ตี 5 ไป่ฉีตื่นขึ้นมาก็รีบขนของออกไปให้เงียบที่สุดเพราะเมิ่งชิงชิงยังคงหลับอยู่ ของที่เป็นเสบียงนั้นไป่ฉีได้นำมันออกไปก่อน ส่วนวิธีการเอาออกไปก็คือการนำมันเก็บเข้าแหวนมิติแล้วเดินออกไปตรงจุดที่เขานัดรถให้มาจอด จากนั้นจึงนำเอาของทั้งหมดออกมาวางกองไว้ ก่อนจะโทรปลุกเมิ่งชิงชิง
[เว่ย เมิ่งชิงชิงพูดสายค่า] เมิ่งชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังงัวเงียอยู่
“นี่มันตี 5 แล้วนะครับ นัดรถไว้ตอน 6 โมงเช้า เดี๋ยวเราต้องแวะไปรับเพื่อนของผมอีกน้า” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงสดใส
[เอ๋ แล้วนี่นายอยู่ไหนเนี่ย] เมิ่งชิงชิงถาม
“ผมขนของออกมารอข้างนอกแล้วครับ พวกกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อกับแม่แล้วก็พี่ ผมก็เอาออกมาแล้ว ฝากปลุกพ่อกับแม่ด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะตัดสายไป
หลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาจากห้องเช่าที่ครอบครัวไป่ฉีอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้าพ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงก็ขึ้นรถบ้านที่พวกเขาจ้างมา ไปรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี ระหว่างทางทุกคนต่างก็นอนหลับกันต่อเพราะต้องตื่นมากันตั้งแต่เช้า เมื่อถึงช่วงเที่ยง รถบ้านก็มาจอดลงที่ตีนภูเขาที่จะใช้ฝึก พวกไป่ฉีลงมาจากรถบ้านมายืนเส้นสาย บิดขี้เกียจกันใหญ่
“จากนี้ฉันจะแบ่งงานกันนะ คุณพ่อกับคุณแม่ หัวหน้าห้อง กับพี่ชิงชิง ผมขอฝากเรื่องอาหารด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“วางใจเถอะไป่ฉี เหม่ยเอ๋อทำอาหารอร่อยนะ” ต้าถงยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเขาแซวว่าต้าถงเป็นพวกชอบอวดแฟน
“ต่อไปคือกลุ่มของต้าถง ซื่อเฉิง ซีหยาน และไป๋หู่” ไป่ฉีกล่าวจบก็ไปหยิบเอาถังน้ำจำนวนมากออกมา และยังมีตะกร้าหวายสำหรับสะพายหลังหลายใบอีกด้วย
“ทุกวันตอน 6 โมงเช้า สิ่งที่พวกนายต้องทำก็คือไปหาบน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขามาเติมให้เต็มถังน้ำใบใหญ่ทั้ง 10 ใบนี้ จากนั้นก็ไปหาฟืนมาใส่กล่องนี้ให้เต็ม ถ้าครบแล้วจะเป็นเวลาพักให้พวกนายไปอาบน้ำ และทานข้าว แล้วเราถึงจะเริ่มฝึกกันถึงเที่ยงก็จะพักทานข้าวเที่ยงแล้วฝึกต่อจนถึงเย็น เราก็จะพักทานข้าวเย็น หลังข้าวเย็นพวกนายถึงจะได้พักผ่อนตามสบาย ทุกคนเข้าใจนะ” ไป่ฉีอธิบายกำหนดการณ์ให้ฟัง
“หิ้วน้ำ หาฟืน มันจะไม่หนักไปเหรอ พวกเราต้องขึ้นไปยอดเขาเพื่อเอาน้ำลงมาเนี่ยนะ” ต้าถงถาม
“ฮี่ ฮี่ จะแค่ไหนกันเชียว” ไป๋หู่ยกยิ้มขึ้น
‘ห้ามใช้ปราณนะไป๋หู่ นายด้วยซีหยาน’ ไป่ฉีส่งปราณบอกเงื่อนไขนี้ให้กับไป๋หู่และหลี่ซีหยาน
“เข้าใจล่ะ” หลี่ซีหยานพยักหน้า
“ไป่ฉี นายเอาจริงเหรอ” มู่ซื่อเฉิงยิ้มแหยง ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์ เขาเคยเดินขึ้นเขาสูงมาก่อน ดังนั้นจึงรู้ดีว่ามันเหนื่อยขนาดไหน ขนาดตอนนั้นเขาเดินขึ้นภูเขาตัวเปล่า และจ้างลูกหาบให้ช่วยขนของให้ยังเหนื่อยแทบตายเลย
“แต่ว่าพวกฟืนกับน้ำพวกนี้มีอยู่ก่อนแล้ว นายเตรียมไว้เหรอไป่ฉี” ต้าถงถาม
“ใช่ ฉันแบกน้ำเอง หาฟืนเอง เพราะจะได้รู้ว่าจะเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของพวกนายได้รึเปล่าหากให้ฝึกแบบนี้ อีกอย่างที่ลืมบอกไป ฉันคนนี้จะร่วมฝึกกับพวกนายด้วย ป้องกันพวกนายอู้การฝึกยังไงล่ะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนอื่น ๆ ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“อาหารกลางวันก็กินกันมาแล้ว เรามาเริ่มฝึกกันดีกว่านะ” ไป่ฉีปรบมือ ส่งยิ้มใจดีที่ชวนขนลุกออกมา
