บทที่สิบ สุดทาง
กอเข่อที่ลังเลไม่ใช่ไม่ทราบว่าเด็กทั้งสองะโลงไปในบ่อน้ำนี้ทำไม
กอเข่อเมื่อได้รับบันทึกห้าเล่มไปย่อมได้อ่านผ่านตาบ้าง ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการยุทธมันไม่ใส่ใจนัก เพียงเฉพาะเล่มสุดท้ายที่บรรจุแผนที่ที่ต่างๆเอาไว้ รวมถึงแถบถิ่นนี้นับว่าละเอียดละออมากที่สุด มันที่จดจ่อกับการค้นหาทรัพย์สมบัติตนเองกลับคืนมา ย่อมไม่หยุดรั้งรออันใดที่จะศึกษาแผนที่โดยละเอียด
แต่ทว่าแผนที่ของพรานไพรล่องหนย่อมไม่เหมือนแผนที่ของผู้คนทั่วไป ในนั้นไม่ได้บรรจุรูปภาพและตำแหน่งโดยง่าย แต่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆนาๆ และคำรหัสที่แตกต่างกัน หากไม่ใช่มันที่รู้จักถิ่นแถบนี้ทะลุปรุโปร่งอย่าได้หวังว่าจะเข้าใจแม้สักส่วนเดียว
ยกตัวอย่างเช่น บ่อน้ำนี้ นายบ้านเขิงหรือนายกองเขิงมิได้กล่าวถึง แต่กลับกล่าวถึง สนโบราณห้าต้นจากแผ่นดินถึงสุดแผ่นน้ำอะไรนั่น ช่างแปลความได้ยากเย็น เพียงทราบว่าเมื่อลงไปแล้วย่อมมีทางลับให้หลบหนีต่อไป แต่หากให้มันติดตามลงไปต่อจากนี้มันไม่ทราบว่าจะเป็เช่นไร เพราะต่อจากนั้นมันมิได้มีเวลาวิเคราะห์อันใดมันเพียงอ่านผ่านและคาดว่าเป็จุดหนี่งที่อาจเป็ที่ซ่อนขุมทรัพย์
กอเข่อใช้เวลาวูบเดียวคิดกลับไปมาหลายตลบ ทบทวนว่า หากเป็มันทิ้งแผนที่ไว้ให้บุตรชาย จะอย่างไรต้องไม่ยากเย็นจนเกินจะค้นหาทางออก อย่าว่าแต่มันยังมีฝีมือมากกว่านายกองเขิงอีกเป็เท่าตัว ยังหาทางออกไม่ได้ก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้ว
เพียงหายใจเข้าออกสองครากอเข่อจึงตัดสินใจะโติดตามลงไป
ขณะลอยร่างละลิ่วลงไป สองมือสองเท้ากางออกครูดตามผนังบ่อลงไป รู้สึกเรียบลื่นจนไม่อาจเกาะติด อย่าว่าแต่คิดปีนป่ายกลับขึ้นไปแม้แต่ชะลอความเร็วขณะร่วงลงยังทำไม่ได้ กอเข่อสำนึกเสียใจเล็กน้อย หวั่นไหวว่าหากคาดคำนวณผิด เช่นในปัจจุบันระดับน้ำตื้นเขิน อย่างนั้นต่อให้มันไม่ตายย่อมต้องได้รับาเ็ไม่น้อย ร้องเฮอะออกมาขณะคิดว่าหากหล่นลงไปบนซากศพเด็กตัวยุ่งยากทั้งสองคงผ่อนแรงกระแทกไปหลายส่วน ก่อนที่จะรู้สึกเย็นวาบั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างทั้งร่างตกลงไปในน้ำก่อนทะลึ่งพุ่งพรวดขึ้นมา
กอเข่อวาดมือเท้าไปรอบๆไม่ััวี่แววของเด็กทั้งสองเพียงแต่รู้สึกว่าปลายเท้ามีแรงน้ำพัดพาจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งที่นี่เป็ทางบ่อน้ำที่เชื่อมต่อกับทางน้ำใต้ดินจริงๆ กอเข่อรีบมุดร่างลงไปสำรวจในความมืดอันเยียบเย็นนั้น กอเข่อััถึงแรงพัดพาของน้ำจึงตัดสินใจดำตามกระแสน้ำไป กระแสน้ำพาร่างกอเข่อหมุนวนไปตามทางสักครู่หนึ่งในชั่วระยะยังไม่หมดลมหายใจเห็นแสงสว่างรำไรอยู่เหนือศีรษะจึงพุ่งร่างขึ้นไป
หลงน้อยะโตามขอนลงมา รอบข้างมืดมิดและร่วงหล่นเป็ระยะมากกว่าสิบวาแล้วยังไม่ถึงพื้นน้ำ จนหายใจเข้าออกหมดสิ้นจึงรู้สึกร่างทั้งร่างจมลึกลงไปในน้ำ ดีที่ตอนก่อนถึงพื้นน้ำตนหายใจเข้าลึกอีกคราเตรียมพร้อมจึงไม่ทุลักทุเลนัก ขณะจะลอยตัวขึ้นข้อเท้าถูกฉุดดึงรั้งไว้ เป็ขอนนั่นเองที่คว้าดึงตนลงมา จึงนึกได้ด้วยปฏิภาณว่าสหาย้ารอดูว่ากอเข่อจะติดตามลงมาหรือไม่ ขณะที่คิดวุ่นวายอยู่นั้นขอนคว้าข้อมือตนในความมืดไว้ให้ยึดเกาะของบางอย่างนั่นคือก้านเหล็กโค้งอันหนึ่งเป็รูปมือจับ คาดว่าเป็ของที่พรานไพรล่องหนจัดทำไว้
หลงน้อยเพียงข้องใจหากแม้คนซุ่มซ่อนอยู่ใต้น้ำแต่หากไร้อากาศหายใจจะทำอย่างไร หรือว่าพรานไพรล่องหนสามารถกลั้นลมหายใจได้ครึ่งค่อนวันอย่างนั้นคนคล้ายอึ่งอ่างคางคกสามารถจำศีลได้
หลงน้อยรู้สึกขอนคว้าจับลำคอด้านหลังศีรษะแล้วออกแรงดันไปข้างหน้า ไม่ทราบว่าสหาย้าสิ่งใดแต่คล้อยตามไป ตำแหน่งคางกระทบถูกแท่งทรงกลมขนาดเล็กยื่นเฉียงลงมาจาก้า แทบกระแทกถูกปาก พลันเข้าใจได้ด้วยปัญญาไว ที่แท้นี่เป็หลอดอันหนึ่งที่ปลายท่อต่อไป้าเพื่อรับอากาศมาหายใจจึงทดลองดูดอากาศดูพบว่าเป็เช่นนั้นจริง ลอบชมเชยพรานไพรล่องหนบิดาของขอนอยู่ในใจ สมแล้วที่สมควรรับฉายาล่องหนดังชื่อ
ขณะนั้นเอง หลงน้อยรู้สึกได้ว่าขอนตบหลังตนสองครา เป็สัญญาณบ่งบอกถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง จึงพยายามทำร่างกายให้นิ่งเข้าไว้ คว้าจับมือจับนั้นไว้แน่นแนบลำตัวเข้ากับผนังเหมือนจิ้งจกตัวหนี่ง
พลันเสียงน้ำแตกกระจายดังขึ้น รู้สึกมีคนผู้หนึ่งแหวกว่ายอยู่เหนือศีรษะ แต่ในความมืดไม่ทราบว่าเป็ผู้ใด คาดว่าคงเป็กอเข่อดังนั้นยิ่งเกร็งตัวนิ่งกว่าเดิม ไม่กล้าแม้กระทั่งสูดลมหายใจในหลอดนั้นอีกเกรงสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ยิ่งใหญ่ชาวอธรรมผู้นี้
ขอนเองมีคิดคำนวนเื่ราวไม่แตกต่างกัน ตนโชคดีศึกษาบันทึกห้าเล่มอย่างคร่ำเคร่งตลอดมานับั้แ่หัดอ่านเขียนจากหลวงพ่อฟู เื่ใดที่ไม่เข้าใจทบทวนอ่านหลายครา ที่อาศัยโชคกว่านั้นคือบันทึกเล่มสุดท้ายเป็เื่ราวประสบการณ์ของพรานไพรล่องหน เป็บันทึกอันดับแรกที่อ่านด้วยว่า ใน่ฝึกอ่านเขียนนั่นเป็่ที่นับว่าอ่านง่ายที่สุดแล้ว อีกทั้งยังสนุกสนานน่าสนใจ จึงได้รับรู้เื่ราวบุคคลมากหน้าหลายตารวมทั้งขุนโจรหมู่ห้าร้อยผู้มีความสามารถทัดเทียมพรานไพรล่องหน ดังนั้นจึงมีความระมัดระวังตลอดเวลาแม้ว่าทดลองมาตามเส้นทางลับต่างๆหลายครั้งล้วนแล้วแต่ศีกษาวิธีการซ่อนพรางอย่างรอบคอบเพื่อมิให้บุคคลใดที่พบเส้นทางโดยบังเอิญทราบว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง
เื่นี้ช่วยให้ขอนจดจำตำแหน่งซุ่มซ่อนอย่างขึ้นใจจึงใช้ออกได้ทันท่วงที ต่างกับกอเข่อที่ได้รับบันทึกปลอมไป แม้มีเื่จริงปะปนเป็อันมากกลับไม่แสดงตำแหน่งหรือเคล็ดลับในการซ่อนตัว ดังนั้นกอเข่อต่อให้มีเวลาอ่านบันทึกอีกหลายวันยังขบคิดไม่เข้าใจว่าเหตุใดเด็กทั้งสองจึงหายไปไร้ร่องรอย
เสียงกอเข่อแหวกว่ายอยู่ไปมาบนผิวน้ำ ดำผุดลงมาในที่สุด ทำให้เด็กน้อยทั้งสองใจหายวาบ
“หรือที่ซ่อนเราจะถูกพบเห็น” หลงน้อยอดคิดไม่ได้
สักครู่หนึ่งรู้สึกว่ามันว่ายพาตัวไหลไปตามทางน้ำใต้ดินจากไป ค่อยคลายใจลง ขณะจะชักชวนขอนกระตุกแขนให้ลอยตัวขึ้นไป ขอนกลับฉุดรั้งตนเองเอาไว้ ได้แต่สะกดจิตใจรอคอยพลันเสียงน้ำแตกกระจายอีกครั้งหนึ่ง ถึงกับใจหายวาบ ที่แท้มีบุคคลอีกผู้หนึ่งะโติดตามมาติดต่อกัน รอคอยสักครู่บุคคลผู้นั้นยังไม่คิดไปต่อทางไหน
จึงซ่อนร่างต่อไปด้วยความระทึกใจ
.....
