ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 73 ให้แม่แค่สองหยวนก็พอ

            “ฉันไม่กลัวเหนื่อยค่ะ!”ซุนอวี้แสดงจุดยืน “ขอแค่ได้เรียนรู้งานจากสวีจือชิง ฉันก็พอใจมากแล้วค่ะ”

            เจี่ยงหานพยักหน้าตอบรับ

            “อีกอย่างฉันจะกำหนดช่วงทดลองงานเป็นเวลาสามเดือนระหว่างนี้ฉันจะคอยสังเกตพฤติกรรมการทำงานของพวกเธอ หากไม่ตรงกับความต้องการของฉันฉันจะบอกให้พวกเธอปรับปรุงแก้ไข แต่ถ้ายังทำเรื่องผิดพลาดซ้ำเป็นครั้งที่สองพวกเธอก็เตรียมโบกมือลาได้เลย”

            “สามเดือนให้หลังฉันจะทำการทดสอบพวกเธอสองคนอีกหนึ่งครั้ง พวกเธอสองคนอาจจะได้อยู่ต่อทั้งคู่หรืออาจจะเหลือแค่คนเดียว หรือไม่ก็ไม่ผ่านเลยสักคนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรคงต้องดูจากผลงานของพวกเธอแล้ว”

            “วางใจได้ค่ะสวีจือชิงฉันจะทำให้เต็มที่ค่ะ”

            สวีหว่านหนิงแค่พยักหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดตอบ

            มนุษย์เหมือนกันทุกคนเมื่อโอกาสลอยอยู่ตรงหน้ามักจะพยายามพูดจาให้น่าฟัง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี

            แต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรคงต้องดูจากความเป็นจริง

            หลังพูดคุยกับทั้งสองคนเสร็จสวีหว่านหนิงก็กลับมาที่บ้าน

            ตามคาดตอนนี้บ้านหลินถูกล้อมจนแทบหาช่องว่างแทรกเข้าไปไม่ได้

            ไต้เหว่ยไปทำงานสร้างโรงงานแล้วในบ้านเหลือแค่แม่หลินกับหลินเฉวียนที่เป็นผู้ใหญ่

            พวกเขาสองคนกลัวพวกชาวบ้านจะบุกเข้ามาจึงพยายามเอาตัวปกป้องเด็กสี่คนไว้ด้านหลัง

            เห็นกลุ่มคนแล้วสวีหว่านหนิงรู้สึกปวดหัว

            “พวกคุณมายืนล้อมบ้านฉันทำไมคะ”

            “สวีจือชิงกลับมาแล้ว!”

            ไม่ทันไรศีรษะของทุกคนก็หันมาก่อนจะเดินมาล้อมตัวสวีหว่านหนิงเอาไว้

            “สวีจือชิง เธอจะคัดเลือกพนักงานของโรงงานเมื่อไรคิดว่าฉันเป็นอย่างไรบ้าง”

            “สวีจือชิงบ้านฉันมีกันหลายคน ลงชื่อสมัครได้ทุกคนเลยหรือเปล่า”

            “สวีจือชิงทำไมถึงต้องการคนแค่ยี่สิบคนเล่า หมู่บ้านเรามีวัยแรงงานอยู่ตั้งหลายร้อยคนแค่ยี่สิบตำแหน่งคงจะมาไม่ถึงพวกเรา...”

            “สวีจือชิง...”

            สวีหว่านหนิงรู้สึกเหมือนถูกฝูงยุงรุมตอมข้างหูเธอมีแต่เสียงอื้ออึง

            เธอสาบานได้เลยว่าเธอไม่อยากได้ยินคำว่า ‘สวีจือชิง’ ไปอีกเป็นครึ่งปี

            สวีหว่านหนิงเห็นคนกลุ่มนี้ยังพูดไม่ยอมหยุดในที่สุดก็หมดความอดทน

            เธอตะโกนเสียงดังว่า“เงียบให้หมด แล้วฟังฉัน!”