“เริ่มเลย....เหรอ” ต้าถงกล่าว
“เอาจริงดิ” กลุ่มเพื่อนของต้าถงพูดขึ้นพร้อมกัน
“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา” มู่ซื่อเฉิงยิ้มกว้าง
“แล้วเราจะเริ่มฝึกจากอะไรกันก่อนล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม
“สำหรับนักกีฬาทุกคนความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน วันนี้ฉันจะเตรียมร่างกายของพวกนายให้พร้อม” กล่าวจบไป่ฉีก็โยนถังน้ำให้แต่ละคน โดย 1 คนต้องรับผิดชอบถังน้ำ 2 ใบ
“จะให้พวกเราไปตักน้ำเหรอ” ต้าถงถาม
“ใช่ พวกนายต้องเอามาใส่ถังน้ำใบใหญ่ฉันที่เขียนชื่อของพวกนายแต่ละคนเอาไว้ให้เต็ม ของใครของมันด้วยนะ” ไป่ฉีกล่าว
“ทำไมมันเหมือนหม้อต้มคนเลยล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม
“เพราะพวกนายต้องลงไปแช่ในนั้นไงล่ะ หึ หึ” ไป่ฉีตอบ
“พี่ทำผมกลัวนะ” ไป๋หู่กล่าว
“น่าสนุกดีแฮะ จะได้แช่น้ำด้วยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงดูตื่นเต้นมาก เขาอยากรู้ว่าไป่ฉีจะทำอะไร
“ไปกันดีกว่า” ไป่ฉีไม่รอช้า เขาทำการถือถังน้ำที่มีชื่อตัวเอง 2 ใบแล้วเดินขึ้นเขาทันทีโดยไม่รอพวกเพื่อน ๆ ของเขาแม้แต่น้อย มู่ซื่อเฉิงเองก็คว้าถังน้ำเดินตามไปไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ
“ฉันไปด้วยสิ” ต้าถงคว้าถังน้ำเดินตามไปบ้าง
“พวกเราด้วย” พวกเพื่อนของต้าถงต่างก็คว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามไปเช่นกัน
“ไปได้แล้วไป๋หู่ นายจะอิดออดทำไม” หลี่ซีหยานคว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามพวกต้าถงไป
“หงะ เอาจริงดิ แต่มันเหมือนหม้อต้มคนจริง ๆ นะ” ไป๋หู่เมื่อเห็นทุกคนไปหมด เขาก็คว้าถังน้ำของตนตามหลี่ซีหยานไป
เมื่อพวกไป่ฉีเดินทางขึ้นเขาไปกันหมดแล้ว เหมยเหม่ย(หัวหน้าห้อง) เมิ่งชิงชิง และพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเย็นเช่นกัน
ทางด้านไป่ฉีได้เดินนำเพื่อนของเขาและขึ้นมาถึงต้นน้ำบนเขาเป็นคนแรก เขาทำการตักน้ำจนเต็มถังแล้วเริ่มหิ้วกลับทันที ระหว่างทางไป่ฉีเดินสวนกับพวกหลี่ซีหยาน ไป๋หู่ มู่ซื่อเฉิงและพวกต้าถง
“สมกับที่ฝึกร่างกายมาจริง ๆ ร่างกายของนายกับซีหยานแข็งแรงกว่าพวกต้าถงและซื่อเฉิงเยอะเลย ดูซื่อเฉิงสิ ตามฉันมาแท้ ๆ ตอนนี้ตามหลังพวกนายซะงั้น แต่ว่าพยายามจัดสรรค์พลังให้ดีล่ะ จนกว่าน้ำในถังจะเต็มพวกนายต้องไปกลับอีกหลายเที่ยวนะ ตอนลงก็อย่าให้น้ำหกเยอะละ ไม่งั้นนายอาจจะต้องเพิ่มเที่ยวในการขึ้นไปตักเพิ่มนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงเขาไป
“เอ๋ ไม่ใช่ว่าเที่ยวเดียวเหรอ” ไป๋หู่ถาม
“จะบ้ารึไง ถ้ารอบเดียวน้ำจะเต็มถังที่พวกนายใช้แช่ตัวรึไง ถ้าอยากตักแบบเที่ยวเดียวนายคงต้องเอาถังแช่ตัวมาตักแล้วแบกลงไปนั่นล่ะ” ไป่ฉีกล่าวขณะที่เดินลงเขาไป ไป๋หู่ชี้ไป่ฉีอ้าปากค้างพยายามจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก พอไป่ฉีสวนกับพวกต้าถงและบอกพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงว่าต้องตักน้ำไปเติมจนเต็มถัง ไม่ใช่ตักแค่เที่ยวเดียว ทำให้พวกต้าถงโอดครวญกันใหญ่ แต่มู่ซื่อเฉิงกลับจ้องไป่ฉีตาค้างราวกับสิ่งที่เขาได้ยินมันชวนช็อกเอามาก ๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พยายามกันเข้าล่ะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงภูเขาไป
การตักน้ำที่พวกต้าถง ไป๋หู่ หลี่ซีหยานและมู่ซื่อเฉิงทำนั้นเป็นที่พูดคุยกันระหว่างพวกเขาไปตักน้ำว่ามันคือการฝึกนรก หนทางที่เดินนั้นแม้จะเป็นทางเดินที่ถูกปรับให้เรียบแล้ว แต่ความชันทำให้พวกเขาต้องใช้แรงมากในระหว่างเดินขึ้นไป และต้องทรงตัวให้ดีระหว่างเดินลงมา หากน้ำหกระหว่างทางมาก นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเพิ่มจำนวนรอบในการขึ้นไปตักน้ำนั่นเอง คนที่ทำได้ดีที่สุดคือไป๋หู่ รองลงมาคือหลี่ซีหยาน ตามมาด้วยพวกต้าถง และมู่ซื่อเฉิงนั้นตักน้ำได้เต็มถังช้าที่สุด
“โอย.....แฮก ๆ โหดชะมัด” ต้าถงนั่งลงที่พื้น
“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เพื่อนกลุ่มต้าถงเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน
“ขาไม่มีแรงเลย” เพื่อนกลุ่มต้าถงอีกคนนึงกล่าว
“แฮก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ผมล้าได้ขนาดนี้” ไป๋หู่กล่าวพลางยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา
“แฮก ๆ ๆ นั่นสิ ร้อนชะมัดเลย” หลี่ซีหยานกล่าว เขาใช้มือพัดเพื่อหวังว่าจะหายร้อน
“ช่วยด้วย” มู่ซื่อเฉิงนอนคว่ำหน้าอย่างหมดสภาพ
“ฉันเตรียมน้ำให้พวกนายแล้ว ลงไปแช่ซักหน่อยสิ ฉันใส่สมุนไพรลงไปด้วย มันจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ให้พวกนายแช่สัก 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพวกนายจะนั่งจะนอนในถังนี้ก็ได้ แต่ว่าต้องตั้งสมาธิและมีจิตจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออก หากใครไม่มีสมาธิ ฉันจะตีด้วยดาบไม้นี่” ไป่ฉีหยิบดาบไม้ออกมาถือไว้
“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ แค่แช่ธรรมดาไม่ได้เหรอ” ต้าถงถาม
“การกำหนดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ จะช่วยคลายความเหนื่อยล้า และการฝึกสมาธิก็จำเป็นอย่างมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องมีสมาธิในการแข่งขัน นายเข้าใจใช่ไหมต้าถง” ไป่ฉีอธิบายเหตุผล
“แบบนี้นี่เอง” ต้าถงพยักหน้า
“แล้วที่ให้พวกเราขึ้นเขาไปตักน้ำบนภูเขาเนี่ยมันช่วยอะไรล่ะคร้าบ” ไป๋หู่ถาม
“ฝึกกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขนของพวกนายยังไงล่ะ นอกจากนี้ในช่วงที่พวกนายเดินลงเขามาพร้อมกับน้ำเต็มถังทั้ง 2 ข้าง พวกนายต้องคอยรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อไม่ให้น้ำในถังหกด้วย นั่นคือการฝึกให้พวกนายรู้จักการปรับสมดุลร่างกายระหว่างเคลื่อนไหว” ไป่ฉีกล่าว
“สุดยอดเลยพี่ฉี” ไป๋หู่มองไป่ฉีด้วยสายตาชื่นชม
“นายคิดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงลุกขึ้นมานั่ง แต่อาการเหนื่อยยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
“แล้วกล่องเข็มเงินที่วางไว้ใกล้ถังที่พวกเราต้องลงไปแช่นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานสังเกตเห็นมันตอนเขานั่งพัก เขามองเห็นกล่องใส่เข็มเงินจำนวนเท่ากับพวกเขาวางอยู่ข้างถังน้ำของแต่ละคน
“แน่นอนว่าต้องเอามาใช้ฝังเข็มให้พวกนายอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิไป่ฉี จะฝังเข็มได้นายต้องมีความรู้และประสบการณ์นะ ใบอนุญาตก็ต้องมีด้วย” เพื่อนกลุ่มต้าถงคนหนึ่งพูดขึ้น เขาไม่ได้กลัวเข็มหรอกนะ แต่การฝั่งเข็มถ้าไม่ทำโดยผู้ชำนาญเฉพาะทาง อาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้