หัวหมู่ขวัญโลดแล่นมาตามทางมุ่งสู่บริเวณสนโบราณห้าต้นในใจทั้งเป็ห่วงบุตรชายของสหายเก่าและนายเก่าทั้งสอง อีกด้านยังคงห่วงสหายสนิทที่ต้านทานกองกำลังด้านหลัง ได้แต่ตัดใจมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียวเท่านั้น
อดีตนายทหารกล้าแห่งอาณาจักรน่านเ้าเข้ามาถึงในระยะมองเห็นกลางลาน พอดีพบเห็นด้านหลังของกอเข่อแต่ไกล ที่ไม่คาดคิดคือกอเข่อเ้าเขาห้าลูกะโลงไปในบ่อน้ำน้อยนั้น
หัวหมู่ขวํญรีบติดตามไปดูแต่ไม่ลืมที่จะระวังตัว หากแม้นี่เป็กลอุบายของเ้าเขาห้าลูก ยังไม่ยอมตกหลุมพรางเป็อันขาด หัวหมู่ขวัญย่อกายลงข้างขอบบ่อที่ก่อขึ้นด้วยหินก้อนขนาดต่างๆกัน แล้วเงี่ยหูฟังพักหนึ่ง เสียงมีคนแหวกว่ายน้ำอยู่ด้านล่างจริงๆ จึงชะโงกหน้าไปดูทีละน้อยไม่มีเงาร่างของกอเข่อแอบซ่อนรอทำร้ายแต่อย่างใด เมื่อมองไปพบว่านี่เป็บ่อน้ำลึกมองไม่เห็นก้นบ่อ
หัวหมู่ขวัญนึกทบทวนดูเห็นว่าบ่อน้ำนี้ไม่มีทางใดที่จะปีนกลับขึ้นมาได้ดังนั้นกอเข่อคงไม่ะโลงไปด้วยความสนุกสนาน มีเพียงเหตุผลเดียวคือกอเข่อลงไปเพื่อทำการบางอย่าง
“มันทำไปเพื่ออันใด สมควรมีเหตุผลอันสมน้ำสมเนื้อ หากแม้เป็เพื่อสิ่งของมีคุณค่าใด หรือว่า”
ในที่สุดหัวหมู่ขวัญคิดถึงความเป็ไปได้ประการหนึ่งคือลงไปติดตามเด็กน้อยทั้งสอง เมื่อคิดได้ในแง่นี้เกิดความคิดที่จะติดตามลงไป แต่ถ้าหากเมื่อติดตามไปแล้วกลับกลายเป็เริ่องอื่นแทน เช่นนั้นคงย่ำแย่แล้ว
หัวหมู่ขวัญใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกลังเลใจ แต่ในที่สุด คิดถึงความเป็ไปได้มากที่สุดคือ กอเข่อน่าจะเป็การลงไปติดตามหลงน้อยและขอน ต่อให้นี่เป็เื่อื่นแต่หากมีความเป็ไปได้เพียงส่วนหนึ่งที่จะเป็การไล่ล่าเด็กทั้งสอง มันย่อมสมควรเสี่ยง หากแม้การไม่ลงไปทำให้เด็กทั้งสองมีเื่ร้ายเกิดขึ้น เช่นนั้นคงไม่อาจยอมรับได้แล้ว
ความคิดอันยืดยาวทั้งหมดนี้ทบทวนกลับไปมาเพียงชั่วหายใจเข้าออกสองครา เมื่อใคร่ครวญจนสิ้นสุดดังนั้นจึงะโติดตามลงไป ในขณะที่เสียงแหวกว่ายน้ำด้านล่างได้หายหมดไปแล้ว
หัวหมู่ขวัญทิ้งร่างลงในน้ำอย่างระมัดระวัง สองเท้าตระเตรียมลงมือหากแม้กอเข่อแอบซ่อนอยู่หวังลอบทำร้าย แต่ครั้นทะลึ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำยังไม่พบพานผู้ใดค่อยคลายใจลง แต่ยังเขม็งตึงเครียดว่าจะทำประการใดต่อไปดี คนทั้งหมดที่คาดว่าอยู่รวมในที่นี้กลับหายไปหมดสิ้น เช่นนี้สมควรมีทางออกอื่น พลันรู้สึกที่ปลายเท้ามีกระแสน้ำพัดผ่าน แม้ไม่รุนแรงทว่าลำบากกินแรงต่อการว่ายทวน
หัวหมูขวัญคาดคิดขึ้นมาว่าด้วยกำลังของเด็กน้อยทั้งสองคงไม่สามารถทานกระแสน้ำขึ้นไปได้ จากนั้นใจหายวาบขึ้นมาด้วยว่าหากมันคิดได้ อย่างนั้นกอเข่อย่อมคิดออกได้เช่นกัน ขบคิดไม่มากความ เก็บลมหายใจเฮือกใหญ่รีบมุดร่างลงน้ำดำหายไปในช่องโพรงด้านล่าง
หลงน้อยและขอนล้วนอยู่ลึกลงไปใต้น้ำต่ำกว่าช่องโพรงนั้นหลายศอก รู้สึกว่าคนผูนั้นว่ายจากไปแล้ว จึงชักชวนขึ้นบนไปหายใจเหนือผิวน้ำ ทั้งสองผมลู่ลีบติดศีรษะเกิดเป็เงากลมตะคุ่มในความมืด หลงน้อยลูบหน้าตัวเองรีดน้ำออกไปจากใบหน้า ขณะจะโน้มหน้ากระซิบเสียงกล่าว เปลี่ยนเป็ดังก้องออก
“ไม่ทราบผู้มาที่สองเป็ผู้ใด” เมื่อเสียงก้องออกมารู้สึกกังวลใจขึ้น
ขอนรีบกล่าว “ไม่ต้องห่วงกังวลไป เราสนทนากันในที่นี้ ผู้ที่อยู่ห่างออกไปในทางน้ำใต้ดินไม่มีทางได้ยินเสียง เหตุที่มีทางน้ำกั้นระหว่างพวกเราไว้”
หลงน้อยค่อยคลายใจ แต่แม้ตนกล่าวเสียงเบาแล้ว ภายในบ่อยังสะท้อนเสียงก้องไปมาให้ได้ยินชัดเจนอยู่ดี
“ข้าเกรงว่าบุคคลที่สองจะเป็มิตร มิใช่ศัตรู”
ขอนเอียงศีรษะใช้ความคิดเห็นเป็เงาดำในความมืด กล่าวว่า”เ้าทราบได้อย่างไร”
หลงน้อยกล่าวอย่างใช้ความคิด”ย่อมคาดเดาได้หลายส่วน ก่อนอื่นคนผู้นี้ะโลงมาไม่พบผู้ใด ไม่แตกตื่น หากเป็สมุนคนใดของโจรกอเข่อ ไม่พบเห็นหัวหน้ามันย่อมต้องร่ำร้องโวยวายให้ผู้อื่นได้ยิน”
ขอนพิจารณาตามกล่าวว่า “นั่นก็ใช่ ข้าเคยคลุกคลีกับพวกมัน ไม่มีผู้ใดขวัญกล้าแข็งโดดเด่น ไม่ยินยอมติดตามผู้เป็นายมาเพียงผู้เดียวแน่นอน อย่างน้อยต้องมีผู้เฝ้าอยู่้าปากบ่อ”
หลงน้อยรีบกล่าว “อย่างนั้นผู้มาที่สองต้องเป็คนใดคนหนึ่งในท่านอาทั้งสองแล้ว”
ขอนจึงโพล่งว่า “แย่แล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเราต้องรีบติดตามไป หากท่านอาพบกับโจรกอเข่อ เื่ราวคงเลวร้าย ท่านอาแม้เก่งกล้า ทั้งสองรวมกันอาจต้านทานและหลบหนีจากกอเข่อได้ แต่หากประมือกันตัวต่อตัวยังห่างไกลจากโจรกอเข่ออีก่หนึ่ง” ขอนใช้คำโจรกอเข่อตามหลงน้อย รู้สึกคำเรียกหานี้จึงเหมาะสม
หลงน้อยพยักหน้าในความมืดดำติดตามลงใต้น้ำ โดยมีขอนติดตามหลังไปไม่ห่าง
ทั้งสองดำผ่านช่องโพรงแคบยาวเต็มไปด้วยตะไคร้น้ำลื่นชั่วระยะอึดใจหนึ่ง จึงปรากฏเหนือศีรษะมีแสงอยู่ เมื่อผุดร่างขึ้นไปเหนือน้ำ ปรากฏเป็ถ้ำโพรงแห่งหนึ่ง ด้านหนึ่งคือทางน้ำที่หลงน้อยและขอนแหวกว่ายอยู่เป็ทางยาวไปจนจรดผนังอีกด้านหนึ่ง ที่ขนานคู่กันก็คือลานหินแคบยาวเป็แนวเดียวกันกับทางน้ำนั้น ผนังทั้งสองด้านเปล่งประกายเขียวนวลเรืองรองประหลาดตา เป็ลักษณะเดียวกันกับในถ้ำพญานาค