            ทุกคนปิดปากสนิททันทีพลางมองสวีหว่านหนิงตาปริบๆ

            “ตำแหน่งงานยี่สิบตำแหน่งเป็นแค่ชั่วคราวถ้าผลไม้กระป๋องของพวกเราขายดีจะต้องมีการขยับขยายขนาดโรงงานถึงตอนนั้นก็จะรับคนเพิ่ม อีกอย่าง คนที่ต้องการเข้าทำงานในโรงงานพรุ่งนี้ให้ไปรายงานตัวกับทางฝ่ายคณะใหญ่ หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆจะทำการคัดเลือกรอบแรก คนที่คุณสมบัติไม่ถึงจะไม่ผ่านเข้ารอบ”

            “ตอนนี้พวกคุณออกไปจากบ้านฉันได้หรือยัง”

            เมื่อเห็นแววตากรุ่นโกรธของสวีหว่านหนิงแล้วพวกเขาไม่กล้าชักช้าเพราะกลัวเธอจะโกรธไปมากกว่านี้ว่าแล้วจึงพากันแยกย้ายกลับบ้าน

            อากาศบริสุทธิ์สักที

            หลินเฉวียนมองใบหน้าซีดขาวของสวีหว่านหนิงแล้วยื่นน้ำใส่น้ำตาลทรายขาวให้กับเธอ

            สวีหว่านหนิงดื่มมันลงไปแล้วเกือบอาเจียนออกมา

            ความปรารถนาดีของหลินเฉวียนปรากฏให้เห็นผ่านน้ำแก้วนี้เพราะมันหวานจนแสบคอ

            สวีหว่านหนิงฝืนกลืนน้ำลงไปก่อนจะเทน้ำลงในแก้วกระเบื้องเคลือบแล้วเติมน้ำเปล่าเพิ่มอีกหน่อย จากนั้นจึงแบ่งมันให้เด็กสี่คนดื่มด้วย

            หลินเฉวียนรอเธอแบ่งน้ำเสร็จแล้วถึงถามว่า“พี่สะใภ้ พี่ว่าฉันพอจะทำงานที่โรงงานได้ไหมคะ”

            “ได้สิวางใจเถอะ ฉันเตรียมตำแหน่งงานให้เธอแล้ว”

            เธอบอกเรื่องตำแหน่งงานของหลิวเฉวียนกับพวกหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ตั้งแต่แรกและไม่มีใครคัดค้าน

            แน่นอนว่าเป็นเพราะไม่มีใครกล้าคัดค้านเธอ

            การสร้างโรงงานสาขาที่หมู่บ้านต้าเจียงได้อานิสงค์มาจากสวีหว่านหนิงเธอก็แค่อยากขอตำแหน่งงานให้กับญาติหนึ่งตำแหน่ง ทำไมจะไม่ได้ล่ะ

            “ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้”หลินเฉวียนน้ำตาคลอ “ฉันรู้ว่าพี่ไม่ชอบการใช้เส้นสาย แต่สุดท้ายกลับยอมทำเพื่อฉันฉันไม่รู้จะขอบคุณพี่อย่างไรดี”

            สวีหว่านหนิงอยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น

            เธอให้ตำแหน่งงานกับหลินเฉวียนเพราะเรื่องส่วนตัวเธออยากช่วยหลินเฉวียน แต่นอกเหนือจากนั้นคือ หลินเฉวียนยังเป็นคนรักความสะอาดทำงานคล่องแคล่ว ทำอาหารอร่อย และที่สำคัญที่สุดคือนิสัยดี

            คุณสมบัติของเธอผ่านมาตรฐานทุกข้อแล้วทำไมจะรับเข้าทำงานไม่ได้

            “ขอเพียงเธอกับไต้เหว่ยมีชีวิตที่ดีขึ้นทุกวันไม่ทำให้แม่กับหลินอันเป็นห่วงก็พอแล้ว”

            “พี่สะใภ้พี่เป็นคนดีจริงๆ” หลินเฉวียนสูดน้ำมูกพลางกล่าวเสียงสะอื้น“ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่าพี่ไม่น่าเข้าใกล้ ที่แท้ฉันคิดผิดเองโชคดีที่พี่ไม่ถือสา”

            ไม่เธอไม่ผิด ร่างเดิมไม่น่าเข้าใกล้จริงๆ

            แต่ตอนนี้เธอเข้ามายึดร่างนี้แล้วดังนั้นเธอจะทำทุกอย่างตามความต้องการของตัวเองเท่านั้น