“ไม่ต้องห่วงหรอก เห็นสิ่งนี้รึเปล่า” ไป่ฉีหยิบใบรับรองการเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านการฝั่งเข็มขึ้นมา
“มะ...มีด้วยเหรอเนี่ย” เพื่อนกลุ่มต้าถงต่างพูดขึ้นพร้อมกัน พวกเขาไม่คิดว่าไป่ฉีจะมีใบรับรองด้วย
“เหอะ ๆ นายมีอะไรทำให้ฉันแปลกใจเรื่อยเลยนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“พี่ฉี ฝังเข็มให้ผมก่อนเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกฝนร่างกายเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 5 ขวบ
“สุดยอดเลยไป๋หู่ ทำยังไงถึงมีลายกล้ามเนื้อสวยงามขนาดนั้นได้น่ะ” ต้าถงถาม ถึงเขาจะออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าคนอื่น แต่ผลที่ได้ยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าที่ควร
“ฝึกวิชาหมัดมวย กับออกกำลังกายตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ” ไป๋หู่ตอบหน้าซื่อ ๆ ทำให้ต้าถงที่ถามถึงกับสะอึก
“ฉันมันโง่เองที่ถามคำถามแบบนั้น” ต้าถงกล่าว
“หือ งั้นฉันต่อจากนายก็แล้วกัน ไป๋หู่” หลี่ซีหยานก็ถอดเสื้อกับกางเกงของเขาเช่นกัน แม้กล้ามเนื้อของเขาจะไม่ชัดเท่ากับไป๋หู่ แต่ก็เรียกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาอยู่ในระดับเดียวกับพวกนายแบบทีเดียว พวกต้าถงต่างมองด้วยความความอิจฉา
“ทำยังไงถึงจะมีรูปร่างแบบนี้บ้างเนี่ย” ต้าถงถาม
“ฉันทำให้ได้นะ ในเวลา 6 วันนี้ แต่พวกนายคงต้องเหนื่อยหน่อยน่ะ” ไป่ฉีกล่าว พวกต้าถงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานต่างก็ฝังเข็มกันเสร็จเรียบร้อย และลงไปแช่ในถังน้ำที่ผสมสมุนไพรแล้ว
“เร็วโคตร” เพื่อนในกลุ่มของต้าถงไม่อยากเชื่อ ปกติพวกที่ฝังเข็มเขาจะค่อย ๆ ฝังลงตามจุดต่าง ๆ ช้า ๆ แต่นี่ไป่ฉีกลับฝังเข็มคน 2 คนเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น
“รู้แล้วก็รีบ ๆ ถอดเสื้อให้ฉันฝังเข็มได้แล้ว ตารางการฝึกของพวกนายแน่นจนไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ” ไป่ฉีเร่งเพื่อนของเขา
“เข้าใจแล้ว ๆ ฉันต่อเอง” มู่ซื่อเฉิงถอดเสื้อกับกางเกงของเขาออกรอไว้เรียบร้อย เขามั่นในว่ากล้ามเนื้อของเขาไม่แพ้พวกต้าถงแน่
“เห ซื่อเฉิง นายซ่อนรูปนะเนี่ย” ต้าถงเอ่ยชม
“กล้ามเนื้อเห็นชัดดี แต่มันขาดความแข็งแรง ไม่ได้มีมวลกล้ามเนื้อแน่นเหมือนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่หรอก หึ หึ” ไป่ฉีกล่าว
“โหย ไป่ฉี นายช่วยชมให้ฉันภูมิใจบ้างไม่ได้รึไง” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ไม่น้อยทีเดียว
_____________________________
ตี 5 ไป่ฉีตื่นขึ้นมาก็รีบขนของออกไปให้เงียบที่สุดเพราะเมิ่งชิงชิงยังคงหลับอยู่ ของที่เป็นเสบียงนั้นไป่ฉีได้นำมันออกไปก่อน ส่วนวิธีการเอาออกไปก็คือการนำมันเก็บเข้าแหวนมิติแล้วเดินออกไปตรงจุดที่เขานัดรถให้มาจอด จากนั้นจึงนำเอาของทั้งหมดออกมาวางกองไว้ ก่อนจะโทรปลุกเมิ่งชิงชิง[เว่ย เมิ่งชิงชิงพูดสายค่า] เมิ่งชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังงัวเงียอยู่“นี่มันตี 5 แล้วนะครับ นัดรถไว้ตอน 6 โมงเช้า เดี๋ยวเราต้องแวะไปรับเพื่อนของผมอีกน้า” ไป่ฉีพูดด้วยน้ำเสียงสดใส[เอ๋ แล้วนี่นายอยู่ไหนเนี่ย] เมิ่งชิงชิงถาม“ผมขนของออกมารอข้างนอกแล้วครับ พวกกระเป๋าเสื้อผ้าของพ่อกับแม่แล้วก็พี่ ผมก็เอาออกมาแล้ว