“นี่เป็ ผงกระจายแสง พ่อข้าเป็ผู้ฉาบทาไว้” ขอนบอกเบาๆ หลงน้อยพยักหน้ารับทราบ ตามองไปที่สุดผนังถัดไป มองเห็นทางเดินเป็ช่องผนังถ้ำลึกเข้าไป ที่สุดตามองเห็นเป็ทางเลี้ยวจึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามีสิงใดแปลกปลอมหรือไม่
หลงน้อยเอียงหน้าไปกระซิบกับขอน “โจรกอเข่อคงเข้าไปในนั้น แต่ไม่ทราบบุคคลที่สองไปที่ใด”
ขอนสำรวจมองไปโดยรอบ มีสีหน้าแตกตื่นวูบขึ้นมา
หลงน้อยขณะจะเหลียวกลับไป พลันรู้สึกตึงวูบที่ต้นคอชาไปทั้งร่าง ขณะที่ขอนวาดหมัดเข้าใส่ด้านข้างของหลงน้อยอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ายังช้าเกินไปข้อมือข้างนั้นถูกมือใหญ่แข็งแรงคว้าจับไว้รู้สึกชาวูบทั้งข้อแขน
ที่แท้กอเข่อถลันออกมาจากทางโค้งนั้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งนั้นทั้งสองยืนอยู่ใกล้เกินไป หนึ่งนั้นพื้นที่คับแคบยามเคลื่อนไหวไม่สะดวก ดังนั้นขอนและหลงน้อยที่ยืนคู่กันสองคนย่อมเคลื่อนไหวเชื่องช้ากว่ากอเข่อที่มีเพียงผู้เดียว ทั้งเตรียมพร้อมแต่แรก
ทันทีที่คว้าจับเด็กทั้งสองได้กอเข่อแผดเสียงหัวร่อฮาฮา กล่าวว่า “นึกว่าเด็กน้อยเ้าทั้งสองไปหดหัวอยู่ที่ใด สุดท้ายเป็ลูกเต่าในกำมือเรา”
กล่าวจับบิดแขนขอนเป็วง ขอนร้องครางออกมาด้วยความเ็ป ได้แต่หมุนตัวตามสภาวะเปลี่ยนเป็ถูกจับบิดจนแขนไพล่หลัง รู้สึกเจ็บร้าวทั้งข้อแขนจนถึงหัวไหล่ สำหรับขอนผู้ทรงพลังแล้วการถูกคว้าจับไว้ในลักษณะที่ถูกใช้กำลังบังคับข่ม
ไว้เป็เื่ที่ไม่คาดฝัน ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้
หลงน้อยเองไม่ได้มีสภาพดีกว่ากันเท่าใดนัก รู้สึกมึนงงศีรษะจนเห็นดาวทองระยิบระยับ อย่าว่าแต่ต่อสู้ขัดขืนสองแขนแทบไม่มีกำลังยกขึ้นแม้แต่น้อย
กอเข่อยังหัวร่อต่อไปกล่าวว่า “พวกเ้าทั้งสองกลิ้งกลอกนัก แทบทำให้เราเข้าใจผิดเกือบว่ายต่อไปในทางน้ำนี้ ดีที่เมื่อครู่เราอดไม่ได้เข้าไปสำรวจในถ้ำดูก่อน มิเช่นนั้นคงไม่ได้ยินพวกเ้าทั้งสองขึ้นมาจากน้ำ”
กล่าวจบกอเข่อหันไปทางขอนแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย ทิ้งคราบผู้ดีอันน่านับถือไปเสียสิ้น
“บิดาเ้าทำเราหัวปั่นนัก นึกไม่ถึงบุตรชายไม่ไกลห่างกัน เราเห็นเ้าโง่เขลาที่แท้ตบตาผู้คน เ้าทำให้เราวิ่งวุ่นวายทั้งวันลองคิดดูว่าเราจะตอบแทนเ้าให้สาสมอย่างไร เช่นนี้เป็อย่างไรหากเราบิดแขนขาเ้าให้พิการไปอย่างนั้นไม่ต้องกลัวเ้าหลบหนีค่อยๆสอบสวนก็ยังได้” กล่าวจบเพิ่มทั้งแรงบิดต่อข้อแขนของขอนและแรงบีบต่อต้นคอของหลงน้อย จนเด็กทั้งสองร้องโอดโอยออกมา
ขอนกล่าวตัดพ้อออกมาแต่หากคำกล่าวกล่าวแก่หลงน้อย “นี่เป็เพราะเ้าแท้ๆ หากแม้ไม่โลภมากยังคงไม่ย้อนมาทางนี้อีก”
หลงน้อยที่ดาวทองระยิบระยับเต็มสองจักษุสมองเลอะเลือน แทบร้องออกมาว่า เ้าพูดเลอะเทอะอันใดกัน ระงับปากไว้ได้ทันเมื่อมือข้างหนึ่งของขอนที่ป่ายเปะปะไปมาแสดงความเ็ป กลับใช้ปลายนิ้วก้อยสะกิดต้นแขนด้านหน้าของหลงน้อยไว้อย่างรุนแรง ทำให้หลงน้อยนึกขึ้นได้ว่าเป็ความเคลื่อนไหวอันมีเลศนัย
หลงน้อยจึงเหลียวหน้าไปดู ในความพร่ามัวของดวงตานั้นมองเห็นรอยยิ้มจางของขอนที่มุมปากวูบหนึ่ง ดังนั้นแม้ไม่ทราบว่าเป็เื่ราวใด แต่ยังแสดงละครตามด้วยปัญญาไว
“นี่เป็เพราะเ้าไม่ดี หากไม่คบหาเ้าเราคงไม่ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ สมบัติมารดามันเถอะตายแล้วยังจะได้ใช้อันใดอีก”
กอเข่อที่ได้ยินเด็กน้อยสองคนโต้ตอบกันไปมา แม้นึกเคลือบแคลงสงสัย แต่อดไม่ได้ที่จะสนใจคำสมบัติมารดามันนั้นของหลงน้อย อันว่าคนเราเมื่อตกอยู่ในความโลภแล้วความชาญฉลาดหรือพุทธิปัญญาล้วนเสื่อมถอยไป นี่เป็เื่ปกติธรรมดาโดยแท้
กอเข่ออดถามไม่ได้ว่า
“พวกเ้าว่ากระไร สมบัติอยู่ที่นี้รึ” เมื่อได้ยินกอเข่อพูดแบบนั้นเด็กทั้งสองรู้สึกโล่งอกขึ้นมา สำหรับขอนแน่นอนว่าถูกหักแขนหักขาเป็คนพิการ และถูกนำไปทรมานเค้นถามที่ซ่อนสมบัติ แต่สำหรับหลงน้อยที่ไม่มีประโยชน์ต่อมันคงถูกกอเข่อบีบคอจนเสียชีวิตไป แต่เมื่อมันถูกสะกิดความสนใจเช่นนี้ย่อมไม่เข่นฆ่าผู้คนโดยง่ายแล้ว
หลงน้อยแสร้งทำเป็ลนลาน พูดจาแบบขลาดเขลา
“นายท่านผู้นี้ ข้าพเ้าที่ตั้งตัวเป็ศัตรูต่อท่านเป็เพราะเ้าั์ใหญ่สมองกลวงนี่ล่อลวง บอกว่าจะให้ทรัพย์สมบัติแก่ข้าพเ้า แต่ครั้นเมื่อดำน้ำลงแทบสิ้นประดาตายมันกลับไม่ยอมคายสมบัติออกมา พอข้าพเ้าไม่ยอมไล่ตามหลังท่านมาเพราะมันเคยเผลอกล่าวถึงสมบัติอยู่ในบ่อน้ำ ข้าพเ้าย่อมคาดเดาว่าเป็บ่อน้ำนี้แล้ว”
กอเข่อกระชากเสียง “พวกเ้าเห็นเราเป็ทารกไม่รู้ความหรืออย่างไร คิดว่านำเื่สมบัติมายกอ้างแล้วเราจะไว้ชีวิตเ้าหรือ”
หลงน้อยรีบอ้อนวอนก่อนที่กอเข่อที่คลายกำลังมือไปส่วนหนึ่งจะกลับมาเพิ่มกำลังบีบเค้นขึ้นมา
“นายท่านได้โปรดฟังก่อน หลงน้อยนี้แม้เต็มไปด้วยความโลภ แต่ไม่ถึงกับโง่เขลา ความตายกรายศีรษะยังไม่สำนึก เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ หลงน้อยขอติดตามท่านยังดีกว่าตกตายไป ขอถามมีผู้ใดจะนำชีวิตมาล้อเล่นกัน”
