงของเขาออกรอไว้เรียบร้อย  เขามั่นในว่ากล้ามเนื้อของเขาไม่แพ้พวกต้าถงแน่


            “เห ซื่อเฉิง  นายซ่อนรูปนะเนี่ย” ต้าถงเอ่ยชม


            “กล้ามเนื้อเห็นชัดดี  แต่มันขาดความแข็งแรง  ไม่ได้มีมวลกล้ามเนื้อแน่นเหมือนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่หรอก หึ หึ” ไป่ฉีกล่าว


            “โหย ไป่ฉี  นายช่วยชมให้ฉันภูมิใจบ้างไม่ได้รึไง” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ  เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ไม่น้อยทีเดียว

    _____________________________

    ตี 5 ไป่ฉีตื่นขึ้นมาก็รีบขนของออกไปให้เงียบที่สุดเพราะเมิ่งชิงชิงยังคงหลับอยู่  ของที่เป็นเสบียงนั้นไป่ฉีได้นำมันออกไปก่อน  ส่วนวิธีการเอาออกไปก็คือการนำมันเก็บเข้าแหวนมิติแล้วเดินออกไปตรงจุดที่เขานัดรถให้มาจอด  จากนั้นจึงนำเอาของทั้งหมดออกมาวางกองไว้  ก่อนจะโทรปลุกเมิ่งชิงชิง[เว่ย  เมิ่งชิงชิงพูดสายค่า] เมิ่งชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังงัวเงียอยู่“นี่มันตี 5 แล้วนะครับ  นัดรถไว้ตอน 6 โมงเช้า  เดี๋ยวเราต้องแวะไปรับเพื่อนของผมอีกน้า” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงสดใส[เอ๋ แล้วนี่นายอยู่ไหนเนี่ย] เมิ่งชิงชิงถาม“ผมขนของออกมารอข้างนอกแล้วครับ  พวกกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อกับแม่แล้วก็พี่  ผมก็เอาออกมาแล้ว  ฝากปลุกพ่อกับแม่ด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะตัดสายไปหลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาจากห้องเช่าที่ครอบครัวไป่ฉีอาศัยอยู่  เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้าพ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงก็ขึ้นรถบ้านที่พวกเขาจ้างมา  ไปรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี  ระหว่างทางทุกคนต่างก็นอนหลับกันต่อเพราะต้องตื่นมากันตั้งแต่เช้า  เมื่อถึงช่วงเที่ยง  รถบ้านก็มาจอดลงที่ตีนภูเขาที่จะใช้ฝึก  พวกไป่ฉีลงมาจากรถบ้านมายืนเส้นสาย  บิดขี้เกียจกันใหญ่“จากนี้ฉันจะแบ่งงานกันนะ  คุณพ่อกับคุณแม่  หัวหน้าห้อง กับพี่ชิงชิง ผมขอฝากเรื่องอาหารด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว“วางใจเถอะไป่ฉี  เหม่ยเอ๋อทำอาหารอร่อยนะ” ต้าถงยืดอกพูดอย่างภูมิใจ  ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเขาแซวว่าต้าถงเป็นพวกชอบอวดแฟน“ต่อไปคือกลุ่มของต้าถง  ซื่อเฉิง  ซีหยาน และไป๋หู่” ไป่ฉีกล่าวจบก็ไปหยิบเอาถังน้ำจำนวนมากออกมา  และยังมีตะกร้าหวายสำหรับสะพายหลังหลายใบอีกด้วย“ทุกวันตอน 6 โมงเช้า  สิ่งที่พวกนายต้องทำก็คือไปหาบน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขามาเติมให้เต็มถังน้ำใบใหญ่ทั้ง 10 ใบนี้  จากนั้นก็ไปหาฟืนมาใส่กล่องนี้ให้เต็ม  ถ้าครบแล้วจะเป็นเวลาพักให้พวกนายไปอาบน้ำ และทานข้าว  แล้วเราถึงจะเริ่มฝึกกันถึงเที่ยงก็จะพักทานข้าวเที่ยงแล้วฝึกต่อจนถึงเย็น  เราก็จะพักทานข้าวเย็น  หลังข้าวเย็นพวกนายถึงจะได้พักผ่อนตามสบาย  ทุกคนเข้าใจนะ” ไป่ฉีอธิบายกำหนดการณ์ให้ฟัง“หิ้วน้ำ  