            แม่หลินเห็นสวีหว่านหนิงกับหลินเฉวียนคุยกันไม่ยอมจบสักทีจึงจับหน้าของสวีหว่านหนิงให้หันมามองตัวเอง

            “อาหนิงดูสิว่าแม่ไปทำงานที่โรงงานด้วยได้หรือเปล่า”

            “คิดอะไรอยู่คะแม่”สวีหว่านหนิงหัวเราะ “นอกจากแม่จะอายุเยอะแล้ว งานหนักแบบนั้นจะให้แม่ทำได้อย่างไรตอนนี้ไต้เหว่ยออกไปทำงานแล้ว ฉันกับหลินเฉวียนก็ต้องไปทำงานที่โรงงานถ้าแม่ออกไปทำงานอีกคน แล้วเด็กสี่คนที่บ้านจะทำยังไงคะ”

            “ก็จริง”แม่หลินถอนหายใจ “แม่ก็อยากหาเงินได้เหมือนกัน พวกลูกจะได้สบายขึ้น”

            สวีหว่านหนิงรู้ความคิดที่แท้จริงของแม่หลิน

            แม่หลินอยากหาเงินเองได้แม้ความสัมพันธ์ระหว่างแม่หลินกับเธอจะใกล้ชิดกันมากกว่าเมื่อก่อนแต่อย่างไรก็ยังมีกำแพงบางๆ ขวางกั้นอยู่ ทำให้แม่หลินอดระวังตัวไม่ได้

            แต่ถ้าหาเงินเองได้ไม่ว่าจะหาได้มากหรือน้อย อย่างน้อยก็ไม่ต้องแบมือขอเงินลูกสะใภ้!

            “ใครบอกว่าแม่หาเงินไม่ได้คะ”

            “ฉันน่าจะได้เงินเดือนเดือนละยี่สิบสี่หยวนฉันจะแบ่งให้แม่ครึ่งหนึ่ง แม่ช่วยฉันดูแลต้าชุนกับเยาเม่ยทีนะคะ ถ้าแม่ไม่ช่วยฉันฉันคงต้องแบ่งความสนใจมาคอยเป็นห่วงอาหารสามมื้อของพวกเขาจนไม่มีสมาธิทำงานที่โรงงานแน่ๆ”

            แม่หลินค้อนใส่สวีหว่านหนิง“ดูพูดเข้า ต้าชุนกับเยาเม่ยเป็นหลานของแม่ คนเป็นย่าสมควรดูแลพวกเขาอยู่แล้วจะรับเงินจากลูกได้อย่างไร”

            “บนโลกนี้มีเรื่องแบบนั้นที่ไหนกันคะแม่เลี้ยงหลินอันจนเติบใหญ่ ถือว่าทำภารกิจของคนเป็นแม่เรียบร้อยแล้วการดูแลหลานไม่ใช่หน้าที่ของแม่เลยค่ะ”

            “ปกติแม่ช่วยดูแลพวกเขาสองคนให้ฉันเพราะแม่รักพวกเขาในฐานะย่า ฉันยินดีน้อมรับเอาไว้แต่ตอนนี้ฉันจะต้องออกไปทำงานหาเงิน จึงอยากฝากแม่ให้ช่วยดูแลพวกเขาความหมายมันไม่เหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้นเงินนี้แม่จะต้องรับไว้นะคะ”

            สวีหว่านหนิงพูดวกวนไปมาในที่สุดก็เกลี้ยกล่อมแม่หลินสำเร็จ

            เธอไม่เคยเห็นบ้านไหนเลี้ยงหลานแล้วได้เงินเป็นค่าตอบแทนมาก่อน

            แต่ที่อาหนิงพูดมาก็เหมือนจะมีเหตุผล

            ถ้าเธอไม่รับเงินเอาไว้อาหนิงจะทำงานอย่างไม่สบายใจใช่หรือเปล่า?

            “ถ้าอย่างนั้น...ก็ได้แต่เงินสิบสองหยวนมันมากเกินไป ให้แม่แค่สองหยวนก็พอ”

            เงินสองหยวนซื้ออะไรได้ตั้งมากมาย

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808