กอเข่อฟังแล้วนึกตาม มันไม่ทราบความตื่นลึกหนาบางของทั้งคู่ เคยคุ้นว่าขอนเองมีเด็กน้อยผู้หนึ่งเป็ไม้เบื่อไม้เมาไม่ลงรอยกันเสมอ จำได้รางเลือนถึงคำอธิบายลักษณะผิวดำผอมสูงกว่าเด็กวัยเดียวกัน เพียงแต่หากเทียบกับขอนที่มีความสูงใหญ่ผิดธรรมดาเด็กทั่วไปจึงดูตัวเล็กไปบ้าง จึงคาดคำนวนว่ามีความเป็ไปได้ที่จะเป็เด็กผอมดำผู้นี้อยู่หลายส่วน
'ถ้าเช่นนั้นเื่พวกมันหาใช่สหายกันแท้จริงย่อมเป็ความจริง' กอเข่อนึกในใจ มันย่อมไม่ทราบประสบการณ์มหัศจรรย์เหนือธรรมดาในหลายวันที่ผ่านมาของเด็กทั้งสอง ที่ผันเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็มิตรภาพอันแแ่ นี่ไม่อาจโทษมันได้ว่าเบาปัญญาที่ประเมินเช่นนั้น ดังนั้นกอเข่อจึงกล่าวว่า
“ถ้าที่เ้าพูดเป็ความจริงเราย่อมไม่ถือสาเอาความ เพียงแต่เ้ามีสิ่งใดมาเป็ต้นทุนจงว่ามา”
มันลดเสียงกล่าวให้ดุดันน้อยลง หลงน้อยจึงรีบบอก
“เด็กน้อยนี้บอกว่าขุมทรัพย์อยู่ในถ้ำนี้” หลงน้อยปรายตาพยักเพยิดไปในถ้ำนั้น
กอเข่อกระชากเสียงกล่าวอย่างอำมหิต “ข้าเข้าไปมาแล้วจำได้หรือไม่ ถ้ำที่สุดทางตันเยี่ยงนั้นยังมีขุมทรัพย์ที่ใดกัน”
กล่าวจบบีบคอหลงน้อยจนหลงน้อยรู้สึกหัวหมุนโลกตีลังกา รีบร้องออกมา
“ยังมีผู้ใดเปิดเส้นทางได้อีกหากมิใช่ บุตรชายพรานไพรล่องหน”
ขอนแสร้งเป็ร้องด่าทอออกมา
“เ้ามิใช่ตัวดีงามอันใด ตระบัดสัตย์ทั้งทรยศคิดคด ข้าไม่ควรคบคิดกับเ้าเลย” จากนั้นทำเป็ตะกายมือวุ่นวาย ใส่หลงน้อย แต่ทว่าแอบใช้ปลายก้อยสะกิดรุนแรงคราหนึ่ง เมื่อมันให้สัญญาณดังนี้ทำให้หลงน้อยทราบว่าในสถานการณ์อันคลุมเครือนี้มันคาดเดาเปะปะวุ่นวายพอดีถูกต้องกับสิ่งที่ขอนวางแผนเอาไว้ แม้ไม่ทราบว่าแผนนั้นคืออะไรหลงน้อยยังรู้สึกมั่นใจอย่างประหลาด
กอเข่อคลายข้อมืออีกครา รู้สึกเด็กน้อยนี้พูดจามีเหตุผล มันเมื่อได้รับบันทึกห้าเล่มขีดวงตำแหน่งที่ควรมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่นับสิบจุด จุดหนึ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งคือบ่อน้ำที่มีทางน้ำใต้ดินนี้ เมื่อสักครู่แม้ว่าเข้าถ้ำเพื่อค้นหาเด็กทั้งสองเป็หลัก แต่ยังสำรวจทั้งถ้ำโดยคร่าวๆแต่ไม่พบตำแหน่งใดมีกลไกซุกซ่อนอยู่ มันระแวงอยู่ว่าเด็กผิวดำนี้มีลวดลายใด เมื่อฟังดูเหตุผลของมันยังรู้สึกหวั่นไหว หากแม้ขุมทรัพย์พรานไพรล่องหนค้นหาได้โดยง่ายยังคงไม่ต้องใช้ฉายาล่องหนต่อไปแล้ว หลายปีมานี้มันทุ่มเทกำลังค้นหาตามที่ต่างๆยังไม่บังเกิดผลอันใด มีแต่ได้รับสมุดบันทึกห้าเล่มนี้จึงค่อยค้นพบกระทั่งบ่อน้ำนี้
คิดดังนั้นมันจึงหัวร่อออกมา คลายกำลังการบีบจับลำคอลงแต่ยังคงเกร็งกำลังควบคุมอยู่ หันไปบิดท่อนแขนของขอนมากขึ้น กล่าวว่า
“หยุดร่ำร้องวุ่นวายได้แล้ว หาไม่ข้าจะบิดแขนเ้าจนฉีกหลุดออกมา พวกเ้าทั้งสองนำทางข้าไป”
กล่าวจบมิได้คลายการจับยึดแต่อย่างใด เพียงแต่ดันร่างเด็กทั้งสองหมุนตัวกลับไป มือสองข้างยังคร่ากุมคนอยู่
เมื่อหันหน้าไปทางถ้ำแล้วขอนร่ำร้องออกมาก่อน
“โจรกอเข่อ เ้าไว้วางใจคนผิดแล้วหากแม้เชื่อถือเ้าเด็กกลับกลอกนี่ จะต้องเสียใจเช่นข้า”
เมื่อได้ยินเสียงขอนร้องวุ่นวาย ทำให้กอเข่อยิ่งเชื่อว่าถ้ำนี้มีขุมทรัพย์ซุกซ่อนอยู่ แต่อีกด้านหนึ่งมันที่เกือบปลดปล่อยหลงน้อยเป็อิสระจึงสะกิดใจไม่ปล่อยหลงน้อยไปโดยง่าย เพิ่มกำลังเค้นคอหลงน้อยรุนหลังไปข้างหน้า ร้องว่า
“พวกเ้าเดินไปแต่โดยดี หากปล่อยพวกเ้าในถ้ำคับแคบทั้งยังทางตันนั้น ยังต้องกริ่งเกรงพวกเ้าหลบหนีหรือไร”
หลงน้อยพลันเข้าใจสิ่งที่ขอนเค้นสมองอยู่ เมื่อสักครู่ตนเองที่ถูกบีบเค้นเส้นเืจนสมองเลอะเลือนไม่อาจรอบคอบเท่าขอน ที่แท้บุคคลที่สองที่ะโลงน้ำมาไม่เกี่ยวข้องกับกอเข่อ และกอเข่อไม่ทราบว่ามีผู้ใดติดตามลงมา ดังนั้นคนผู้นั้นย่อมต้องเป็มิตรมากกว่าศัตรู ดังนั้นสมควรเป็หนึ่งในอาทั้งสอง เพียงไม่ทราบว่าตอนนี้อยู่ที่ใด แต่คาดว่าขอนอาจทราบจากการสังเกตร่องรอยรอบกายที่ฝึกฝนมาอย่างพรานป่า เพียงทราบว่าการกระตุ้นให้กอเข่อคว้าจับพวกตนไว้ให้มั่นแม่นย่อมมีเหตุผล
ขณะที่ทั้งหมดกำลังก้าวเข้าไปในถ้ำนั้นเอง การณ์เปลี่ยนแปลงได้อุบัติขึ้น
หัวหมู่ขวัญเห็นแสงรำไรอยู่ข้างหน้าเหนือศีรษะขึ้นไป แต่ทราบว่าหากผลีผลามขึ้นไปมิใช่การเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด ดีที่หัวหมู่ขวัญรบทัพจับศึกทั้งเหนือใต้ออกตก มีวิชาทั้งทางบกทางน้ำ ดังนั้นหายใจอยู่ใต้น้ำด้วยวิธีพิเศษซึ่งพรานไพรล่องหนเป็ผู้ถ่ายทอดให้ หลอดสีตุ่นขนาดเล็กชิ้นหนี่งถูกมันคาบอยู่ในปากส่งไปเหนือผิวน้ำเพื่อสูดลมหายใจ สองหูผนึกสมาธิมั่นลอบฟังความเคลื่อนไหวเหนือผิวน้ำ หัวหมู่ขวัญไม่เกรงกลัวว่ากอเข่อจะอยู่เหนือน้ำนั้นแล้วรู้ตัว เนื่องจากต่อให้ถ้ำมีแสงเรืองรองยังไม่ถึงกับสว่างไสว ดังนั้นกอเข่อไม่มีทางมองเห็นหลอดที่ทำจากวัสดุสีตุ่นเล็กๆที่โผล่พ้นน้ำเพียงปริ่มเป็อันขาด รออยู่สักครู่จึงทราบความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เป็เสียงแหวกน้ำขึ้นมามากกว่าหนึ่งคน ในใจทราบว่าเป็หลงน้อยและขอน จวบจนได้ยินบทสนทนาจึงทราบความเคลื่อนไหวทั้งหมด ก่อนอื่นหลงน้อยกับขอนกระซิบกระซาบกัน จากนั้นเสียงกระทบถูกผนังสองสามครั้งดังแ่เบามาจากในถ้ำ คาดว่าเป็กอเข่อลอบจู่โจมเด็กทั้งสอง แต่ด้วยระดับฝีมือของกอเข่อแล้วใยต้องลอบเร้นกัน มีเพียงอย่างเดียวคือกอเข่อคิดหมายคร่ากุมคนโดยไม่บอบช้ำเท่านั้น หากตนปรากฏตัวไปตอนนี้ไม่มีส่วนช่วยเื่ราวอย่างมากตายตกพร้อมกันไป ดังนั้นไม่ขบคิดมากความไปกว่านั้นตัดสินใจซุ่มดูเหตุการณ์หาจังหวะช่วยเหลือ