หาฟืน  มันจะไม่หนักไปเหรอ  พวกเราต้องขึ้นไปยอดเขาเพื่อเอาน้ำลงมาเนี่ยนะ” ต้าถงถาม“ฮี่ ฮี่ จะแค่ไหนกันเชียว” ไป๋หู่ยกยิ้มขึ้น‘ห้ามใช้ปราณนะไป๋หู่  นายด้วยซีหยาน’ ไป่ฉีส่งปราณบอกเงื่อนไขนี้ให้กับไป๋หู่และหลี่ซีหยาน“เข้าใจล่ะ” หลี่ซีหยานพยักหน้า“ไป่ฉี  นายเอาจริงเหรอ” มู่ซื่อเฉิงยิ้มแหยง ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์  เขาเคยเดินขึ้นเขาสูงมาก่อน  ดังนั้นจึงรู้ดีว่ามันเหนื่อยขนาดไหน  ขนาดตอนนั้นเขาเดินขึ้นภูเขาตัวเปล่า และจ้างลูกหาบให้ช่วยขนของให้ยังเหนื่อยแทบตายเลย“แต่ว่าพวกฟืนกับน้ำพวกนี้มีอยู่ก่อนแล้ว  นายเตรียมไว้เหรอไป่ฉี” ต้าถงถาม“ใช่ ฉันแบกน้ำเอง  หาฟืนเอง  เพราะจะได้รู้ว่าจะเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของพวกนายได้รึเปล่าหากให้ฝึกแบบนี้ อีกอย่างที่ลืมบอกไป  ฉันคนนี้จะร่วมฝึกกับพวกนายด้วย  ป้องกันพวกนายอู้การฝึกยังไงล่ะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนอื่น ๆ ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก“อาหารกลางวันก็กินกันมาแล้ว  เรามาเริ่มฝึกกันดีกว่านะ” ไป่ฉีปรบมือ  ส่งยิ้มใจดีที่ชวนขนลุกออกมา“เริ่มเลย....เหรอ” ต้าถงกล่าว“เอาจริงดิ” กลุ่มเพื่อนของต้าถงพูดขึ้นพร้อมกัน“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา” มู่ซื่อเฉิงยิ้มกว้าง“แล้วเราจะเริ่มฝึกจากอะไรกันก่อนล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม“สำหรับนักกีฬาทุกคนความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน  วันนี้ฉันจะเตรียมร่างกายของพวกนายให้พร้อม” กล่าวจบไป่ฉีก็โยนถังน้ำให้แต่ละคน  โดย 1 คนต้องรับผิดชอบถังน้ำ 2 ใบ“จะให้พวกเราไปตักน้ำเหรอ” ต้าถงถาม“ใช่  พวกนายต้องเอามาใส่ถังน้ำใบใหญ่ฉันที่เขียนชื่อของพวกนายแต่ละคนเอาไว้ให้เต็ม  ของใครของมันด้วยนะ” ไป่ฉีกล่าว“ทำไมมันเหมือนหม้อต้มคนเลยล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม“เพราะพวกนายต้องลงไปแช่ในนั้นไงล่ะ หึ หึ” ไป่ฉีตอบ“พี่ทำผมกลัวนะ” ไป๋หู่กล่าว“น่าสนุกดีแฮะ  จะได้แช่น้ำด้วยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงดูตื่นเต้นมาก  เขาอยากรู้ว่าไป่ฉีจะทำอะไร“ไปกันดีกว่า” ไป่ฉีไม่รอช้า  เขาทำการถือถังน้ำที่มีชื่อตัวเอง 2 ใบแล้วเดินขึ้นเขาทันทีโดยไม่รอพวกเพื่อน ๆ ของเขาแม้แต่น้อย  มู่ซื่อเฉิงเองก็คว้าถังน้ำเดินตามไปไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ“ฉันไปด้วยสิ” ต้าถงคว้าถังน้ำเดินตามไปบ้าง“พวกเราด้วย” พวกเพื่อนของต้าถงต่างก็คว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามไปเช่นกัน“ไปได้แล้วไป๋หู่ นายจะอิดออดทำไม” หลี่ซีหยานคว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามพวกต้าถงไป“หงะ  เอาจริงดิ  แต่มันเหมือนหม้อต้มคนจริง ๆ นะ” ไป๋หู่เมื่อเห็นทุกคนไปหมด  เขาก็คว้าถังน้ำของตนตามหลี่ซีหยานไปเมื่อพวกไป่ฉีเดินทางขึ้นเขาไปกันหมดแล้ว  เหมยเหม่ย(หัวหน้าห้อง)  เมิ่งชิงชิง และพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเย็นเช่นกันทางด้านไป่ฉีได้เดินนำเพื่อนของเขาและขึ้นมาถึงต้นน้ำบนเขาเป็นคนแรก  