ฝากปลุกพ่อกับแม่ด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะตัดสายไปหลังจากนั้นก็มีเสียงดังมาจากห้องเช่าที่ครอบครัวไป่ฉีอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้าพ่อแม่ของไป่ฉีและเมิ่งชิงชิงก็ขึ้นรถบ้านที่พวกเขาจ้างมา ไปรับพวกเพื่อน ๆ ของไป่ฉี ระหว่างทางทุกคนต่างก็นอนหลับกันต่อเพราะต้องตื่นมากันตั้งแต่เช้า เมื่อถึงช่วงเที่ยง รถบ้านก็มาจอดลงที่ตีนภูเขาที่จะใช้ฝึก พวกไป่ฉีลงมาจากรถบ้านมายืนเส้นสาย บิดขี้เกียจกันใหญ่“จากนี้ฉันจะแบ่งงานกันนะ คุณพ่อกับคุณแม่ หัวหน้าห้อง กับพี่ชิงชิง ผมขอฝากเรื่องอาหารด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว“วางใจเถอะไป่ฉี เหม่ยเอ๋อทำอาหารอร่อยนะ” ต้าถงยืดอกพูดอย่างภูมิใจ ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มเขาแซวว่าต้าถงเป็นพวกชอบอวดแฟน“ต่อไปคือกลุ่มของต้าถง ซื่อเฉิง ซีหยาน และไป๋หู่” ไป่ฉีกล่าวจบก็ไปหยิบเอาถังน้ำจำนวนมากออกมา และยังมีตะกร้าหวายสำหรับสะพายหลังหลายใบอีกด้วย“ทุกวันตอน 6 โมงเช้า สิ่งที่พวกนายต้องทำก็คือไปหาบน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขามาเติมให้เต็มถังน้ำใบใหญ่ทั้ง 10 ใบนี้ จากนั้นก็ไปหาฟืนมาใส่กล่องนี้ให้เต็ม ถ้าครบแล้วจะเป็นเวลาพักให้พวกนายไปอาบน้ำ และทานข้าว แล้วเราถึงจะเริ่มฝึกกันถึงเที่ยงก็จะพักทานข้าวเที่ยงแล้วฝึกต่อจนถึงเย็น เราก็จะพักทานข้าวเย็น หลังข้าวเย็นพวกนายถึงจะได้พักผ่อนตามสบาย ทุกคนเข้าใจนะ” ไป่ฉีอธิบายกำหนดการณ์ให้ฟัง“หิ้วน้ำ หาฟืน มันจะไม่หนักไปเหรอ พวกเราต้องขึ้นไปยอดเขาเพื่อเอาน้ำลงมาเนี่ยนะ” ต้าถงถาม“ฮี่ ฮี่ จะแค่ไหนกันเชียว” ไป๋หู่ยกยิ้มขึ้น‘ห้ามใช้ปราณนะไป๋หู่ นายด้วยซีหยาน’ ไป่ฉีส่งปราณบอกเงื่อนไขนี้ให้กับไป๋หู่และหลี่ซีหยาน“เข้าใจล่ะ” หลี่ซีหยานพยักหน้า“ไป่ฉี นายเอาจริงเหรอ” มู่ซื่อเฉิงยิ้มแหยง ๆ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์ เขาเคยเดินขึ้นเขาสูงมาก่อน ดังนั้นจึงรู้ดีว่ามันเหนื่อยขนาดไหน ขนาดตอนนั้นเขาเดินขึ้นภูเขาตัวเปล่า และจ้างลูกหาบให้ช่วยขนของให้ยังเหนื่อยแทบตายเลย“แต่ว่าพวกฟืนกับน้ำพวกนี้มีอยู่ก่อนแล้ว นายเตรียมไว้เหรอไป่ฉี” ต้าถงถาม“ใช่ ฉันแบกน้ำเอง หาฟืนเอง เพราะจะได้รู้ว่าจะเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของพวกนายได้รึเปล่าหากให้ฝึกแบบนี้ อีกอย่างที่ลืมบอกไป ฉันคนนี้จะร่วมฝึกกับพวกนายด้วย ป้องกันพวกนายอู้การฝึกยังไงล่ะ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนอื่น ๆ ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก“อาหารกลางวันก็กินกันมาแล้ว เรามาเริ่มฝึกกันดีกว่านะ” ไป่ฉีปรบมือ ส่งยิ้มใจดีที่ชวนขนลุกออกมา“เริ่มเลย....เหรอ” ต้าถงกล่าว“เอาจริงดิ” กลุ่มเพื่อนของต้าถงพูดขึ้นพร้อมกัน“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นา” มู่ซื่อเฉิงยิ้มกว้าง“แล้วเราจะเริ่มฝึกจากอะไรกันก่อนล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม“สำหรับนักกีฬาทุกคนความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน วันนี้ฉันจะเตรียมร่างกายของพวกนายให้พร้อม” กล่าวจบไป่ฉีก็โยนถังน้ำให้แต่ละคน โดย 1 คนต้องรับผิดชอบถังน้ำ 2 ใบ“จะให้พวกเราไปตักน้ำเหรอ” ต้าถงถาม“ใช่ พวกนายต้องเอามาใส่ถังน้ำใบใหญ่ฉันที่เขียนชื่อของพวกนายแต่ละคนเอาไว้ให้เต็ม ของใครของมันด้วยนะ” ไป่ฉีกล่าว“ทำไมมันเหมือนหม้อต้มคนเลยล่ะพี่ฉี” ไป๋หู่ถาม“เพราะพวกนายต้องลงไปแช่ในนั้นไงล่ะ หึ หึ” ไป่ฉีตอบ“พี่ทำผมกลัวนะ” ไป๋หู่กล่าว“น่าสนุกดีแฮะ จะได้แช่น้ำด้วยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงดูตื่นเต้นมาก เขาอยากรู้ว่าไป่ฉีจะทำอะไร“ไปกันดีกว่า” ไป่ฉีไม่รอช้า เขาทำการถือถังน้ำที่มีชื่อตัวเอง 2 ใบแล้วเดินขึ้นเขาทันทีโดยไม่รอพวกเพื่อน ๆ ของเขาแม้แต่น้อย มู่ซื่อเฉิงเองก็คว้าถังน้ำเดินตามไปไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ“ฉันไปด้วยสิ” ต้าถงคว้าถังน้ำเดินตามไปบ้าง“พวกเราด้วย” พวกเพื่อนของต้าถงต่างก็คว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามไปเช่นกัน“ไปได้แล้วไป๋หู่ นายจะอิดออดทำไม” หลี่ซีหยานคว้าถังน้ำของตนแล้วเดินตามพวกต้าถงไป“หงะ เอาจริงดิ แต่มันเหมือนหม้อต้มคนจริง ๆ นะ” ไป๋หู่เมื่อเห็นทุกคนไปหมด เขาก็คว้าถังน้ำของตนตามหลี่ซีหยานไปเมื่อพวกไป่ฉีเดินทางขึ้นเขาไปกันหมดแล้ว เหมยเหม่ย(หัวหน้าห้อง) เมิ่งชิงชิง และพ่อกับแม่ของไป่ฉีก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำมื้อเย็นเช่นกันทางด้านไป่ฉีได้เดินนำเพื่อนของเขาและขึ้นมาถึงต้นน้ำบนเขาเป็นคนแรก เขาทำการตักน้ำจนเต็มถังแล้วเริ่มหิ้วกลับทันที ระหว่างทางไป่ฉีเดินสวนกับพวกหลี่ซีหยาน ไป๋หู่ มู่ซื่อเฉิงและพวกต้าถง“สมกับที่ฝึกร่างกายมาจริง ๆ ร่างกายของนายกับซีหยานแข็งแรงกว่าพวกต้าถงและซื่อเฉิงเยอะเลย ดูซื่อเฉิงสิ ตามฉันมาแท้ ๆ ตอนนี้ตามหลังพวกนายซะงั้น แต่ว่าพยายามจัดสรรค์พลังให้ดีล่ะ จนกว่าน้ำในถังจะเต็มพวกนายต้องไปกลับอีกหลายเที่ยวนะ ตอนลงก็อย่าให้น้ำหกเยอะละ ไม่งั้นนายอาจจะต้องเพิ่มเที่ยวในการขึ้นไปตักเพิ่มนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงเขาไป“เอ๋ ไม่ใช่ว่าเที่ยวเดียวเหรอ” ไป๋หู่ถาม“จะบ้ารึไง ถ้ารอบเดียวน้ำจะเต็มถังที่พวกนายใช้แช่ตัวรึไง ถ้าอยากตักแบบเที่ยวเดียวนายคงต้องเอาถังแช่ตัวมาตักแล้วแบกลงไปนั่นล่ะ” ไป่ฉีกล่าวขณะที่เดินลงเขาไป ไป๋หู่ชี้ไป่ฉีอ้าปากค้างพยายามจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก พอไป่ฉีสวนกับพวกต้าถงและบอกพวกต้าถงกับมู่ซื่อเฉิงว่าต้องตักน้ำไปเติมจนเต็มถัง ไม่ใช่ตักแค่เที่ยวเดียว ทำให้พวกต้าถงโอดครวญกันใหญ่ แต่มู่ซื่อเฉิงกลับจ้องไป่ฉีตาค้างราวกับสิ่งที่เขาได้ยินมันชวนช็อกเอามาก ๆ“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พยายามกันเข้าล่ะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะเดินลงภูเขาไปการตักน้ำที่พวกต้าถง ไป๋หู่ หลี่ซีหยานและมู่ซื่อเฉิงทำนั้นเป็นที่พูดคุยกันระหว่างพวกเขาไปตักน้ำว่ามันคือการฝึกนรก หนทางที่เดินนั้นแม้จะเป็นทางเดินที่ถูกปรับให้เรียบแล้ว แต่ความชันทำให้พวกเขาต้องใช้แรงมากในระหว่างเดินขึ้นไป และต้องทรงตัวให้ดีระหว่างเดินลงมา หากน้ำหกระหว่างทางมาก นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องเพิ่มจำนวนรอบในการขึ้นไปตักน้ำนั่นเอง คนที่ทำได้ดีที่สุดคือไป๋หู่ รองลงมาคือหลี่ซีหยาน ตามมาด้วยพวกต้าถง และมู่ซื่อเฉิงนั้นตักน้ำได้เต็มถังช้าที่สุด“โอย.....