เมื่อกอเข่อคร่ากุมคนได้แล้ว เห็นเด็กน้อยทั้งสองโต้ตอบกันไปมาด้วยเื่ที่กุขึ้น ทั้งชักนำให้กอเข่อหันมุ่งเข้าหาถ้ำไป จึงทราบว่าขอนอาจพบว่าตนอยู่ในน้ำด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งจึงสะกดใจรอคอยโอกาสจะมาถึง ในโอกาสเพียงหนึ่งเดียวนั้นคือจังหวะที่เด็กทั้งสองถูกหิ้วเข้าไปในถ้ำที่มีความกว้างเพียงพอให้คนผู้เดียวเดินสะดวก ดังนั้นกอเข่อต้องนำเด็กทั้งสองมุ่งหน้าไปปากถ้ำทั้งทั้งที่ยังคร่ากุมคนอยู่ จากนั้นกอเข่อต้องผลักเด็กคนใดคนหนึ่งเข้าไปในถ้ำก่อนจึงจะรีบผลักไสเด็กอีกคนเข้าไป ดังนั้นกอเข่อที่ทุ่มเทจิดใจกับการควบคุมเด็กทั้งสองจะสูงสุดก่อนปล่อยมือผลักคนใดคนหนึ่งเข้าไปนั่นเอง และเมื่อถึง่เวลาขณะนั้นหัวหมู่ขวัญพลันลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็วรวมรั้งกำลังทั้งหมดไว้ที่การจู่โจมหนึ่งหมัดนั้น
เสียงน้ำกระจายตัวดังขึ้นพร้อมกับจังหวะที่หมัดข้างหนึ่งกระทบถูกกลางหลังของกอเข่อ กอเข่อที่ไม่ทันระวังตัวคอเหลียวมองกลับไป เห็นเพียงปลายสายตาเงาคนถลันวูบถึงข้างหลัง หากแม้ตนถูกกระแทกทำร้ายในลักษณะนี้ต่อแต่นี้ได้แต่เป็คนพิการแล้ว จึงผลักสองมือไปข้างหน้าโดยไม่ได้สนใจแล้วว่าเด็กทั้งสองจะถูกผลักดันจนเข้าไปในถ้ำได้หรือไม่ จากนั้นเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว
ทว่าแม้ปฏิกิริยานี้รวดเร็วปานใด แต่หนึ่งคนแก้ไขไม่เท่าหนึ่งคนมุ่งมั่น เสียงกระแทกหนักหน่วงสะท้านะเืก้องไปทั้งถ้ำน้อย หมัดขวาของหัวหมู่ขวัญกระแทกเข้าแผ่นหลังของกอเข่อถนัดถนี่ ดีที่กอเข่อเลี่ยงจุดปะทะสำคัญที่สุดบนกระดูกสันหลังไปได้ รอดพ้นจากการเป็คนพิการหวุดหวิด แต่ถึงกระนั้นแรงกระแทกนั้นได้ทำร้ายอวัยวะภายในเ้าเขาห้าลูกกอเข่ออย่างรุนแรง
กอเข่อตวาดก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเ็ปยังแล่นไม่ทั่วร่างหมุนตัวฟาดฝ่ามือออกด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เห็นแน่ชัดว่าฟาดถูกกระโหลกศีรษะหัวหมู่ขวัญ พลันถูกแรงกระแทกไปข้างหน้าจนเสียหลัก แม้ไม่มากมายนักหากแต่ทำให้ฝ่ามือนั้นพลาดเป้าหมายไป กลับกระแทกถูกหัวไหล่ซ้ายหัวหมู่ขวัญแทน แม้ว่าหัวหมู่ขวัญจะถอยหลังหลบแล้วและทำให้ไม่โดนฝ่ามือนั้นเต็มที่นัก ยังรู้สึกเ็ปพอประมาณ ลอบร้องหวาดเสียวในใจหมุนตัวถลันวูบเปลี่ยนตำแหน่งกับกอเข่อเป็ผลสำเร็จ เปลี่ยนเป็ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเด็กทั้งสองแทน
หัวหมู่ขวัญ ฝืนความเ็ปเอาไว้ ยกสองมือขึ้นเตรียมพร้อม พยายามบังคับมือซ้ายไม่ให้สั่นระริก ปากร้องว่า
“เป็อย่างไร เ้าเขาห้าลูก นี่เรียกดาบนั้นคืนสนองท่าน วันที่ท่านลอบทำร้ายพรานไพรล่องหนยังเคยคิดว่ามีวันนี้หรือไม่”
เ้าเขาห้าลูกกอเข่อ ข่มอาการาเ็ไว้เช่นกัน ลอบสำรวจอาการของตนเองทราบว่าการพลาดท่าเสียทีครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย ก่อนอื่นกระดูกซี่โครงซ้ายหักหลายตำแหน่ง ทั้งมีอวัยวะภายในบางจุดมีอาการบอบช้ำจากการถูกทำร้ายโดยตรงและซี่โครงกดกระแทก มันทราบว่าต่อให้มันฝืนหัวร่อหรือแสร้งเป็ยิ้มขู่ขวัญล้วนไร้ประโยชน์ เพราะใบหน้าของมันคงขาวซีดไปหลายส่วนแล้ว อีกทั้งเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายต่อให้หัวหมู่ขวัญและพวกโง่เง่ากว่านี้คงไม่อาจกลบเกลื่อน
ดังนั้นจึงแสยะยิ้มด้วยใบหน้าดุร้ายแทนที่
“หัวหมู่ขวัญ ไม่ได้มีเวลาสนทนากับเ้าเป็เวลาเนิ่นนานแล้ว เมื่อเ้าอยู่ที่นี่คิดว่าหัวหมู่ทองคำเพื่อนเ้าคงยากรอดพ้นชะตากรรม”
หัวหมู่ขวัญใบหน้ากระตุกวูบหนึ่ง ทราบดีว่าเพื่อนตายของตนหากต่อสู้คนนับร้อยเพียงลำพังยากรักษาชีวิตไว้ แต่เพียงวูบเดียวก็สลัดความคิดทิ้งไป ทราบดีว่าไม่มีประโยชน์อันใด กลับทุ่มเทสมาธิจิตใจกับศัตรูตรงหน้าต่อไป
“นี่ยังไม่ต้องรบกวนเ้าเขาห้าลูกเปลืองสมองแล้ว ไม่ทราบว่าอาการาเ็เป็อย่างไร”
กอเข่อเพ่งตามองอย่างดุร้ายหมายขวัญ ร่างสูงใหญ่นั้นมีสภาพเปียกปอนใบหน้าขาวซีดดวงตาทะมึงถึง ทั้งร่างถูกฉาบด้วยสีเขียวอ่อนของผงกระจายแสง ดูไปคล้ายปีศาจกลับจากขุมนรกก็ไม่ปาน หากเปลี่ยนเป็คนขวัญอ่อนประสบพบพานได้แต่ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว มันแค่นหัวร่อเบาๆเพื่อรักษาอาการาเ็ไว้ไม่ให้ลุกลามเกินไป
“หัวหมู่ขวัญเอย เ้าเข้าใจว่ามีเปรียบหรือไร ต่อให้เราเหลือมือข้างเดียวยังสามารถลากพวกเ้าสามคนขุมนรกได้ อย่าว่าแต่ที่นี่เป็เพียงถ้ำคับแคบอนุญาตให้พื้นที่เพียงคนเพียงคนเดียวสู้กัน ไม่มีโอกาสตะลุมบอนอันใด” สายตาดุร้ายนั้นเขม้นมองเลยไปด้านหลังยังหลงน้อย ที่แท้เมื่อครู่กอเข่อพลาดเป้าหมายไปเพราะหลงน้อยกวาดเตะใส่แผ่นหลัง
หัวหมู่ขวัญขยับกายวูบหนึ่งบดบังหลงน้อยไว้ ในใจทราบดีว่าคำพูดกอเข่อไม่มีผิดพลาดได้แต่กล้ำกลืนคำพูดเอาไว้
กอเข่อยิ้มวูบหนึ่งที่มุมปากกล่าวว่า