เขาทำการตักน้ำจนเต็มถังแล้วเริ่มหิ้วกลับทันที  ระหว่างทางไป่ฉีเดินสวนกับพวกหลี่ซีหยาน  ไป๋หู่  มู่ซื่อเฉิงและพวกต้าถง“สมกับที่ฝึกร่างกายมาจริง ๆ  ร่างกายของนายกับซีหยานแข็งแรงกว่าพวกต้าถงและซื่อเฉิงเยอะเลย  ดูซื่อเฉิงสิ  ตามฉันมาแท้ ๆ ตอนนี้ตามหลังพวกนายซะงั้น  แต่ว่าพยายามจัดสรรค์พลังให้ดีล่ะ  จนกว่าน้ำในถังจะเต็มพวกนายต้องไปกลับอีกหลายเที่ยวนะ  ตอนลงก็อย่าให้น้ำหกเยอะละ ไม่งั้นนายอาจจะต้องเพิ่มเที่ยวในการขึ้นไปตักเพิ่มนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงเขาไป“เอ๋ ไม่ใช่ว่าเที่ยวเดียวเหรอ” ไป๋หู่ถาม“จะบ้ารึไง  ถ้ารอบเดียวน้ำจะเต็มถังที่พวกนายใช้แช่ตัวรึไง  ถ้าอยากตักแบบเที่ยวเดียวนายคงต้องเอาถังแช่ตัวมาตักแล้วแบกลงไปนั่นล่ะ” ไป่ฉีกล่าวขณะที่เดินลงเขาไป  ไป๋หู่ชี้ไป่ฉีอ้าปากค้างพยายามจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก  พอไป่ฉีสวนกับพวกต้าถงและบอกพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงว่าต้องตักน้ำไปเติมจนเต็มถัง  ไม่ใช่ตักแค่เที่ยวเดียว  ทำให้พวกต้าถงโอดครวญกันใหญ่  แต่มู่ซื่อเฉิงกลับจ้องไป่ฉีตาค้างราวกับสิ่งที่เขาได้ยินมันชวนช็อกเอามาก ๆ“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พยายามกันเข้าล่ะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงภูเขาไปการตักน้ำที่พวกต้าถง  ไป๋หู่  หลี่ซีหยานและมู่ซื่อเฉิงทำนั้นเป็นที่พูดคุยกันระหว่างพวกเขาไปตักน้ำว่ามันคือการฝึกนรก  หนทางที่เดินนั้นแม้จะเป็นทางเดินที่ถูกปรับให้เรียบแล้ว  แต่ความชันทำให้พวกเขาต้องใช้แรงมากในระหว่างเดินขึ้นไป และต้องทรงตัวให้ดีระหว่างเดินลงมา  หากน้ำหกระหว่างทางมาก  นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเพิ่มจำนวนรอบในการขึ้นไปตักน้ำนั่นเอง  คนที่ทำได้ดีที่สุดคือไป๋หู่  รองลงมาคือหลี่ซีหยาน  ตามมาด้วยพวกต้าถง และมู่ซื่อเฉิงนั้นตักน้ำได้เต็มถังช้าที่สุด“โอย.....แฮก ๆ โหดชะมัด” ต้าถงนั่งลงที่พื้น“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เพื่อนกลุ่มต้าถงเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน“ขาไม่มีแรงเลย” เพื่อนกลุ่มต้าถงอีกคนนึงกล่าว“แฮก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ผมล้าได้ขนาดนี้” ไป๋หู่กล่าวพลางยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา“แฮก ๆ ๆ นั่นสิ  ร้อนชะมัดเลย” หลี่ซีหยานกล่าว  เขาใช้มือพัดเพื่อหวังว่าจะหายร้อน“ช่วยด้วย” มู่ซื่อเฉิงนอนคว่ำหน้าอย่างหมดสภาพ“ฉันเตรียมน้ำให้พวกนายแล้ว  ลงไปแช่ซักหน่อยสิ  ฉันใส่สมุนไพรลงไปด้วย  มันจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ  ให้พวกนายแช่สัก 1 ชั่วโมง  ระหว่างนั้นพวกนายจะนั่งจะนอนในถังนี้ก็ได้  แต่ว่าต้องตั้งสมาธิและมีจิตจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออก  หากใครไม่มีสมาธิ  ฉันจะตีด้วยดาบไม้นี่” ไป่ฉีหยิบดาบไม้ออกมาถือไว้“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ  แค่แช่ธรรมดาไม่ได้เหรอ” ต้าถงถาม“การกำหนดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ  จะช่วยคลายความเหนื่อยล้า และการฝึกสมาธิก็จำเป็นอย่างมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องมีสมาธิในการแข่งขัน  นายเข้าใจใช่ไหมต้าถง” ไป่ฉีอธิบายเหตุผล“แบบนี้นี่เอง” ต้าถงพยักหน้า“แล้วที่ให้พวกเราขึ้นเขาไปตักน้ำบนภูเขาเนี่ยมันช่วยอะไรล่ะคร้าบ” ไป๋หู่ถาม“ฝึกกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขนของพวกนายยังไงล่ะ  นอกจากนี้ในช่วงที่พวกนายเดินลงเขามาพร้อมกับน้ำเต็มถังทั้ง 2 ข้าง  พวกนายต้องคอยรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อไม่ให้น้ำในถังหกด้วย  นั่นคือการฝึกให้พวกนายรู้จักการปรับสมดุลร่างกายระหว่างเคลื่อนไหว” ไป่ฉีกล่าว“สุดยอดเลยพี่ฉี” ไป๋หู่มองไป่ฉีด้วยสายตาชื่นชม“นายคิดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงลุกขึ้นมานั่ง  แต่อาการเหนื่อยยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน“แล้วกล่องเข็มเงินที่วางไว้ใกล้ถังที่พวกเราต้องลงไปแช่นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานสังเกตเห็นมันตอนเขานั่งพัก  เขามองเห็นกล่องใส่เข็มเงินจำนวนเท่ากับพวกเขาวางอยู่ข้างถังน้ำของแต่ละคน“แน่นอนว่าต้องเอามาใช้ฝังเข็มให้พวกนายอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิไป่ฉี  จะฝังเข็มได้นายต้องมีความรู้และประสบการณ์นะ  ใบอนุญาตก็ต้องมีด้วย” เพื่อนกลุ่มต้าถงคนหนึ่งพูดขึ้น  เขาไม่ได้กลัวเข็มหรอกนะ  แต่การฝั่งเข็มถ้าไม่ทำโดยผู้ชำนาญเฉพาะทาง  อาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้“ไม่ต้องห่วงหรอก  เห็นสิ่งนี้รึเปล่า” ไป่ฉีหยิบใบรับรองการเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านการฝั่งเข็มขึ้นมา“มะ...มีด้วยเหรอเนี่ย” เพื่อนกลุ่มต้าถงต่างพูดขึ้นพร้อมกัน  พวกเขาไม่คิดว่าไป่ฉีจะมีใบรับรองด้วย“เหอะ ๆ นายมีอะไรทำให้ฉันแปลกใจเรื่อยเลยนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว“พี่ฉี  ฝังเข็มให้ผมก่อนเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก  เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกฝนร่างกายเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 5 ขวบ“สุดยอดเลยไป๋หู่  ทำยังไงถึงมีลายกล้ามเนื้อสวยงามขนาดนั้นได้น่ะ” ต้าถงถาม  ถึงเขาจะออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าคนอื่น  แต่ผลที่ได้ยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าที่ควร“ฝึกวิชาหมัดมวย  กับออกกำลังกายตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ” ไป๋หู่ตอบหน้าซื่อ ๆ ทำให้ต้าถงที่ถามถึงกับสะอึก“ฉันมันโง่เองที่ถามคำถามแบบนั้น” ต้าถงกล่าว“หือ งั้นฉันต่อจากนายก็แล้วกัน  ไป๋หู่” หลี่ซีหยานก็ถอดเสื้อกับกางเกงของเขาเช่นกัน  แม้กล้ามเนื้อของเขาจะไม่ชัดเท่ากับไป๋หู่  แต่ก็เรียกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาอยู่ในระดับเดียวกับพวกนายแบบทีเดียว  พวกต้าถงต่างมองด้วยความความอิจฉา“ทำยังไงถึงจะมีรูปร่างแบบนี้บ้างเนี่ย” ต้าถงถาม“ฉันทำให้ได้นะ  ในเวลา 6 วันนี้  แต่พวกนายคงต้องเหนื่อยหน่อยน่ะ” ไป่ฉีกล่าว  