แฮก ๆ โหดชะมัด” ต้าถงนั่งลงที่พื้น“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” เพื่อนกลุ่มต้าถงเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน“ขาไม่มีแรงเลย” เพื่อนกลุ่มต้าถงอีกคนนึงกล่าว“แฮก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้ผมล้าได้ขนาดนี้” ไป๋หู่กล่าวพลางยืดเหยียดกล้ามเนื้อขา“แฮก ๆ ๆ นั่นสิ ร้อนชะมัดเลย” หลี่ซีหยานกล่าว เขาใช้มือพัดเพื่อหวังว่าจะหายร้อน“ช่วยด้วย” มู่ซื่อเฉิงนอนคว่ำหน้าอย่างหมดสภาพ“ฉันเตรียมน้ำให้พวกนายแล้ว ลงไปแช่ซักหน่อยสิ ฉันใส่สมุนไพรลงไปด้วย มันจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ให้พวกนายแช่สัก 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นพวกนายจะนั่งจะนอนในถังนี้ก็ได้ แต่ว่าต้องตั้งสมาธิและมีจิตจดจ่อที่ลมหายใจเข้าออก หากใครไม่มีสมาธิ ฉันจะตีด้วยดาบไม้นี่” ไป่ฉีหยิบดาบไม้ออกมาถือไว้“ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ แค่แช่ธรรมดาไม่ได้เหรอ” ต้าถงถาม“การกำหนดลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ จะช่วยคลายความเหนื่อยล้า และการฝึกสมาธิก็จำเป็นอย่างมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องมีสมาธิในการแข่งขัน นายเข้าใจใช่ไหมต้าถง” ไป่ฉีอธิบายเหตุผล“แบบนี้นี่เอง” ต้าถงพยักหน้า“แล้วที่ให้พวกเราขึ้นเขาไปตักน้ำบนภูเขาเนี่ยมันช่วยอะไรล่ะคร้าบ” ไป๋หู่ถาม“ฝึกกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขนของพวกนายยังไงล่ะ นอกจากนี้ในช่วงที่พวกนายเดินลงเขามาพร้อมกับน้ำเต็มถังทั้ง 2 ข้าง พวกนายต้องคอยรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อไม่ให้น้ำในถังหกด้วย นั่นคือการฝึกให้พวกนายรู้จักการปรับสมดุลร่างกายระหว่างเคลื่อนไหว” ไป่ฉีกล่าว“สุดยอดเลยพี่ฉี” ไป๋หู่มองไป่ฉีด้วยสายตาชื่นชม“นายคิดถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” มู่ซื่อเฉิงลุกขึ้นมานั่ง แต่อาการเหนื่อยยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน“แล้วกล่องเข็มเงินที่วางไว้ใกล้ถังที่พวกเราต้องลงไปแช่นี่มันอะไรน่ะ” หลี่ซีหยานสังเกตเห็นมันตอนเขานั่งพัก เขามองเห็นกล่องใส่เข็มเงินจำนวนเท่ากับพวกเขาวางอยู่ข้างถังน้ำของแต่ละคน“แน่นอนว่าต้องเอามาใช้ฝังเข็มให้พวกนายอยู่แล้ว” ไป่ฉีกล่าว“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิไป่ฉี จะฝังเข็มได้นายต้องมีความรู้และประสบการณ์นะ ใบอนุญาตก็ต้องมีด้วย” เพื่อนกลุ่มต้าถงคนหนึ่งพูดขึ้น เขาไม่ได้กลัวเข็มหรอกนะ แต่การฝั่งเข็มถ้าไม่ทำโดยผู้ชำนาญเฉพาะทาง อาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้“ไม่ต้องห่วงหรอก เห็นสิ่งนี้รึเปล่า” ไป่ฉีหยิบใบรับรองการเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางด้านการฝั่งเข็มขึ้นมา“มะ...มีด้วยเหรอเนี่ย” เพื่อนกลุ่มต้าถงต่างพูดขึ้นพร้อมกัน พวกเขาไม่คิดว่าไป่ฉีจะมีใบรับรองด้วย“เหอะ ๆ นายมีอะไรทำให้ฉันแปลกใจเรื่อยเลยนะ” มู่ซื่อเฉิงกล่าว“พี่ฉี ฝังเข็มให้ผมก่อนเลย” ไป๋หู่ถอดเสื้อกับกางเกงของตัวเองออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกฝนร่างกายเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 5 ขวบ“สุดยอดเลยไป๋หู่ ทำยังไงถึงมีลายกล้ามเนื้อสวยงามขนาดนั้นได้น่ะ” ต้าถงถาม ถึงเขาจะออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าคนอื่น แต่ผลที่ได้ยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าที่ควร“ฝึกวิชาหมัดมวย กับออกกำลังกายตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ” ไป๋หู่ตอบหน้าซื่อ ๆ ทำให้ต้าถงที่ถามถึงกับสะอึก“ฉันมันโง่เองที่ถามคำถามแบบนั้น” ต้าถงกล่าว“หือ งั้นฉันต่อจากนายก็แล้วกัน ไป๋หู่” หลี่ซีหยานก็ถอดเสื้อกับกางเกงของเขาเช่นกัน แม้กล้ามเนื้อของเขาจะไม่ชัดเท่ากับไป๋หู่ แต่ก็เรียกได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาอยู่ในระดับเดียวกับพวกนายแบบทีเดียว พวกต้าถงต่างมองด้วยความความอิจฉา“ทำยังไงถึงจะมีรูปร่างแบบนี้บ้างเนี่ย” ต้าถงถาม“ฉันทำให้ได้นะ ในเวลา 6 วันนี้ แต่พวกนายคงต้องเหนื่อยหน่อยน่ะ” ไป่ฉีกล่าว พวกต้าถงเพิ่งสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานต่างก็ฝังเข็มกันเสร็จเรียบร้อย และลงไปแช่ในถังน้ำที่ผสมสมุนไพรแล้ว“เร็วโคตร” เพื่อนในกลุ่มของต้าถงไม่อยากเชื่อ ปกติพวกที่ฝังเข็มเขาจะค่อย ๆ ฝังลงตามจุดต่าง ๆ ช้า ๆ แต่นี่ไป่ฉีกลับฝังเข็มคน 2 คนเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น“รู้แล้วก็รีบ ๆ ถอดเสื้อให้ฉันฝังเข็มได้แล้ว ตารางการฝึกของพวกนายแน่นจนไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ” ไป่ฉีเร่งเพื่อนของเขา“เข้าใจแล้ว ๆ ฉันต่อเอง” มู่ซื่อเฉิงถอดเสื้อกับกางเกงของเขาออกรอไว้เรียบร้อย เขามั่นในว่ากล้ามเนื้อของเขาไม่แพ้พวกต้าถงแน่“เห ซื่อเฉิง นายซ่อนรูปนะเนี่ย” ต้าถงเอ่ยชม“กล้ามเนื้อเห็นชัดดี แต่มันขาดความแข็งแรง ไม่ได้มีมวลกล้ามเนื้อแน่นเหมือนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่หรอก หึ หึ” ไป่ฉีกล่าว“โหย ไป่ฉี นายช่วยชมให้ฉันภูมิใจบ้างไม่ได้รึไง” มู่ซื่อเฉิงบ่นอุบอิบ เรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ไม่น้อยทีเดียว_______________________________ศูนย์ฝึกอบรม LSAไป่ฉีกับชิงชิงเดินเข้ามาเพื่อติดต่อกับฝ่ายธุรการก็เห็นป้าจางเดินมาทางพวกเขา ดูอารมณ์หงุดหงิดจนเห็นได้ชัดไป่ฉี : ป้าจางใครทำให้อารมณ์ไม่ดีเหรอครับป้าจาง : ก็มีคนมาสมัครงานน่ะ ทางบริษัทให้ฉันเป็นคนสัมภาษณ์ ดันเจอพวกซื่อบื้อจนทำให้อารมณ์เสียเนี่ยชิงชิง : เขากวนประสาทเหรอคะป้าจาง : ใช่น่ะสิ ตอนแรกก็ดูตอบคำถามได้ดีอยู่หรอก แต่พอฉันถามว่าคุณสะดวกทำงานกลางคืนไหม พวกเธอรู้ไหมว่าผู้สมัครตอบฉันว่าอะไรชิงชิง : เขาตอบว่าอะไรเหรอคะป้าจาง : มันตอบว่า ผมไม่รู้จักคนชื่อ สะดวก เลยไม่รู้ว่าคนชื่อ สะดวก ทำงานเวลากลางคืนรึเปล่า โอ๊ยฉันจะบ้าตาย (ป้าจางเป็นลมทันที)ชิงชิง : ว๊าย ป้าจาง (ชิงชิงหยิบยาดมมาให้ป้าจางดมทันที)ไป่ฉี : อายุก็เยอะแล้วนะครับ (ยังหาผัวไม่ได้) พยายามอย่าโมโหดีกว่านะครับ (ไป่ฉีประคองป้าจางให้นั่ง)ป้าจาง : อือ แน่นดีจัง (ป้าจางเพ้อ ยังไม่ได้สติ)ไป่ฉี : =///=ชิงชิง : ป้าจางคะ ได้ยินหนูไหมคะป้าจาง : อ้าว ชิงชิง นี่ป้าเป็นลมไปเหรอไป่ฉี : =///=ชิงชิง : ค่ะ ดีขึ้นรึยังคะป้าจาง : อือ ดีขึ้นแล้วล่ะ ว่าแต่ไป่ฉี ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะ ก็ยอมรับหรอกนะว่าป้าอ้วน แต่เธอก็แรงดีนี่นาชิงชิง : นั่นสิไป่ฉีไป่ฉี : ไม่ใช่ปัญหาเรื่องน้ำหนักครับ แต่ป้าจางกำลังเล่นหัวนมผมอยู่ นี่ผมเริ่มของขึ้นแล้วนะครับ =///=ชิงชิง : (เพิ่งสังเกตเห็นว่ามือของป้าจาง ข้างหนึ่งกำลังบีบหน้าอกของไป่ฉี ส่วนอีกข้างกำลังเล่นหัวนมไป่ฉีที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ต)ป้าจาง : แหะ ๆ ขอโทษนะไป่ฉี พอดีป้าฝันถึงสามีที่ตายไปน่ะ (ป้าจางรีบหดมือตัวเองกลับทันที เธออับอายจนอยากจะตีมือที่ซุกซนของเธอจริง ๆ) ป้าดีขึ้นมากแล้ว ขอตัวก่อนนะ =v= (วิ่งหายเข้ากลีบเมฆ)ไป่ฉี : พี่ชิงชิงครับ ช่วยผมเอามันลงที =///=
ชิงชิง : =///=+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