“เอาอย่างนี้เป็ไร หากเ้าทิ้ง ขอน บุตรพรานไพรล่องหนไว้ เราจะยอมไว้ชีวิตน้อยๆของเ้าและเ้าเด็กผิวดำตัวแสบนั่น ข้อเสนอนี้ดีหรือไม่”
ก่อนที่หัวหมู่ขวัญจะตอบโต้ หลงน้อยร้องว่า
“พวกเราแม้ตายย่อมตายด้วยกัน”
หัวหมู่ขวํญนิ่วหน้าเล็กน้อย หลงน้อยจะอย่างไรขาดประสบการณ์คู่ต่อสู้อาศัยคำประโยคนี้เพียงประโยคเดียว กอเข่อย่อมทราบว่าความผูกพันระหว่างมิตรฝ่ายตนแน่นแฟ้น หากแม้ทำร้ายหนึ่งคนรั้งไว้ ที่เหลือย่อมไม่หลบหนี ดังนั้นพานตัดใจกล่าวว่า
“ถูกแล้วพวกเราไม่ทอดทิ้งกัน ก่อนอื่นข้าพเ้าจะรวมกำลังทั้งชีวิตแลกตกตายกัน ต่อให้ท่านไม่ตายย่อมาเ็สาหัส อวัยวะเคลื่อนไหวอย่างน้อยหนึ่งแห่งต้องถูกทำลายถึงขั้นพิการ จากนั้นเด็กผิวดำนี่จะใช้ความเร็วจู่โจมจุดที่าเ็ของท่านจนไม่อาจพื้นคืน เมื่อท่านฟาดมันตายไปเหลือเพียงลมหายใจรวยริน ดูว่าขอนจะใช้พลังจัดการกับท่านอย่างเต็มแรงแลกชีวิตกับท่านได้หรือไม่” กล่าวจบจ้องมองไปในดวงตาแดงก่ำของกอเข่อไม่ลดละ
กล่าวต่อว่า “ต่อให้ท่านรอดไปได้ ชาตินี้อย่าหวังว่าจะใช้ชื่อเ้าเขาห้าลูกอีก ”
กอเข่อสีหน้าสลับขาวซีดกับแดงเข้ม แสดงว่ากำลังพลุ่งพล่านใจ ทั้งโกรธเคืองและขบคิดรอบคอบไปพร้อมกัน มันครานี้ลงทุนการค้าไม่ได้กำไร ทั้งยังต้นทุนขาดหาย ยามกระทันหันไม่อาจตัดสินใจได้ในทันที
ฝ่ายหัวหมู่ขวัญและเด็กทั้งสองลอบระทึกในใจ สำหรับขอนนั้นค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่าเหตุผลของหัวหมู่ขวัญโยกคลอนจิตใจกอเข่อนัก คนทะเยอทะยานเยี่ยงกอเข่อไหนเลยเอาชีวิตทั้งชีวิตมาเสี่ยง อย่าว่าแต่มันถือครองบันทึกห้าเล่มลวงโลกอยู่ย่อมเข้าใจว่ายืนอยู่บนกองทรัพย์สมบัติแล้วครึ่งหนึ่ง อย่างมากมันระดมพลสิบวันครึ่งเดือนออกค้นหา ใยต้องหวาดระแวงเด็กน้อยไร้อิทธิพลไร้ชื่อเสียงเรียงนามคนหนึ่งอีก อีกภายในสองสามปีข้างหน้าสามาาถเพาะสร้างขุมกำลังอันน่าหวาดหวั่นก้าวเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในแถบนี้ รออีกสักหลายปีพระเ้าโก๊ะล่อฝงสิ้นไปแล้วยังมีใครข่มมันได้อีก
กอเข่อกลอกตาไปมาแล้วหยุดยั้งลง ทั้งหมดแทบหยุดลมหายใจตาม ในที่สุดมันเอ่ยปาก
“เอาเถอะ ครั้งนี้ถือว่าพวกเ้าโชคดี หากแม้นเหยียบย่างมาในถิ่นูเาทั้งห้าอีก จดจำไว้ว่าวัดป่าของหลวงพ่อฟู จะถูกทาด้วยสีเืแล้ว อย่าได้เข้าใจว่าข้าทำไม่ได้เด็ดขาด” มันกล่าวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยอำมหิต สายตาเต็มไปด้วยแววแห่งความเคียดแค้น ลบทิ้งคราบสุขุมแบบสุภาพชนที่แสดงต่อผู้คนจนหมดสิ้น
หัวหมู่ขวัญจ้องตาตอบไม่ลดละกล่าวว่า
“ท่านเลือกได้ถูกต้องแล้ว พวกเราขออำลาวานท่านถอยไปข้างผนังด้านนั้นก่อน”
กอเข่อจ้องมองลึกเข้าไปั์ตาหมู่ขวัญอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนระบายลมออกจากปาก
“ตกลง นี่ไม่อาจโทษพวกเ้ามากระแวง เราเ้าต่างระแวงกัน วิธีนี้คงดีที่สุด”
กอเข่อกลับคืนสู่ความสุขุมอีกครั้ง ใบหน้าท่าทางหวนกลับคืนสู่ผู้ปกครองที่มีความสง่างามอีกครา เพียงแต่ใบหน้านั้นขาวซีดและเปียกปอนอยู่บ้าง มันก้าวถอยหลังช้าๆหลายก้าว
หลงน้อยชมดูจนขนลุก สำหรับหลงน้อยคนผู้เปลี่ยนแปลงบุคลิกจากชั่วร้ายเป็ผู้ดีในพริบตา ไม่ทราบว่าจิตใจน่าระแวงเพียงใด กระซิบต่อหัวหมู่ขวัญ
“ท่านอาไม่อาจวางใจมัน หากแม้พวกเราคนใดคนหนึ่งลงน้ำไปก่อน ที่เหลือต้องประสบชะตากรรม”
กอเข่อพลันหัวร่อออกมา
“เ้าหนูผิวดำนี่ ชื่อหลงกระมัง ข้าอยากได้ตัวเ้าไว้ใช้สอยจริงๆ ภายภาคหน้าความสำเร็จยังมีมากกว่า อาขวัญของเ้าเสียอีก” กล่าวจบ มองหน้าหัวหมู่ขวัญกล่าวว่า
“มันพูดถูก หากให้ข้าหันหลังลงน้ำไป บอกตรงๆว่าข้าไม่วางใจพวกเ้าเช่นกัน”
ขอนกล่าวโพล่งออกมาว่า
“ท่านเ้าเขาห้าลูก อย่างนี้เป็ไร ท่านถอยหลังไปชิดผนัง พวกเราถอยกลับเข้าไปในถ้ำ เมื่อพวกเราถอยพ้นไปแล้ว ท่านค่อยจากไป”
หัวหมู่ขวัญเกือบร้องทัดทาน แต่ฉุกใจคิดว่า ขอน ดูไปเหมือนคนเขลา แต่อันที่จริงเป็คนไร้เล่ห์เหลี่ยมต่อผู้คนเท่านั้น หาใช่คนเบาปัญญาไม่ ด้านการต่อสู้หลบหนีกลับถอดแบบมาจากบิดา ดังนั้นจึงระงับคำพูดไว้ทัน
ส่วนกอเข่อดีดลูกคิดรางแก้วอีกครา หากแม้ทั้งหมดถอยเข้าถ้ำไป สภาพการณ์จะเปลี่ยนแปลง ที่อันคับแคบนั้นเป็ผลดีกับกอเข่อ ก่อนอื่นหัวหมู่ขวัญจะถูกบีบบังคับให้ปะทะหักหาญโดยตรงอย่างนั้นไม่อาจพลิกแพลงได้มากมายนัก ยังมีเด็กผิวดำนั้นยิ่งไม่อาจทำอันตรายใดๆต่อตนได้อีกเมื่อไม่มีพื้นที่ให้มันเคลื่อนไหววุ่นวาย เื่คร่ากุมขอนเพียงใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น ที่สุดมันยิ้มมุมปากอย่างสวยงาม กล่าวว่า
“ขอนเอ๋ยขอน แต่แรกข้าไม่คิดที่จะทำลายเ้าอยู่แล้ว หากแม้เ้ายินดีอยู่ข้างกายข้า ไม่ว่าสิ่งใดล้วนส่งเสริมเ้าทั้งสิ้น ได้ ข้าจะถอยไปก่อนพวกเ้าจะได้สบายใจ เราจะจากไปเมื่อพวกเ้าทั้งหมดหายเข้าไปในถ้ำแล้ว”
หัวหมู่ขวัญ ภาวนาให้ทายพนันถูกข้าง แม้ไม่มั่นใจนักแต่ค่อยๆถอยหลังไป สายตาจับจ้องที่กอเข่อจวบจนมุมโค้งของทางเดินบดบังมันไป รู้สึกขอนคว้าแขนข้างหนึ่งของตนได้แต่กระโจนติดตามไปสุดกำลัง
กอเข่อเผยอยิ้มอย่างมีชัยวูบหนึ่งก่อนถีบร่างไปข้างหน้า สะกดอาการาเ็ไว้ เพียงชั่วกระพริบตาเท่านั้นที่ร่างพุ่งไปสุดแรง กลับรู้สึกได้ถึงความผิดปกติภายในถ้ำ ได้ยินเสียงฝีเท้าทั้งสามวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ถ้ำลึกเข้าไป ร่ำร้องในใจว่าผิดท่าเสียแล้วแต่ไม่ทราบผิดที่ใดเมื่อสักครู่ตนสำรวจในถ้ำเป็อย่างดี ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่เมื่อหัวหมู่ขวัญและพวกวิ่งลึกเข้าไปย่อมมีเหตุผลบางอย่าง คิดดังนั้นกอเข่อทะยานร่างเข้าสู่ถ้ำน้อยติดตามไปทันที
กอเข่อแม้ร้อนใจแต่ไม่วู่วามจนลืมเลือนนามพรานไพรล่องหนไป มันไม่ทราบว่าในถ้ำแท้ที่จริงมีสิ่งใดรออยู่ หากแม้เป็กับดักก็แย่แล้ว มันบอกตัวเองว่าให้ใจเย็นลง อย่างไรเสียพวกตัววุ่นวายนี้ย่อมอยู่ที่ก้นถ้ำแน่นอน
กอเข่อติดตามไปจนถึงก้นถ้ำ ไม่พบแม้เงาของทั้งหมด สิ่งเดียวที่พบคือช่องว่างอันหนึ่งที่นั่น ที่ที่เคยเป็ก้นถ้ำบัดนี้เป็ช่องทะลุมืดดำ เมื่อมันชะโงกหน้าออกไปดูเห็นเป็ช่องต่อกับทางน้ำอีกแห่งหนี่ง พัดพาไปในทิศทางอันมืดสนิท
หลงน้อยและพวก ลอยคออยู่ในน้ำท่ามกลางสายน้ำเชี่ยวกราก และมืดมิด มือขอนกุมมือหลงน้อยไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างกุมมือหัวหมู่ขวัญไว้ ทั้งหมดได้ยินเสียงกอเข่อร้องอย่างโกรธเกรี้ยวแว่วลอยมาตามอุโมงค์น้ำ
“ท่านอาว่ามันจะตามมาหรือไม่” เสียงหลงน้อยดังในความมืดผสมกับเสียงน้ำโกรกกราก
หัวหมู่ขวัญะโตอบสู้กับเสียงน้ำ “อาว่าไม่หรอก คนอย่างมันไม่ยอมเสี่ยงตายเพื่อกำจัดพวกเราแน่”
ขอนร้องเตือน “ต่อจากนี้เราจะเข้าสู่ทางน้ำเชี่ยวใต้ดิน เราจะไม่มีอากาศหายใจ แต่ไม่ต้องห่วงพ่อข้าเขียนไว้ว่าแค่หนึ่งรอบหายใจเท่านั้น”
หัวหมู่ขวัญอุทานว่า “พระคุ้มครองเถอะ พวกเ้ารู้หรือไม่ว่ารอบกลั้นหายใจพรานไพรล่องหน มันยาวนานกว่าคนทั่วไปสองสามเท่าเชียว”
สิ้นเสียงหัวหมู่ขวัญทั้งหมดรับรู้ถึงแรงดูดมหาศาลที่ข้างหน้าไม่กี่วาที่ดึงดูดจากด้านใต้ ทั้งหมดไม่กล้าชักช้ารีบสูดลมหายใจยาวนานเฮือกใหญ่ ก่อนถูกดึงดูดลงไปข้างล่างอย่างรุนแรง
หลงน้อยถูกแรงกระชากจนมือหลุดจากการยึดกุมกับขอน รู้สึกทั้งร่างหมุนตีลังกาหลายรอบจนถึงขณะหนึ่งจำแนกบนล่างไม่ถูก ไม่ทราบตำแหน่งศีรษะหันไปด้านใดกันแน่ แค่รับรู้ถึงแรงกระชากดึงดูดที่ไม่อาจแข็งขืน ดีที่รอบกายไม่กระแทกถูกแง่งหินใดๆ ไม่เช่นนั้นคงได้รับาเ็มากแล้ว
หัวหมู่ขวัญที่มีวิชาฝีมือสูงส่งกว่าเด็กทั้งสองหลายเท่า รวมทั้งวิชาทางน้ำที่ได้รับถ่ายทอดจากพรานไพรล่องหน และจากประสบการณ์ในสนามรบ ยังไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ ได้แต่ปล่อยให้กระแสน้ำชักพาไปเช่นเดียวกันกับเด็กทั้งสอง
ขอนรู้สึกหัวหมุนหลายรอบ ในทั้งหมดนับว่าขอนเป็ผู้เดียวที่รับรู้ระยะทางและตำแหน่ง นี่ล้วนเป็ผลจากการฝึกฝนตามแนวทางของพรานไพรล่องหน แม้ว่าไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เช่นกัน แต่อย่างน้อยยังทราบว่าทิศทางที่ทั้งหมดถูกกระแสน้ำชักนำยังมุ่งไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้
ในบันทึกของพรานไพรล่องหน ประกอบด้วย เล่มที่หนึ่งวิชาเดินไพรล่าสัตว์ กล่าวถึงกับดักและวิธีการติดตามหลายรูปแบบ เล่มที่สองวิชายิงหน้าไม้ซัดคว้างอาวุธลับ การใช้อาวุธขนาดเล็กและใหญ่ต่างๆกันในการซัดขว้างถูกเป้าหมาย เล่มที่สามวิชาคว้าจับ กล่าวถึงการคว้าจับวัตถุสิ่งของจนถึงมนุษย์ ใช้สำหรับจับสัตว์ป่าในระยะประชิด ยังรวมความไปถึงการต่อสู้กับผู้คนในระยะประชิดโดยมี การจับ ทุ่ม บิด เบี่ยง กด ทับ งัด ดัด ยก ปาด หมุน ทวน ปล่อย เป็เคล็ดความสำคัญในจำนวนบันทึกทั้งหมดนี้นับเป็เล่มที่ขอนชื่นชอบที่สุด น่าเสียดายหลายปีมานี้ไม่สามารถแสดงออกได้ต้องเก็บงำไว้กับตัวตลอด เล่มที่สี่เครื่องมือ เป็วิชาว่าด้วยการทำและใช้เครื่องมือต่างชนิดกัน กล่าวถึงหลักการกลไกต่างๆ เสริมบันทึกเล่มหนึ่งและสองเป็สำคัญและยังรวมความถึงการทำที่ซ่อนช่องโพรงใหญ่น้อย เล่มที่ห้าบันทึกเล่มสุดท้ายจึงเป็วิชาแผนที่ การทำแผนที่และการบันทึกแผนที่ในแบบพรานไพรล่องหน ยังรวมถึงการบันทึกประสบการณ์ต่างๆของพรานไพรล่องหน เล่มนี้จึงเป็บทที่กล่าวถึงโจรหมู่ห้าร้อยด้วย
บันทึกเล่มที่ห้า กล่าวถึงบ่อน้ำกลางสนโบราณห้าต้น เป็ทางน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ และมีกำลังแรงสามารถลอยตามได้ไม่อาจย้อนทวน ในบันทึกบ่งบอกว่ามีทางน้ำเชี่ยวที่เพียงลมหายใจเข้าออกสามารถพัดพาผู้คนเป็ระยะทางหลายโยชน์ หากแม้กลั้นใจอย่างยาวนานสามารถข้ามพ้นเขตแดนเขาห้าลูกได้อีกทั้งยังพัดพาคนไปไกลต่อจวบจนถึงทางออกต้นแม่น้ำน้อยเกือบสุดเขตแดนน่านเ้า เพียงยากระบุตำแหน่งน้ำหมุนดึงดูดต้องคอยระวังกระแสน้ำให้จงดี
ขอนที่เตรียมตัวพร้อมยังแทบรู้สึกอึดอัดแน่นในหน้าอก ได้แต่ภาวนาให้ตนสามารถกลั้นลมได้อีกสักระยะทางหนึ่ง เพียงชั่วระยะนั้นยังรู้สึกยาวนานดังชั่วกัปกัลป์
หลงน้อยกลับย่ำแย่กว่าทุกคน มีความรู้สึกว่าหากแม้ให้กลั้นใจอีกเพียงชั่วเวลากระพริบตายังทนทานแทบไม่ได้ ความรู้สึกตามธรรมชาติร่ำร้องให้คนหายใจเข้าเมื่อขาดอากาศอย่างรุนแรง ขณะที่ความอดทนกำลังพังทะลาย พลันหวนนึกถึงท่านอาจารย์ใหญ่นาคารชุน คำสอนว่าคนเราล้วนเป็ไปตามตัวตนที่ตนกำหนด พานตัดใจไม่อาลัยชีวิตกลั้นลมหายใจถึงที่สุดแม้ตายไม่ขอตายด้วยสำลักน้ำเข้าไป จึงหยุดความคิดเื่อื่นใดทั้งสิ้น ร่างทั้งร่างเข้าสู่ภาวะสมาธิขั้นสูงโดยไม่รู้ตัว จากนั้นลมหายใจภายในกลับก่อเกิด เกิดความยินดีขึ้นตอนแรกยังคิดว่าสติเลอะเลือนไปเองใกล้ดับสูญแล้ว แต่เมื่อทบทวนดูยังรู้สึกถึงสรรพางค์กายที่เสียดแทรกด้วยสายน้ำอย่างชัดเจนจึงรู้สึกประหลาดและแปลกใหม่นัก แต่เพียงชั่วอึดใจหนึ่งรู้สึกอึดอัดคับข้องขึ้นมาอีก รีบสำรวมจิตให้แน่วแน่ทั้งรู้สึกสลับไปมาระหว่างทนทานไม่ได้และเบาสบาย ที่น่าประหลาดคือกลับรับรู้เื่ที่เกิดในใจเพียงชั่วสายฟ้าแลบนี้ ในแบบที่สามารถลำดับการเกิดดับได้โดยละเอียด เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วกลายเป็รู้สึกทนทานไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าร่างกายสามารถมาได้เพียงเท่านี้ ขณะที่ความคิดตัดใจลาโลกแล้ว ร่างพลันหมุนทวนสองรอบ ศีรษะกลับโผล่พ้นน้ำขึ้นมา รีบสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ที่แท้ยังอยู่ในช่องทางน้ำใต้ดินรอบข้างยังมืดมิดอยู่ กระแสน้ำยังพัดพาตนชักนำไปข้างหน้าไม่หยุดยั้งด้วยความเร็วดุจเดิม ทว่ามีส่วนที่สามารถยืดคอรับอากาศได้แล้ว รีบร้องว่า
“ขอน ท่านอาขวัญ พวกท่านเป็อย่างไรแล้ว”
ได้ยินเสียงขอนแว่วมาจากด้านหน้า ฝ่าผ่านเสียงน้ำกระแทกผนังถ้ำทางน้ำ
“กำลังเป็ห่วงเ้า ไม่รู้ว่าที่แท้ฝีมือทางน้ำของเ้ายังสูงส่งกว่าข้าอีกขั้นหนึ่ง ถึงกับอยู่ในน้ำได้ยาวนานยิ่งกว่า”
หลงน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงยินดี
“ไม่ใช่ว่าข้าจะสามารถกว่าท่านเท่าใด รอดมาได้ด้วยปาฏิหาริย์แท้ๆ”
เสียงหัวหมู่ขวัญดังแว่วอยู่ด้านหน้า
“หากเ้ารับปาฏิหาริย์มาก็ดีแล้ว หวังเพียงแต่ว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ซ้ำอีกครั้ง ไม่ทราบขอนบิดาเ้าเอ่ยหรือไม่ว่ามีทางน้ำใต้ดินไร้อากาศกี่ตำแหน่ง”
ขอนตอบแข่งเสียงน้ำ “นี่ยากบอกได้ท่านอาขวัญ ข้าพเ้าทราบเพียงนี่ไม่ใช่แห่งสุดท้าย พวกท่านเตรียมตัวให้ดีในสองรอบหายใจ”
สิ้นเสียงของขอนทั้งหมดไม่กล้าชักช้า รีบสูดลมหายใจลึกล้ำยาวนาน พอสะกดกลั้นลมเสร็จสิ้นก็ถูกดึงดูดจากข้างใต้อีกครา ครั้งนี้ทางน้ำใต้ดินไร้อากาศไม่ยาวนานนักเพียงกลั้นลมหายใจมากกว่าคนปกติเล็กน้อยก็หลุดพ้นจากทางน้ำไร้อากาศนั้น สามารถขึ้นมาสูดลมหายใจอีกครา
หลงน้อยทดลองประสบการณ์ลมหายใจเกิดใหม่อีกครา พบว่าไม่สามารถทำได้อีกแม้ตนจงใจอยู่ในน้ำอย่างเนิ่นนานกว่าขอนและหัวหมู่ขวัญ เพียงไม่ทราบว่าเป็เพราะเหตุใด แต่การกระทำนี้กลับสร้างความตื่นใให้กับสหายและอาทั้งสองคนอยู่บ้าง เพราะคิดว่าหลงน้อยประสบเหตุอันใด หลงน้อยได้แต่ขออภัยที่ทำให้ทั้งสองเป็ห่วงบอกว่าจะไม่ทดลองทำอีก
ทางน้ำสลับกับทางน้ำใต้ดินนี้ดำเนินไปอีกระยะหนึ่งรวมได้สี่ครั้ง ในที่สุดทั้งหมดถูกชักนำผ่านถ้ำโพรงน้ำมีอากาศหายใจได้ที่กว้างใหญ่อันหนึ่ง เพียงชั่วแวบหนึ่งปรากฏแสงเกิดขึ้นในถ้ำอย่างรวดเร็วที่แท้สู่ปากทางออกแล้ว เห็นแสงสว่างจ้าอยู่ข้างหน้าพร้อมเสียงครืนครั่น ที่แท้ทั้งหมดมาถึงปากทางที่เป็น้ำตกสู่ข้างล่างอันหนึ่ง
ทั้งหมดรู้สึกตื่นตระหนกยิ่ง พวกตนไม่ทราบว่าด้านล่างเป็อะไร และที่ช่องโพรงน้ำตกนี้สูงจากพื้นระดับไหน หากแม้มันตกกระทบกับลานหินอันหนึ่งในทางสูง อย่างนั้นคงย่ำแย่แล้วทั้งหมดเมื่อได้คิดดังนั้นรีบว่ายทวนกระแสน้ำหาที่ยึดเกาะเพื่อดูลาดเลาก่อน แต่ทว่าหนึ่งนั้นทั้งหมดวิ่งห้อตะบึงมาทั้งคืน ทั้งประมือกับกอเข่อเ้าเขาห้าลูก สุดท้ายยังว่ายประคองในน้ำเชี่ยวมาระยะเวลาหนึ่ง เหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ เวลานี้หากแม้พบคู่มือธรรมดาย่อมแพ้พ่ายอย่างง่ายดาย ไหนเลยจะสามารถทวนกระแสน้ำได้อีก ทั้งหมดจึงได้แต่ไหลผ่านขอบโพรงนั้นไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
ขอนเป็บุคคลแรกที่ลอยตัวไปข้างหน้าก่อใคร แรงกระแทกของน้ำพาให้ศีรษะอยู่ล่างเท้าอยู่บน เบิกตาดูข้างหน้าเห็นเป็แอ่งน้ำแห่งหนึ่งตัวเองอยู่สูงขึ้นมาหลายสิบวา นึกภาวนาในใจให้นั่นเป็แอ่งน้ำลึกพอให้รองรับคหล่นจากที่สูงได้
เสียงตกกระทบน้ำของทั้งหมดดังขึ้นสามครั้งติตต่อกัน ขอนและพวกรู้สึกร่างหล่นลงไปและถูกโอบอุ้มไว้ด้วยน้ำโดยรอบ ไม่พบก้อนหินกีดขวางแต่อย่างใด ขอนเป็คนแรกที่แหวกว่ายขึ้นมาก่อน รีบหันมองดูสองคนที่เหลือว่ามีผู้ใดประสบอุบัติเหตุาเ็หรือไม่ เห็นหัวหมู่ขวัญและหลงน้อยทะยอยแหวกว่ายโผล่พ้นน้ำขึ้นมาค่อยคลายใจลง
เมื่อเหลียวมองโดยรอบพบว่าที่นี่กลับเป็ทางน้ำตกสายหนึ่ง นอกเขตที่ตนเติบโตมาแต่เล็ก ไม่ทราบว่าเป็แห่งหนใดไกลเพียงใดจากวัดป่าของหลวงพ่อฟู เหม่อมองไปโดยรอบพบว่าช่องโพรงที่ตนเพิ่งลอยผ่านออกมา ซ่อนอยู่ใต้สายน้ำตกขนาดใหญ่อันหนึ่ง หากแม้ไม่พิจารณาให้ดีไม่มีทางพบเห็น
ทั้งหมดพากันว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง จากนั้นพากันหงายร่างอยู่ริมฝั่งนั้น ต่างพากันผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
ขณะนั้นเป็เวลารุ่งสางพอดีแสงอุษาสางสว่างทั่วบริเวณ ทั้งหมดจึงหลบหนีมาได้ในลักษณะนี้