พวกต้าถงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานต่างก็ฝังเข็มกันเสร็จเรียบร้อย และลงไปแช่ในถังน้ำที่ผสมสมุนไพรแล้ว“เร็วโคตร” เพื่อนในกลุ่มของต้าถงไม่อยากเชื่อ  ปกติพวกที่ฝังเข็มเขาจะค่อย ๆ ฝังลงตามจุดต่าง ๆ ช้า ๆ  แต่นี่ไป่ฉีกลับฝังเข็มคน 2 คนเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น“รู้แล้วก็รีบ ๆ ถอดเสื้อให้ฉันฝังเข็มได้แล้ว  ตารางการฝึกของพวกนายแน่นจนไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ” ไป่ฉีเร่งเพื่อนของเขา“เข้าใจแล้ว ๆ ฉันต่อเอง” มู่ซื่อเฉิงถอดเสื้อกับกางเกงของเขาออกรอไว้เรียบร้อย  เขามั่นในว่ากล้ามเนื้อของเขาไม่แพ้พวกต้าถงแน่“เห ซื่อเฉิง  นายซ่อนรูปนะเนี่ย” ต้าถงเอ่ยชม“กล้ามเนื้อเห็นชัดดี  แต่มันขาดความแข็งแรง  ไม่ได้มีมวลกล้ามเนื้อแน่นเหมือนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่หรอก หึ หึ” ไป่ฉีกล่าว“โหย ไป่ฉี  นายช่วยชมให้ฉันภูมิใจบ้างไม่ได้รึไง” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ  เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ไม่น้อยทีเดียว_______________________________ศูนย์ฝึกอบรม LSAไป่ฉีกับชิงชิงเดินเข้ามาเพื่อติดต่อกับฝ่ายธุรการก็เห็นป้าจางเดินมาทางพวกเขา ดูอารมณ์หงุดหงิดจนเห็นได้ชัด
    ไป่ฉี : ป้าจางใครทำให้อารมณ์ไม่ดีเหรอครับป้าจาง : ก็มีคนมาสมัครงานน่ะ ทางบริษัทให้ฉันเป็นคนสัมภาษณ์ ดันเจอพวกซื่อบื้อจนทำให้อารมณ์เสียเนี่ยชิงชิง : เขากวนประสาทเหรอคะป้าจาง : ใช่น่ะสิ ตอนแรกก็ดูตอบคำถามได้ดีอยู่หรอก แต่พอฉันถามว่าคุณสะดวกทำงานกลางคืนไหม พวกเธอรู้ไหมว่าผู้สมัครตอบฉันว่าอะไรชิงชิง : เขาตอบว่าอะไรเหรอคะป้าจาง : มันตอบว่า ผมไม่รู้จักคนชื่อ สะดวก เลยไม่รู้ว่าคนชื่อ สะดวก ทำงานเวลากลางคืนรึเปล่า โอ๊ยฉันจะบ้าตาย (ป้าจางเป็นลมทันที)ชิงชิง : ว๊าย ป้าจาง (ชิงชิงหยิบยาดมมาให้ป้าจางดมทันที)ไป่ฉี : อายุก็เยอะแล้วนะครับ (ยังหาผัวไม่ได้) พยายามอย่าโมโหดีกว่านะครับ (ไป่ฉีประคองป้าจางให้นั่ง)ป้าจาง : อือ แน่นดีจัง (ป้าจางเพ้อ ยังไม่ได้สติ)ไป่ฉี : =///=ชิงชิง : ป้าจางคะ ได้ยินหนูไหมคะป้าจาง : อ้าว ชิงชิง นี่ป้าเป็นลมไปเหรอไป่ฉี : =///=ชิงชิง : ค่ะ ดีขึ้นรึยังคะป้าจาง : อือ ดีขึ้นแล้วล่ะ ว่าแต่ไป่ฉี ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ ก็ยอมรับหรอกนะว่าป้าอ้วน แต่เธอก็แรงดีนี่นาชิงชิง : นั่นสิไป่ฉีไป่ฉี : ไม่ใช่ปัญหาเรื่องน้ำหนักครับ แต่ป้าจางกำลังเล่นหัวนมผมอยู่ นี่ผมเริ่มของขึ้นแล้วนะครับ =///=ชิงชิง : (เพิ่งสังเกตเห็นว่ามือของป้าจาง ข้างหนึ่งกำลังบีบหน้าอกของไป่ฉี ส่วนอีกข้างกำลังเล่นหัวนมไป่ฉีที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ต)ป้าจาง : แหะ ๆ ขอโทษนะไป่ฉี พอดีป้าฝันถึงสามีที่ตายไปน่ะ (ป้าจางรีบหดมือตัวเองกลับทันที เธออับอายจนอยากจะตีมือที่ซุกซนของเธอจริง ๆ) ป้าดีขึ้นมากแล้ว ขอตัวก่อนนะ =v= (วิ่งหายเข้ากลีบเมฆ)ไป่ฉี : พี่ชิงชิงครับ ช่วยผมเอามันลงที =///=

    ชิงชิง : =///=+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน